ข้ามมิติมายุค80พร้อมห้องสมุดลึกลับใช้ความรู้เปลี่ยนหมุ่บ้านยากจนให้กลายเป็นตำนาน

ข้ามมิติมายุค80พร้อมห้องสมุดลึกลับใช้ความรู้เปลี่ยนหมุ่บ้านยากจนให้กลายเป็นตำนาน

ปะหนัน · เสร็จสิ้น · 129.1k คำ

576
ยอดนิยม
832
การดู
18
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

คำโปรย
เพราะอ่านหนังสือในห้องสมุดจนเผลอหลับ
ซูเยว่หลันจึงข้ามมิติมาตื่นในหมู่บ้านยากจนแห่งยุค 80 บ้านก็จน คนในบ้านก็ไม่รัก ชีวิตเดิมของเจ้าของร่างยังแทบไม่มีทางรอด แต่ใครจะคิดว่าเธอจะได้ ห้องสมุดลึกลับติดตัวมาด้วย
เมื่อทุกครั้งที่หลับ เธอสามารถเข้าไปค้นความรู้ในห้องสมุดประหลาดแห่งนั้นได้ จากบรรณารักษ์ธรรมดาในยุคปัจจุบัน เธอจึงค่อย ๆ ใช้ความรู้เรื่องดิน น้ำ พืช อาหาร และการจัดการ พลิกแปลงผักแห้งแล้งให้เขียวชอุ่มเปลี่ยนของเหลือไร้ค่าให้กลายเป็นของกินทำเงินและพาหมู่บ้านที่ยากจนจนใคร ๆ ส่ายหน้า
ให้ค่อย ๆ กลายเป็นหมู่บ้านในตำนานที่คนทั้งตำบลต้องหันมามอง
เดิมทีเธอคิดแค่ว่าจะหาอะไรกินให้อิ่มท้อง
แต่ไป ๆ มา ๆ กลับได้ทั้งงาน ได้ทั้งชื่อเสียง
ได้แม่ที่เริ่มรัก ได้พี่สะใภ้ปากร้ายแต่ใจดี ได้กลุ่มสตรีที่พร้อมลุกขึ้นสู้ไปด้วยกัน และยังได้ชาวไร่หนุ่มหน้าตาดี เสน่ห์แรง จนสาวทั้งหมู่บ้านแอบมอง มาคอยยืนข้างเธอทุกครั้งที่ชีวิตเริ่มหนักเกินไป

บท 1

ตอนที่ 1

ห้องสมุดคืนฝนตก

เสียงฝนกระทบกระจกดังถี่รัวไม่ต่างจากปลายนิ้วนับร้อยที่กำลังเคาะขอทางเข้าออกจากโลกภายนอก หลินเมิ่งเหยาเงยหน้าจากกองหนังสือเก่าตรงหน้า ก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังท้องฟ้าสีดำครึ้มที่ปกคลุมเมืองทั้งเมืองไว้แน่นหนา แสงไฟถนนด้านนอกพร่าเลือนอยู่หลังม่านฝน จนดูเหมือนคืนวันนี้มีเพียงอาคารห้องสมุดกลางกับเธอเท่านั้นที่ยังไม่ยอมหลับใหล

ห้องเก็บหนังสือเก่าชั้นใต้ดินเงียบจนได้ยินแม้แต่เสียงกระดาษเสียดสีกันยามเธอพลิกหน้าเอกสารทีละแผ่น กลิ่นหมึกเก่า กลิ่นไม้ชื้น และกลิ่นฝุ่นสะสมหลายสิบปีคลุ้งอยู่ในอากาศจนชวนให้คนทั่วไปอยากรีบทำงานให้เสร็จแล้วหนีขึ้นไปชั้นบน แต่หลินเมิ่งเหยากลับรู้สึกคุ้นเคยกับบรรยากาศแบบนี้ยิ่งกว่าที่ใดในโลก

สำหรับคนอื่น หนังสือเก่าอาจเป็นเพียงของสะสม หรือไม่ก็ข้าวของล้าสมัยที่หมดคุณค่าไปแล้ว ทว่าสำหรับเธอ หนังสือทุกเล่มมีลมหายใจของตัวเอง มีร่องรอยของมือคนที่เคยเปิดอ่าน มีความคิด ความทรงจำ และชีวิตของคนอีกยุคหนึ่งซ่อนอยู่ในตัวอักษรที่เรียงรายแน่นขนัดบนกระดาษสีเหลืองซีด

หลินเมิ่งเหยาเป็นบรรณารักษ์มาได้เกือบห้าปีแล้ว ตำแหน่งไม่ใหญ่ เงินเดือนไม่มาก ชีวิตเรียบง่ายจนบางครั้งเรียกได้ว่าจืดชืด แต่เธอไม่เคยคิดจะเปลี่ยนอาชีพ แม้คนรอบข้างจะพูดเสมอว่างานแบบนี้ไม่น่าตื่นเต้น ไม่มีอนาคต และแทบไม่มีใครมองเห็นความสำคัญของคนจัดหมวดหมู่หนังสือด้วยซ้ำ

เธอเคยยิ้มรับคำพูดเหล่านั้นทุกครั้ง แล้วกลับมานั่งอยู่ท่ามกลางชั้นหนังสืออย่างเดิม เพราะอย่างน้อยในโลกของหนังสือ ทุกอย่างยังมีเหตุผล มีระเบียบ และมีความงามซ่อนอยู่เสมอ ต่อให้ชีวิตมนุษย์สับสนวุ่นวายเพียงใด หนังสือก็ยังรอให้ใครสักคนเปิดอ่านอย่างสงบเงียบ

คืนนี้เป็นเวรของเธอที่ต้องลงมาตรวจสอบหนังสือเก่าชุดหนึ่งซึ่งเพิ่งย้ายมาจากคลังเก็บร้างของห้องสมุดสาขา หนังสือหลายเล่มเปียกชื้นจนต้องคัดแยก บางเล่มปกหลุด บางเล่มขึ้นรา และบางเล่มไม่มีแม้แต่เลขหมวดให้ตรวจสอบ เธอค่อย ๆ ยกแต่ละเล่มขึ้นมาปัดฝุ่น เช็กสภาพ ลงบันทึก และจัดแยกเป็นกองอย่างมีระบบ แม้มือจะเมื่อยจนข้อนิ้วตึงไปหมด แต่สีหน้าของเธอยังคงสงบนิ่ง

ใกล้สี่ทุ่ม ขณะที่ฝนด้านนอกไม่มีทีท่าว่าจะซา เธอก็พบกล่องไม้ใบหนึ่งซุกอยู่ในชั้นล่างสุดของตู้เหล็กเก่า ตัวกล่องไม่มีป้าย ไม่มีรหัส และไม่ได้อยู่ในบัญชีรายการของที่ขนย้ายมาด้วย

หลินเมิ่งเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะดึงกล่องออกมาอย่างระวัง ฝุ่นเกาะหนาจนต้องยกมือปัดออกหลายครั้ง เมื่อลองเปิดฝา กลับพบว่าข้างในมีหนังสือเพียงเล่มเดียว เป็นหนังสือปกแข็งสีหม่น ราวกับเคยมีสีเดิมเข้มกว่านี้ แต่ถูกกาลเวลาลบเลือนจนเหลือเพียงเงาจาง ๆ ปกหน้าไม่มีชื่อเรื่อง ไม่มีชื่อผู้เขียน ไม่มีตราสำนักพิมพ์ สันหนังสือเรียบเปล่าอย่างน่าประหลาด ที่แปลกยิ่งกว่านั้นคือ แม้จะดูเก่า แต่ตัวเล่มกลับสมบูรณ์กว่าหนังสือรอบข้างราวกับได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

เธอพลิกดูหน้าปกในและหน้าลิขสิทธิ์ ทว่าก็ไม่พบข้อมูลอะไรแม้แต่น้อย ราวกับมีใครตั้งใจลบตัวตนทั้งหมดของหนังสือเล่มนี้ออกไป

“แปลกจริง...”เสียงพึมพำของเธอดังเบามากในความเงียบ

หลินเมิ่งเหยานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม แล้วเปิดหนังสือเล่มนั้นอย่างระมัดระวัง กระดาษด้านในหนากว่าที่คิด สีงาช้างหม่นนุ่มนวลต่อสายตา ตัวอักษรเรียงตัวสวยงามเป็นระเบียบ แต่ประโยคแรกที่ปรากฏต่อหน้าเธอกลับทำให้ปลายนิ้วที่กำลังกดหน้ากระดาษชะงักค้าง

“ความรู้มิได้เลือกผู้ยิ่งใหญ่ แต่เลือกผู้ที่เห็นคุณค่าของมัน”

หลินเมิ่งเหยากะพริบตาช้า ๆ ความรู้สึกประหลาดแผ่ซ่านขึ้นมาจากกลางอก เธออ่านประโยคนั้นซ้ำอีกครั้ง ก่อนพลิกไปหน้าถัดไป

“ผู้ใดรักษาหนังสือผู้นั้นย่อมรักษาอนาคต”

เธอเม้มริมฝีปากเบา ๆ หนังสือเล่มนี้เหมือนตำราปรัชญากึ่งนิทาน แต่ถ้อยคำทุกบรรทัดกลับมีแรงบางอย่างดึงดูดจนเธอวางไม่ลง เนื้อหาในเล่มไม่ได้เล่าเรื่องเป็นตอน ๆ หากคล้ายเป็นบันทึกกระจัดกระจายของใครบางคนที่พูดถึงห้องสมุด ความรู้ การคัดเลือกผู้คน และคำที่พูดว่าประตูอยู่หลายครั้ง

ยิ่งอ่าน เธอยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังเดินลึกเข้าไปในทางเดินแคบมืดสายหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าปลายทางจะนำไปสู่อะไร ทว่าหัวใจกลับบอกว่าอย่าหยุด เสียงฝนยังดังสม่ำเสมออยู่ด้านนอก เข็มนาฬิกาเคลื่อนไปทีละนาทีอย่างเงียบงัน หลอดไฟเพดานส่งแสงสีขาวซีดลงบนโต๊ะไม้เก่า และเงาของเธอกับกองหนังสือทอดยาวไปบนพื้นซีเมนต์

หลินเมิ่งเหยาอ่านไปได้อีกหลายหน้า จึงเริ่มรู้สึกว่าหนังตาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ง่วงเลยแม้แต่น้อย เธอขยับไหล่ คลึงต้นคอ และยกแก้วชาอุ่นที่เหลืออยู่ขึ้นจิบ แต่ชาเย็นชืดไปแล้ว

“อ่านอีกนิดเดียว...”

เธอบอกตัวเองอย่างนั้น หน้าถัดไปมีประโยคสั้น ๆ เขียนอยู่เพียงบรรทัดเดียว

“เมื่อผู้คู่ควรมาถึง ห้องสมุดจะเปิดทางเอง”

ไม่รู้เพราะความเหนื่อยล้าสะสมทั้งวัน หรือเพราะเสียงฝนและความเงียบรอบตัวชวนให้เคลิ้ม เธอรู้ตัวอีกที ศีรษะก็เอนลงช้า ๆ จนแตะท่อนแขนบนโต๊ะ

ภาพตัวอักษรตรงหน้าพร่าเลือนไปทีละน้อย เสียงฝนเหมือนถอยห่างออกไปทุกขณะ และโลกทั้งใบค่อย ๆ ละลายกลายเป็นความมืดอ่อนนุ่ม

กลิ่นแรกที่ลอยเข้ามาในลมหายใจไม่ใช่กลิ่นกระดาษเก่า หากเป็นกลิ่นควันฟืน ผสมกับกลิ่นดินชื้นและกลิ่นเสื้อผ้าอับบางอย่างที่ไม่คุ้นเคย

หลินเมิ่งเหยาขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแรกคือปวดเมื่อยไปทั้งตัว ราวกับนอนผิดท่ามาหลายชั่วโมง แผ่นหลังเจ็บตึง แขนขาหนักอึ้ง และศีรษะก็หนักจนแทบไม่อยากลืมตา

เธอพยายามขยับนิ้ว ก่อนจะค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น

สิ่งที่เห็นไม่ใช่เพดานสีขาวของห้องเก็บเอกสารใต้ดิน แต่เป็นคานไม้เก่า ๆ สีคล้ำ มีรอยแตกร้าวหลายแห่ง ใยแมงมุมเกาะมุมฝ้า ลมเย็นพัดลอดเข้ามาจากช่องหน้าต่างกระดาษที่ปิดไม่สนิท ทำให้แสงสลัวของเช้าตรู่ส่องเข้ามาเป็นริ้วบาง ๆ

หลินเมิ่งเหยานิ่งไปชั่วขณะ เธอหลับตาลงอีกครั้งแล้วลืมขึ้นใหม่ แต่ภาพตรงหน้าก็ยังเหมือนเดิม เตียงที่เธอนอนอยู่แข็งและแคบกว่าปกติ ผ้าห่มหยาบกระด้างจนไม่คุ้นผิว กายที่ขยับได้ช้า ๆ นี้เองก็ดูบอบบางแปลกไป ยังไม่ทันที่เธอจะประมวลผล เสียงผู้หญิงแหลมสูงก็ดังลอดประตูไม้บางเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ

“ยังไม่ลุกอีกหรือ จะนอนกินแรงคนทั้งบ้านถึงเมื่อไร”

ตามด้วยเสียงชายแก่ห้วนกระด้าง “วันนี้บ้านสกุลหลิวจะมาดูตัว ถ้ายังทำเป็นป่วยอีกก็อย่าหาว่าฉันใจร้าย”

หัวใจของหลินเมิ่งเหยากระตุกแรง ดูตัว? ใครดูตัว? บ้านสกุลหลิวไหน?

เธอรีบยันตัวลุกขึ้นนั่ง ความเวียนศีรษะแล่นวูบจนต้องยกมือข้างหนึ่งกุมขมับ แต่สิ่งที่ทำให้เธอชะงักยิ่งกว่าคือมือคู่นั้นไม่ใช่มือของเธอ

มันเล็กกว่า ผอมกว่า ผิวหยาบกว่า และมีรอยแดงตรงข้อนิ้วเหมือนคนทำงานหนักมานาน

หลินเมิ่งเหยาจ้องมือนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา ขณะเดียวกัน ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดอย่างแรง หญิงวัยกลางคนใบหน้าคมจัดคนหนึ่งเดินเข้ามา ดวงตาเต็มไปด้วยความรำคาญ

“ลุกได้ก็ดี รีบไปต้มน้ำ หุงข้าว แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย เดี๋ยวคนจะมาถึง”

หลินเมิ่งเหยามองอีกฝ่ายอย่างมึนงง เสื้อผ้าที่หญิงคนนั้นสวมเป็นเสื้อคอกลมสีหม่นกับกางเกงผ้าหยาบหลวม ๆ ทรงผมเรียบตึงแบบที่ไม่เคยเห็นในชีวิตประจำวันของตัวเอง มองเลยไปด้านหลัง ยังมีกำแพงดินสีซีด โต๊ะไม้เตี้ย ๆ และตู้เก่าโทรมใบหนึ่งตั้งอยู่ริมฝา ทุกอย่างจริงเกินกว่าจะเป็นฝัน

หญิงคนนั้นเห็นเธอนั่งนิ่ง ก็ทำหน้าไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม “มองอะไร หรือจะให้ฉันลากไป”

หลินเมิ่งเหยาอ้าปากจะถามว่า ที่นี่คือที่ไหน แต่เสียงที่ออกมาจากลำคอกลับแหบเบาอย่างคนป่วยมานาน

“ฉัน...”เพียงคำเดียวเท่านั้น ภาพจำนวนมากก็พุ่งเข้ามาในหัวอย่างฉับพลัน ราวกับมีใครเทความทรงจำทั้งกองลงมาในสมองของเธอในคราวเดียว

บ้านดินหลังนี้ หมู่บ้านยากจนในชนบท

หญิงสาวชื่อซูเยว่หลัน แม่แท้ ๆ ที่อ่อนแอ พ่อเลี้ยงใจแข็ง พี่สะใภ้ปากร้ายชีวิตที่ถูกกดขี่ร่างกายที่เคยล้มป่วยและเรื่องดูตัวกับชายแก่บ้านอื่นเพื่อนำเงินมาช่วยหนี้ในบ้าน

หลินเมิ่งเหยา หรือในเวลานี้ ซูเยว่หลัน ยกมือกุมศีรษะแน่น ความหนาวเย็นพุ่งขึ้นมาตามแนวสันหลังจนปลายนิ้วชาไปหมด

เธอไม่ได้อยู่ในห้องสมุดกลางอีกแล้ว ไม่ได้อยู่ในเมืองเดิม ไม่ได้อยู่ในร่างเดิมของตัวเอง

หญิงวัยกลางคนตรงหน้าสะบัดเสียงอย่างรำคาญ “จะทำเป็นอ่อนแอให้ใครสงสาร รีบลุกไปทำงาน”คำพูดนั้นเหมือนน้ำเย็นจัดสาดเข้าหน้า ซูเยว่หลันเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาที่เคยพร่าเพราะสับสนค่อย ๆ นิ่งลงทีละน้อย แม้หัวใจยังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอชัดเจนว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ ความตกใจช่วยอะไรไม่ได้เลย

หากนี่คือความจริง หากเธอมายืนอยู่ในชีวิตของหญิงสาวอีกคนจริง อย่างน้อยที่สุด เธอต้องตั้งหลักให้ได้ก่อน

หญิงคนนั้นเห็นเธอไม่ตอบ จึงยื่นมือเหมือนจะกระชากแขน แต่ก่อนที่ปลายนิ้วนั้นจะสัมผัสโดนตัว ซูเยว่หลันก็ขยับหลบอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายตรง ๆ แววตาคู่นั้นสงบนิ่งจนหญิงตรงหน้าชะงักไป

“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” เธอพูดช้า ๆ น้ำเสียงยังแหบอยู่บ้าง แต่ชัดถ้อยชัดคำ “ไม่ต้องลาก”

หญิงวัยกลางคนหรี่ตาลงอย่างประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าไม่คุ้นกับท่าทีเช่นนี้ของซูเยว่หลัน แต่สุดท้ายก็เพียงแค่นเสียงในคอ แล้วหันหลังเดินออกไป

ประตูไม้ปิดลงดังปัง ภายในห้องเล็กกลับมาเงียบอีกครั้ง

ซูเยว่หลันนั่งนิ่งอยู่บนเตียงแข็ง หายใจเข้าออกช้า ๆ ก่อนกวาดตามองรอบห้องอย่างละเอียด คราวนี้เธอไม่ได้มองด้วยสายตาของคนตื่นตกใจ หากมองด้วยสัญชาตญาณเก่าของบรรณารักษ์ผู้เคยจัดระบบความวุ่นวายเป็นอาชีพ ห้องเล็ก ข้าวของน้อย ฐานะยากจน

เจ้าของร่างเดิมอ่อนแอ คนในบ้านไม่หวังดีและวันนี้ มีคนจะมาดูตัว

เธอเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องหนึ่งที่ชัดเจนแล้วก็คือ ชีวิตใหม่นี้ไม่ได้เปิดทางให้เธอค่อย ๆ ปรับตัวอย่างสบาย ๆ ตรงกันข้าม มันทุ่มเธอลงมากลางสถานการณ์ที่พร้อมจะกลืนเธอทั้งเป็นตั้งแต่วินาทีแรก

ฝนข้างนอกหยุดตกแล้ว แต่ฟ้ายังหม่นมัว ราวกับโลกใหม่ที่เธอตื่นขึ้นมายังไม่คิดจะเมตตา

ซูเยว่หลันค่อย ๆ วางเท้าลงบนพื้นดินเย็นเยียบ แล้วลุกขึ้นยืนช้า ๆ แม้ร่างกายจะอ่อนแรงจนแทบโซเซ แต่ในแววตานั้นกลับมีประกายบางอย่างส่องวาบขึ้นมา ในเมื่อเธอหนีกลับไปไม่ได้

อย่างน้อยเธอจะไม่ยอมถูกใครขายไปเหมือนสิ่งของแน่และทันทีที่ความคิดนั้นชัดเจนขึ้นในใจ ลมเย็นสายหนึ่งก็พัดลอดเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้กระดาษเก่าแผ่นหนึ่งซึ่งสอดอยู่ใต้หมอนปลิวออกมา

ซูเยว่หลันก้มลงหยิบขึ้นดู บนกระดาษไม่มีตัวอักษรอื่นใด นอกจากประโยคสั้น ๆ เพียงบรรทัดเดียว

“เมื่อผู้คู่ควรมาถึง ห้องสมุดจะเปิดทางเอง”

เธอจ้องข้อความนั้นนิ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง

แล้วเรื่องราวทั้งหมด ก็เริ่มต้นขึ้นจริง ๆ ในเช้าวันนั้นเอง

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

ปะป๊าของพริกหวานคือท่านประธานสุดหล่อ

ปะป๊าของพริกหวานคือท่านประธานสุดหล่อ

52.8k การดู · กำลังอัปเดต · หม่าไห่เจิน
'ยลลดา' แอบรักรุ่นพี่อย่าง 'เพลิงกัลป์' มานานหลายปี ทว่าในสายตาของประธานหนุ่มผู้เย็นชา เธอเป็นเพียง 'เลขามืออาชีพ' ที่เขาจำชื่อเล่นไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ความเมามายในคืนหนึ่งกลับเปลี่ยนความสัมพันธ์ไปตลอดกาล
เขาตื่นมาพร้อมความว่างเปล่า... จำอะไรไม่ได้แม้แต่หน้าผู้หญิงที่นอนด้วย
ส่วนเธอตื่นมาพร้อมความทรงจำที่ฝังใจ... และ 'หนึ่งชีวิต' ที่กำลังก่อตัวขึ้นในครรภ์
เมื่อความลับเริ่มปิดไม่มิด ยลลดาจึงตัดสินใจหนีไปพร้อมโซ่ทองคล้องใจ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกายหอมกรุ่นที่ทำให้เพลิงกัลป์แทบคลั่ง ทว่าสามปีต่อมา... โชคชะตากลับเหวี่ยง 'เครื่องจักรทำงาน' คนเดิมให้มาอยู่ตรงหน้า พร้อมเด็กหญิงตัวจิ๋วที่มีดวงตาคมกริบเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียว
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80

ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80

2.8k การดู · กำลังอัปเดต · อังกฤษ - อักษรสีทอง - ลูกปัด - นาคิม
เมื่อลืมตาขึ้นมา หลินชิงซีก็พบว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในยุค80 แถมยังพ่วงตำแหน่งคุณแม่ของเด็กๆ ที่กำลังหิวโซ พร้อมด้วยสามีอดีตทหารขาพิการที่ถูกครอบครัวทอดทิ้งให้รอวันตาย
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
ลุ้นรักวิวาห์หวาม  Irresistible Love

ลุ้นรักวิวาห์หวาม Irresistible Love

11.9k การดู · เสร็จสิ้น · พิชชากร
ปิ่นนารี นักแข่งรถสาวดาวรุ่ง ไม่เคยคิดว่าค่ำคืนแห่งการฉลองชัยชนะจะจบลงด้วยการตื่นขึ้นมาพร้อมเสื้อผ้าหลุดลุ่ยบนเบาะหลังรถของ พชร เจ้าของทีมแข่งรถหนุ่มสูงวัยที่เธอไม่เคยปลื้มมาก่อน
และเมื่อครอบครัวทั้งสองฝ่ายมาเห็นภาพนั้นพร้อมกัน คำตอบเดียวที่เหลือคือ "แต่งงาน"
เธอประกาศว่าจะแต่งแค่ในนาม หนึ่งปีแล้วหย่า แต่ยิ่งใช้ชีวิตอยู่ใกล้ชิดกับชายผู้นี้มากเท่าไหร่ หัวใจของเธอก็ยิ่งเริ่มเต้นผิดจังหวะมากขึ้นเท่านั้น
แล้วชายผู้ถูกเรียกว่า "คุณลุง" คนนี้...จะกลายเป็น "ที่รัก" ในใจเธอได้หรือไม่ ?
ติดตามความวิวาห์หวามที่เริ่มต้นจากความซวย แต่ลงเอยด้วยรักที่มิอาจห้ามใจ
บ่วงรักกับดักแค้น

บ่วงรักกับดักแค้น

10.7k การดู · กำลังอัปเดต · กวีสีรุ้ง/สิบสามธันวา
"ถ้าความรักคือบ่วงความแค้นก็คงเป็นดักที่เขาขุดไว้รอให้เธอตกลงไปชดใช้"
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบในนิยายยุค 80 แต่เขากลับปักชื่อฉันในชีวิต

ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบในนิยายยุค 80 แต่เขากลับปักชื่อฉันในชีวิต

1.7k การดู · เสร็จสิ้น · ปะหนัน
คำโปรย
เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง สวี่ชิงเหยากลับพบว่าตัวเองอยู่ในเมืองหนานเฉิงยุค 80 พร้อมความทรงจำของเด็กสาวที่ตายอย่างโดดเดี่ยวบนเขาซีหลาน
บ้านดอกเหมยที่ใครต่างพูดถึงว่าเป็นสถานสงเคราะห์สำหรับเด็กกำพร้า แท้จริงกลับซ่อนความลับดำมืดเอาไว้ เด็กหลายคนหายตัว คนตายเมื่อสิบปีก่อนกลับมีชื่ออยู่ในสมุดบัญชีและชายหนุ่มผู้เย็นชาที่ทุกคนลือว่าโหดเหี้ยมอย่าง “เฉินเย่สิง” กลับเป็นคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธอ ทั้งที่ตัวเขาเองก็ถูกเขียนให้มีจุดจบอันโหดร้ายมาตั้งแต่ต้น
ยิ่งสืบหาความจริง สวี่ชิงเหยาก็ยิ่งพบว่า เมืองทั้งเมืองเหมือนถูกใครบางคนควบคุมอยู่เบื้องหลัง
มีคนพยายามกำหนดว่าใครควรมีชีวิต ใครควรตาย
และใครไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกชะตาของตัวเอง
ท่ามกลางเงามืดของคดีลักพาตัวเด็ก ความลับของโรงพิมพ์เก่า และวงจรประหลาดที่พาความตายย้อนกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจของเธอกลับค่อย ๆ ผูกพันกับผู้ชายปากร้ายพูดเก่งคนนั้นทีละน้อย
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ

(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ

26.5k การดู · เสร็จสิ้น · ได้โปรดปลื้ม
"เธอจำเอาไว้เลยนะน้ำพิง... ในเมื่ออยากได้ฉันนัก เธอก็เตรียมตัวรับผลกรรมไว้ได้เลย!"

เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก

พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก

16.3k การดู · เสร็จสิ้น · ปะหนัน
คำโปรย
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รัก(ลับ)นายวิศวะ

รัก(ลับ)นายวิศวะ

791.1k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"ฉันรวยมากพอ...ที่จะซื้อเธอ เอาคนอย่างเธอมากระแทกเล่นๆ ได้" ใบหน้าอันหล่อเหลาเอ่ยมาด้วยสีหน้าอันดุดัน

"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้

แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"

"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง

เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ

"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."

"เพียะ"

อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม

"เธอ..."

เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย

318.4k การดู · เสร็จสิ้น · Aoybabyz
เธอสาวมัธยมปลายไปสารภาพรักกับรุ่นพี่มหาลัยปี1แต่ก็โดนปฎิเสธกลับมา ผ่านไป3ปีพวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้งในรั้วมหาลัย....แถมยังต้องให้มีเรื่องใกล้ชิดกันอีก
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก

คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก

77.9k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
“คุณหมอภูมิ! วันนี้ถ้าคุณกล้าแต่งงานกับคนอื่น ฉันจะตายให้คุณดู!”
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”

"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้

“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”

"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที

“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"

แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น

ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา

เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน

"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
บ่วงรักสายใยพิศวาส: Oath of Love

บ่วงรักสายใยพิศวาส: Oath of Love

10.9k การดู · เสร็จสิ้น · พิชชากร
เขาคือทายาทอัครศกุลไพศาล ผู้ชายที่เธอรักมาตั้งแต่จำความได้
เธอคือดาราสาวที่โลกรู้จักในฐานะนางร้าย แต่หัวใจข้างในเก็บรักชายคนเดียวมาทั้งชีวิต
ไฟระหว่างพวกเขาปะทุขึ้นคืนหนึ่งที่สมุย และมันก็ไม่มีวันดับลงได้อีกแล้ว แม้เขาจะพยายามบอกตัวเองว่า "ไม่รัก" สักแค่ไหนก็ตาม
แต่แล้วคำพูดที่โหดเหี้ยมที่สุดในชีวิตเธอก็หลุดออกมาจากปากเขา
"ต่อให้แพมเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกนี้ พี่ก็ไม่เอาแพมมาเป็นแม่ของลูก"
เธอเก็บคำนั้นไว้ในใจ พร้อมกับชีวิตน้อยๆ ในท้องที่เขาไม่รู้ แล้วหายตัวไปจากชีวิตเขาสามปีเต็มๆ
สามปีต่อมา เธอกลับมาพร้อมบุตรสาวตัวน้อยที่มีดวงหน้าเหมือนเขาราวกับแกะ
และในที่สุด อนาวรรธน์ก็รู้ว่าตัวเองรักเธอ
แต่กว่าจะรู้...มันสายไปแล้วหรือเปล่า?
บ่วงรักสายใยพิศวาส — เรื่องราวของรัก ความเจ็บ สัญญา และสายใยที่ไม่มีสิ่งใดตัดขาดได้
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า

หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า

52.8k การดู · เสร็จสิ้น · Sansa
หนึ่งราตรี. หนึ่งความผิดพลาด. หนึ่งชีวิตที่ต้องชดใช้.

ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี

โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า

แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน

ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน

“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก

“เจสันคือใครวะ”

เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป

ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!

แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!

ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด

สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”

ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน

คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป