บทนำ
บท 1
ในยามบ่ายคล้อยพระอาทิตย์พลันอ่อนแสงลงอีกไม่นานก็จะถึงเวลาพลบค่ำ ภายในบ้านหวังเกิดเรื่องราวที่บีบคั้นหัวใจของคุณนายของบ้านอย่างถึงที่สุด เจิ้งฝูหยิบผ้าสีขาวสะอาดชุบน้ำอุ่นมาทำความสะอาดคราบเลือดบริเวณหางคิ้วของลูกสาวอันเป็นที่รักอย่างเบามือ แววตาสั่นไหวมีหยาดน้ำตาคลอหน่วยคล้ายจะหลั่งออกมาอยู่รอมร่อ
คราบเลือดที่ไหลจากหางคิ้วผ่านแก้มขาวใสลงมาจนถึงกรอบหน้าได้รูปของลูกสาวนั้นมากเกินกว่าที่คนเป็นแม่จะรับได้ ผ้าขนหนูสีขาวถูกล้างน้ำอยู่หลายครั้งกว่าจะทำความสะอาดคราบสีแดงบนใบหน้าของลูกสาวจนหมดจด เจิ้งฝูมองน้ำในกะละมังที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยหัวใจที่บีบรัดอย่างหนัก
ข้างกันมีเด็กชายอายุสิบสามปีอย่าง หยวนห่าวอี้ เฝ้ามองร่างบางของพี่สาวข้างบ้านที่นอนหลับใหลไม่ได้สติด้วยความรู้สึกร้อนใจจนนั่งไม่ติด
หลังจากแบกร่างของอินอินมาจากชายป่าที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน ตลอดทางใช้เวลาราวสิบนาที แต่ทว่าหัวใจของเขานั้นราวกับถูกบีบคั้นในทุกก้าวเดิน ทั้งกังวล ทั้งเป็นห่วง ยิ่งเห็นเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดจากหางคิ้วของอินอิน และคราบเลือดบนไหล่ของตนเองเขายิ่งรู้สึกกังวลจนทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งมาถึงที่นี่เขาไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย เพียงแค่หวังว่าคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่จะฟื้นขึ้นมาในไม่ช้านี้ก็เท่านั้น
หลังจากหลับใหลไม่ได้สติมาครึ่งค่อนวัน ในที่สุดเปลือกตาสีอ่อนก็เกิดการเคลื่อนไหวขึ้น สร้างความตื่นตระหนกให้กับทั้งสองคนที่คอยดูแลอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง เจิ้งฝูบีบมือเล็กของลูกสาวเบา ๆ ความกดดันที่กดทับในจิตใจมาตลอดหกชั่วโมงค่อย ๆ ผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าลูกสาวได้สติบ้างแล้ว
“อินอิน ลูกเป็นอย่างไรบ้าง?”เสียงนุ่มอ่อนโยนถามขึ้น
ผู้เป็นแม่เพียงยิ้มบางด้วยความดีใจ พลันขยับเข้าไปใกล้ลูกสาวอีกสักหน่อย ส่วนเด็กชายที่ยืนอยู่เยื้องออกไปทางด้านหลังก็ไม่ต่างกันนัก หยวนห่าวอี้ขยับเท้าเข้าไปใกล้ร่างบอบบางบนเตียงอีกหนึ่งช่วงเท้า ก่อนจะชะเง้อคอมองใบหน้าไร้สีเลือดของพี่สาวข้างบ้านอย่างรู้สึกผิด
เพราะเขาเองที่ไม่ระวังตัวจนติดกับดักเด็กเกเรพวกนั้น ทำให้พี่สาวที่ร่างกายไม่แข็งแรงต้องไปช่วย ในที่สุดก็เจ็บตัวกันทั้งคู่ เขาเองเพียงแค่เนื้อตัวถลอกเล็กน้อย สำหรับเด็กผู้ชายจะนับเป็นอะไรได้ แต่ทว่ากับอินอินที่ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กจะถือเป็นเรื่องเล็กได้อย่างไร
“จะ-เจ็บ”
หวังลี่อิน กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ความรู้สึกปวดตุบ ๆ บริเวณหางคิ้วทำให้หญิงสาวนิ่วหน้าออกมาในทันที พลันมองไปยังภาพตรงหน้าที่ไม่คุ้นเคยก็จำต้องหลับตาลงอีกครั้ง ทว่าเมื่อลืมตาหญิงตรงหน้าและเด็กชายหน้าตอมอมแมมที่อยู่ข้างกันก็ทำให้หัวคิ้วสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ
“กินยาก่อนนะลูก อีกเดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว”
เจิ้งฝูมองลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ แม้แผลตรงหางคิ้วจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็มีเลือดไหลออกมาไม่น้อย ตั้งแต่เด็กคนนี้เกิดมาแค่ยุงตัวเดียวกัดเธอยังตีจนยุงตายคามือ แล้วเหตุการณ์นี้มีหรือจะปล่อยผ่าน
ต่อให้ใครจะทัดทานว่านี่ ‘เป็นการละเล่นของเด็ก’ แล้วอย่างไร ในเมื่อลูกสาวที่เธอเลี้ยงดูฟูมฟักมาอย่างดีเจ็บตัวขนาดนี้ ถึงขั้นเลือดตกยางออก นอนไม่ได้สติมาครึ่งค่อนวัน เห็นทีต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
คนพวกนั้นต่างก็รักลูกตนเองมาก เธอเองก็รักอินอินมากไม่ต่างกัน…
ร่างอ่อนแรงบนเตียงเล็กอ้าปากรับยาจากช้อนอย่างไม่เรื่องมาก หรือจะพูดให้ถูกคือเธอทั้งอ่อนแรงและมึนงงเกินกว่าจะขัดขืนต่างหาก
รู้สึกว่าคนผู้นี้มองเธอด้วยแววตาปรารถนาดี น้ำเสียงนุ่มนั้นทำให้หวังลี่อินรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก หวังว่าคงไม่เอายาพิษกรอกปากเธอหรอกนะ
หลังจากดื่มยารสชาติขมติดลิ้นจนหมดถ้วย หวังลี่อินรับผลไม้เชื่อมมากินอีกหนึ่งเม็ด ก่อนจะกรอกน้ำอุ่นตามเข้าไปแล้วหลับต่อด้วยความอ่อนล้า เจิ้งฝูเพียงขยับห่มผ้าให้กับลูกสาวแล้วพาเด็กชายออกมาจากห้องนั้น
“ผมผิดเองครับคุณน้า เพราะผมอินอินถึงเป็นแบบนี้”เด็กชายวัยสิบสามปีคุกเข่าลงด้วยความรู้สึกผิดอย่างท่วมท้น
เขาเป็นเด็กชายที่ตัวเล็กที่สุดในบรรดาเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันระแวกนี้ เป็นธรรมดาที่จะถูกกลั่นแกล้ง และทุกครั้งเขาสามารถเอาตัวรอดมาได้อย่างสบาย ๆ ต่างจากครั้งนี้ที่เขาพลาดท่าถูกขังอยู่ในบ้านร้าง นานนับชั่วโมงก็ยังไม่สามารถออกมาได้ จนกระทั่งอินอินไปช่วยเขาเอาไว้
ลำพังแม้อินอินจะอายุมากกว่าเขาถึงสองปีและตัวสูงกว่ามาก แต่ร่างกายเธอก็อ่อนแอมากเช่นกัน ระหว่างทางกลับเมื่อถูกหาเรื่องอีกครั้งจึงพลาดท่าถูกผลักจนหัวกระแทกต้นไม้แล้วหมดสติไป
เขาได้แต่โทษตนเองที่ตัวเล็กและอ่อนปวกเปียก ปกป้องอินอินก็ไม่ได้ ขนาดปกป้องตนเองยังทำไม่ได้เลย…
เจิ้งฝูทอดสายตามองเด็กชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย ห่าวอี้ปีนี้นับว่ารู้ความไม่น้อย เธอเห็นเด็กคนนี้มาตั้งแต่แบเบาะ นิสัยใจคอเป็นเช่นไรย่อมรู้ดี หญิงสาวเพียงตบลงบนไหล่ของเด็กชายสองสามครั้ง
“น้าไม่โทษห่าวอี้เลย หนำซ้ำยังต้องขอบคุณที่แบกอินอินมาส่งถึงบ้าน ส่วนต้นเหตุที่จริงแล้วก็เป็นเพราะเด็กพวกนั้นไม่ใช่เหรอ?”
หากสืบสาวราวเรื่องจริง ๆ เด็กคนนี้ไม่มีความผิดเลยแม้แต่น้อย ก่อนหน้านี้เธอฟังห่าวอี้เล่าความเป็นมาของเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่อาจตัดสินว่าเด็กตรงหน้าเป็นต้นเหตุ เพราะหากจะต้องหาสาเหตุจริง ๆ ก็คงต้องโทษเด็กเกเรพวกนั้นที่คอยแต่จะหาเรื่องเด็กที่อ่อนแอกว่าอย่างห่าวอี้ถึงจะถูก
ลูกสาวของเธอเพียงสนิทสนมกับห่าวอี้มาตั้งแต่จำความได้ เด็กสองคนนี้ไม่ต่างจากพี่น้องที่คลานตามกันมา ลูกสาวของเธอก็นับว่ากล้าหาญมากที่หอบร่างกายที่ไม่แข็งแรงไปช่วยน้องชายอย่างห่าวอี้ถึงที่นั่น
“แต่ผม…”หยวนห่าวอี้กำลังจะเอ่ยแย้ง แต่ก็ต้องเงียบปากลงเมื่อมืออุ่นของคุณน้าลูบลงบนผมของเขาอย่างอ่อนโยน
ด้วยความรู้สึกผิดอย่างท่วมท้น เด็กชายได้แต่มองรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาของคุณน้าสกุลหวัง
“ไม่ใช่ความผิดของห่าวอี้สักหน่อย กลับบ้านไปกินข้าวแล้วพักผ่อนเถอะนะเด็กดี ทางนี้น้าจะจัดการเอง”
“ครับคุณน้า พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่”เด็กชายรับคำหนักแน่น ตั้งมั่นในใจแน่วแน่ว่าจะมาใหม่ในวันพรุ่งนี้พร้อมกับของบำรุงให้คนเจ็บ
เจิ้งฝูมองตามร่างเล็กของเด็กน้อยบ้านหยวนที่วิ่งตึงตังออกจากบ้านไปพร้อมรอยยิ้มเบาบาง ก่อนจะแง้มประตูห้องลูกสาวเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าอินอินยังคงหลับสนิทอยู่บนเตียงก็เบาใจ ปล่อยให้ลูกสาวพักผ่อนต่อไป ส่วนตนเองเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารมื้อเย็นให้กับสามีที่กำลังจะกลับจากทำธุระ
ทันทีที่ หวังเป่า กลับถึงบ้านและได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากภรรยา พลันเกิดเสียงตบโต๊ะดัง ‘ปัง’ ขึ้นกลางบ้านหวัง
ด้วยความเป็นห่วงเขาพุ่งตัวไปเปิดประตูห้องลูกสาวเพื่อสำรวจอาการบาดเจ็บ รอยแผลบริเวณหางคิ้วทำให้อารมณ์กรุ่นโกรธพุ่งพล่านจนแทบควบคุมสติไม่อยู่ มือหนากำเข้าหากันแน่น นัยน์ตาคมวาวโรจน์ฉับพลัน
เจิ้งฝูไม่แม้แต่จะห้ามปรามสามีหรือบอกให้เขา ‘ใจเย็นลงสักหน่อย’ เรื่องนี้อย่างไรเธอเองก็ตั้งใจจะไม่ปล่อยผ่านอยู่แล้ว หากว่าสามีจะปล่อยผ่านเธอก็พร้อมจะเดินหน้าปกป้องลูกสาวบ้านเราอย่างสุดกำลังแน่นอน
หวังเป่ากินมื้อเย็นพร้อมกับภรรยาเพียงสองคน ความรู้สึกไม่พอใจถูกอัดแน่นอยู่ในอกของชายวัยสามสิบหก หากไม่ติดว่ามืดค่ำแล้วไม่แน่ว่าเขาอาจจะไปเอาเรื่องกับพ่อแม่เด็กคนนั้นแล้วก็ได้
แต่เรื่องเหล่านี้จะวู่วามไม่ได้ เพราะอย่างไรอีกฝ่ายก็ต้องหยิบยกข้ออ้างว่า ‘เด็กเล่นกัน’ ขึ้นมาเพื่อหลบเลี่ยงการรับผิดชอบ เช่นนั้นแล้วคงต้องรอให้เป็นช่วงเช้าที่คนพลุกพล่านสักหน่อยถึงจะเหมาะสม
“ห่าวอี้บอกหรือเปล่าว่าฝีมือใคร?”
“ลูกชายคนเล็กบ้านจางค่ะคุณ”เจิ้งฝูตอบสามีไปตามตรง และหากเดาไม่ผิดพรุ่งนี้สามีคงจัดการเรื่องค้างคานี้อย่างเด็ดขาดแน่นอน
ที่ผ่านมาเธอพอรู้มาบ้างว่า เด็กบ้านจางคนนั้นเกเรและชอบกลั่นแกล้งคนที่อ่อนแอกว่าไปทั่ว คิดไม่ถึงว่าจะกล้าทำเช่นนี้กับลูกสาวของบ้านเราด้วย เด็กเช่นนี้หากไม่กำราบบ้างเห็นทีจะไม่สำนึก โตมาจะนับว่าเป็นคนดีได้อีกหรือ
ในเมื่อพ่อแม่เขาไม่มีใจจะสั่งสอน เห็นทีเธอและสามีก็ควรยื่นมือเข้าไปช่วยสั่งสอนสักหน่อยแล้ว…
บทล่าสุด
#52 บทที่ 52 โตพอจะเป็นสามี(จบ)
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#51 บทที่ 51 เติบโตแบบก้าวกระโดด
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#50 บทที่ 50 เติบโตไปพร้อมกัน
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#49 บทที่ 49 ลองให้โอกาส
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#48 บทที่ 48 ผลสอบเกาเข่า
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#47 บทที่ 47 ถูกรักเป็นอย่างดี
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#46 บทที่ 46 คนที่คู่ควร
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#45 บทที่ 45 ได้ไม่คุ้มเสีย
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#44 บทที่ 44 ใส่ปุ๋ยเร่งโต
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#43 บทที่ 43 หยวนหาวอี้กลับมาแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักระรินใจ
เมียเด็กของภาคินทร์
อาณัติร้าย ไร้สถานะ
สามปีต่อมาโชคชะตากลับพลิกผัน ซาตานร้ายถูกกระชากลงจากบัลลังก์พันล้าน สูญเสียทั้งอำนาจและชื่อเสียงจนกลายเป็นเพียงผู้ชายตกงาน ทว่าสิ่งที่กรีดแทงหัวใจยิ่งกว่าการสิ้นเนื้อประดาตัว คือการได้รับรู้ว่าเด็กชายตะวันสายเลือดที่เขาเคยสั่งฆ่าในวันนั้น ยังมีชีวิตอยู่และกำลังนับถอยหลังสู่ความตายด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
เมื่อเข็มวินาทีแห่งชีวิตของลูกกำลังจะหยุดเดิน นลินยอมกลืนกินศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนมัจจุราชที่เธอเกลียดชังเข้ากระดูกดำ และเพื่อชดใช้ความผิดพลาดที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ตุลธรพร้อมจะเซ็นใบมรณะบัตรให้ตัวเอง เขายอมสละหยาดเลือดและฝืนภาวะหัวใจล้มเหลวเพื่อต่อลมหายใจให้ลูกชาย โดยไม่เรียกร้องแม้แต่การให้อภัย
นี่คือนิยายรักดราม่าที่บีบคั้นหัวใจที่สุดแห่งปี เรื่องราวของการลอกคราบซาตานร้ายให้กลายเป็นคุณพ่อบ้านที่แสนอบอุ่น ผู้กล้าสละสมบัติมหาเศรษฐีเพื่อก้มลงผูกเชือกรองเท้าให้ลูก และพร้อมยกย่องภรรยาให้เป็นหัวหน้าครอบครัวตัวจริง บทพิสูจน์ความรักที่เริ่มต้นจากรอยน้ำตา สู่การไถ่บาปที่จะทำให้คุณร้องไห้และยิ้มตามจนหน้าสุดท้าย
รักไม่หลอก
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ใต้เงาเสน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ลุ้นรักวิวาห์หวาม Irresistible Love
และเมื่อครอบครัวทั้งสองฝ่ายมาเห็นภาพนั้นพร้อมกัน คำตอบเดียวที่เหลือคือ "แต่งงาน"
เธอประกาศว่าจะแต่งแค่ในนาม หนึ่งปีแล้วหย่า แต่ยิ่งใช้ชีวิตอยู่ใกล้ชิดกับชายผู้นี้มากเท่าไหร่ หัวใจของเธอก็ยิ่งเริ่มเต้นผิดจังหวะมากขึ้นเท่านั้น
แล้วชายผู้ถูกเรียกว่า "คุณลุง" คนนี้...จะกลายเป็น "ที่รัก" ในใจเธอได้หรือไม่ ?
ติดตามความวิวาห์หวามที่เริ่มต้นจากความซวย แต่ลงเอยด้วยรักที่มิอาจห้ามใจ
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด













