บทนำ
“คงจะมีหรอก เป็นฉันก็ไม่จีบ”
บท 1
ภายในอาคารจอดรถของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ไออุ่น ปัณณวิชญ์ เดินตรงไปยังรถสปอร์ตคันหรู ซึ่งเมื่อเช้าเขาขับมันออกมาจากบ้าน หากทว่าเมื่อสามสิบนาทีก่อน หลังจากขึ้นไปยังห้องทำงานแล้ว เขากลับพบว่าตัวเองลืมหยิบของสำคัญลงไปจากรถ จึงจำเป็นต้องเดินวกกลับมาที่รถอีกครั้ง
ด้วยอุปนิสัยเป็นคนช่างสังเกต รอบคอบ ระมัดระวังตัวอยู่เสมอ สายตาเหลือบไปมองรถสปอร์ตยี่ห้อเดียวกันแต่คนละรุ่น จำได้ว่ารถรุ่นใหม่ล่าสุดนี้เป็นของน้องสาว นั่นหมายความว่าปัณณรินทร์น้องสาวฝาแฝดของเขามาทำงานแล้ว
คลิก!
ด้วยระบบอัตโนมัติ เพียงแค่เขาขยับก้าวเข้ามาใกล้ในรัศมีควบคุม ระบบเซ็นเซอร์ของกุญแจรีโมทก็ทำงานในทันที โดยไม่จำเป็นต้องหยิบกุญแจหรือหยิบรีโมทออกมากดให้เมื่อยมือ ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง ระบบปลดล็อคอัตโนมัติจากรถคันที่จอดอยู่ด้านข้าง พลันทำงานขึ้นมาพร้อมกัน ปัณณวิชญ์เพียงแค่เหลือบสายตามองไปยังรถคันข้าง ๆ เพราะคิดว่าบางทีน้องสาวอาจจะลืมของเหมือนกัน มือดึงบานประตูให้เปิดออก หากแต่ยังไม่ทันที่เขาจะทันได้เปิดเข้าไปค้นหาสิ่งของที่ตัวเองลืมไว้กลับมีใครบางคนวิ่งเข้ามากระชากแขน ออกแรงลากเขา ออกมายืนชี้หน้าด่ากราดจนเขาตั้งตัวไม่ทัน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้หัวขโมย แกคิดจะทำอะไร”
“ห๊ะ!”
หญิงสาวตาโตแก้มป่อง ตัวเล็กกะทัดรัดรีบขยับไปใช้สะโพกกระแทกประตูรถของเขาให้ปิดลง แขนสั้นกางออกทำท่าขัดขวาง เหมือนไม่ต้องการให้เขาเข้าไปใกล้รถของตัวเอง
“หน่อยแน่ะ คิดจะมาขโมยของเหรอ รปภ. มาตรงนี้หน่อย ตรงนี้มีขโมย”
“ห๊ะ! เธอเป็นบ้าอะไร?”
“ลงทุนเหมือนกันนะเนี่ย คิดจะมาขโมยรถหรู ถึงขนาดไปเช่าสูทมาซะอย่างดี คิดว่าจะตีเนียนปลอมตัวเป็นหนุ่มออฟฟิศล่ะสิ แต่คนอย่างสายป่านไม่หลงกลโจรกระจอกอย่างพวกแกง่าย ๆ หรอก ไหนเอามาดูซิ เมื่อกี้จะขโมยอะไร”
ปัณณวิชญ์ยังไม่ทันอ้าปากพูดอธิบายแก้ไขความเข้าใจผิด ผู้หญิงแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตขาวกระโปรงสั้นสีดำกับแขวนป้ายพนักงานห้อยคอสีเขียว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ภายนอก บอกให้เขารู้ว่ายัยผู้หญิงตาถั่วนี่คือพนักงานใหม่ยังไม่ผ่านทดลองงาน มือบางพุ่งเข้ามาลูบสะเปะสะปะไปตามเสื้อผ้า กระเป๋ากางเกงของเขา ราวกับต้องการจะค้นตัว
“นี่เธอจะบ้าหรือไง ฉันไม่ใช่ขโมย”
“จะไม่ใช่ขโมยได้ยังไง นี่มันรถของคุณเอิงเอย”
“รถเอิงเอย?” ปัณณวิชญ์ตาเหลือกเพราะความงง หันไปมองรถยนต์พร้อมป้ายทะเบียนรถของตนเอง ก่อนจะหันไปมองทะเบียนรถน้องสาวซึ่งเป็นเลขตัวเดียวเหมือนกัน ต่างกันที่ตัวอักษรข้างหน้าเท่านั้น
“แล้วนี่เธอเป็นใคร”
“ตาถั่วจริง ๆ เลย มีตาหามีแววไม่ ไม่รู้จัก สายป่าน สุชาดา เลขาฯ ใหม่ของคุณเอิงเอยหรือไง นี่เห็นไหมป้ายชื่อแขวนอยู่ตัวเบ้อเร่อ” พนักงานใหม่ภูมิใจยกป้ายพนักงานขึ้นมาอวด
“เลขาฯ คนใหม่?”
ปัณณวิชญ์นึกทวนไปถึงหนังสือแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งพนักงานประจำสองชุดที่ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของเขาเมื่อหลายวันก่อน หนึ่งคือการเลื่อนตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนเดิมขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการตลาด สองคือโยกย้ายนายเวธัส จากตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวของปัณณรินทร์ ขึ้นมารับตำแหน่งทดลองงานผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ นั่นจึงทำให้ปัณณรินทร์ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริษัทขาดเลขาฯ ส่วนตัวลงกะทันหัน
“ใช่ ตาทึ่มนี่ เขารู้กันทั้งบริษัทนั่นแหละว่าสายป่านเป็นเลขาฯ ของคุณเอิงเอย นี่บอกมาเดี๋ยวนี้นะ นายปลอมตัวมาเป็นพนักงาน แล้วคิดจะมาขโมยรถของคุณเอิงเอยใช่หรือเปล่า”
“ยัยบ๊องเอ๊ย เธอเป็นเลขาฯ ของเอิงเอย แล้วไม่รู้จักฉันเนี่ยนะ เธอไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าฉันเป็นอะไรกับเอิงเอย”
“หือ เป็นอะไร...นี่ไอ้โจรห้าร้อย อย่ามาทำตีเนียนนะ คุณเอิงเอยเขามีแฟนแล้ว ชื่อคุณเวธัส หล่อกว่าแกตั้งเยอะ”
“อะไรนะ เวธัสเนี่ยนะ หล่อกว่าฉัน”
ถูกพนักงานใหม่กล่าวหาว่าเป็นโจรห้าร้อยยังไม่พอ เจ็บใจยิ่งกว่าคือการถูกพูดใส่ต่อหน้าว่าหล่อน้อยกว่าว่าที่น้องเขย
“ใช่ พนักงานในบริษัททุกคน เขาลงความเห็นกันแล้วว่า คุณเวธัสหล่อที่สุด”
“ดี งั้นโบนัสปีนี้ฉันจะปรับลดลง จากที่เคยได้หกเดือนเหลือแค่สอง” นิ้วมือชูจำนวนโบนัสพิเศษปลายปียื่นมาข้างหน้า จนนิ้วยาวนั้นแทบจะทิ่มตาเลขาฯ ใหม่
“ห๊ะ! อย่ามาทำอวดดีนะไอ้โจรกระจอก ไม่ต้องมาทำวางอำนาจบาตรใหญ่ ไหนดูซิในกระเป๋าตังค์มีอะไร นายชื่ออะไรเนี่ย” สาวน้อยที่ค้นตัวจนล้วงกระเป๋าของเขาไปเมื่อครู่เปิดกระเป๋าหรูแบรนด์ระดับโลกค้นจนมันเหมือนกระเป๋าตลาดนัด
“นี่ยัยเตี้ย! อย่ามารื้อค้นกระเป๋าของคนอื่นโดยพลการนะ”
“ไอ้โจรใจหยาบ ช่างสามหาวยิ่งนัก แกมีสิทธิ์อะไรมาว่าสายป่านเตี้ย” นิ้วชี้งอชี้หน้า ลีลาเหมือนพวกลิเกงานวัดจนปัณณวิชญ์ถึงกับต้องยกมือขึ้นมากุมขมับ อยากรู้นักว่าใครเป็นคนสัมภาษณ์รับยัยคนประหลาดนี่เข้ามาทำงานในบริษัทของเขา
“สูงกว่าหลังคารถนิดเดียวเนี่ยนะไม่เตี้ย” มือยื่นออกไปวัดระดับส่วนสูงอย่างคร่าว ๆ
“เขาเรียกผู้หญิงตัวเล็กต่างหาก”
“ยัยแคระ”
“อย่ามาบู้บี้ความสูงฉันนะ” เท้าเล็กสะบัดออกไปเตะหน้าแข้งคนที่สูงจนเธอต้องแหงนคอคุย
“เธอยังกล่าวหาว่าฉันเป็นโจรได้เลย แล้วทำไมฉันจะเรียกเธอว่ายัยแคระไม่ได้”
“รอเดี๋ยวเถอะ ฉันจะเช็คประวัติอาชญากรรม ดูสินายเคยมีคดีอะไรติดตัวบ้าง” เมื่อยปากจากการโต้เถียง สายป่านหยิบบัตรประชาชนใหม่เอี่ยมออกมาจากกระเป๋าสตางค์แล้วก้มลงอ่านชื่อนั้นทวนถึงสามครั้ง
“ปัณณวิชญ์... ปัณณวิชญ์... ปัณณวิชญ์...”
กล้ามเนื้อกระบอกตาขยับหดเข้าหากัน รูม่านตาขยายใหญ่ ปากอ้าค้างเอาไว้ จากนั้นกะพริบตาปริบ ๆ คอขยับยกองศาแหงนขึ้นไปสบตาคนที่ยืนเท้าเอวอยู่เบื้องหน้า
“ทำไมชื่อนายเหมือนท่านประธานเลย นี่ถึงขนาดปลอมแม้แต่เอกสารทางราชการเชียวเหรอ รู้หรือเปล่าว่านายติดคุกหัวโตได้เลยนะ”
“โอ๊ยยัยบ้านี่! เป็นเลขาฯ ของเอิงเอยใช่ไหม ฉันไล่เธอออกวันนี้เลย!”
“หื้อออ นั่นไง นายเป็นคุณปัณณวิชญ์ตัวปลอมจริงด้วย”
“ฉันเนี่ยนะตัวปลอม”
“ใช่ เพราะถ้าเป็นคุณปัณณวิชญ์ตัวจริง ต้องรู้ว่ากฎหมายแรงงานคุ้มครองพนักงานตัวเล็ก ๆ อย่างฉัน นายจะมาไล่สุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้ไม่ได้ บอกมานะไอ้โย่ง แกเป็นใคร”
ป่วยการที่ปัณณวิชญ์จะต่อปากต่อคำกับยัยเลขาฯ เฉิ่มเบ๊อะ จึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหา น้องสาวฝาแฝดตัวเองทันที
“เอิงเอย เลขาฯ ใหม่ของเอิงเอยชื่อสายป่านใช่ไหม”
( ใช่ มีอะไรเหรอ)
“เอิงเอยให้เขามาทำอะไรที่รถอุ่น” เพื่อความมั่นใจ ปัณณวิชญ์จึงถามเหตุผลต้นสายปลายเหตุให้ชัวร์เสียก่อน
(รถไออุ่น? เปล่านะ เอิงให้เขาไปเอาของที่รถ แล้วเขาไปทำอะไรที่รถของไออุ่นล่ะ)
“นี่ยัยบ๊อง คุยกับเจ้านายของเธอสิ” ปัณณวิชญ์ยื่นโทรศัพท์มือถือส่วนตัวให้พนักงานใหม่
“คุณเอิงเอยคะ มีขโมยมันจะงัดรถคุณเอิงเอยค่ะ” เลขาฯ ใหม่ฟ้องเจ้านายซึ่งหน้า
(ขโมยอะไร ขโมยที่ไหน)
“ขโมยตัวสูง ๆ ยาว ๆ ใส่สูทผูกไท หล่อ แต่น้อยกว่าคุณเวธัสนิดหนึ่งค่ะ หนูค้นตัวเขาแล้วนะคะ เขามีบัตรประชาชนชื่อเดียวกับท่านประธานเป๊ะเลย เดี๋ยวนี้มิจฉาชีพมันเก่งนะคะคุณเอิงเอย”
คำว่าหล่อน้อยกว่า เจ็บจี๊ดเข้าไปถึงในใจ ตาเขียวมองไปยังคนที่กล่าวหาว่าเขาไม่หล่อ อยากจะยกมะเหงกขึ้นมาเขกหน้าผากแคบนั้นเสียให้โน ติดตรงเขาไม่เคยทำร้ายผู้หญิงนี่สิ แล้วถ้าเขกหัวอย่างนั้น สมองที่มันเหมือนจะบ๊อง ๆ ของยัยคนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะกระทบกระเทือนจนสติฟั่นเฟือนไปมากกว่าเดิมหรือเปล่า เพราะเท่าที่ยืนคุยกันมา เขาไม่เห็นความปกติของแม่นี่เลย
(นั่นมันพี่ชายฉัน!)
“ห๊ะ!”
ดวงตากลมโตเหลือกค้างมองกลับไปยังเจ้าของหน้าตึง ที่ยืนถลึงตาใส่ ปัณณวิชญ์คว้าโทรศัพท์ไปพูดกรอกเสียงลงไปอีกสองสามประโยคแล้วกดวางสาย
“เธอบอกว่าฉันมาขโมยของในรถของเอิงเอย ไหนกุญแจรถของเธออยู่ไหน เอาออกมาสิ” คนถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมยกระดิกนิ้วขอรีโมทคอนโทรล
“นี่ไงคะ กุญแจรถคุณเอิงเอยให้หนูมาเอาเอกสาร”
“ปลดล็อคสิ”
“นี่ไง...หือ”
ทันทีเมื่อปลายนิ้วกดลงไปยังปุ่มบังคับ เสียงดังคลิก ดังขึ้นมาใกล้ ๆ ตาโตมองไปยังรถสปอร์ตอีกคัน ซึ่งจอดอยู่ด้านข้างติดกัน เป็นรถที่สุชาดาไปลากคอหัวขโมยออกมาในตอนแรก
“ว่ายังไง”
“เอ่อ...เอ่อ แหะ แหะ แหะ” ยิ้มเก้อ หัวเราะกลบเกลื่อน หน้าเจื่อนแต่ยังฝืนยิ้ม
“ที่นี้ ฉันไล่เธอออกได้หรือยัง”
“ไม่ได้ค่ะ คุณปัณณวิชญ์จะไล่หนูออกได้ยังไง โน๊ โน นะคะ”
“กล่าวหาว่าฉันเป็นขโมย ทำร้ายร่างกาย ชิงทรัพย์ หมิ่นประมาท หลายข้อหาขนาดนี้ทำไมฉันยังไม่มีสิทธิ์ไล่เธอออก”
“เพราะว่าข้อแรก หนูกล่าวหาคุณเป็นขโมยเพราะเจตนาดี หนูกำลังปกป้องทรัพย์สินของคุณเอิงเอยด้วยชีวิตเลยนะคะ คุณคิดดูสิว่าถ้าเกิดเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเรื่องจริงขึ้นมา ชีวิตน้อย ๆ ของหนูจะต้องตกอยู่ในอันตรายเพียงเพื่อต้องการเป็นพลเมืองดี ข้อสองหนูไม่ได้ชิงทรัพย์ แค่เอามาตรวจสอบให้แน่ชัดว่าคุณมีตัวตนจริง ๆ หรือเปล่า คุณก็รู้นี่คะเดี๋ยวนี้มิจฉาชีพเยอะจะตายไป ข้อสามทำร้ายร่างกาย คุณพูดแบบนี้ไม่ถูก คุณดูสารรูปหนูสิ ตัวเท่าหนูตุ่นแบบนี้หนูจะไปทำอะไรใครได้ ขนาดวิ่งหนีหมา หนูยังแพ้เลย ส่วนข้อสุดท้ายหมิ่นประมาท หนูไปหมิ่นอะไรคุณ…”
“เธอว่าฉันไม่หล่อ”
“หนูเปล่าสักหน่อย แค่บอกว่าหล่อน้อยกว่าคุณเวธัส”
“แต่ฉันเป็นเจ้าของบริษัท ฉันต้องหล่อที่สุด”
ปัณณวิชญ์รีบดึงบัตรประชาชนของตัวเองสอดใส่กลับลงไปยังช่องเดิม จากนั้นพับเก็บแล้วสอดใส่ลงไปยังกระเป๋ากางเกงด้านหลัง
บทล่าสุด
#60 บทที่ 60 หัวใจของไออุ่น
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#59 บทที่ 59 พ่อไออุ่นกับแม่สายป่าน
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#58 บทที่ 58 คืนสุดพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#57 บทที่ 57 เจ้าสาวขี้เล่น
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#56 บทที่ 56 เธอคือรอยยิ้ม
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#55 บทที่ 55 ปาร์ตี้สละโสด
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#54 บทที่ 54 เลือกคนที่เขารักเรา
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#53 บทที่ 53 ลุยสวน
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#52 บทที่ 52 ผู้ชายตำน้ำพริก
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#51 บทที่ 51 ภาวะจำยอม
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
แสร้งรักเมียหย่า
เธอยอมบอกลาผู้ชายที่รัก และยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อแลกกับ ‘อิสระ’ ที่พ่อกับแม่สัญญาว่าจะคืนให้หลังจากนี้
แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ผู้ชายที่นั่งรอเธออยู่กลับไม่ใช่คิมหันต์
“เอ่อ ... คุณไม่ใช่คิมหันต์”
“แล้ว ...?”
‘เหมันต์ ภูสิทธิ์อุดม’ ลูกชายคนกลางที่หายไปจากครอบครัวนานกว่าหกปี และถูกเรียกตัวกลับมาเพียงเพราะพี่ชายปฏิเสธการแต่งงาน
เมื่อเธอต้องแต่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัว
ส่วนเขาต้องแต่งเพราะเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ของใครอีกคน
การแต่งงานที่ไม่มีความรักตั้งแต่แรก
จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับข้อตกลงของคนสองคน
โดยไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง
ใครกันแน่ ... ที่จะยังแสร้งทำเป็นว่าไม่รัก
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
Loveless ก็ไม่ได้รักสักนิด
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...













