บทนำ
“อืม” สำหรับคำตอบนี้ฉันไม่ได้โกหก เพราะฉันกำลังรู้สึกกับคุณพุฒมากกว่าคำว่ารู้สึกดี
ไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่ชอบคนดี ฉันก็แค่ผู้หญิงธรรมดา ที่สามารถหลงรักคนที่ทำดีด้วยมาเป็นปี ๆ อย่างไม่ลังเล
“ไหนเธอบอกว่ารักเค้า ไหนเธอบอกเค้าคือทุกอย่างของเธอ ถ้าเธอรักมัน แสดงว่าเธอไม่รักเค้าแล้วงั้นเหรอ” เสียงของนอสคือนิ่งมาก เขายังคงซบหน้าอยู่ที่บ่าของฉัน
“อืม”
“เวย์…”
“ฉันเลิกรอนายแล้ว เท่ากับว่าฉันเลิก…รัก นาย ถ้าฉันรอ ฉันรัก ฉันต้องอยู่บ้านหลังนั้นสิ หกปีแล้วนอส เรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว ฉันกำลังเริ่มต้นใหม่ นายก็… เริ่มต้นใหม่กับใครสักคนสิ” ฉันกำลังจะผลักเขาออก แต่เขาก็เอ่ยปากขึ้นมา
“เค้ายอมให้เธอโยนน้ำเต้าหู้ใส่หน้า ยอมให้เธอตบเค้า ทั้งที่แม่เค้ายังไม่เคยตบหน้าเค้าเลย เค้ายอมเธอได้ทุกอย่าง เพราะเค้ารู้ว่าเค้าผิดที่หายไปนานขนาดนั้น เขาตื่นเช้าไปซื้อน้ำเต้าหู้ปลาท่องโก๋มาแขวนไว้หน้าห้องเธอทั้งที่เค้าไม่ชอบตื่นเช้า พอตกดึก เค้าก็รีบไปซื้อก๋วยเตี๋ยวมาแขวนไว้หน้าห้องเธอตอน 2 ทุ่ม เค้าทำให้เธอ แบบที่ไม่เคยทำให้ใคร”
“ฉันไม่ได้ขอให้นายทำ”
“ก็ที่ทำเพราะอยากให้เธอยอมให้อภัยไง เค้าอยากกอดเธอ อยากกอดลูก”
บท 1
[Vela Talk]
“มึงกล้าหือเหรอไอ้สัส”
“ล่อแม่งเลยดิ”
“คันไม้คันมืออยู่เลย”
“รอไรล่ะ”
ตุบตับ ปึกปัก ปักปักปัก…
เสียงเหมือนมีคนกำลังต่อยตีกัน ซึ่งฉันที่กำลังกระโดดข้ามกำแพงก็ตัดสินใจกระโดดลงไปอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งที่ได้ยิน
“ศุภชัยมาแล้ว หลบเร็ว” ฉันตะโกนไปพร้อมกับกระโดดทิ้งตัวลงกำแพงด้านในของรั้วโรงเรียน ทางด้านเด็กนักเรียนที่กำลังต่อยตีกันอยู่ก็หนีหายแตกกระเจิดกระเจิงไปคนละทาง
ที่หลงเหลือก็คือเด็กแว่นหน้าห้องที่ชอบทำตัวเงียบ ๆ
“ภานุพัต นายอีกแล้วเหรอ” ฉันนั่งลงข้างกายของนายแว่นที่นอนราบอยู่ที่พื้นหญ้า สภาพก็ดู… น่าสงสาร
“ไหนบอกครูศุภชัยมาครับ” นายแว่นขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วยกมือขึ้นมาเช็ดเลือดที่มุมปาก
ศุภชัยที่ว่าคือครูฝ่ายปกครอง ขึ้นชื่อว่าโหดมาก ๆ นักเรียนต่างกลัวกันทั้งนั้น
“ไม่บอกแบบนั้น พวกนั้นจะหยุดเหรอ น่ารำคาญจะตายชัก ไอ้พวกชอบรีดไถเงินคนอื่น” ฉันทำหน้าเบื่อ ๆ ไม่ว่าจะที่ไหนก็มีแต่พวกนักเลงสินะ นักเลงเด็กน้อย ต้องจับกลุ่มถึงจะเก่ง ถ้าไม่มีกลุ่มก็เด็กหงอนั่นแหละ พอมีกลุ่มนี่กลายเป็นเด็กกร่างขึ้นมาทันที “อะ เดี๋ยวเปื้อนไปทั่ว” ฉันยื่นผ้าเช็ดหน้าให้กับนายแว่น
“ขอบคุณครับ” นายแว่นรับผ้าเช็ดหน้าของฉันไป เขายิ้มอย่างไร้เดียงสา รอยยิ้มที่สดใสนี้ ไม่มีความทุกข์บ้างหรือไง โดนกลั่นแกล้งรีดไถไม่รู้สึกเศร้าบ้างเหรอ
“ผืนที่สี่แล้วนะ คนที่บ้านฉันเริ่มถามแล้วว่าผ้าเช็ดหน้าหายไปไหนบ่อย ๆ” ก็แค่ผ้าเช็ดหน้า ไม่รู้ว่าจะถามฉันทำไมนัก แล้วก็ชอบบังคับให้ฉันพก ชอบสั่งชอบสอนให้ฉันเป็นในสิ่งที่ตัวต้องการ
“ขอโทษนะครับ คือมันเปื้อนเลือดเช็ดไม่ออก ให้นอสซื้อคืนให้มั้ยครับ” ฉันเบื่อไอ้ครับ ครับ ครับ ของนายนี่ที่สุดเลย
“ไม่ต้องหรอก ฉันก็ไม่ชอบพกอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว…แล้วนายลุกไหวมั้ยอะ ไปห้องพยาบาลกันมั้ย เลือดออกเยอะอยู่นะรอบนี้” ฉันดึงผ้าเช็ดหน้าในมือของนายแว่นมาเช็ดที่มุมปากให้เขา เพราะเขาทำเงอะ ๆ เงิ่น ๆ เห็นแล้วมันน่าหงุดหงิด
“ไม่เป็นไรครับ” แล้วนายแว่นนี่ก็ปฏิเสธการไปห้องพยาบาลอีกตามเคย
“ครั้งนี้ต้องไปแล้วล่ะ เพราะเลือดไหลเยอะ ก็ถือซะว่าตอบแทนที่ฉันช่วยนายแล้วกันนะ ฉันขี้เกียจเข้าวิชาของชูศรี” ชูศรีคือครูสอนวิชาสังคม เรียนแล้วก็ง่วง อันที่จริงเรียนอะไรฉันก็ง่วงหมดนั่นแหละ
“ก็ได้ครับ” ยิ้มอีกแล้ว ยิ้มแบบนี้ไงคนถึงชอบแกล้ง
“งั้นปะ ฉันพยุง” ฉันขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมและเอาแขนของนายแว่นมาพาดที่คอตัวเอง ค่อย ๆ พยุงนายแว่นขึ้นยืน “นายควรเกร็งน้ำหนักบ้างนะภานุพัต สงสารผู้หญิงตัวเล็กอย่างฉันบ้าง ยังนิ… อยู่…ได้” เสียงของฉันขาดห้วงเมื่อเอียงหน้าไปแล้วบังเอิญว่าแก้มฉันปะทะริมฝีปากของนายแว่นเข้าจัง ๆ
“นายจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันทำไม เดี๋ยวเลือดของนายติดหน้าฉัน” ฉันแสร้งทำเป็นมองข้ามการโดนหอมแก้ม แกล้งทำเป็นว่าไม่ใส่ใจ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงผิดแผกไป
“ขอโทษครับ ไม่ได้ตั้งใจ” นายแว่นนี่ยิ้มให้ฉันอีกแล้ว
“ช่างเถอะ” นายนี่ดูซื่อ ดูไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร คงไม่ใช่พวกชอบฉวยโอกาสหรอกมั้ง คงแค่บังเอิญแหละ
เท่าที่เรียนด้วยกันมา นายนี่ก็ไม่ได้มีเพื่อนสนิทเป็นตัวเป็นตนสักคน อาจจะเพราะชอบอยู่คนเดียว หรืออาจจะเป็นเพราะบุคลิกที่แสดงออกมาทำให้ไม่มีใครกล้าคบค้าสมาคม
ประมาณสิบนาทีได้ ในที่สุดฉันก็พานายแว่นเพื่อนร่วมห้องมาถึงห้องพยาบาล ระหว่างทางเดินมาไม่มีเด็กนักเรียนคนอื่นเดินเพ่นพ่านเนื่องจากเป็นเวลาเข้าเรียน
“ตายแล้ว ไปทำอะไรมาทำไมมาสภาพนี้” ครูห้องพยาบาลเปิดประตูออกมาพร้อมสีหน้าที่ตกใจเกินเหตุ
“ผมหกล้มครับ เพื่อนก็เลยช่วยพยุง” นายแว่นรีบตอบ ทำไมไม่บอกไปว่าโดนรังแก
“ใช่เหรอ แผลเธอเหมือนโดนต่อยมาเลยนะ” ครูห้องพยาบาลว่า
“ผมหกล้มครับ”
“อะ อะ หกล้มก็หกล้ม เธอก็ช่วยทำแผลให้เพื่อนหน่อยนะ พอดีว่าครูต้องรีบไปพบผอ.โดยด่วน ไม่รู้เรียกพบทำไม ไปนะ” ครูห้องพยาบาลรีบเร่งเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“ทำคุณเวฬาลำบากด้วยอีกแล้ว ขอโทษนะครับ” นายแว่นนี่ทำไมชอบทำตัวน่าสงสารจังนะ แล้วก็ไม่รู้จะขอโทษอะไรนักหนา
“เฮ้อ ใครว่าลำบาก ดีซะอีกมีข้ออ้าง ทำแผลเถอะ เดี๋ยวก็หมดคาบชูศรีแล้ว ชั่วโมงหน้าของนารีรัตน์นะ” ฉันพูดพร้อมกับพยุงนายแว่นเข้ามาในห้องพยาบาล ครูนารีรัตน์สอนคณิตศาสตร์ คนนี้ห้ามโดด ห้ามเลทไม่งั้นจะเข้าถึงหูผู้ปกครองของฉัน เพราะครูนารีรัตน์เป็นเพื่อนกับผู้ปกครองฉัน
“ทำไมช่วงนี้นายโดยแกล้งบ่อยจังภานุพัต เมื่อก่อนไม่เห็นมีคนแกล้งนาย” ฉันเดินหาอุปกรณ์ทำแผลและถามไปพลาง ๆ ส่วนนายแว่นนั่งรอที่ขอบเตียง
“เรียกนอสได้มั้ยครับ เรียกชื่อเต็มรู้สึกยังไงก็ไม่รู้ครับ” นอสเหรอ ก็ได้นะ คงอยากให้เรียกจริง ๆ นั่นแหละ เพราะฉันเห็นเพื่อนในห้องชอบเรียกนายนี่ว่าคุณชายแว่นมากกว่าเรียกชื่อ
“ก็ได้นอส ว่าแต่นายยังไม่ตอบเลยนะว่าทำไมนายโดนแกล้งบ่อย นับจากที่ฉันเจอนายก็สี่ครั้งแล้วนะ ปกติไม่เห็นมีใครกล้าแกล้งนาย” ฉันเดินมานั่งตรงหน้านายแว่นพร้อมอุปกรณ์ทำแผล
“นอสน่ารักมั้งครับ” ฉันเอื้อมมือถอดแว่นออกให้นายแว่น ตรงกับจังหวะที่นายแว่นกำลังพูดว่าตัวเองน่ารัก
ตอนแรกก็กะจะแซว แต่พอเผลอสบตากับดวงตาที่ไร้กรอบแว่นครอบ ฉันก็ทำอะไรไม่ถูก นายนี่ก็หล่อ น่ารักจริง ๆ แถมยังน่าสงสารอีกที่โดนกลั่นแกล้ง
“คิดเหมือนกันมั้ยครับ” นายแว่นนี่พูดกับฉันในระยะที่ใกล้มาก ฉันผละตัวเองออกมาและเอาสำลีชุบน้ำเกลือ
“คิดอะไร” ฉันถามพลางเอาสำลีที่ชุบน้ำเกลือเช็ดที่ใบหน้าบริเวณที่เป็นแผลให้เขา
“ก็คิดว่านอสน่ารักไงครับคุณเวฬา” เจอแบบนี้เข้าไปฉันก็ยิ้มค่ะ พยายามยิ้มแบบมีมารยาทให้มากที่สุด แต่ก็ไม่รู้ว่ามากแค่ไหน แล้วก็ไม่รู้ว่าความคิดฉันกำลังออกนอกหน้านอกตาเกินไปไหม
คือหมดคำจะพูดต่อ
น่ารักอะจริง แต่ไม่ควรหลงตัวเองไหมคะ
[End Vela]
บทล่าสุด
#78 บทที่ 78 ตอนพิเศษพุฒ เหมียว5
อัปเดตล่าสุด: 12/1/2025#77 บทที่ 77 ตอนพิเศษพุฒ เหมียว4
อัปเดตล่าสุด: 12/1/2025#76 บทที่ 76 ตอนพิเศษพุฒ เหมียว3
อัปเดตล่าสุด: 12/1/2025#75 บทที่ 75 ตอนพิเศษพุฒ เหมียว2
อัปเดตล่าสุด: 12/1/2025#74 บทที่ 74 ตอนพิเศษพุฒ เหมียว1
อัปเดตล่าสุด: 12/1/2025#73 บทที่ 73 ตอนพิเศษ3
อัปเดตล่าสุด: 12/1/2025#72 บทที่ 72 ตอนพิเศษ2
อัปเดตล่าสุด: 12/1/2025#71 บทที่ 71 ตอนพิเศษ1
อัปเดตล่าสุด: 12/1/2025#70 บทที่ 70 64 วิธี (จบ)2
อัปเดตล่าสุด: 12/1/2025#69 บทที่ 69 64 วิธี (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 12/1/2025
คุณอาจชอบ 😍
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
แต่กลับเลือกเดินจากไปในวันที่กำลังจะมีเจ้าก้อนน้อย
สองปีผ่านไป...
เธอกลับมาในฐานะเด็กฝึกงาน
และเขาอยู่ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้ลูกชายของเธอ
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร จบลงแบบไหน
ติดตามได้ใน... เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
หวงรักเมียวัยเยาว์
และทุกอย่างเป็นความลับ!!!
พิษรักร้าย Toxic love
"ออกไป ถ้าไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกห้องคนอื่นในยามวิกาล" นินิวบอกริกมาเสียดังด้วยสีหน้าโกรธจัด ที่ริกเข้าห้องเธออย่างถือวิสะ
"ไม่ไป ในเมื่อที่นี่คือห้องเมียฉัน ทำไมฉันต้องออก" ร่างสูงบอกมาด้วยเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
"ห้องฉันไม่ใช่ห้องของยัยโมเน่ เมียคนปัจจุบันของพี่ ถ้าพี่ยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่บ้างก็ออกไปจากห้องฉันคะ" แต่ริกกับไม่สนใจคำพูดนินิวเลยซักนิด ร่างสูงเดินเข้ามาหาคนตรงหน้า นินิวที่เห็นเช่นนั้นถึงกับจับที่ชายผ้าขนหนูเอาไว้แน่นขึ้น เพราะคนตรงหน้านั่นดูอันตรายสำหรับเธอ
"อย่านะพี่ริก เรื่องของเรามันจบไปแล้ว" นินิวบอกมาด้วยเสียงสั่นเพราะสายตาที่เขามองเธอมามันน่ากลัวมากจริงๆ
"ชอบฉันไม่ใช่เหรอ เอาฉันแล้วจะไปอ่อยคนอื่น อีกทำไม ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอจูบกับไอ้ไทม์"
"ในเมื่อพี่เห็นเช่นนั้น พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียสิ ฉันจะอ่อยจะจูบกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกพี่ไม่กี่ร้อยครั้งแล้วว่าเราเลิกกันแล้ว เพราะพี่มันเลว ฉันเลยไม่อยากได้พี่แล้ว "
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!













