บทนำ
บท 1
ในยามบ่ายคล้อยพระอาทิตย์พลันอ่อนแสงลงอีกไม่นานก็จะถึงเวลาพลบค่ำ ภายในบ้านหวังเกิดเรื่องราวที่บีบคั้นหัวใจของคุณนายของบ้านอย่างถึงที่สุด เจิ้งฝูหยิบผ้าสีขาวสะอาดชุบน้ำอุ่นมาทำความสะอาดคราบเลือดบริเวณหางคิ้วของลูกสาวอันเป็นที่รักอย่างเบามือ แววตาสั่นไหวมีหยาดน้ำตาคลอหน่วยคล้ายจะหลั่งออกมาอยู่รอมร่อ
คราบเลือดที่ไหลจากหางคิ้วผ่านแก้มขาวใสลงมาจนถึงกรอบหน้าได้รูปของลูกสาวนั้นมากเกินกว่าที่คนเป็นแม่จะรับได้ ผ้าขนหนูสีขาวถูกล้างน้ำอยู่หลายครั้งกว่าจะทำความสะอาดคราบสีแดงบนใบหน้าของลูกสาวจนหมดจด เจิ้งฝูมองน้ำในกะละมังที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยหัวใจที่บีบรัดอย่างหนัก
ข้างกันมีเด็กชายอายุสิบสามปีอย่าง หยวนห่าวอี้ เฝ้ามองร่างบางของพี่สาวข้างบ้านที่นอนหลับใหลไม่ได้สติด้วยความรู้สึกร้อนใจจนนั่งไม่ติด
หลังจากแบกร่างของอินอินมาจากชายป่าที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน ตลอดทางใช้เวลาราวสิบนาที แต่ทว่าหัวใจของเขานั้นราวกับถูกบีบคั้นในทุกก้าวเดิน ทั้งกังวล ทั้งเป็นห่วง ยิ่งเห็นเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดจากหางคิ้วของอินอิน และคราบเลือดบนไหล่ของตนเองเขายิ่งรู้สึกกังวลจนทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งมาถึงที่นี่เขาไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย เพียงแค่หวังว่าคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่จะฟื้นขึ้นมาในไม่ช้านี้ก็เท่านั้น
หลังจากหลับใหลไม่ได้สติมาครึ่งค่อนวัน ในที่สุดเปลือกตาสีอ่อนก็เกิดการเคลื่อนไหวขึ้น สร้างความตื่นตระหนกให้กับทั้งสองคนที่คอยดูแลอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง เจิ้งฝูบีบมือเล็กของลูกสาวเบา ๆ ความกดดันที่กดทับในจิตใจมาตลอดหกชั่วโมงค่อย ๆ ผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าลูกสาวได้สติบ้างแล้ว
“อินอิน ลูกเป็นอย่างไรบ้าง?”เสียงนุ่มอ่อนโยนถามขึ้น
ผู้เป็นแม่เพียงยิ้มบางด้วยความดีใจ พลันขยับเข้าไปใกล้ลูกสาวอีกสักหน่อย ส่วนเด็กชายที่ยืนอยู่เยื้องออกไปทางด้านหลังก็ไม่ต่างกันนัก หยวนห่าวอี้ขยับเท้าเข้าไปใกล้ร่างบอบบางบนเตียงอีกหนึ่งช่วงเท้า ก่อนจะชะเง้อคอมองใบหน้าไร้สีเลือดของพี่สาวข้างบ้านอย่างรู้สึกผิด
เพราะเขาเองที่ไม่ระวังตัวจนติดกับดักเด็กเกเรพวกนั้น ทำให้พี่สาวที่ร่างกายไม่แข็งแรงต้องไปช่วย ในที่สุดก็เจ็บตัวกันทั้งคู่ เขาเองเพียงแค่เนื้อตัวถลอกเล็กน้อย สำหรับเด็กผู้ชายจะนับเป็นอะไรได้ แต่ทว่ากับอินอินที่ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กจะถือเป็นเรื่องเล็กได้อย่างไร
“จะ-เจ็บ”
หวังลี่อิน กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ความรู้สึกปวดตุบ ๆ บริเวณหางคิ้วทำให้หญิงสาวนิ่วหน้าออกมาในทันที พลันมองไปยังภาพตรงหน้าที่ไม่คุ้นเคยก็จำต้องหลับตาลงอีกครั้ง ทว่าเมื่อลืมตาหญิงตรงหน้าและเด็กชายหน้าตอมอมแมมที่อยู่ข้างกันก็ทำให้หัวคิ้วสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ
“กินยาก่อนนะลูก อีกเดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว”
เจิ้งฝูมองลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ แม้แผลตรงหางคิ้วจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็มีเลือดไหลออกมาไม่น้อย ตั้งแต่เด็กคนนี้เกิดมาแค่ยุงตัวเดียวกัดเธอยังตีจนยุงตายคามือ แล้วเหตุการณ์นี้มีหรือจะปล่อยผ่าน
ต่อให้ใครจะทัดทานว่านี่ ‘เป็นการละเล่นของเด็ก’ แล้วอย่างไร ในเมื่อลูกสาวที่เธอเลี้ยงดูฟูมฟักมาอย่างดีเจ็บตัวขนาดนี้ ถึงขั้นเลือดตกยางออก นอนไม่ได้สติมาครึ่งค่อนวัน เห็นทีต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
คนพวกนั้นต่างก็รักลูกตนเองมาก เธอเองก็รักอินอินมากไม่ต่างกัน…
ร่างอ่อนแรงบนเตียงเล็กอ้าปากรับยาจากช้อนอย่างไม่เรื่องมาก หรือจะพูดให้ถูกคือเธอทั้งอ่อนแรงและมึนงงเกินกว่าจะขัดขืนต่างหาก
รู้สึกว่าคนผู้นี้มองเธอด้วยแววตาปรารถนาดี น้ำเสียงนุ่มนั้นทำให้หวังลี่อินรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก หวังว่าคงไม่เอายาพิษกรอกปากเธอหรอกนะ
หลังจากดื่มยารสชาติขมติดลิ้นจนหมดถ้วย หวังลี่อินรับผลไม้เชื่อมมากินอีกหนึ่งเม็ด ก่อนจะกรอกน้ำอุ่นตามเข้าไปแล้วหลับต่อด้วยความอ่อนล้า เจิ้งฝูเพียงขยับห่มผ้าให้กับลูกสาวแล้วพาเด็กชายออกมาจากห้องนั้น
“ผมผิดเองครับคุณน้า เพราะผมอินอินถึงเป็นแบบนี้”เด็กชายวัยสิบสามปีคุกเข่าลงด้วยความรู้สึกผิดอย่างท่วมท้น
เขาเป็นเด็กชายที่ตัวเล็กที่สุดในบรรดาเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันระแวกนี้ เป็นธรรมดาที่จะถูกกลั่นแกล้ง และทุกครั้งเขาสามารถเอาตัวรอดมาได้อย่างสบาย ๆ ต่างจากครั้งนี้ที่เขาพลาดท่าถูกขังอยู่ในบ้านร้าง นานนับชั่วโมงก็ยังไม่สามารถออกมาได้ จนกระทั่งอินอินไปช่วยเขาเอาไว้
ลำพังแม้อินอินจะอายุมากกว่าเขาถึงสองปีและตัวสูงกว่ามาก แต่ร่างกายเธอก็อ่อนแอมากเช่นกัน ระหว่างทางกลับเมื่อถูกหาเรื่องอีกครั้งจึงพลาดท่าถูกผลักจนหัวกระแทกต้นไม้แล้วหมดสติไป
เขาได้แต่โทษตนเองที่ตัวเล็กและอ่อนปวกเปียก ปกป้องอินอินก็ไม่ได้ ขนาดปกป้องตนเองยังทำไม่ได้เลย…
เจิ้งฝูทอดสายตามองเด็กชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย ห่าวอี้ปีนี้นับว่ารู้ความไม่น้อย เธอเห็นเด็กคนนี้มาตั้งแต่แบเบาะ นิสัยใจคอเป็นเช่นไรย่อมรู้ดี หญิงสาวเพียงตบลงบนไหล่ของเด็กชายสองสามครั้ง
“น้าไม่โทษห่าวอี้เลย หนำซ้ำยังต้องขอบคุณที่แบกอินอินมาส่งถึงบ้าน ส่วนต้นเหตุที่จริงแล้วก็เป็นเพราะเด็กพวกนั้นไม่ใช่เหรอ?”
หากสืบสาวราวเรื่องจริง ๆ เด็กคนนี้ไม่มีความผิดเลยแม้แต่น้อย ก่อนหน้านี้เธอฟังห่าวอี้เล่าความเป็นมาของเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่อาจตัดสินว่าเด็กตรงหน้าเป็นต้นเหตุ เพราะหากจะต้องหาสาเหตุจริง ๆ ก็คงต้องโทษเด็กเกเรพวกนั้นที่คอยแต่จะหาเรื่องเด็กที่อ่อนแอกว่าอย่างห่าวอี้ถึงจะถูก
ลูกสาวของเธอเพียงสนิทสนมกับห่าวอี้มาตั้งแต่จำความได้ เด็กสองคนนี้ไม่ต่างจากพี่น้องที่คลานตามกันมา ลูกสาวของเธอก็นับว่ากล้าหาญมากที่หอบร่างกายที่ไม่แข็งแรงไปช่วยน้องชายอย่างห่าวอี้ถึงที่นั่น
“แต่ผม…”หยวนห่าวอี้กำลังจะเอ่ยแย้ง แต่ก็ต้องเงียบปากลงเมื่อมืออุ่นของคุณน้าลูบลงบนผมของเขาอย่างอ่อนโยน
ด้วยความรู้สึกผิดอย่างท่วมท้น เด็กชายได้แต่มองรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาของคุณน้าสกุลหวัง
“ไม่ใช่ความผิดของห่าวอี้สักหน่อย กลับบ้านไปกินข้าวแล้วพักผ่อนเถอะนะเด็กดี ทางนี้น้าจะจัดการเอง”
“ครับคุณน้า พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่”เด็กชายรับคำหนักแน่น ตั้งมั่นในใจแน่วแน่ว่าจะมาใหม่ในวันพรุ่งนี้พร้อมกับของบำรุงให้คนเจ็บ
เจิ้งฝูมองตามร่างเล็กของเด็กน้อยบ้านหยวนที่วิ่งตึงตังออกจากบ้านไปพร้อมรอยยิ้มเบาบาง ก่อนจะแง้มประตูห้องลูกสาวเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าอินอินยังคงหลับสนิทอยู่บนเตียงก็เบาใจ ปล่อยให้ลูกสาวพักผ่อนต่อไป ส่วนตนเองเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารมื้อเย็นให้กับสามีที่กำลังจะกลับจากทำธุระ
ทันทีที่ หวังเป่า กลับถึงบ้านและได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากภรรยา พลันเกิดเสียงตบโต๊ะดัง ‘ปัง’ ขึ้นกลางบ้านหวัง
ด้วยความเป็นห่วงเขาพุ่งตัวไปเปิดประตูห้องลูกสาวเพื่อสำรวจอาการบาดเจ็บ รอยแผลบริเวณหางคิ้วทำให้อารมณ์กรุ่นโกรธพุ่งพล่านจนแทบควบคุมสติไม่อยู่ มือหนากำเข้าหากันแน่น นัยน์ตาคมวาวโรจน์ฉับพลัน
เจิ้งฝูไม่แม้แต่จะห้ามปรามสามีหรือบอกให้เขา ‘ใจเย็นลงสักหน่อย’ เรื่องนี้อย่างไรเธอเองก็ตั้งใจจะไม่ปล่อยผ่านอยู่แล้ว หากว่าสามีจะปล่อยผ่านเธอก็พร้อมจะเดินหน้าปกป้องลูกสาวบ้านเราอย่างสุดกำลังแน่นอน
หวังเป่ากินมื้อเย็นพร้อมกับภรรยาเพียงสองคน ความรู้สึกไม่พอใจถูกอัดแน่นอยู่ในอกของชายวัยสามสิบหก หากไม่ติดว่ามืดค่ำแล้วไม่แน่ว่าเขาอาจจะไปเอาเรื่องกับพ่อแม่เด็กคนนั้นแล้วก็ได้
แต่เรื่องเหล่านี้จะวู่วามไม่ได้ เพราะอย่างไรอีกฝ่ายก็ต้องหยิบยกข้ออ้างว่า ‘เด็กเล่นกัน’ ขึ้นมาเพื่อหลบเลี่ยงการรับผิดชอบ เช่นนั้นแล้วคงต้องรอให้เป็นช่วงเช้าที่คนพลุกพล่านสักหน่อยถึงจะเหมาะสม
“ห่าวอี้บอกหรือเปล่าว่าฝีมือใคร?”
“ลูกชายคนเล็กบ้านจางค่ะคุณ”เจิ้งฝูตอบสามีไปตามตรง และหากเดาไม่ผิดพรุ่งนี้สามีคงจัดการเรื่องค้างคานี้อย่างเด็ดขาดแน่นอน
ที่ผ่านมาเธอพอรู้มาบ้างว่า เด็กบ้านจางคนนั้นเกเรและชอบกลั่นแกล้งคนที่อ่อนแอกว่าไปทั่ว คิดไม่ถึงว่าจะกล้าทำเช่นนี้กับลูกสาวของบ้านเราด้วย เด็กเช่นนี้หากไม่กำราบบ้างเห็นทีจะไม่สำนึก โตมาจะนับว่าเป็นคนดีได้อีกหรือ
ในเมื่อพ่อแม่เขาไม่มีใจจะสั่งสอน เห็นทีเธอและสามีก็ควรยื่นมือเข้าไปช่วยสั่งสอนสักหน่อยแล้ว…
บทล่าสุด
#52 บทที่ 52 โตพอจะเป็นสามี(จบ)
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#51 บทที่ 51 เติบโตแบบก้าวกระโดด
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#50 บทที่ 50 เติบโตไปพร้อมกัน
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#49 บทที่ 49 ลองให้โอกาส
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#48 บทที่ 48 ผลสอบเกาเข่า
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#47 บทที่ 47 ถูกรักเป็นอย่างดี
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#46 บทที่ 46 คนที่คู่ควร
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#45 บทที่ 45 ได้ไม่คุ้มเสีย
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#44 บทที่ 44 ใส่ปุ๋ยเร่งโต
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026#43 บทที่ 43 หยวนหาวอี้กลับมาแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 2/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













