บทนำ
ทว่าเสือยิ้มยากขี้ดุคนนี้กลับเอาคำว่า "น้า"
มาขีดเส้น และสร้างกำแพงไม่ให้เธอเข้าใกล้
หนำซ้ำ เขายังหนีไปเรียนต่อไกลถึงเมืองนอก
ไม่ว่าพราวนภาจะเพียรพยายามมากแค่ไหน
แต่นฤบดินทร์ ก็มักถอยห่างออกไปหนึ่งก้าวเสมอ
แต่เมื่อเขากลับมา
ดูเหมือนว่านฤบดินทร์จะเปลี่ยนไป
จากที่ไม่เคยเข้าใกล้ เขากลับโอบ เบียด กระแซะ
และหาเรื่องถึงเนื้อถึงตัวกับเธอตลอด
เป็นเพราะเขาไปอยู่เมืองนอกมานาน นิสัยถึงเปลี่ยนไป
หรือนี่คือนิสัยที่แท้จริงของผู้ชายหน้าตายคนนี้กัน
ฝากผู้ชายปากแข็งใจอ่อน กับผู้หญิงขี้อ้อนคู่นี้ไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ
^_^
บท 1
ร่างสมส่วนในชุดเสื้อยืดพอดีตัวสีชมพูกับกางเกงขาสั้นสีดำที่กำลังเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วจากการเล่นโรลเลอร์สเกตอยู่กลางถนนของหมู่บ้านนั้น เรียกความสนใจทั้งหมดของชายหนุ่มที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ตรงหน้าต่างห้องนอนของตัวเองได้ทันที เขาลอบถอนหายใจอย่างแผ่วเบาก่อนจะเอ่ยตัดบทกับคู่สนทนาแล้วกดวางสาย จากนั้นก็เดินออกจากห้องนอนลงไปยังสวนสาธารณะของหมู่บ้านเพื่อไปดักเจอหญิงสาว
อุปกรณ์ป้องกันก็ไม่ใส่ บอกตั้งหลายครั้งแล้วไม่รู้จักจำ!
แม้ในใจจะบ่น แต่ก่อนออกจากบ้านนฤบดินทร์ก็ยังอุตส่าห์หยิบน้ำดื่มขวดเล็กจากตู้เย็นติดมือไปด้วย เพราะเท่าที่เขาเห็นตอนมองจากหน้าต่างเมื่อครู่ พราวนภาไม่ได้พกน้ำหรืออะไรติดตัวเลยแม้แต่อย่างเดียว
ชายหนุ่มดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือ เลยสิบแปดนาฬิกามาได้ครึ่งชั่วโมงแล้วแต่ท้องฟ้ากลับเริ่มสลัวลงราวกับเป็นช่วงหัวค่ำทั้งที่ไม่ใช่ฤดูหนาวแต่กลับมืดเร็วกว่าปกติ เพื่อนบ้านที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีหลายคนต่างพากันจูงลูกจูงหลานทยอยกลับบ้านใครบ้านมัน เขายกมือไหว้คนเหล่านั้นเพื่อทักทายก่อนจะหย่อนตัวบนม้านั่งแล้วรออย่างใจเย็น
ไม่นานนัก นฤบดินทร์ก็เห็นร่างคุ้นตาเคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียวมาจากที่ไกล ๆ เขาจ้องเขม็งไปที่ร่างนั้น หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายวิ่งอยู่กลางถนนโดยไม่สนความปลอดภัยของตัวเอง
ชายหนุ่มรอจนกระทั่งพราวนภาใกล้มาถึงตรงที่ตนนั่งอยู่จึงตัดสินใจลุกขึ้นยืนทันทีก่อนที่อีกฝ่ายจะวิ่งผ่านไป
“พราว!” เขาเรียกเธอด้วยเสียงที่ไม่ดังและไม่เบาเกินไป ทว่ากลับทำให้เจ้าตัวตกใจจนสเกตเสียหลักล้มก้นกระแทกพื้นอย่างแรง
“ว้าย!” พราวนภาร้องได้แค่นั้น ใบหน้าก็เหยเกด้วยความเจ็บปวดพลางเอามือวางบนสะโพกของตน
“พราว! เป็นอะไรรึเปล่า เจ็บตรงไหนให้น้าดูหน่อยซิ” นฤบดินทร์ปรี่เข้ามาทรุดตัวลงใกล้ ๆ ด้วยความร้อนใจ หัวคิ้วของเขาขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นแผลถลอกเป็นทางยาวบนเรียวขาของอีกฝ่าย เขาได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจที่ตนเป็นต้นเหตุให้หญิงสาวเกิดอุบัติเหตุจนเจ็บตัว
“เจ็บไปทั้งตัวเลย ทำไมพี่ดินไปนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวล่ะ” เธอทำหน้าง้ำ
“ก็ไปรอเรานั่นแหละ ใกล้ค่ำแล้วจะออกไปวิ่งเล่นทำไม แล้วน้าบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าเวลาจะเล่นสเกตให้ใส่สนับเข่ากับหมวกกันน็อกด้วยทำไมไม่ใส่”
“อะไรเนี่ย หนูพราวกำลังเจ็บนะ พี่ดินอย่าดุสิ” เธอมองเขาด้วยสายตาออดอ้อนที่มักทำเป็นประจำเวลาถูกเขาดุหรือว่ากล่าวตักเตือน และเขาก็ต้องยอมลงให้ทุกครั้งไป
“ลุกไหวไหมเนี่ย” เขาถามเสียงอ่อนพลางยื่นมือออกไปให้เธอใช้ยึดเหนี่ยวเวลาลุกขึ้นยืน แต่หญิงสาวกลับกางแขนออกทั้งสองข้างแล้วชูขึ้นพร้อมกับพูดว่า
“อุ้ม”
นฤบดินทร์ถอนหายใจแผ่วอย่างอ่อนใจ “พราว เธอไม่ใช่เด็กแล้วนะ น้าจะอุ้มเธอได้ยังไง มันน่าเกลียด”
“น่าเกลียดตรงไหนกัน ก็พราวลุกไม่ไหวนี่นา พี่ดินจะให้พราวคลานกลับบ้านรึไง เร็ว ๆ สิเดี๋ยวก็มีรถขับผ่านมาหรอก ตอนนี้พราวนั่งอยู่กลางถนนเลยนะ” เธอยังคงกางแขนค้างไว้อยู่อย่างนั้น ขณะที่เขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะไม่อยากทำตัวใกล้ชิดกับหญิงสาวมากเกินไปนัก...แต่สุดท้ายเขาก็แพ้สายตาออดอ้อนของเธออยู่ดี
“ถ้าอย่างนั้นก็ขี่หลังน้าละกัน” เขาพูดพลางหันหลังให้พราวนภา ยังไม่ทันตั้งหลักดีเจ้าตัวก็เอาแขนมาโอบรอบคอเขาไว้ นฤบดินทร์จึงใช้แขนเกี่ยวขาทั้งสองข้างของเธอแล้วพูดโดยไม่หันไปมองคนที่วางคางเกยไว้กับบ่าของเขาอย่างสนิทสนม
“พร้อมรึยัง จะลุกขึ้นแล้วนะ” เขานับถึงสามก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเริ่มออกเดิน
“พี่ดิน” เสียงหวานใสของหญิงสาวดังอยู่ข้างหูจนชายหนุ่มต้องเบี่ยงหน้าไปทางอื่นเพราะต้องการรักษาระยะห่างระหว่างกัน
“บอกกี่ทีแล้วว่าให้เรียกน้า” ตั้งแต่มัลลิกา พี่สาวของนฤบดินทร์แต่งงานกับภาวิน บิดาของพราวนภา เขาก็แทนตัวเองว่าน้ามาตลอด แต่หญิงสาวกลับยังคงเรียกเขาว่าพี่มาตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ยอมเรียกน้าแม้แต่ครั้งเดียว
“ไม่เอา เรียกพี่ติดปากมาตั้งแต่เด็กแล้วนี่” เธอถอนหายใจแผ่วก่อนพูดต่อ
“จะไปเรียนต่อเมืองนอกจริง ๆ หรือ”
“อืม” นฤบดินทร์ตอบสั้น ๆ ตอนนี้เขาเรียนจบปริญญาตรีแล้ว และกำลังจะไปศึกษาต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
“ไม่ไปได้ไหม” น้ำเสียงออดอ้อนของเธอทำให้ชายหนุ่มต้องหลับตาลงเพื่อเก็บความรู้สึก
“ไม่ได้” เขาตอบห้วน ๆ เพราะคร้านจะอธิบายให้หญิงสาวได้เข้าใจ
“หนูพราวไม่อยากให้ไปนี่นา อย่าไปเลยนะ” ไม่พูดเปล่า แต่พราวนภากลับรัดวงแขนโอบรอบคอเขาแน่นขึ้นกว่าเดิมพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนแก้มของเธอเฉียดแก้มของเขาไปนิดเดียวเท่านั้น ทำให้ชายหนุ่มต้องรีบเบี่ยงหน้าให้ห่างออกมา รู้ดีว่าหญิงสาวคงไม่รู้สึกถึงความชิดใกล้ที่มากเกินไป หากแต่เขานั้นรับรู้ได้เป็นอย่างดี
“อยู่เฉย ๆ สิจะกอดคอทำไม มันอึดอัด!” เขาจำเป็นต้องดุเธอ มิเช่นนั้นหญิงสาวก็คงเผลอเอาตัวมาใกล้ชิดกับน้าอย่างเขามากเกินพอดีอีก
“ดุอีกแล้ว ดุอยู่นั่นแหละ พี่ดินน่าเบื่อ” เธอทำเสียงกระเง้ากระงอดอย่างไม่สบอารมณ์ เขาเองก็ไม่อยากต่อปากต่อคำกับเธออีกจึงปิดปากเงียบไปจนกระทั่งถึงบ้านของพราวนภา และไปส่งหญิงสาวถึงห้องรับแขกซึ่งตอนนี้มัลลิกากำลังนั่งดูโทรทัศน์โดยมีบุตรชายบุตรสาวอย่างภานุภัทร์กับภัทร์นรินท์ ฝาแฝดชายหญิงนั่งเล่นเกมอยู่ด้วยกันอีกมุมหนึ่ง
“พี่มะลิ ทำแผลให้หนูพราวด้วย” เขาบอกพี่สาวไว้แค่นั้นแล้วก็เดินออกจากบ้านมาทันทีโดยไม่คิดจะตอบคำถามของมัลลิกาที่ถามไล่หลังมาเพราะรู้ดีว่าพราวนภาคงเป็นฝ่ายตอบแม่เลี้ยงเอง
...ไม่ไปได้ไหม...อย่าไปเลยนะ...
น้ำเสียงเว้าวอนของพราวนภาดังขึ้นในหัวขณะที่ชายหนุ่มเดินกลับบ้านของตนที่อยู่หลังถัดไป
ใช่ว่าเขาอยากไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเสียเมื่อไร แต่เขาจำเป็นต้องไป และไม่ว่าใครก็ห้ามความตั้งใจของเขาไม่ได้ด้วย
เขาขอเวลาแค่สามปีเท่านั้น ถ้าหลังจากสามปีนี้ทุกอย่างยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เขาจะได้ตัดสินใจสักทีว่าควรทำอย่างไรต่อไป
บทล่าสุด
#102 บทที่ 102 บทส่งท้าย รักคนอื่นไม่เป็น - 100%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#101 บทที่ 101 บทส่งท้าย รักคนอื่นไม่เป็น - 70%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#100 บทที่ 100 บทส่งท้าย รักคนอื่นไม่เป็น - 35%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#99 บทที่ 99 บทที่ 27 หนุ่มออฟฟิศ - 100%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#98 บทที่ 98 บทที่ 27 หนุ่มออฟฟิศ - 70%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#97 บทที่ 97 บทที่ 27 หนุ่มออฟฟิศ - 35%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#96 บทที่ 96 บทที่ 26 ตีตราจอง - 100%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#95 บทที่ 95 บทที่ 26 ตีตราจอง - 70%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#94 บทที่ 94 บทที่ 26 ตีตราจอง - 35%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#93 บทที่ 93 บทที่ 25 เข้าหาผู้ใหญ่ - 100%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ดวงใจธาม
‘ขวัญจิรา’ จำเป็นต้องสวมบทภรรยาของ ‘ธาดา’ ตามคำขอร้องของเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งนายจ้าง การเดินทางมาอยู่ใกล้เขาอีกครั้งทั้งที่เกลียดขี้หน้ากันจึงเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย แต่ใครอีกคนกลับเฝ้ารอการมาถึงของเธออย่างใจจดใจจ่อ พยายามทำทุกอย่างให้เธอเห็นว่าเขาในวันนี้กับเขาในอดีตนั้นแตกต่างกันแค่ไหน และพยายามทำให้เธอรู้...ว่าในหัวใจของเขานั้นมีใครซ่อนอยู่
ธาดา - คำสัญญาไร้สาระของคุณยายทำให้เขาตกที่นั่งลำบาก จึงจำเป็นต้องดึงเธอคนนั้นให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในครั้งนี้ เขาจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอมาอยู่ใกล้ หลังจากปล่อยให้เวลาผ่านมานาน นานจนไม่กล้าปล่อยให้เธออยู่ไกลจากสายตาไปได้อีก
ขวัญจิรา – เธอไม่ได้เต็มใจมาช่วยเขาเพราะคิดเสมอว่าเขากวนประสาทและไม่น่าคบค้าสมาคมด้วย แต่เมื่อได้อยู่ใกล้ ได้ลองเปิดใจมองเขาในมุมใหม่ๆ สิ่งที่เคยคิดไว้กลับตรงข้ามไปเสียทุกอย่าง เพราะนอกจากเขาจะดีกับเธอมากแล้ว ยังขยันทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเธอแปรเปลี่ยนไปเสียเหลือเกิน
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
ความรักที่หายไป
เขายังพาผู้หญิงที่ฉันเกลียดมาอยู่ต่อหน้าฉันแล้วพูดว่า "ลินทร์พิตาตั้งท้องแล้ว"
ทุกคนรู้ว่าฉันรักวรธันย์หมดหัวใจ เพื่อเขา ฉันยอมเสียสละทุกอย่างที่มี แม้กระทั่งทำให้ปลายนิ้วที่ใช้เล่นเปียโนของฉันบาดเจ็บอย่างถาวรเพื่อช่วยชีวิตเขา...
พวกเขาทุกคนหัวเราะเยาะฉัน แต่ฉันก็เซ็นเอกสารหย่าอย่างเด็ดเดี่ยวและจากไปตลอดกาล
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
เจ้าพ่อมาเฟีย
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













