บทนำ
เรื่องคงง่ายกว่านี้ถ้าตลอดการเดินทางของวชิระหรือจิวชงหยวนไม่ได้เจอแต่หมอเทวดาเต็มไปหมด!
นั่นก็จิวชงหยวน นี่ก็จิวชงหยวน! ถ้าพวกเจ้าเป็นจิวชงหยวนกันหมด แล้วข้าล่ะเป็นใคร!?
หากคิดว่านั่นคือการกลั่นแกล้งจากสวรรค์ล่ะก็คงเป็นเพียงแค่บทเกริ่นนำ เพราะนอกจากเขาจะโดนยัดเยียดให้เป็นหมอเทวดาแล้ว จิวชงหยวนยังต้องพบเจอกับ
เรื่องวุ่นวายชวนปวดหัวนานับประการ ทั้งแม่ทัพสวรรค์ที่ลงมาหาเขาถึงโลกมนุษย์ ไหนจะผู้นำพรรคเทพจันทราที่พบเจอกันระหว่างปฏิบัติภารกิจ
ก็ว่าจะไม่วุ่นวาย แต่ทำไมรู้ตัวอีกที รอบกายเขาถึงมีแต่ผู้ชายรุมล้อมแบบนี้ล่ะ!?
บท 1
ณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ภายในห้องฉุกเฉินตอนนี้กำลังวุ่นวายกับการผ่าตัดเคสสำคัญซึ่งคนไข้เป็นถึงอาจารย์แพทย์คนสำคัญของนักศึกษาแพทย์ทุกคน ไม่ว่าอย่างไรการผ่าตัดในครั้งนี้ต้องผ่านพ้นไปให้ได้
ทุกคนภายในห้องต่างหันไปมองแพทย์หนุ่มที่เชี่ยวชาญการผ่าตัดด้วยความหวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี
“วางยาสลบเสร็จแล้วครับ” ผู้ช่วยหนึ่งในนั้นรายงานแพทย์หนุ่มที่ทุกคนเชื่อใจในฝีมือ ‘วชิระ วาโยพิพัฒน์’ เงยหน้ามองคนรายงานแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววกังวลเล็กน้อย
“งั้นเราจะเปิดกะโหลกระบายเลือดจากเยื้อหุ้มในสมองก่อน เริ่มกันเลย” วชิระตอบกลับพร้อมรับมีดผ่าตัดมาดำเนินการต่อไปด้วยใจจดจ่อ พร้อมดึงสมาธิทุกอย่างมายังสิ่งที่สิ่งที่กำลังทำอยู่
“สว่านไฟฟ้า” วชิระร้องสั่ง ก่อนจะวางมีดลงพร้อมรับสว่านไฟฟ้ามาเจาะส่วนสำคัญ
วิ๊ดดดด
“ท่อเจอะกะโหลก”
“เอาเลือดที่คั่งออก” วชิระร้องสั่งอย่างชำนาญและลงมือกันอย่างรวดเร็วทุกวินาทีมีค่ามาก
“ต่อไปเราจะตัดเนื้องอกออกล่ะนะ” เสียงทุ้มร้องสั่งอีกครั้ง มือขาวเรียวจับทุกอย่างรวดเร็วและชำนาญ แม้อายุยังน้อยแต่กลับมีพรสวรรค์จนทุกคนต้องยอมรับ
“เตรียมกล้องผ่าตัด” ทุกอย่างที่ร้องสั่งถูกนำมายื่นให้และจัดวางได้อย่างรวดเร็ว ดวงตาเรียวคมมองส่องกล้องดูไปยังช่องกะโหลกที่ผ่าตัด
“สายดูดกับไบโพล่าร์เบอร์3”
“ครับ” ผู้ช่วยตอบรับพร้อมยื่นให้ทันควัน
“นั่นเห็นเนื้องอกแล้ว ขอกรรไกรไบโครด้วย” ร้องสั่งก่อนรีบจัดการอย่างคล่องแคล่ว
ทุกคนเฝ้ามองและคอยช่วยเหลือด้วยใบหน้าเคร่งเครียด...
วชิระเปิดประตูเข้าไปยังห้องพักตัวเองอย่างอ่อนล้า ก่อนจะล้มตัวนั่งลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ในมือมีคาปูชิโน่เย็นหนึ่งแก้วที่พยาบาลสาวนำมาให้ แม้จะดื่มกาแฟในแก้วหมดก็ไม่อาจทำให้หายเหนื่อยหายง่วงได้ การผ่าตัดวันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จดั่งที่ผ่านมา
ผัวะ!
“ไงเพื่อน ดังใหญ่แล้วนะเรา” ประตูถูกเปิดเข้ามาอย่างไร้มารยาท วชิระปลายตามองอย่างไม่ใส่ใจเท่าไร อีกฝ่ายเดินเข้ามานั่งบนโต๊ะทำงานเขาอย่างถือวิสาสะจนเขาชินชาไปเสียแล้วและยังไม่จบแค่นั้นเมื่อ ‘นพดล’ คว้าหมับเข้าที่กาแฟเย็นที่เขาเพิ่งกินไปมาดูดต่อหน้าตาเฉย
“อื้ม หวานมัน น้องกิ๊บเก๋ซื้อมาให้แน่เลย” นพดลยิ้มล้อเลียน
“มีอะไร” เจ้าของห้องปลายตามองเอ่ยถามอย่างหงุดหงิด แค่ผ่าตัดก็เหนื่อยจะตายแล้วยังมีคนมาก่อกวนอีก
“พรุ่งนี้วันเกิดน้องฉัน เลยจะชวนไปด้วย อย่าบอกนะว่าปฏิเสธ ไม่งั้นยัยนัทบ่นฉันหูชาแน่” นพดลกล่าวดักคอด้วยท่าทีจริงจัง ดวงตาเล็กตี๋มองเพื่อนอย่างขอร้องว่าอย่าปฏิเสธเลย ไม่อย่างนั้นตัวเขาเองจะโดนน้องสาวสุดที่รักบ่นข้ามวันข้ามคืนแน่
“ไม่ว่าง” วชิระตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นเพื่อนทำท่าจะเป็นจะตาย
“โธ่ เพื่อนรักหากนายไม่ไปฉันคงได้ไปรักษาหูกับยัยปลายแน่เลย เห็นแก่เพื่อนที่น่ารักอย่างฉันสักครั้งเถอะนะ” วชิระมองสบตาเพื่อนพร้อมมองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าอย่างจงใจ แต่ไม่ว่าอย่างไรมันก็ไม่มีส่วนไหนที่ดูว่าน่ารักสักนิด ส่วนสูงร้อยแปดสิบห้าเซ็นที่สูงกว่าเขาตั้งสิบเซ็นต์ที่สูงกว่าเขาตั้งสิบเซ็นต์ เห็นแล้วอยากจะตัดขามันออกให้ดูเตี้ยกว่าเขาบ้างเหมือนกัน
“หากนายยังจำได้ พรุ่งนี้ฉันต้องไปไหว้พ่อกับแม่ที่สุสาน” วชิระย้ำเตือนสมองน้อยๆ ของเพื่อนที่ไม่เคยจำได้ว่า วันเกิดน้องมันเป็นวันเดียวกับที่พ่อและแม่เขาประสบอุบัติเหตุจากไปทั้งคู่เมื่อสามปีก่อน กอปรกับเขามีเชื้อสายจีนจึงได้ฝังศพบิดามารดาไว้ในสุสานแห่งหนึ่งที่ชานเมืองกรุงเทพฯ
“เออ นั่นสิ ลืมไปได้ไงวะ” นพดลตอบกลับพร้อมยกมือขยี้หัวตัวเองเบา เพราะเขาลืมเสียสนิทจริงๆ
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ว่าแต่อาจารย์หมอเป็นไงบ้าง” นพดลเปลี่ยนเรื่องและเอ่ยถามถึงคนไข้ล่าสุดของวชิระที่กำลังโด่งดังในโรงพยาบาลขณะนี้
“พ้นขีดอันตรายแล้ว หากไม่มีอะไรพรุ่งนี้ก็ฟื้นแล้วล่ะ” วชิระตอบกลับพลางเปิดเอกสารในมือดูรายชื่อคนไข้ที่เขานัดไว้ในวันมะรืน พร้อมเขียนบางอย่างลงไปโดยไม่สนใจเพื่อนที่ยังนั่งโต๊ะค้ำหัวตัวเองอยู่
“พรุ่งนี้นายคงหยุดอีกวัน”
“อืม”
“ผ่านมาสามปีแล้ว นายน่าจะใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นบ้างนะวชิระ ฉันเห็นนายอยู่แต่ตำรามาตลอด เรียนจบแพทย์ตั้งแต่อายุยี่สิบ แถมยังศึกษาการแพทย์ที่อเมริกาโดยใช้เวลาแค่สองปี ฉันถามจริงๆ ตลอดยี่สิบสามปีของนายนี่ไม่คิดจะไปจีบหญิงบ้างหรือไง” คำถามของเพื่อนสนิททำให้วชิระมองตามอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย
“นั่นมันเรื่องของฉัน ว่าแต่นาย ถ้าไม่มีอะไรก็ออกไปได้แล้ว ฉันจะรีบเคลียร์งานเพราะพรุ่งนี้ฉันไม่ว่าง”
“เฮ้อ นายก็เป็นแบบนี้ทุกที จะไม่ให้เพื่อนๆเป็นห่วงได้ไง” นพดลบ่นงึมงำก่อนจะยอมออกจากห้องไป เมื่อรู้ว่าอารมณ์ของเพื่อนอยู่ในระดับไหน เหนื่อยมามากขนาดนี้ทำไมไม่หยุดพักบ้างนะ
เมื่อเพื่อนออกไปพ้นประตู วชิระจึงวางเอกสารลงแล้วเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า มือเรียวยกขึ้นนวดศีรษะคลายอาการปวดหัวของตนพร้อมเฝ้าถามตัวเองว่า ในเมื่อเขาไม่เหลือใครแล้วเขาจะทนเหนื่อยแบบนี้ไปเพื่อใครกัน แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นเช่นเดิม
‘เพื่อช่วยเหลือผู้คนให้มีชีวิตอยู่กับคนที่รักต่อไป’
บทล่าสุด
#183 บทที่ 183 บทพิเศษ หึงหวงเป็นเหตุ 2 (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/7/2026#182 บทที่ 182 บทพิเศษ หึงหวงเป็นเหตุ 1
อัปเดตล่าสุด: 4/7/2026#181 บทที่ 181 บทพิเศษ เป่าอี้ฟาน 6 (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/7/2026#180 บทที่ 180 บทพิเศษ เป่าอี้ฟาน 5
อัปเดตล่าสุด: 4/7/2026#179 บทที่ 179 บทพิเศษ เป่าอี้ฟาน 4
อัปเดตล่าสุด: 4/7/2026#178 บทที่ 178 บทพิเศษ เป่าอี้ฟาน 3
อัปเดตล่าสุด: 4/7/2026#177 บทที่ 177 บทพิเศษ เป่าอี้ฟาน 2
อัปเดตล่าสุด: 4/7/2026#176 บทที่ 176 บทพิเศษ เป่าอี้ฟาน 1
อัปเดตล่าสุด: 4/7/2026#175 บทที่ 175 บทพิเศษ เมื่อจอมทัพสวรรค์เปลี่ยนไป 2 (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/7/2026#174 บทที่ 174 บทพิเศษ เมื่อจอมทัพสวรรค์เปลี่ยนไป 1
อัปเดตล่าสุด: 4/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!













