บทนำ
“ฉันเกลียดเธอ ได้ยินไหม ว่าเกลียดมาก!!!!”
“ฮึก...”
“ถ้าไม่มีเธอกับครอบครัว เรื่องทุกอย่างมันคงไม่เป็นแบบนี้”
“เก้า...เก้าไม่รู้ พี่ภัทรขา อย่าโกรธเก้านะคะ”
“เธอมันตัวซวย ออกไปให้พ้น!!!”
“ฮือๆ พี่ภัทรใจร้าย ไม่รักเก้าแล้วใช่มั้ยคะ”
“ไม่! ฉันเกลียดเธอ ถ้าไม่มีเธอสักคน ชีวิตฉันคงดีกว่านี้อีกพันเท่า”
ใช่... เสียงสุดท้ายที่ได้ฟังวันนั้นยังคงซึมลึกอยู่ในทุกลมหายใจเข้าออก ฉันในวัยสิบเอ็ดปี ต้องเสียทุกอย่างในชีวิตไปพร้อมๆ กับเขา คนที่ฉันคิดว่าเป็นคนดีที่สุดในชีวิตเด็กหญิงตัวเล็กๆ แบบฉัน
บท 1
“ยายเก้า ยายเก้า”
“ขา... มาแล้วค่ะ” สิ้นเสียงตอบรับ ก็มีสาวน้อยน่ารักวัยยี่สิบสามปี วิ่งเสียงโครมครามดังมาจากห้องครัว
หนูเก้าหรือกานต์พิชชา เด็กสาวร่างท้วม ใบหน้าสะสวย ผมยาวสีน้ำตาลอ่อนถูกมัดเป็นทรงหางม้าสูง ผิวขาวอมชมพูหมดจดตามแบบฉบับคุณหนูทั่วไป
แต่เมื่ออยู่ที่นี่ ณ ไร่จอมใจ แห่งนี้ เธอจะเป็นเพียงเด็กที่คุณมาลัยเจ้าของไร่แห่งนี้ เมตตารับอุปการะเธอไว้เท่านั้น เพราะเธอไม่มีญาติที่ไหน พ่อแม่เธอย้ายมาอยู่เชียงรายได้ไม่นานก่อนจะเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์
“คุณย่าเรียกเสียงดังจังเลยค่ะ มีอะไรให้หนูรับใช้คะ” น้ำเสียงหวานๆ ติดหอบนิดๆ เอ่ยถาม
“ย่าแค่ไม่เห็นเราอยู่ในไร่น่ะ แล้วนี่เราขึ้นมาทำอะไรในครัว หืม..” หญิงสูงวัยเอ่ยถาม พลางมองเธออย่างพินิจพิเคราะห์ไปในที
หญิงสาวที่นางรับอุปการะตั้งแต่อายุสิบเอ็ดปี เติบโตมาท่ามกลางความรักที่นางพอจะมอบให้ได้ เนื่องจากพ่อและแม่ของหญิงสาวเสียชีวิตลงพร้อมบุตรชายและลูกสะใภ้ของนาง
และนับตั้งแต่ที่ลูกชายคนเดียวจากไป ก็ทำให้คุณมาลัย ต้องลุกขึ้นมาดูแลงานต่างๆ ด้วยตัวเองบ้างในบางส่วน เพราะพื้นที่อาณาเขตไร่ส้มและไร่ชาแห่งนี้กว้างเกินกว่าที่หลานชายคนเดียวจะทำไหว
แม้หลานชายจะแสดงให้เห็นว่าดูแลได้ดีเพียงไหน แต่ด้วยความเป็นห่วงและความผูกพันกับพื้นที่แห่งนี้ จึงทำให้ไม่อยากวางมือจากงานมากนัก
“เก้าขึ้นมาคั้นน้ำส้มเตรียมไว้ค่ะ เผื่อคุณย่าออกจากไร่มาทานมื้อกลางวัน” หญิงสาวเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มจนเห็นฟันขาว
“แล้วนี่เจ้าภัทร หายไปไหน ไม่เจอพี่เขาหรือลูก”
“เค้าไม่อยากเจอหนูหรอกค่ะคุณย่า ดีซะอีก จะได้ไม่ต้องมาแดกดันให้หนูต้องเหนื่อยใจอีก” พูดไปก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าที่หายไป
ศิรภัทร หลานชายคนเดียวของเจ้าของไร่แห่งนี้ ผู้ที่เกลียดชังเธอนักหนาและคอยตอกย้ำความรู้สึกที่แสนจะเจ็บปวดให้เธอมาตลอดสิบกว่าปี
นึกถึงใบหน้าของชายหนุ่ม ก็ทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเหนื่อยใจอย่างที่เป็นอยู่ เพราะศิรภัทรมักจะใช้วาจาเจ็บแสบเฉือนอารมณ์เธออยู่เสมอ ต่างจากสิบสองปีที่แล้ว...ขณะที่เขายังเป็นพี่ชายที่แสนดี เป็นพี่ภัทรผู้อ่อนโยนแก่เด็กหญิง
หลังพ่อแม่เธอจากไป ตลอดระยะเวลาที่ใช้เวลาอยู่ที่ไร่นี้ ไม่มีวันไหนที่เธอกับเค้าจะพูดด้วยถ้อยคำดีๆ เหตุการณ์ต่างๆ ทั้งคำพูดและน้ำเสียงของชายหนุ่มเปลี่ยนไป ตั้งแต่วันที่พ่อแม่ของเธอและเขาจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์พร้อมกัน เขาโทษว่าเป็นความผิดพ่อแม่ของเธอก็เลยเหมาเอาว่าเธอก็เป็นตัวซวย
“เฮ้อ!... ยายเก้า ย่าล่ะสงสารเราจริงๆ” คุณมาลัยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแบบคนปลงไม่ตก
“หนูชินแล้ว ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ”
หญิงสาวพยายามฝืนยิ้มส่งไปให้ รู้ดีว่ารอยยิ้มของเธอ ทำให้หญิงสูงวัยมีความสุข และมีรอยยิ้มกลับมาเสมอ
“แล้วนี่เราจะกินข้าวพร้อมย่าไหม อีกเดี๋ยวเจ้าภัทรคงมา ให้เจ้าทินไปตามแล้ว”
“ไม่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะพาลทำให้คุณภัทรของคุณย่าอารมณ์เสีย”
“ขนาดนั้นเชียวหรือ”
“โธ่! คุณย่าขา ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นอยู่นี่คะ”
“มันไม่ใช่ความผิดเรานี่ ยายเก้า” หญิงชราไม่เถียง แต่พยายามอธิบายความจริงที่เกิดขึ้น
“แต่คุณภัทรคิดว่าใช่ เก้าเหนื่อยจะสู้แล้วนะคะ เหนื่อยมาก”
ท้ายเสียงลากยาวพร้อมกับส่งยิ้มหวานๆ และทำตาปริบๆ ส่งไปให้หญิงชราอย่างออดอ้อน
“เอาล่ะๆ ไม่กินก็ไม่เป็นไร คั้นน้ำส้มมาเผื่อเจ้าภัทรสักแก้วนะลูก”
“ค่ะ งั้นเดี๋ยวเก้ารีบไปจัดการก่อนนะคะ เสร็จแล้วจะรีบลงไปช่วยป้านางในโรงอาหารคนงานค่ะ”
“นางไม่มีคนช่วยหรือลูก เราถึงต้องลงไป”
“มีสิคะ แต่ว่าหนูเบื่อเฉยๆ อยากลงไปเอง”
หญิงชราเพียงพยักหน้าเบาๆ ก่อนสาวร่างท้วมจะวิ่งกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง สิบสองปีที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ทิฐิในใจหลานชายเบาบางลงแม้แต่นิดเดียว สงสารก็แต่เด็กสาวที่นางรักเหมือนหลานคนนี้ จะทนเจ็บทนปวดกับความรู้สึกแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน
ศิรภัทรเป็นดั่งแก้วตาดวงใจที่เฝ้าคอยถนอมเลี้ยงดูมาตั้งแต่พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิต หลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเด็กหนุ่มวัยรุ่นในวัยสิบเก้าปี กลายเป็นเด็กที่ไม่ร่าเริงและชอบเก็บตัว
แม้จะผ่านมานานแล้ว ชายหนุ่มก็ยังไม่คลายทิฐิในใจแม้แต่น้อย เนื่องด้วยคิดเพียงว่าหากพ่อแม่ของกานต์พิชชาไม่ชวนท่านทั้งสองออกไปในเมืองด้วยมันคงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าล่ำสันอย่างคนออกกำลังกายเสมอ ใบหน้าคมคร้าม คิ้วโก่งและดกดำ ดวงตาสีน้ำตาลคมวาว มีเสน่ห์มากจนหญิงสาวคนงานในไร่มักจะเพ้อถึงเสมอ ด้วยรูปร่างที่แข็งแรงกำยำ และสีผิวที่เป็นสีแทนนั้น บ่งบอกได้ถึงการเจอแดดอยู่บ่อยครั้ง เนื่องด้วยชายหนุ่มมักจะลงไปดูงานและคุมงานด้วยตัวเองในทุกวัน ตากแดดตากลมบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในไร่ในสวนหรือเรื่องในออฟฟิศ เขามักจะแบ่งเวลาและดูแลงานต่างๆ ที่ต้องแบ่งเบาจากผู้เป็นย่าได้ดีเสมอ ลูกน้องมักจะเรียกกันสั้นๆ ติดปากว่า ‘นาย’
“นายครับ”
“ว่าไง ไอ้ทิน วิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว” ชายหนุ่มเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นผู้มาใหม่เดินเข้ามาใกล้ตัวเอง
‘ทิน’ ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปี ลูกน้องคู่ใจของเขาที่อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด อายุน้อยกว่าเขาหกปี นายทินเป็นลูกไล่ลูกชนกับเขามาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต
แม้จะเรียนหนังสือน้อยเพราะขี้เกียจเรียนบวกกับหัวไม่ค่อยดี แต่ก็เป็นคนที่ศิรภัทรไว้ใจและยกให้เป็นลูกน้องคนสนิทข้างกายเพียงคนเดียว แม้จะมีนิสัยพาซื่อไปบ้าง แต่เรื่องงานที่ได้รับมอบหมายแต่ละเรื่อง นายทินไม่เคยเป็นสองรองใครเลย
บทล่าสุด
#92 บทที่ 92 ส่งท้าย... ท้ายสุด
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#91 บทที่ 91 ตอนพิเศษ 3 (3)
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#90 บทที่ 90 ตอนพิเศษ 3 (2)
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#89 บทที่ 89 ตอนพิเศษ 3 (1)
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#88 บทที่ 88 ตอนพิเศษ 2 (3)
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#87 บทที่ 87 ตอนพิเศษ 2 (2)
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#86 บทที่ 86 ตอนพิเศษ 2 (1)
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#85 บทที่ 85 ตอนพิเศษ 1 (3)
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#84 บทที่ 84 ตอนพิเศษ 1 (2)
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026#83 บทที่ 83 ตอนพิเศษ 1 (1)
อัปเดตล่าสุด: 5/22/2026
คุณอาจชอบ 😍
เด็กเนิร์ด - มาเฟียกับเมียเด็กแว่น
แต่ใครจะไปรู้ภายใต้เด็กหนุ่มใส่แว่นถ้าเป็นผู้ชายที่ทั้งหุ่นดีและเซ็กซ์จัด
"ปากดีนัก ทีนี้จะกล้าล้อฉันว่าเป็นเด็กเนิร์ดอีกมั้ย หื้มม...."
เจ้าพ่อมาเฟีย
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
ภรรยาลับของคุณหมอปัณ
นภัสสรยอมแลกศักดิ์ศรีเพื่อชีวิตแม่
ขณะที่หมอปัณ… ผู้ชายเย็นชาที่ไม่เชื่อในความดีของใคร กลับลงโทษเธอจากความเข้าใจผิดในคืนหนึ่งที่เปลี่ยนชะตาไปตลอดกาล
เขาเรียกเธอว่า... ผู้หญิงหน้าเงิน แต่กลับกักขังเธอไว้ข้างกายด้วยเงินและความปรารถนา
เมื่ออดีต ความลับ และเด็กในท้องปรากฏขึ้น ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อ… จะกลายเป็นความรัก หรือพันธะที่ไม่มีวันหลุดพ้น
นิยายดรามาร้อนแรง จากความแค้น สู่รักที่เจ็บที่สุด
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













