บทนำ
ใช่แล้ว เธอมีมิติ มิติที่เป็นศูนย์รวมทุกอย่างในกิจการของเธอ พร้อมคฤหาสน์หลังงาม แม้ว่าจะมีของมากมายให้เลือกใช้ แต่ยุคนี้เธอดันทะลุเข้ามาในปี 1973 ซึ่งเป็นยุคข้าวยากหมากแพง สุดแสนจะลำบาก ทำการค้าก็ไม่ได้นอกจากจะแอบไปตลาดมืด
อีกทั้งร่างนี้อายุเพียงสิบสองปีเท่านั้น แต่ช่างมัน อันดับแรกต้องเอาปากท้องครอบครัวให้อิ่มก่อน และเธอกับพี่ใหญ่จะต้องได้เรียนหนังสือ ส่วนบ้านย่าร้ายมาร้ายกลับไม่โกงค่ะ
บท 1
บทที่ 1 นางร้ายมาเฟีย
ริชชี่นางร้ายแนวหน้าของประเทศ เบื้องหน้าคือนักธุรกิจร่ำรวยเงินทอง เบื้องหลังคือมาเฟียสาวที่ฆ่าคนไม่กะพริบตา เธอคือลูกเลี้ยงของมาเฟียตัวร้ายในอิตาลี่ ที่มีเครือข่ายทั่วโลก
“คุณริชชี่ครับ วันนี้ต้องส่งสินค้า คุณจะไปเองไหมครับ” นพดลมือขวาของริชชี่เขาเปรียบเสมือนพี่ชายของเธอเอ่ยถาม
“ไปสิพี่ดล วันนี้วันสำคัญฉันไม่ไปไม่ได้หรอก แต่ฉันรู้สึกไม่ดีเลย พี่ช่วยเรียกทนายมาให้หน่อยได้ไหม”
เอาตรงๆ เธอคิดว่าจะเกิดเรื่องในวันนี้ หากเธอเป็นอะไรไป เธอพร้อมที่จะยกทรัพย์สินที่เธอมีให้กับพี่ชายบุญธรรมคนนี้ เธอรู้ว่าเขาเป็นคนดีแม้ว่าจะต้องมาทำงานสายมืดกับเธอก็ตาม
“ครับ” นพดลเลือกที่จะไม่ถาม เพราะรู้ดีกว่าริชชี่คงจะคิดดีแล้ว เธอมักจะคิดก่อนทำเสมอ
หลังจากที่นพดลออกไปริชชี่ทบทวนกับสิ่งที่เธอฝันมาหลายคืนติดๆ เธอฝันถึงครอบครัวหนึ่ง มีพ่อแม่ และลูกชายลูกสาวฝาแฝด ทั้งสี่คนใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แม้ว่าจะอยู่กับบ้านหลัน แต่สี่คนไม่ต่างจากทาส กินไม่เคยอิ่ม นอนไม่เคยพอ
เด็กทั้งสองคนเรียนจบแค่ประถมด้วยความสามารถของพ่อแม่ ส่วนเรื่องเรียนมัธยมนั้นเธอได้ยินว่าผู้เป็นย่าไม่ให้เรียนต่อ โดยให้เหตุผลว่าต้องส่งเสียหลานคนโปรดเรียน ส่วนบ้านรองเช่นครอบครัวนี้ทำงานอย่างทาสต่อไป
เท่าที่ฝันเห็นร่างกายของเด็กสาวคนนั้นน่าจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เจ็บป่วยตลอด แต่ยังต้องทำงานแลกแต้มที่คอมมูนอีก เธอไม่เข้าใจว่าทำไมจึงไม่แยกบ้านไป ในเมื่ออยู่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ก็นะมันเป็นเพียงความฝันเท่านั้น หากเป็นเรื่องจริงแล้วยอมขนาดนี้คงโง่เต็มทีแล้ว
ริชชี่คิดเรื่องนี้วนไปเวียนมาจนพดลเข้ามาพร้อมกับทนายชัยวัฒน์
“สวัสดีครับคุณริชชี่”
“สวัสดีค่ะคุณชัยวัฒน์ ฉันขอไม่พูดมากนะ ฉันต้องการทำพินัยกรรม คุณช่วยร่างตามที่ฉันพูดด้วยนะ”
ริชชี่ไม่อยากพูดอะไรมาก ความไม่สบายใจบวกกับความฝันแปลกๆ ทั้งสองเรื่องอาจจะเกี่ยวข้องกัน
“ครับ”
ทนายตอบรับโดยที่ริชชี่ให้นพดลอยู่ฟังด้วยพร้อมกับตามลูกน้องคนสนิทมาอีกสองคนเพื่อเป็นพยาน
“ฉัน นางสาวริชชี่.... ขอมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้กับนายนพดล พี่ชายบุญธรรมพ่วงตำแหน่งมือขวาคนสนิท” นพดลเตรียมจะค้านแต่ริชชี่ยกมือห้ามไว้ ก่อนจะพูดต่อ “และขอมอบเงินสดจำนวนหนึ่งร้อยล้านบาทให้แก่โรงพยาบาล…อีกหนึ่งร้อยล้านบาทให้กับบ้านเด็กกำพร้า”
ริชชี่จัดสรรเงินสดมอบให้กับโรงพยาบาลและบ้านเด็กกำพร้า โดยมีอีกบางส่วนมอบให้กับลูกน้องคนสนิทคนอื่นๆ และอีกหลายคนที่ร่วมหัวจมท้ายกับเธอมาหลายปี หลังจากจัดการทุกอย่างแล้ว คนสนิทได้ส่งตัวทนายกลับ และเอาพินัยกรรมไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย โดยเธอทำไว้สามฉบับ ฉบับแรกเก็บในตู้เซฟนิรภัยของตนเอง ส่วนที่เหลือเก็บไว้ที่ทนายและนพดลคนละฉบับ
“ทำแบบนี้ทำไม” นพดลเอ่ยถามเมื่ออยู่กันสองคน จึงใช้น้ำเสียงของพี่ชายเอ่ยกับน้องสาว
“ฉันแค่รู้สึกไม่ดี เลยอยากจะทำพินัยกรรมไว้ พี่ก็รู้ว่าฉันไม่เคยพลาดเรื่องนี้” ริชชี่ส่งยิ้มที่มีแต่ความเศร้าไปให้ ในใจเธอรู้สึกโหวงเหวงชอบกล เมื่อคิดว่าต้องห่างจากพี่ชายคนนี้ที่โตมาด้วยกัน
“พี่สัญญาได้ไหม หากเมื่อไหร่ที่ไม่มีน้องสาวคนนี้แล้ว พี่ล้างมือแล้วมาบริหารธุรกิจของฉัน พร้อมกับมีครอบครัวได้ไหม”
“ครั้งนี้เราอาจจะคิดพลาดก็ได้นะริชชี่ ในเมื่อรู้ว่าอาจจะเกิดปัญหา คืนนี้ก็ไม่ต้องไป พี่จัดการเอง” นพดลแม้จะรู้ว่าห้ามไม่ได้ น้องสาวบุญธรรมของเขาคนนี้หากตัดสินใจแล้วอะไรก็ห้ามไม่อยู่
“พี่ดล ฟังฉันนะ ฉันเหนื่อยแล้วจริงๆ กับชีวิตแบบนี้ ต่อให้วันนี้ฉันไม่ไป แต่ใครกล้าบอกว่าฉันจะหนีชะตาชีวิตของตนเองพ้น บางทีการคาดคะเนของฉันอาจจะผิดพลาดก็ได้ ไม่แน่ฉันอาจจะได้กลับมา”
นพดลตาแดงก่ำ “พี่ดีใจนะที่ได้ใช้ชีวิตกับเราในฐานะพี่ชาย และขอบใจมากกับสิ่งที่มอบให้พี่ชายนอกสายเลือดคนนี้ พี่สัญญาว่าพี่จะทำตามความปรารถนาของริชชี่ พี่ขอกอดเราหน่อยได้ไหม”
“ได้สิ” ริชชี่อ้าแขนกว้างกอดพี่ชายนอกสายเลือดคนนี้ทั้งน้ำตา นพดลเองไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ใคร แต่พอคิดถึงลางสังหรณ์ที่ไม่เคยพลาดของน้องสาวคนนี้ น้ำตาลูกผู้ชายไหลไม่หยุด ความรู้สึกของคนสองคนเหมือนเป็นการอำลาและจากลากันตลอดกาลหลังจากผ่านค่ำคืนนี้ไป
คืนนี้เป็นนัดส่งของ ซึ่งมันเป็นอย่างที่ริชชี่คาดการณ์ไว้จริงๆ ฝ่ายตรงข้ามต้องการจะปลิดชีพเธอแบบไม่ต้องสงสัย
เธอไม่ใช่คนที่ใครจะเล่นงานได้ง่ายๆ วันนี้เธอพร้อมแล้วทุกอย่าง แม้ว่าจะอยู่ในวงล้อมของศัตรูก็ตาม เธอมองหน้าพี่ชายบุญธรรมและคนสนิทของตนเอง
“พี่ดล พี่พาทุกคนฝ่าวงล้อมออกไป พี่จำฉันไว้ว่าพี่และทุกคนต้องรอด ต้องมีชีวิตรอดเท่านั้น นี่คือคำขอครั้งสุดท้าย”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ในเมื่อมันเป็นชะตา ใครก็ไม่อาจจะฝืนได้ ตายเพียงแค่เธอแต่อีกหลายสิบชีวิตต้องรอด
“บอส! / ริชชี่!”
ชายหนุ่มทุกคนมองเจ้านายสาวอย่างไม่วางตา ไม่คิดว่าเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตรอด เจ้านายสาวจะยอมสละตัวเอง ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่ได้มีค่าขนาดนั้น
“อยากตอบแทนฉัน จงมีชีวิตรอดให้ได้ ทั้งชีวิตฉันมีเพียงพี่ดลเป็นทั้งคนสนิทและเปรียบเสมือนพี่ชายคลานตามกันมา หวังว่าทุกคนจะไม่ทิ้งพี่ชายคนนี้ของฉัน ฉันอยากพักเต็มทีแล้ว เมื่อฉันส่งสัญญาณทุกคนจงรีบฝ่าวงล้อมออกไป นี่คือคำสั่ง!”
นี่คือคำสั่งเสียเพียงเล็กน้อย แต่ทำให้ทุกคนหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งแม้จะไม่ยินยอมก็ตาม เพราะแต่ละคนรู้ดีว่าคุณริชชี่พูดคำไหนคำนั้น จึงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
หลังจากที่ส่งสายตาให้ทุกคนเธอจึงถอดเสื้อนอกออกเหลือเพียงเสื้อกล้าม แต่ทั้งตัวเต็มไปด้วยระเบิดพลีชีพ
“ริชชี่ ทำไม...” เขารู้ความหมายของน้องสาวคนนี้ทั้งหมดแล้ว เพื่อให้ทุกคนรอด เธอยอมสละชีวิตตัวเอง
“ต่อให้วันนี้ฉันรอดไปได้ อีกไม่นานฉันก็ต้องหมดลมหายใจ อย่างที่ฉันบอกพี่และทุกคน ฉันเหนื่อยแล้ว ไม่ตายวันนี้วันหน้าก็ต้องตาย ทำตามที่ฉันสั่ง!”
ริชชี่บอกทุกคนเสียงเหี้ยม ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยสายตาที่มั่นคงบวกจิตใจอันแน่วแน่
“หยุด! ถ้าอยากตายก็ยิงมา พี่ดลพาทุกคนออกไป แล้วรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”
ริชชี่บอกเสียงกร้าว ฝ่ายตรงข้ามไม่มีใครคิดว่าเธอจะกล้าพลีชีพตัวเอง หากยิงไปมีหวังมาเฟียสาวคนนี้ทำตามอย่างที่พูดจริงๆ
นพดลแม้จะไม่ยินยอมแต่เมื่อมันเป็นคำสั่ง และห้ามไม่ได้เขาจึงเดินจากไปพร้อมทุกคนด้วยความไม่ยินยอม พอรถเคลื่อนตัวออกมาไม่นานเท่าไหร่ โกดังแห่งนั้นเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว และรู้ว่าคงไม่มีใครมีชีวิตรอดออกมาสักราย ตู้ม!!
ร่างโปร่งแสงยืนมองคนของเธอจากไปด้วยรอยยิ้ม และหวังเพียงว่าจากนี้ไปพี่ดลและทุกคนจะมีชีวิตที่ดีขึ้น
ข่าวการจากไปของมาเฟียสาวโด่งดังอยู่หลายวัน นพดลแม้ว่าจะหาร่างของเธอไม่พบเขายังคงทำพิธีศพของเธออย่างไม่มีตกหล่น และเขาเองวางมือจากเรื่องทุกอย่างมาบริหารกิจการและธุรกิจของเธออย่างโดยดีพร้อมกับลูกน้องที่ริชชี่พลีชีพเพื่อช่วยเหลือ
ทุกคนจำคำมั่นสัญญาของตนเองได้ โดยไม่มีใครคิดที่จะไปจากนพดลเพียงคนเดียว จากนั้นไม่นานนพดลจึงก่อตั้งมูลนิธิภายใต้ชื่อของริชชี่เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เป็นน้องสาวนอกสายเลือดของเขา
บทล่าสุด
#99 บทที่ 99 ตอนพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#98 บทที่ 98 ขอแต่งงาน
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#97 บทที่ 97 เกิดปัญหากับสินค้า
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#96 บทที่ 96 แพ้ภัยตัวเอง
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#95 บทที่ 95 ทำให้คนเข้าใจผิด
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#94 บทที่ 94 เกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#93 บทที่ 93 งานเลี้ยงตระกูลเว่ย
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#92 บทที่ 92 อยู่เฉย ๆ ก็ไม่เจ็บตัว
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#91 บทที่ 91 สร้างโรงงาน
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026#90 บทที่ 90 ฉินซีแต่งงาน
อัปเดตล่าสุด: 8/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักไม่หลอก
ร้ายคูณร้าย
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
ม่านหมอก
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
ดวงใจอัสวัส
เขา... คือทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างในชีวิต ยกเว้นคนที่จะรักเขาจากหัวใจจริง
ในวันที่หัวใจของเขาแหลกสลาย เพราะถูกคนรักทรยศเพื่อเงิน เธอได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปลอบโยน
เมื่อโชคชะตาพาให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ความรักค่อย ๆ ผลิบาน ทว่าความต่างของฐานะ กลับกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด
แม่ของเขา... ใช้เงินซื้อการจากลา
เพื่อนสนิทของเธอ... หักหลังเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน
ส่วนเขา... เข้าใจว่าเธอทรยศ เลือกเงินมากกว่าความรัก จึงเฝ้าเกลียดชังและแก้แค้นผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งดวงใจ
ห้าปีต่อมา...
โชคชะตานำพาเธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง ในฐานะเพียงลูกจ้างคนหนึ่งของไร่
เขาจ้างเธอไว้เพื่อแก้แค้น
เธอยอมทนทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว
แต่ไม่มีใครรู้ว่า... ผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำ คือคนเดียวกับที่ยังรักเขาหมดหัวใจ
และไม่มีใครรู้เช่นกันว่า... เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย คนที่เจ็บปวดที่สุด อาจไม่ใช่เธอ... แต่เป็นเขา
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













