บทนำ
บท 1
ในยามบ่ายคล้อยพระอาทิตย์พลันอ่อนแสงลงอีกไม่นานก็จะถึงเวลาพลบค่ำ ภายในบ้านหวังเกิดเรื่องราวที่บีบคั้นหัวใจของคุณนายของบ้านอย่างถึงที่สุด เจิ้งฝูหยิบผ้าสีขาวสะอาดชุบน้ำอุ่นมาทำความสะอาดคราบเลือดบริเวณหางคิ้วของลูกสาวอันเป็นที่รักอย่างเบามือ แววตาสั่นไหวมีหยาดน้ำตาคลอหน่วยคล้ายจะหลั่งออกมาอยู่รอมร่อ
คราบเลือดที่ไหลจากหางคิ้วผ่านแก้มขาวใสลงมาจนถึงกรอบหน้าได้รูปของลูกสาวนั้นมากเกินกว่าที่คนเป็นแม่จะรับได้ ผ้าขนหนูสีขาวถูกล้างน้ำอยู่หลายครั้งกว่าจะทำความสะอาดคราบสีแดงบนใบหน้าของลูกสาวจนหมดจด เจิ้งฝูมองน้ำในกะละมังที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยหัวใจที่บีบรัดอย่างหนัก
ข้างกันมีเด็กชายอายุสิบสามปีอย่าง หยวนห่าวอี้ เฝ้ามองร่างบางของพี่สาวข้างบ้านที่นอนหลับใหลไม่ได้สติด้วยความรู้สึกร้อนใจจนนั่งไม่ติด
หลังจากแบกร่างของอินอินมาจากชายป่าที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน ตลอดทางใช้เวลาราวสิบนาที แต่ทว่าหัวใจของเขานั้นราวกับถูกบีบคั้นในทุกก้าวเดิน ทั้งกังวล ทั้งเป็นห่วง ยิ่งเห็นเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดจากหางคิ้วของอินอิน และคราบเลือดบนไหล่ของตนเองเขายิ่งรู้สึกกังวลจนทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งมาถึงที่นี่เขาไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย เพียงแค่หวังว่าคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่จะฟื้นขึ้นมาในไม่ช้านี้ก็เท่านั้น
หลังจากหลับใหลไม่ได้สติมาครึ่งค่อนวัน ในที่สุดเปลือกตาสีอ่อนก็เกิดการเคลื่อนไหวขึ้น สร้างความตื่นตระหนกให้กับทั้งสองคนที่คอยดูแลอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง เจิ้งฝูบีบมือเล็กของลูกสาวเบา ๆ ความกดดันที่กดทับในจิตใจมาตลอดหกชั่วโมงค่อย ๆ ผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าลูกสาวได้สติบ้างแล้ว
“อินอิน ลูกเป็นอย่างไรบ้าง?”เสียงนุ่มอ่อนโยนถามขึ้น
ผู้เป็นแม่เพียงยิ้มบางด้วยความดีใจ พลันขยับเข้าไปใกล้ลูกสาวอีกสักหน่อย ส่วนเด็กชายที่ยืนอยู่เยื้องออกไปทางด้านหลังก็ไม่ต่างกันนัก หยวนห่าวอี้ขยับเท้าเข้าไปใกล้ร่างบอบบางบนเตียงอีกหนึ่งช่วงเท้า ก่อนจะชะเง้อคอมองใบหน้าไร้สีเลือดของพี่สาวข้างบ้านอย่างรู้สึกผิด
เพราะเขาเองที่ไม่ระวังตัวจนติดกับดักเด็กเกเรพวกนั้น ทำให้พี่สาวที่ร่างกายไม่แข็งแรงต้องไปช่วย ในที่สุดก็เจ็บตัวกันทั้งคู่ เขาเองเพียงแค่เนื้อตัวถลอกเล็กน้อย สำหรับเด็กผู้ชายจะนับเป็นอะไรได้ แต่ทว่ากับอินอินที่ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กจะถือเป็นเรื่องเล็กได้อย่างไร
“จะ-เจ็บ”
หวังลี่อิน กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ความรู้สึกปวดตุบ ๆ บริเวณหางคิ้วทำให้หญิงสาวนิ่วหน้าออกมาในทันที พลันมองไปยังภาพตรงหน้าที่ไม่คุ้นเคยก็จำต้องหลับตาลงอีกครั้ง ทว่าเมื่อลืมตาหญิงตรงหน้าและเด็กชายหน้าตอมอมแมมที่อยู่ข้างกันก็ทำให้หัวคิ้วสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ
“กินยาก่อนนะลูก อีกเดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว”
เจิ้งฝูมองลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ แม้แผลตรงหางคิ้วจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็มีเลือดไหลออกมาไม่น้อย ตั้งแต่เด็กคนนี้เกิดมาแค่ยุงตัวเดียวกัดเธอยังตีจนยุงตายคามือ แล้วเหตุการณ์นี้มีหรือจะปล่อยผ่าน
ต่อให้ใครจะทัดทานว่านี่ ‘เป็นการละเล่นของเด็ก’ แล้วอย่างไร ในเมื่อลูกสาวที่เธอเลี้ยงดูฟูมฟักมาอย่างดีเจ็บตัวขนาดนี้ ถึงขั้นเลือดตกยางออก นอนไม่ได้สติมาครึ่งค่อนวัน เห็นทีต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
คนพวกนั้นต่างก็รักลูกตนเองมาก เธอเองก็รักอินอินมากไม่ต่างกัน…
ร่างอ่อนแรงบนเตียงเล็กอ้าปากรับยาจากช้อนอย่างไม่เรื่องมาก หรือจะพูดให้ถูกคือเธอทั้งอ่อนแรงและมึนงงเกินกว่าจะขัดขืนต่างหาก
รู้สึกว่าคนผู้นี้มองเธอด้วยแววตาปรารถนาดี น้ำเสียงนุ่มนั้นทำให้หวังลี่อินรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก หวังว่าคงไม่เอายาพิษกรอกปากเธอหรอกนะ
หลังจากดื่มยารสชาติขมติดลิ้นจนหมดถ้วย หวังลี่อินรับผลไม้เชื่อมมากินอีกหนึ่งเม็ด ก่อนจะกรอกน้ำอุ่นตามเข้าไปแล้วหลับต่อด้วยความอ่อนล้า เจิ้งฝูเพียงขยับห่มผ้าให้กับลูกสาวแล้วพาเด็กชายออกมาจากห้องนั้น
“ผมผิดเองครับคุณน้า เพราะผมอินอินถึงเป็นแบบนี้”เด็กชายวัยสิบสามปีคุกเข่าลงด้วยความรู้สึกผิดอย่างท่วมท้น
เขาเป็นเด็กชายที่ตัวเล็กที่สุดในบรรดาเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันระแวกนี้ เป็นธรรมดาที่จะถูกกลั่นแกล้ง และทุกครั้งเขาสามารถเอาตัวรอดมาได้อย่างสบาย ๆ ต่างจากครั้งนี้ที่เขาพลาดท่าถูกขังอยู่ในบ้านร้าง นานนับชั่วโมงก็ยังไม่สามารถออกมาได้ จนกระทั่งอินอินไปช่วยเขาเอาไว้
ลำพังแม้อินอินจะอายุมากกว่าเขาถึงสองปีและตัวสูงกว่ามาก แต่ร่างกายเธอก็อ่อนแอมากเช่นกัน ระหว่างทางกลับเมื่อถูกหาเรื่องอีกครั้งจึงพลาดท่าถูกผลักจนหัวกระแทกต้นไม้แล้วหมดสติไป
เขาได้แต่โทษตนเองที่ตัวเล็กและอ่อนปวกเปียก ปกป้องอินอินก็ไม่ได้ ขนาดปกป้องตนเองยังทำไม่ได้เลย…
เจิ้งฝูทอดสายตามองเด็กชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย ห่าวอี้ปีนี้นับว่ารู้ความไม่น้อย เธอเห็นเด็กคนนี้มาตั้งแต่แบเบาะ นิสัยใจคอเป็นเช่นไรย่อมรู้ดี หญิงสาวเพียงตบลงบนไหล่ของเด็กชายสองสามครั้ง
“น้าไม่โทษห่าวอี้เลย หนำซ้ำยังต้องขอบคุณที่แบกอินอินมาส่งถึงบ้าน ส่วนต้นเหตุที่จริงแล้วก็เป็นเพราะเด็กพวกนั้นไม่ใช่เหรอ?”
หากสืบสาวราวเรื่องจริง ๆ เด็กคนนี้ไม่มีความผิดเลยแม้แต่น้อย ก่อนหน้านี้เธอฟังห่าวอี้เล่าความเป็นมาของเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่อาจตัดสินว่าเด็กตรงหน้าเป็นต้นเหตุ เพราะหากจะต้องหาสาเหตุจริง ๆ ก็คงต้องโทษเด็กเกเรพวกนั้นที่คอยแต่จะหาเรื่องเด็กที่อ่อนแอกว่าอย่างห่าวอี้ถึงจะถูก
ลูกสาวของเธอเพียงสนิทสนมกับห่าวอี้มาตั้งแต่จำความได้ เด็กสองคนนี้ไม่ต่างจากพี่น้องที่คลานตามกันมา ลูกสาวของเธอก็นับว่ากล้าหาญมากที่หอบร่างกายที่ไม่แข็งแรงไปช่วยน้องชายอย่างห่าวอี้ถึงที่นั่น
“แต่ผม…”หยวนห่าวอี้กำลังจะเอ่ยแย้ง แต่ก็ต้องเงียบปากลงเมื่อมืออุ่นของคุณน้าลูบลงบนผมของเขาอย่างอ่อนโยน
ด้วยความรู้สึกผิดอย่างท่วมท้น เด็กชายได้แต่มองรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาของคุณน้าสกุลหวัง
“ไม่ใช่ความผิดของห่าวอี้สักหน่อย กลับบ้านไปกินข้าวแล้วพักผ่อนเถอะนะเด็กดี ทางนี้น้าจะจัดการเอง”
“ครับคุณน้า พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่”เด็กชายรับคำหนักแน่น ตั้งมั่นในใจแน่วแน่ว่าจะมาใหม่ในวันพรุ่งนี้พร้อมกับของบำรุงให้คนเจ็บ
เจิ้งฝูมองตามร่างเล็กของเด็กน้อยบ้านหยวนที่วิ่งตึงตังออกจากบ้านไปพร้อมรอยยิ้มเบาบาง ก่อนจะแง้มประตูห้องลูกสาวเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าอินอินยังคงหลับสนิทอยู่บนเตียงก็เบาใจ ปล่อยให้ลูกสาวพักผ่อนต่อไป ส่วนตนเองเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารมื้อเย็นให้กับสามีที่กำลังจะกลับจากทำธุระ
ทันทีที่ หวังเป่า กลับถึงบ้านและได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากภรรยา พลันเกิดเสียงตบโต๊ะดัง ‘ปัง’ ขึ้นกลางบ้านหวัง
ด้วยความเป็นห่วงเขาพุ่งตัวไปเปิดประตูห้องลูกสาวเพื่อสำรวจอาการบาดเจ็บ รอยแผลบริเวณหางคิ้วทำให้อารมณ์กรุ่นโกรธพุ่งพล่านจนแทบควบคุมสติไม่อยู่ มือหนากำเข้าหากันแน่น นัยน์ตาคมวาวโรจน์ฉับพลัน
เจิ้งฝูไม่แม้แต่จะห้ามปรามสามีหรือบอกให้เขา ‘ใจเย็นลงสักหน่อย’ เรื่องนี้อย่างไรเธอเองก็ตั้งใจจะไม่ปล่อยผ่านอยู่แล้ว หากว่าสามีจะปล่อยผ่านเธอก็พร้อมจะเดินหน้าปกป้องลูกสาวบ้านเราอย่างสุดกำลังแน่นอน
หวังเป่ากินมื้อเย็นพร้อมกับภรรยาเพียงสองคน ความรู้สึกไม่พอใจถูกอัดแน่นอยู่ในอกของชายวัยสามสิบหก หากไม่ติดว่ามืดค่ำแล้วไม่แน่ว่าเขาอาจจะไปเอาเรื่องกับพ่อแม่เด็กคนนั้นแล้วก็ได้
แต่เรื่องเหล่านี้จะวู่วามไม่ได้ เพราะอย่างไรอีกฝ่ายก็ต้องหยิบยกข้ออ้างว่า ‘เด็กเล่นกัน’ ขึ้นมาเพื่อหลบเลี่ยงการรับผิดชอบ เช่นนั้นแล้วคงต้องรอให้เป็นช่วงเช้าที่คนพลุกพล่านสักหน่อยถึงจะเหมาะสม
“ห่าวอี้บอกหรือเปล่าว่าฝีมือใคร?”
“ลูกชายคนเล็กบ้านจางค่ะคุณ”เจิ้งฝูตอบสามีไปตามตรง และหากเดาไม่ผิดพรุ่งนี้สามีคงจัดการเรื่องค้างคานี้อย่างเด็ดขาดแน่นอน
ที่ผ่านมาเธอพอรู้มาบ้างว่า เด็กบ้านจางคนนั้นเกเรและชอบกลั่นแกล้งคนที่อ่อนแอกว่าไปทั่ว คิดไม่ถึงว่าจะกล้าทำเช่นนี้กับลูกสาวของบ้านเราด้วย เด็กเช่นนี้หากไม่กำราบบ้างเห็นทีจะไม่สำนึก โตมาจะนับว่าเป็นคนดีได้อีกหรือ
ในเมื่อพ่อแม่เขาไม่มีใจจะสั่งสอน เห็นทีเธอและสามีก็ควรยื่นมือเข้าไปช่วยสั่งสอนสักหน่อยแล้ว…
บทล่าสุด
#52 บทที่ 52 โตพอจะเป็นสามี(จบ)
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#51 บทที่ 51 เติบโตแบบก้าวกระโดด
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#50 บทที่ 50 เติบโตไปพร้อมกัน
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#49 บทที่ 49 ลองให้โอกาส
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#48 บทที่ 48 ผลสอบเกาเข่า
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#47 บทที่ 47 ถูกรักเป็นอย่างดี
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#46 บทที่ 46 คนที่คู่ควร
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#45 บทที่ 45 ได้ไม่คุ้มเสีย
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#44 บทที่ 44 ใส่ปุ๋ยเร่งโต
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#43 บทที่ 43 หยวนหาวอี้กลับมาแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













