บทนำ
เมื่อปุณณวิชญ์วิศวกรหนุ่มมาดเข้มต้องมาปะทะคารมกับ กัลยณัฏฐ์ครูสาวร่างเล็กที่เขาเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กมัธยมจอมรั้น เพียงเพราะลูกโลกจำลองใบเดียว! จาก "ลุง" จอมกวนในสายตาเธอ สู่ "ชายหนุ่ม" ผู้เข้ามาสั่นคลอนกำแพงหัวใจที่เธอสร้างไว้เพื่อปิดกั้นอดีตอันแสนเจ็บปวด
ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายริมคลองอัมพวาและเสน่ห์ของโอบรักโฮมสเตย์ความผูกพันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นผ่านความใกล้ชิดและการเรียนรู้ตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน เขาจะพิสูจน์ให้เธอเห็นได้อย่างไรว่าความรักครั้งนี้จะไม่ใช่การหลอกลวงเหมือนที่ผ่านมา และเธอจะกล้าเปิดใจรับ "รักครั้งใหม่" ที่จะเข้ามาโอบล้อมชีวิตเธอไปตลอดกาลหรือไม่?
ร่วมสัมผัสเรื่องราวความรักที่อบอุ่นละมุนหัวใจ ที่จะทำให้คุณรู้ว่า... ไม่ว่าอดีตจะเคยบอบช้ำเพียงใด แต่ความรักที่แท้จริงจะรอคอยคุณอยู่ที่เดิมเสมอ ใน "โอบรักด้วยหัวใจ"
บท 1
“หนูดี จะไปไหนแต่เช้า วันนี้ไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอครับ” เสียงตะโกนถามเมื่อเห็นเด็กสาวถือกระเป๋าใบเล็กเหมือนคนกำลังเตรียมตัวออกจากบ้านทั้งๆ ที่ยังไม่ทานอาหารเช้า
“ไปช่วยพี่โอปทำห้องค่ะน้าวิชญ์ หนูดีไปก่อนนะคะ” เจ้าตัวตอบอย่างรวดเร็วแล้วรีบวิ่งออกไปโดยไม่ได้ทานอาหารเช้า ปุณณวิชญ์ทำหน้างงๆ เพราะเขาเองพึ่งจะกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้ไม่กี่วัน
ปุณณวิชญ์หรือน้าวิชญ์ของเด็กสาวนั้นพึ่งกลับมาอยู่ที่บ้านได้ไม่กี่วัน เพราะส่วนใหญ่จำใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ชายหนุ่มเข้าไปเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากนั้นก็เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยและหลังเรียนจบก็ทำงานที่นั่นมาตลอดจนถึงตอนนี้
เขาไม่ได้กลับมาอยู่กับพี่สาวคนเดียวที่เปรียบเสมือนทั้งแม่และพี่สาวนานแล้ว มารดาของปุณณวิชญ์นั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเรียนอยู่ ปี 2 ก็มีแต่พี่สาวของเขาที่คอยช่วยเหลือส่งเสียให้ชายหนุ่มได้เรียนจบโดยไม่ลำบากนัก
เมษาพี่สาวของเขานั้นมีลูกสาวหนึ่งคนชื่อพิจิกาหรือที่เขาเรียกว่าหนูดี พี่สาวของเขานั้นเป็นครูสอนภาษาไทยอยู่ที่โรงเรียนตัวอำเภอเมืองสมุทรสาคร ขับรถไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงโรงเรียน บ้านหลังที่เขามาอาศัยอยู่นี้ก็เป็นบ้านเดิมของบิดามารดาซึ่งเขาและพี่สาวอาศัยมาตั้งแต่เด็กๆ บ้านไม่ใต้ถุนสูง ด้านบนมีหน้าต่างเปิดรับลมรอบด้านทำให้อากาศไม่ร้อนเท่าไหร่ ข้างบ้านก็เป็นสวนผลไม้มีทั้งส้มโอ มะม่วง ชมพู่ ลิ้นจี่และเป็นที่มาของรายได้เสริมของครอบครัว
“หนูดีเค้าไปช่วยงานที่โอบรักโฮมสเตย์น่ะวิชญ์” เมษาเดินออกมาพร้อมกับชามเซรามิกใส่ข้าวต้มกุ้งกลิ่นหอม เมื่อเธอเห็นสีหน้าของน้องชายแล้วเมษาก็รีบอธิบายให้ฟัง
“โอบรักโฮมสเตย์ เป็นโฮมสเตย์ติดคลองอัมพวา เดี๋ยวนี้คนนิยมมาดูหิ่งห้อยกันที่นี่เยอะๆ ชาวบ้านจึงนิยมทำโฮมสเตย์กันเยอะ อย่างโอบรักโฮมสเตย์นี่ก็เป็นของครูกัลยาที่ลาออกมาทำเพราะมีบ้านติดริมคลอง เลยปรับปรุงบ้านเดิมให้มีห้องพักน่าจะสัก 10 ห้องได้ หนูดีมักจะไปช่วยทำความสะอาดห้องในวันหยุดแลกกับค่าจ้างเล็กๆ น้อยๆ ครูเธอใจดีทั้งสองคน อยากให้หนูดีมีรายได้พิเศษและยังได้ฝึกภาษาด้วย”
“ได้ฝึกภาษาด้วยเหรอครับ”
“ก็ใช่นะสิ มีชาวต่างชาติมาพักอยู่บ่อยๆ”
“มีชาวต่างชาติมาพักด้วยเหรอครับพี่ษา” เขาถามอย่างนึกสงสัยเพราะช่วงหลังมานี้เขาเองก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านที่อัมพวาบ่อยนัก และคิดว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติน่าจะพักที่โรงแรมใหญ่มากกว่า
“มีสิจ๊ะ ที่นี่เจ้าของเป็นครูสอนภาษาอังกฤษด้วยชาวต่างชาติชอบมาพักกัน ราคาที่พักก็ไม่แพง วันหยุดหนูดีก็มักจะไปขลุกอยู่ที่นู่นเป็นประจำ” เมษาอธิบายเพิ่มให้กับคนไม่ค่อยกลับบ้านฟัง
“อ๋อ” เขาพยักหน้ารับรู้แล้วหันไปทานข้าวต้มต่ออย่างใจเย็น เป็นเวลาเช้าที่เขาไม่ต้องรีบร้อนออกไปทำงานเหมือนตอนที่เขาอยู่กรุงเทพฯ
เวลาบ่ายคล้อยปุณณวิชญ์เริ่มปวดเมื่อยไปทั้งตัว หลังจากที่นั่งทำงานมาตั้งแต่หลังอาหารมื้อกลางวัน เมื่อเดินออกมาจากห้องนอนที่เขาหอบเอางานเข้าไปทำก็พบว่าทั้งบ้านเงียบเชียบ เมษาน่าจะเข้าไปดูแลผลไม้ในสวนตามที่บอกเขาไว้ในตอนเที่ยง
ในทีแรกนั้นปุณณวิชญ์จะตามไปด้วย แต่เมษาบอกว่าวันนี้ไม่มีงานอะไรมากแค่จ้างคนงานมาตัดแต่งกิ่งลิ้นจี่และทำทางระบายน้ำเพิ่มเท่านั้น ชายหนุ่มเปิดทีวีดูรายการเกมโชว์คลายเหงา
“น้าวิชญ์คะ ไปเดินตลาดน้ำกันไหมคะ” พิจิกาโผล่มาจากหน้าบันได หนูดีหรือชื่อจริงคือพิจิกาเป็นเด็กสาววัย 14 ย่าง 15 เป็นเด็กที่ร่าเริงสดใส มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ แม้เธอจะเสียพ่อไปตั้งแต่เรียนอยู่ป.3 แต่เมษาก็เลี้ยงลูกได้เป็นอย่างดี เธอเป็นทั้งพ่อและแม่จนทำให้พิจิกาไม่รู้สึกว่าขาดอะไร
“ไปสิ น้ากำลังเบื่อเลย ไม่ได้ไปเดินนานแล้วเหมือนกัน” ครั้งสุดท้ายที่ปุณณวิชญ์ไปเดินตลาดน้ำก็ตอนเรียนอยู่ชั้นปี 3 ตอนนั้นเขาพาเพื่อนๆ พักที่บ้านซึ่งนับถึงตอนนี้ก็หลายปีแล้ว
สองน้าหลานเดินออกมาจากบ้านแล้วพากันลัดเลาะไปตามซอยเล็กๆ กว่าจะถึงตลาดน้ำก็พระอาทิตย์เริ่มแตะขอบฟ้า เขายืนอยู่บนสะพานที่เชื่อมระหว่างสองฝั่งคลอง
เมื่อมองลงไปยังเบื้องล่างเห็นผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของกันขวักไขว่ ในบริเวณลำคลองมีเรือของพ่อค้าแม่ค้ามาขายอาหารและเรือบริการนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก พิจิกาเดินนำเขาไปไกลแล้ว เขารีบสาวเท้าตามไป ตลอดข้างทางมีร้านค้ามากมากทั้งขายขนม ขายของที่ระลึก ขายผลไม้สดๆ ขายอาหารทะเลที่ปิ้งจากบนเรือแล้วส่งให้ลูกค้านั่งทานริมคลอง
บรรยากาศดูคึกคักทำให้ชาวบ้านในแถบนี้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม เมื่อปุณณวิชญ์เดินผ่านร้านขายขนมไข่นกกระทาลูกโตน่าทาน ท้องเริ่มหิวขึ้นมาทันที
“ไข่นกกระทา 20 ครับ”แม่ค้าตักไข่นกกระทาสีเหลืองทองลูกโตใส่กระทงใบตองยื่นให้
“แถมด้วยสิพี่ใจ เพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?” พิจิกาตะโกนมาจากร้านขายลูกชิ้นปิ้งอยู่ถัดไปอีก 2 ร้านในปากยังเคี้ยวลูกชิ้นปิ้งตุ้ยๆ ปุณณวิชญ์และแม่ค้ามองหน้ากันแบบงงๆ
“อย่าบอกนะคะ ว่าจำกันไม่ได้” พิจิการีบเดินมาจากร้านลูกชิ้นปิ้งแล้วรีบอธิบายก่อนทั้งสองคนจะงงไปกว่านี้
“พี่ใจจำน้าวิชญ์ไม่ได้จริงๆ เหรอคะ” คนถูกถามยังมองหน้าชายหนุ่มแล้วคิ้วขมวด
“อย่าบอกนะว่านี่ปุณณวิชญ์” แม่ค้าถาม
“ใช่เราปุณณวิชญ์ เธอก็ดวงใจลูกป้าจันทร์ใช่ไหม”
เมื่อต่างคนต่างจำกันได้แล้วก็คุยกันเพื่อระลึกความหลัง ปุณณวิชญ์กับดวงใจนั้นเคยเรียนด้วยตั้งแต่สมัยประถมก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันไปตอนเรียนมัธยม
เมื่อคุยกันได้สักพักชายหนุ่มก็ขอตัวไปเดินชมตลาดน้ำต่อและทิ้งท้ายว่าวันหลังเขาจะหาเวลาไปคุยด้วยที่บ้าน ระหว่างทางที่เดินนั้นพิจิกาก็ทักทายพ่อค้าแม่ค้าไปตลอดทางเพราะคุ้ยเคยกันเป็นอย่างดี
ตลาดน้ำอัมพวาเริ่มเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมาได้หลายปีแล้ว เพราะการเดินทางสะดวกสบาย ยิ่งถ้ามีเวลาน้อยและมาจากรุงเทพฯ ก็ขับรถเพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึง ตลาดจะคึกคักมากในช่วงเย็นวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่วนในวันธรรมดาก็จะมีแต่ร้านที่เปิดเป็นห้องแถวเปิดบ้างเป็นบางร้านเท่านั้นเพราะพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ก็มักจะมีงานประจำทำกันทั้งนั้น
พอเดินไปสักพักก็ถึงท่าเรือที่มีเรือไว้บริการนักท่องเที่ยวทั้งไหว้พระและเรือสำหรับนั่งชมหิ่งห้อย ซึ่งมีทั้งแบบเหมาลำและนั่งไปกับคนอื่น ปุณณวิชญ์และพิจิกาเดินมาถึงหัวสะพานก็พากันข้ามไปอีกฝั่ง ในมือของทั้งสองคนเต็มไปด้วยทั้งของคาวของหวาน
“หนูดีครับ น้าว่าเรากลับบ้านกันเถอะ” ปุณณวิชญ์พูดพร้อมกับชูมือที่เต็มไปด้วยถุงพลาสติกใส่ของ
“อะไรกันคะน้าวิชญ์ อย่าบอกนะคะว่าเดินแค่นี้เหนื่อยแล้ว” พิจิกาอดที่จะเอ่ยเย้าน้าชายไม่ได้
“ไม่ได้เหนื่อยครับ แต่นี่มัน 2 ทุ่มแล้ว” ปุณณวิชญ์ชี้มือไปที่นาฬิกาข้อมือ
“ยังไม่ดึกเลยนะคะน้าวิชญ์” พิจิกาแก้ตัว เพราะเวลานี้ตลาดกำลังคึกคักเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวเดินเลือกซื้อของกันอย่างสนุกสนาน ปกติแล้วเธอก็มักจะมาเดินเที่ยวที่ตลาดเป็นประจำอยู่แล้วเพียงแต่วันนี้เธอรู้สึกสนุกกว่าทุกครั้งเพราะมีคนมาเดินด้วยซึ่งแต่ก่อนเธอก็จะเดินคนเดียวเสียมากกว่า
“น้ากลัวแม่เรานั่นแหละจะห่วงเพราะเราหายออกมาจากบ้านกันตั้งแต่ 5 โมงเย็นแล้วนะ”
“อุ๊ย! หนูดีลืมไปสนิทเลยค่ะน้าวิชญ์ แม่คงกำลังรอเราทานข้าวแน่ๆ เลย” เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเลยเวลาอาหารเย็นมาเกือบชั่วโมงแล้วพิจิกาก็รีบวิ่งนำหน้าปุณณวิชญ์ไปอย่างรวดเร็ว
“วันนี้ไม่มีผู้ช่วยเหรอจ๊ะปอ” กัลยาเจ้าของโอบรักโฮมสเตย์เอ่ยถามกัลยณัฏฐ์ลูกสาวคนเดียวที่กำลังปูผ้าปูที่นอนอยู่ในห้องพักที่แขกพึ่งจะเช็คเอาท์ไปเมื่อตอนสายๆ
“ถ้าแม่หมายถึงหนูดีก็มาแล้วค่ะ ปอให้ช่วยน้าณีเอาผ้าไปส่งที่ร้านค่ะ” คนตอบเอามือตบหมอนใบสุดท้ายก่อนวางไว้บนเตียงที่ปูผ้าไว้อย่างเรียบตึง ปกติแล้วโฮมสเตย์จะไม่ซักชุดเครื่องนอนเองเพราะการซักผ้าผืนใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้เครื่องซักผ้าแบบที่โรงแรมใหญ่ๆ ใช้กัน และด้วยข้อจำกัดของพื้นที่กัลยาจึงเลือกที่จะส่งผ้าไปซักยังร้านรับซักรีดถือเป็นการช่วยส่งเสริมอาชีพให้คนในชุมชนมีรายได้ร่วมกันอีกด้วย
“แล้วเหลืออีกกี่ห้องล่ะลูก ให้แม่ช่วยไหม”
“เหลืออีกห้องเดียวค่ะแม่” กัลยณัฏฐ์หันมาตอบผู้เป็นมารดา
“เหนื่อยไหมลูก” กัลยาถามเพราะตอนนี้ใบหน้าของลูกสาวชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“ไม่เหนื่อยเลยค่ะแม่ แล้วนี่แม่ทำขนมเสร็จแล้วเหรอคะ”
“เรียบร้อยจ้ะลูก” กัลยามักจะทำขนมไว้ให้แขกที่มาพักทานกับกาแฟในตอนเช้า ส่วนปองพลสามีนั้นก็เป็นคนคอยดูแลเรื่องทั่วไปที่เกี่ยวงานช่าง เพราะเขามีสวนผลไม้ที่ต้องดูแลอยู่ด้วยที่นี่มีลูกจ้างเป็นหญิงชื่อปราณีวัย 35 ปีเป็นคนคอยดูแลทำความสะอาดห้องพักแต่ถ้าเป็นช่วงวันหยุดก็ได้กัลยณัฏฐ์ที่ว่างจากการสอนหนังสือมาช่วยทำความสะอาดห้องและบางครั้งก็มีพิจิกามาช่วยด้วยอีกคน
เดิมทีกัลยานั้นเป็นครูแต่ก็เลือกที่จะเกษียณอายุก่อนกำหนดเพราะอยากพักและพอดีกับโฮมสเตย์เริ่มมีลูกค้ามากขึ้นเธอมาจึงดูแลตรงนี้อย่างเต็มที่
โอบรักโฮมสเตย์ตั้งอยู่บริเวณริมคลองอัมพวา ด้านที่ติดคลองเปิดโล่งมีห้องโถงกว้าง เชื่อมต่อกับระเบียงที่วางโต๊ะญี่ปุ่น 5 ตัวพร้อมเบาะรองนั่งสำหรับให้แขกที่มาพักซื้ออาหารในตลาดมารับประทาน ผิดกับบ้านฝั่งตรงข้ามที่แต่มีพื้นคอนกรีตยื่นออกมาเหมือนเป็นถนนให้คนเดินผ่านได้ คนจึงนิยมมาพักที่นี่มากกว่าเพราะเวลากลางคืนจะนั่งทานอาหารชมวิว
เวลามีเรือนักท่องเที่ยวที่ไปดูหิ่งห้อยผ่านมาก็โบกมือทักทายกันตามประสานักท่องเที่ยวด้วยกัน บ้านนี้สร้างมาก่อนหลังอื่นจึงมีพื้นที่กว้างที่เป็นบริเวณบ้านจริงๆ ไม่มีคนเดินผ่านทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง เวลาแขกที่จะมาพักก็ต้องจอดรถไปตรงบริเวณลานจอดรถหน้าวัดแล้วเดินเข้ามาทางประตูผ่านห้องพักและส่วนต้อนรับก่อนที่จะทะลุมาถึงห้องโถง เวลากลางคืนก็ปิดแค่ประตูทางเข้าส่วนห้องโถงนี้ก็เปิดไว้อย่างนั้นทั้งคืนไม่ต้องกลัวโจรขโมย เพราะไม่มีของมีค่าอะไร
บางครั้งนักท่องเที่ยวก็ให้ทางโฮมสเตย์โทรศัพท์ไปนัดกับคนขับเรือชมหิ่งห้อยให้แวะมารับนักท่องเที่ยวที่นี่เลยเพราะเรือทุกลำต้องผ่านทางนี้อยู่แล้ว ถ้านัดไว้เรือก็จะรับคนมาไม่เยอะพอรวมกับแขกของที่นี่ก็เต็มเรือพอดี
การขึ้นลงเรือก็ค่อนข้างสะดวกความสูงของเรือจะพอดีกับระเบียงโฮมสเตย์ ในตอนเช้าๆ จะมีพระพายเรือบิณฑบาต กัลยาจะเตรียมอาหารแห้งไว้สำหรับแขกที่มาพัก หลังจากใส่บาตรเสร็จแขกที่มาพักก็จะซื้ออาหารที่มีเรือพายมาขายตอนเช้า มีทั้งผัดไทย ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ ให้เลือกทานกันได้ตามสะดวกก่อนที่จะอาบน้ำแล้วออกไปเดินตลาดอีกรอบก่อนกลับ
สำหรับคนที่ไม่ชอบทานอาหารในมื้อเช้านั้นทางโฮมสเตย์ก็มีกาแฟ โอวัลตินและขนมต่างๆ เช่น คุกกี้ เค้กกล้วยหอม ขนมปังไส้กรอก ไส้หมูหยอง ขนมถ้วย ขนมชั้น ขนมตาล วุ้นแฟนซีสำหรับเด็กๆ หมุนเวียนกันไปซึ่งกัลยาทำเองบ้างซื้อจากชาวบ้านบ้างเตรียมไว้ให้ทานกันได้ตลอดเวลา
ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง เป็นห้องพักแบบที่มีห้องปรับอากาศทั้งหมดซึ่งพึ่งจะเพิ่มเข้ามาไม่กี่ปีมานี้เพราะอากาศเริ่มจะร้อนมากขึ้นทุกปี 5 ห้องพักอยู่บริเวณชั้นล่าง ของบ้านเป็นห้องพักสำหรับหนุ่มสาวที่ชอบเดินทางแบบแบ็คแพ็ค ไม่มีห้องน้ำในตัวแต่ทางโฮมสเตย์จัดห้องอาบน้ำไว้ให้ 3 ห้อง ห้องสุขาอีก 3 ห้องซึ่งก็นับว่าเพียงพอนักท่องเที่ยว อีก 4 ห้องอยู่บริเวณชั้นสองของบ้านเป็นห้องพักที่มีห้องน้ำในตัวสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยจะชอบพักห้องแบบนี้มากกว่าห้องพักแบบแรกเพราะชอบความสะดวกสบายและอีก 2 ห้องที่เหลือเป็นห้องขนาดสำหรับครอบครัวเพราะมีทั้งเตียงขนาดคิงส์ไซด์และเตียงสำหรับเด็กมีห้องน้ำในตัวเหมาะกับการพาลูกๆ มาเที่ยวพักผ่อนเป็นอย่างมาก
บทล่าสุด
#60 บทที่ 60 60 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#59 บทที่ 59 เราจำเป็นต้องห่างกันสักพัก
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#58 บทที่ 58 ผลของการกระทำ
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#57 บทที่ 57 อย่าเป็นอะไรเลยนะ 2
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#56 บทที่ 56 อย่าเป็นอะไรเลยนะ 1
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#55 บทที่ 55 ทำไมคนเคยใกล้ตัวถึงทำแบบนี้ 2
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#54 บทที่ 54 ทำไมคนเคยใกล้ตัวถึงทำแบบนี้ 1
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#53 บทที่ 53 ใครกันที่ทำเรื่องแบบนี้
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#52 บทที่ 52 เรื่องมันยังไม่จบ 2
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026#51 บทที่ 51 เรื่องมันยังไม่จบ 1
อัปเดตล่าสุด: 5/9/2026
คุณอาจชอบ 😍
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ร้อนรักคุณอามาเฟีย
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
รักปักใจ (เอญ่า x ฮันเตอร์)
So bad พี่ชายข้างบ้าน
ปากก็บอกน้องสาว แต่การกระทำของเฮียทำให้ดาวคิดไปไกล
แต่แล้ววันหนึ่งความสัมพันธ์ของเราก็เปลี่ยนไป
“ไม่ใช่ว่าดาวแย่ แต่ดาวเป็นเหมือนน้องสาวเฮียนะ เฮียคิดกับดาวแค่น้องเท่านั้น เมื่อคืนเฮียเมาดาวก็เห็น ทำไมดาวยัง…”
“นี่เฮียกำลังโทษดาวงั้นเหรอ” เขากำลังบอกเพราะฉันเข้าไปเสือกใช่ไหม
“ก็ถ้าดาวไม่เข้ามายุ่ง ผู้หญิงที่เฮียนอนด้วยต้องไม่มีวันเป็นดาว”
“ใช่ ดาวผิดเองแหละ ถ้าดาวไม่เสือก ดาวก็คงไม่ต้องเจ็บแบบนี้ เฮีย…ดาวถามจริง ๆ นะ เฮียโง่หรือแกล้งโง่ถึงมองไม่ออกว่าดาวระ…”
“อย่าพูดมันออกมา เฮียไม่อยากฟัง เฮียเห็นดาวเป็นน้องมาตลอด เฮียไม่เคยคิดเกินเลยกับดาว”













