บทนำ
นภัสสรตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองนั้นมาอาศัยอยู่ในร่างคนอื่น ความทรงจำของร่างนี้ก็ไหลเข้ามาในหัว
เธอจึงตั้งมั่นที่จะใช้ชีวิตแทนเจ้าของร่างให้ดี แต่แล้ววันหนึ่ง เธอกลับไปมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชายที่ไม่รู้จัก จึงหนีกลับชนบท พอมาถึง ก็พบว่าตนเองนั้นตั้งครรภ์
แต่ความโชคร้าย ก็ยังมีความโชคดีอยู่ คือเธอได้รับมิติที่เป็นไร่ของเธอในชาติที่แล้ว
กุ้ยหนิงอันกัดฟันทนคำนินทา ต่อว่า เลี้ยงลูกฝาแฝดชายหญิงเป็นอย่างดี เธอมีร้านขายซาลาเปาเล็ก ๆ เพื่อเลี้ยงดูปากท้องของคนในครอบครัว
6 ปีผ่านไป ไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะเจอกับเขาคนนั้นอีกครั้ง คนที่พรากความบริสุทธิ์ของเธอไป และยังทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาให้เธอได้ดูต่างหน้าด้วย
บท 1
บทที่ 1 นภัสสร
ไร่นภัสสร เจ้าของไร่แห่งนี้คือสาวสวยมากความสามารถคล้ายกับเบื่อเมืองกรุงจึงกลับมาที่ไร่แห่งนี้ และฟื้นฟูทุกอย่างให้กลับมามีชีวิตชีวาเหมือนสมัยปู่กับย่าเธอยังอยู่ นับเวลานี้ก็เกือบห้าปีแล้วที่เธอมาฟื้นฟูสมบัติของปู่กับย่าได้ทิ้งไว้ให้
นภัสสรทำสวนผลไม้และแปลงเกษตร เธอไม่มองว่าการเป็นชาวไร่ชาวสวนนั้นน่าอาย แต่เธอกลับมองว่านี่คือสิ่งที่ทำให้เธอมีกินมีใช้ มีเงินเก็บและมีเงินจ่ายลูกน้อยอีกเกือบร้อยชีวิต และยังเลี้ยงน้องชายอีกคนจนจบมหาวิทยาลัยได้ด้วยเกียรตินิยมความภาคภูมิใจของนภัสสรคือตรงนี้
“เหนื่อยจังเลย”
นภัสสรถอดหมวกปีกกว้างออกมานั่งหลบแดดใต้ต้นไม้ใหญ่ เธอกวาดสายตามองไปยังคนงานที่ต่างก็ช่วยเก็บเกี่ยวผลผลิตเตรียมจะส่งขายด้วยรอยยิ้ม แม้จะเหนื่อยแค่ไหน แต่พอเห็นผลตอบรับและรอยยิ้มของทุกคนแค่นี้ก็ทำให้หญิงสาววัยสามสิบกว่าเช่นเธอก็แทบจะหายเหนื่อยเช่นกัน
“แม่เลี้ยงจะทานมื้อเที่ยงเลยไหม ป้าจะให้แจ๋วไปเตรียมให้ คุณนุกูลก็น่าจะกลับมาแล้ว”
แม่บ้านคนสนิทรีบเดินมาแจ้งนายสาวหรือแม่เลี้ยงนภัสสรที่เหล่าคนงานเรียกกัน ส่วนนุกูลคือน้องชายเพียงคนเดียวของแม่เลี้ยงนั่นเอง
“รอตากูลกลับมาก่อนดีกว่าค่ะป้า สรทานข้าวคนเดียวมานานแล้ว อยากกกินกับน้องชายบ้าง”
ไม่รู้เพราะอะไรนภัสสรจึงอยากใช้ชีวิตกับน้องชายให้มากที่สุด ในใจของเธอนั้นรู้สึกโหวงเหวง คล้ายกับจะมีเวลาอยู่กับน้องชายอีกไม่นาน
“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ คุณสรอย่าหักโหมมากจนเกินไปนะคะป้าเป็นห่วงสุขภาพคุณสรเหลือเกิน ตั้งแต่คุณกลับมาและพัฒนาไร่แห่งนี้ ป้าไม่เห็นคุณจะมีเวลาพักหรือหาเวลาไปเที่ยวที่ไหนเลย ตอนนี้คุณนุกูลก็เรียนจบกลับมาช่วยพัฒนาไร่นี้แล้ว หากคุณท่านทั้งสองยังอยู่คงภูมิใจในตัวหลานทั้งสองคนมากนะคะ”
แม่บ้านคนนี้อยู่มาตั้งแต่ปู่กับย่าของนภัสสรยังมีชีวิตอยู่ ทำให้ป้านาจึงกล้าพูดคุยและตักเตือนเจ้านายสาวเรื่องสุขภาพมากกว่าคนงานคนอื่น
“สรเข้าใจค่ะป้านา ต่อไปนี้สรสัญญาว่าจะไม่โหมงานเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว อย่าลืมสิสรยังไม่แต่งงาน ยังไม่มีลูกหรือมีสามีเลยนะคะ ตากูลเรียนจบมาช่วยงานในไร่ สรจะได้มีเวลาเสาะหาสามีเสียที”
นภัสสรพูดหยอกล้อ ในสมองของเธอไม่เคยคิดถึงการมีสามีมาก่อน เพราะในอดีตสมัยที่ยังเรียนเธอเคยมีคนรัก และคิดว่าหลังเรียนจบคงได้แต่งงานกับเขา
แต่ใครจะคิดว่าหลังจากคบหากันเพียงสองปี แฟนหนุ่มที่เธอรักกลับทรยศหักหลังเธอโดยการมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเธอเอง ตั้งแต่นั้นมา นภัสสรจึงไม่เคยเปิดใจให้กับใครอีกเลย
“สามีนะคะ ไม่ใช่ปลาทู คุณสรคิดว่าผู้ชายดี ๆ จะหาง่ายปานนั้นเชียวเหรอคะ ป้าคนหนึ่งล่ะไม่เชื่อ แต่เท่าที่ป้ารู้มีคนหนึ่งที่พอจะเข้าตา”
“ใครเหรอคะ คนที่ป้าคิดว่าเข้าตา”
นภัสสรเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ ตั้งแต่ป้านาจับได้ว่าสามีนอกใจเล่นชู้กับหลานสาว ตั้งแต่นั้นมาป้านาไม่เคยมองผู้ชายคนไหนดีอีกเลย
“ก็พ่อเลี้ยงจักรยังไงล่ะคะ รายนั้นทั้งหล่อทั้งรวย เสียอย่างเดียวคือเย็นชา โหดเหี้ยมไปหน่อย”
เมื่อป้านาเอ่ยชื่อทำให้นภัสสรนึกถึงชายหนุ่มวัยสี่สิบต้น ๆ ที่ใบหน้ามีแต่ความเย็นชาคนนั้นขึ้นมา หากเธอต้องมีสามีแล้วเป็นคนเย็นชาไม่พูดไม่จา เธอคงอกแตกตาย
“ถ้าเป็นพ่อเลี้ยงจักร สรขอบายนะคะ คนอะไรหน้าตาเหมือนคนที่โกรธอยู่ตลอดเวลา แบบนี้สรไม่เอาด้วยหรอก สามีสรไม่มีก็ไม่ตายค่ะ รอเลี้ยงลูกของตากูลแทน”
เมื่อพูดถึงน้องชายเพียงคนเดียวใบหน้าของนภัสสรกลับมีรอยยิ้มแห่งความอบอุ่นอย่างห้ามไม่อยู่
ป้านามองด้วยสายตาที่เอ็นดู แม่เลี้ยงนภัสสรคงขยาดผู้ชายเหมือนกับเธอ ไม่นานทั้งสองคนได้ยินเสียงรถกระบะของน้องชายขับเข้ามาในไร่พอดี นภัสสรจึงรีบเดินเข้าไปหยิบกระติกน้ำเย็น ๆ มายื่นให้น้องชายดับกระหาย เพราะงานในไร่นั้นไม่เหมือนกับงานบริษัทในกรุงเทพฯ
“กลับมาแล้วเหรอตากูล เป็นยังไงบ้างเหนื่อยไหม นี่น้ำหวานเย็น ๆ พี่เตรียมไว้ให้”
“ขอบคุณครับพี่สร พี่เองก็เหนื่อยเหมือนกันพักผ่อนบ้าง ผมโตแล้วครับ ต่อไปนี้ผมจะช่วยพี่พัฒนาไร่ของคุณปู่คุณย่าให้ดีขึ้นกว่าเดิม และจะเป็นคนดูแลพี่เอง”
นุกูลบอกพี่สาวด้วยสายตามุ่งมั่น พื้นที่ด้านหลังติดเขาเป็นมรดกของปู่กับย่าที่ทิ้งไว้ให้ เขาตั้งใจจะทำฟาร์มม้าและรีสอร์ตเพื่อให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอที่เขาอยู่ ทว่าเรื่องนี้ต้องขอคำปรึกษาจากพี่สาวคนสวยเสียก่อน
“จ้า ฉันเป็นพี่สาวนะยะ ไม่ใช่ลูกสาวหรือน้องสาวนาย พูดยังกับพี่สาวคนนี้ยังเป็นเด็ก พี่ยอมเหนื่อยเพื่อให้เราทั้งสองคนมีสิ่งดี ๆ ตอนนี้ตากูลของพี่เรียนจบแล้ว พี่จะค่อย ๆ วางมือก็แล้วกัน ว่าแต่ตอนนี้เราไปกินอาหารกันก่อนดีกว่าไหม หิวจนไส้จะขาดแล้ว”
เมื่อโดนน้องชายบ่นเรื่องที่เธอทำงานเหนื่อยเกินไป นภัสสรจึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
สองพี่น้องต่างก็เดินคล้องแขนกันอย่างมีความสุขเพื่อไปที่โรงอาหารของไร่ นภัสสรและนุกูลไม่เคยแบ่งชนชั้นกับคนงาน ไม่ว่าโรงอาหารจะทำสิ่งใดสองพี่น้องมักจะกินเช่นเดียวกัน แม้บางครั้งเพื่อน ๆ ของทั้งสองคนมาที่ไร่นี้ยังต้องมากินรวมกันที่โรงอาหารเช่นกัน
นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลทำไมคนงานจึงรักและเคารพแม่เลี้ยงนภัสสรและพ่อเลี้ยงนุกูลนัก
จากวันนั้นจนถึงวันนี้เวลาผ่านมาร่วมเดือน สองพี่น้องยังคงช่วยกันทำงานเหมือนเดิม ในเวลานี้นุกูลเริ่มวางแผนงานเกี่ยวกับรีสอร์ตแล้วเช่นกัน
“พี่สร ช่วงนี้เหมือนพี่จะไม่สบายเลยไปหาหมอดีหรือเปล่า”
นุกูลมองดูว่าพี่สาวนั้นดูอ่อนเพลีย จึงอยากให้ไปตรวจร่างกายบ้าง
“พี่ไม่เป็นอะไรหรอก ช่วงนี้อาจจะนอนน้อยไปหน่อย นายเองก็เถอะ อย่าทำงานให้มากนัก พี่ได้ข่าวว่าพ่อเลี้ยงขวัญเมืองอยากได้ที่ดินติดเขาของเรา ตอนนี้จึงกลั่นแกล้งเรื่องที่นายยื่นแบบกับอำเภอไม่ผ่านไม่ใช่เหรอ หากมันยุ่งยากและเสี่ยงอันตราย พี่ว่านายพับเก็บโครงการไปก่อนดีหรือเปล่า”
นภัสสรไม่ได้ห่วงตัวเองแต่ห่วงความปลอดภัยมากกว่า วันก่อนเธอได้พบกับพ่อเลี้ยงจักร ไม่รู้ว่าทำไมพ่อเลี้ยงจึงส่งคนมาพูดคุยเรื่องนี้
“ผมระวังตัวอยู่ พี่สรไม่ต้องเป็นห่วง จริงสิ ยายส้มจี๊ดใกล้จะเรียนจบแล้ว บอกกับผมว่าจะมาช่วยงานที่นี่ ยายนั่นจะมาอยู่กับเราได้เหรอพี่ ผมละไม่ค่อยอยากจะเชื่อ”
นุกูลนึกถึงลูกพี่ลูกน้องที่เปรี้ยวจี๊ดสมชื่อด้วยความระอา ส้มจี๊ดนั้นอายุน้อยกว่าเขาหนึ่งปี แต่ทำตัวยิ่งกว่าแม่เขาอีก
“เอาเถอะ ยายส้มจี๊ดมาอยู่ไร่ของเราจะได้มีสีสันไง อีกอย่างนายกับพี่ก็รู้ว่ายายส้มจี๊ดเข้ากับแม่เลี้ยงได้ที่ไหน น้าภูมิเองใช่ว่าจะสนใจลูกสาวคนนี้ มัวแต่หลงเมียใหม่กับใส่ใจลูกเลี้ยงยิ่งกว่าลูกตนเอง”
นภัสสรยิ้มให้น้องชายอย่างระอา หากนับญาติกัน ยายส้มจี๊ดก็มีศักดิ์เป็นน้องสาวเธอและน้องสาวตากูล ชีวิตของส้มจี๊ดน่าสงสารไม่น้อย พ่อแม่แยกทาง ดีที่ตากูลเรียนที่กรุงเทพฯ เธอจึงเช่าคอนโดให้สองคนนี้อยู่ด้วยกัน แม้ว่าน้องชายจะบ่นเป็นหมีกินผึ้ง แต่เขาก็รักยายส้มจี๊ดไม่น้อยไปกว่าเธอเลย
ในขณะที่สองพี่น้องคุยกันถึงตัวป่วน อยู่ ๆ ก็มีเสียงรถเข้ามาในไร่พร้อมกับสาวน้อยหุ่นนาฬิกาทราย แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดแต่ไม่โป๊ ลงจากรถกระบะของไร่จักรพงษ์
“ฮัลโหล พี่สร พี่กูล น้องสาวสุดสวยมาหาแล้วค่ะ”
ส้มจี๊ดสาวน้อยวัยยี่สิบปีรีบวิ่งเข้ามาหาคนทั้งคู่ด้วยความคิดถึง ทำให้นภัสสรส่ายหน้าอย่างระอาในความรวดเร็วทันใจของน้องสาวคนนี้
“หยุดเลยยายส้มเน่า เราโทรบอกพี่ว่าจะมาแต่ไม่ใช่มาวันนี้ แล้วนี่ไปรบกวนพ่อเลี้ยงจักรได้ยังไงกัน ทำไมไม่โทรบอกพี่ พี่จะได้ไปรับ”
นุกูลเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาเขกหัวน้องสาว ดูเถอะเช้าโทรมาบอกว่าเรียนจบจะมาช่วยงาน บ่ายดันมาถึงเสียแล้ว
“พี่กูล ฉันว่าพี่ถนอมน้องสาวหน่อยเถอะ ใช่ ฉันพูดว่าเรียนจบแล้วจะมาช่วยงาน แต่ตอนนี้ฉันต้องมาฝึกงาน เลยส่งใบสมัครมาที่ไร่จักรพงษ์ ฉันเห็นว่าอยู่ไม่ไกลกับไร่ของพวกพี่ น้องสาวคิดถึงไม่ได้หรือไง”
ส้มจี๊ดลูบหน้าผากปอย ๆ พร้อมทำหน้าทะเล้นใส่ ก่อนจะอธิบายถึงเหตุผลให้ฟัง
“ส้มจี๊ดทำไมไม่โทรบอกพี่หรือตากูลให้ไปรับ แม้จะฝึกงานที่ไร่จักรพงษ์แต่เรื่องไปรับพี่คิดว่าเรารบกวนเกินไปหรือเปล่า แล้วสาเหตุที่วิ่งแจ้นมาฝึกงานถึงจังหวัดน่านไม่ใช่เพราะอยากหนีคนบ้านนู้นมาเหรอ”
“ไม่ใช่อยากหนีหรอกพี่สร แต่โดนไล่ออกมาเลยต่างหาก พอดีฉันมีเรื่องกับลูกเลี้ยงสุดที่รักของเขามา แล้วก็ไม่อยากอยู่คอนโดคนเดียวเสียดายเงินอะพี่สร พี่จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยไง
ตอนนี้พี่กูลเรียนจบแล้ว ฉันก็ฝึกงานปีสุดท้าย เลยทำเรื่องมาฝึกงานที่จังหวัดน่านประจวบเหมาะกับไร่จักรพงษ์รับเลขาฝึกงานพอดี ทุกอย่างเหมาะเหม็งพอดีไง”
“เอ่อ ผมขอขัดจังหวะพวกคุณหน่อยนะ เมื่อกี้นี้ก่อนจะเข้ามาในบริเวณไร่นภัสสร ผมเห็นชายแปลกหน้าป้วนเปี้ยนอยู่หลายคน ผมเลยให้โทรให้ลูกน้องตามไปดูแล้ว ช่วงนี้คุณนุกูลและคุณสรระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะ สายข่าวคนของผมแจ้งมาว่าพ่อเลี้ยงขวัญเมือง…”
“ขอบคุณมากนะคะพ่อเลี้ยงจักร จากนี้สรและน้องจะระวังตัวมากขึ้น”
นภัสสรไม่ทันพูดจบประโยค กลับมีเสียงปืนดังเข้ามาหลายนัด ทำให้ทั้งสี่คนต่างพุ่งตัวหลบโดยที่พ่อเลี้ยงจักรคว้าตัวของส้มจี๊ดไว้ ส่วนนุกูลคว้าตัวพี่สาวเข้าอ้อมกอด
ทว่านภัสสรเห็นมือปืนที่แอบซุ่มอยู่อีกคนเล็งปืนมาทางน้องชายของเธอ ด้วยสัญชาตญาณเธอจึงหมุนตัวเอาร่างตนเองมารับกระสุนแทนก่อนจะผลักร่างน้องชายให้ล้มลง
ปัง! ปัง! ปัง!
สิ้นเสียงปืนร่างนภัสสรล้มลงนอนกับพื้นทันที พ่อเลี้ยงจักรที่กำลังจัดการมือปืนอีกคนจนล้มลง ได้หันมาลั่นไกใส่แบบไม่ยั้งทันที
“พี่สร! /พี่สร! /คุณสร!”
นุกูลเข้ามาช้อนร่างอาบเลือดของพี่สาวไว้พร้อมน้ำตาที่ไหลไม่หยุด โดยมีร่างเล็กของส้มจี๊ดที่สะบัดหลุดออกจากอ้อมกอดของพ่อเลี้ยงจักรรีบวิ่งเข้ามาเช่นกัน
“พี่กูล รีบพาพี่สรไปโรงพยาบาลสิ เร็วสิ!”
“ไม่ต้อง พี่…พี่รู้ตัวดีพี่ไม่ไหวแล้ว ทั้งสองสัญญากับพี่ได้ไหมว่าจะปกป้องดูแลกันและกัน แม้ว่าตากูลกับส้มจี๊ดจะเป็นเพียงลูกพี่ลูกน้อง แต่พี่อยากให้ทั้งสองดูแลกันและกันเหมือนพี่น้องคลานตามกันมา”
น้ำเสียงของนภัสสรอ่อนแรงเต็มที เธอรู้ดีว่าร่างกายไม่ไหวแล้ว เพียงแค่อยากจะฝืนเพื่อขอคำมั่นสัญญาว่าทั้งสองคนจะไม่ทิ้งกันเมื่อเธอจากไปแล้ว
“ผมสัญญาครับ ส้มจี๊ดเปรียบเสมือนน้องสาวผมคนหนึ่ง ผมสัญญาว่าจะดูแลน้องตลอดไปครับ ผมรู้ว่าพี่เหนื่อยแล้ว พี่พักเถอะนะครับ ทุกอย่างในไร่แห่งนี้ผมกับส้มจี๊ดจะสานต่อให้เอง”
นุกูลไม่อายที่น้ำตาของลูกผู้ชายไหลไม่หยุด นี่คือคำสัญญาที่เขาให้กับพี่สาวเพียงคนเดียวที่กำลังจะจากไป
“หนูสัญญาค่ะ หนูจะช่วยพี่กูลดูแลไร่แห่งนี้ต่อไป หนูขอบคุณพี่สรที่ดูแลหนูมาตลอดในหลายปีที่ผ่านมา พี่ส่งหนูเรียนพี่ไม่ใช่เป็นเพียงพี่สาว แต่พี่เปรียบเสมือนแม่ของหนู พี่สรเหนื่อยแล้ว พี่สรพักเถอะนะคะ”
ส้มจี๊ดน้ำเสียงสะอื้นไม่หยุด เธอให้คำมั่นสัญญาเช่นกัน
นภัสสรยิ้มอย่างอ่อนแรง เมื่อน้องทั้งสองสัญญาว่าจะดูแลกันและกัน เพียงชั่วอึดใจร่างนภัสสรกระตุกสองสามครั้งก่อนจะหมดลมหายใจ
เสียงร้องไห้เสียใจกับการจากไปของแม่เลี้ยงนภัสสรดังไปทั่วไร่ นุกูลพอตั้งสติได้ว่าพี่สาวจากไปแล้วจึงคว้าร่างน้องสาวอย่างส้มจี๊ดมาด้านข้าง ทั้งสองกอดร่างไร้วิญญาณของพี่สาวด้วยใจที่แตกสลาย
นุกูลและส้มจี๊ดรวมถึงเหล่าคนงานจัดการพิธีศพของนภัสสรด้วยความเรียบง่ายตามความชอบของพี่สาว
หลังจากเสร็จสิ้นงานศพของนภัสสร นุกูลเปลี่ยนไปเป็นคนละคน นิ่งขรึม เย็นชา และเหี้ยมโหด อีกทั้งยังหวงน้องสาวเพียงคนเดียวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่
ส่วนส้มจี๊ดหลังจากฝึกงานเสร็จสิ้นและทำเรื่องจบ เธอจึงกลับมาอยู่กับพี่ชาย ทั้งสองต่างช่วยกันดูแลและสานต่อความต้องการของพี่สาวเพียงคนเดียวจนบรรลุเป้าหมาย แม้ทั้งสองจะมีครอบครัวของตนเองแต่ก็ยังดูแลกันและกันเสมอมาจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน
บทล่าสุด
#74 บทที่ 74 บทส่งท้าย ครอบครัวที่มีความสุข
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#73 บทที่ 73 ช่วยกันทำงาน
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#72 บทที่ 72 ค่าสินสอดที่ถูกกล่าวขาน
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#71 บทที่ 71 งานมงคลของซ่งซีซวน
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#70 บทที่ 70 รบเร้าอยากแต่งงาน
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#69 บทที่ 69 ตัดสินใจลาออก
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#68 บทที่ 68 สะสางความแค้น
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#67 บทที่ 67 ซ้อนแผน
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#66 บทที่ 66 ที่แท้ก็ร่วมมือกัน
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#65 บทที่ 65 ลักพาตัว
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026
คุณอาจชอบ 😍
ม่านหมอก
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
ดวงใจอัสวัส
เขา... คือทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างในชีวิต ยกเว้นคนที่จะรักเขาจากหัวใจจริง
ในวันที่หัวใจของเขาแหลกสลาย เพราะถูกคนรักทรยศเพื่อเงิน เธอได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปลอบโยน
เมื่อโชคชะตาพาให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ความรักค่อย ๆ ผลิบาน ทว่าความต่างของฐานะ กลับกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด
แม่ของเขา... ใช้เงินซื้อการจากลา
เพื่อนสนิทของเธอ... หักหลังเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน
ส่วนเขา... เข้าใจว่าเธอทรยศ เลือกเงินมากกว่าความรัก จึงเฝ้าเกลียดชังและแก้แค้นผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งดวงใจ
ห้าปีต่อมา...
โชคชะตานำพาเธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง ในฐานะเพียงลูกจ้างคนหนึ่งของไร่
เขาจ้างเธอไว้เพื่อแก้แค้น
เธอยอมทนทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว
แต่ไม่มีใครรู้ว่า... ผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำ คือคนเดียวกับที่ยังรักเขาหมดหัวใจ
และไม่มีใครรู้เช่นกันว่า... เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย คนที่เจ็บปวดที่สุด อาจไม่ใช่เธอ... แต่เป็นเขา
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
รักไม่หลอก
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!













