บทนำ
เพราะการสูญเสียที่น่าเศร้า ทำให้เกิดเป็นความขัดแย้งระหว่างสองตระกูล แต่ความซวยนี้กลับไปตกอยู่ที่ 'เรนนี่' คุณหนูคนเล็กสุดเพียบพร้อมของตระกูลหลินที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ความเคียดแค้น เกียจชังถูกระบายร่างน้อยๆ ไม่มียั้ง 'ลูคัส' ปักใจว่าผู้ที่ฆ่าพี่สาวเขา คือพี่ชายของเธอแน่นอน ทำให้งานนี้เรนนี่ต้องช่วยสืบหาตัวคนร้าย เพื่อคืนความยุติธรรมให้ตระกูลด้วยตัวเอง
เรื่องราวความรักและความแค้นในครั้งนี้จะลงเอยเช่นกัน ติดตามได้ในเรื่อง กรงแค้นสลักรัก
บท 1
ฮ่องกง
เวลาตี 2 แห่งนครที่ไม่เคยมีวันหลับใหล แม้รอบข้างจะเต็มไปด้วยแสงไฟจากตึกสูงแต่ท้องถนนเวลานี้กลับว่างเปล่า สายฝนปรอยลงมาทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีนัก แต่หนุ่มคนขับก็ยังคงเหยียบคันเร่ง พารถยุโรปสีดำให้ทะยานไปเบื้องหน้าอย่างชำนาญ
เขาทำการหักเลี้ยวพวงมาลัยแซงรถคันอื่นบนถนนลื่นโดยไม่ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังซึ่งกำลังอ่านเอกสารบางอย่างกระเทือนแม้แต่น้อย
แต่แล้วเส้นทางที่ใช้เป็นประจำทุกวันกลับให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากเดิม เมื่อขับต่อไปอีกสักพักแสงไฟทางเบื้องหน้ากลับมืดลงเป็นทางยาว ให้ความรู้สึกน่าวังเวงอย่างบอกไม่ถูก
ชายทั้งสองคนบนรถเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ สัญชาตญาณเตือนภัยกู่ร้องขึ้นมา ส่งผลให้หนุ่มด้านหลังลดเอกสารในมือลง พร้อมเอื้อมไปกุมกระบอกปืนในเสื้อสูทเอาไว้ ไม่ต่างจากลูกน้องคนสนิท เพราะแม้สายตาเขาจะจดจ้องกับท้องถนนว่างเปล่าเบื้องหน้า แต่มือขวาก็กำอาวุธขึ้นมาเตรียมพร้อมเช่นกัน
“นายครับ”
เสียงทุ้มถูกเอ่ยออกมาเป็นภาษาจีนเรียกเจ้านายที่นั่งอยู่ด้านหลังให้เตรียมพร้อมรับมือกับเรื่องไม่คาดฝัน
ปืนในมือถูกขึ้นไกไว้เรียบร้อย ขณะสายตาเฉียบคมไล่กวาดมองรอบข้างอย่างระมัดระวัง
“ขับต่อไปก่อน”
“ครับ”
ใบหน้าของชายหนุ่มยังคงเรียบนิ่งไม่แสดงถึงความตื่นตระหนก พร้อมเพ่งสายตาผ่านความมืดที่มีเพียงแสงไฟของรถให้ความสว่างเท่านั้น แต่รอบข้างนั้นมืดสนิทไม่ต่างจากวิ่งในอุโมงค์
สายฝนที่ลงเม็ดหนาขึ้นยิ่งทำให้พวกเขามองอะไรแทบไม่เห็น ทำได้เพียงจดจ่อสติกับการประคับประคองรถต่อไป
และแล้วท้องถนนที่เคยมืดมิดก็สว่างขึ้นจากไฟหน้ารถคันด้านหลัง แต่นั่นไม่ได้ทำให้พวกเขาทั้งสองคลายความกังวลสักนิด เพราะพวกมันเร่งความเร็วขึ้นมาใกล้ ทำให้พวกเขาสังเกตได้ว่ามันไม่ได้มีแค่คันเดียว
รถยนต์สีดำติดฟิล์มทึบจนไม่สามารถเห็นด้านในพุ่งทะยานขึ้นมาประกบทั้งด้านซ้ายและขวาด้วยความรวดเร็ว หากแค่นั้นคนขับคงลดความเร็วลงแล้ว ถ้าไม่ติดว่ามีอีกคันจ่อท้ายเอาไว้เพื่อปิดทางหนี ทำให้พวกเขาทำได้เพียงขับต่อไปเท่านั้น
สันกรามได้รูปขบกันแน่นพร้อมระดับความเกรี้ยวกราดทะยานขึ้นสูงกับสถานการณ์ตึงเครียดตอนนี้ ปืนอีกกระบอกที่ถูกซุกซ่อนใต้เบาะถูกหยิบขึ้นมากำแน่น ขณะลูกน้องผู้ภักดีรีบส่งสัญญาณร้องขอกำลังเสริม
ปัง ปัง ปัง
เสียงปืนดังกระหึ่มถูกรัวใส่ประตูรถและกระจกหวังให้ลูกกระสุนสีเงินทะลุเข้ามาเจาะกบาลคนด้านในจากทั้งซ้ายและขวาพร้อม ๆ กัน แต่พวกเขาก็ต้องผิดหวังเมื่อกระจกของรถยุโรปแค่เกิดรอยบุบเท่านั้น
“นาย อีกห้ากิโลเมตรจะมีทางเบี่ยง เราอาจจะสลัดพวกมันได้ตรงนั้น”
“เฮอะ! พวกมันไม่โง่ปล่อยเราไปง่าย ๆ หรอก”
เขาแค่นหัวเราะในลำคอด้วยท่าทางเหี้ยมเกรียม ก่อนจะตัดสินใจลดกระจกข้างลงพร้อมส่งลูกกระสุนปืนตอบโต้กลับไปบ้าง
ปัง ปัง
การกระทำนั้นทำลูกน้องหนุ่มหน้าเครียด แต่เมื่อเจ้านายเปิดฉากตอบโต้แล้ว เขาเองก็ทำได้เพียงช่วยเหลือ
ปืนในมือชี้ตรงไปยังกระจกที่ถูกเปิดแง้มของรถทางด้านขวาก่อน
แม้ทัศนวิสัยจะย่ำแย่จากเม็ดฝนที่เทลงมาและความเร็วของรถที่เคลื่อนตัว แต่จากประสบการณ์ตลอดหลายปี ทำให้เพียงแค่ปลายนิ้วแตะลงไปยังไกปืน ลูกกระสุนก็พุ่งตรงเข้าไปยังเป้าหมายอย่างแม่นยำ
ปัง
รถคันขวาเสียการควบคุมไปเล็กน้อยแต่ก็พยายามจะควบคุมรถต่อ ซึ่งตงหยางก็รีบหักพวงมาลัยชนกระแทกรถคันดังกล่าวให้กระเด็นออกไปนอกเส้นทาง
โครม
แรงปะทะทำให้หนุ่มด้านหลังเสียการทรงตัว ศีรษะพุ่งไปกระแทกกับเบาะ แต่เขาก็รีบเงยหน้าขึ้นมาดูสถานการณ์ต่อ
“เป็นอะไรไหมนาย”
“ไม่...ทำดีแล้ว เหลืออีกสอง”
สายตาแข็งกร้าวตวัดมองตามแสงไฟจากรถด้านหลัง ซึ่งตอนนี้กำลังพยายามเร่งความเร็วขึ้นมาตีคู่แทนอีกคันที่ถูกชนจนกระเด็นออกไปนอกเส้นทาง
เสียงปืนดังขึ้นมาอีกระลอกจากทั้งซ้ายและขวา แม้กระจกจะถูกแง้มลงเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีกระสุนบางลูกพุ่งผ่านช่องแคบนั้นเข้ามาในตัวรถได้อยู่ดี
ทั้งคู่ย่อตัวต่ำลงให้พ้นวิถีกระสุน ก่อนจะจ่อปืนยิงโต้กลับไปอีกครั้ง
รถทั้งสามคันพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงผ่านทางหลวงพร้อมเสียงปืนดังสนั่นอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง แม้ตงหยางจะพยายามควบคุมรถสุดกำลังแล้วก็ตาม แต่การถูกรถอีกสองคันกระแทกชนไม่หยุดหย่อน พร้อมกระสุนปืนรัวเข้าใส่ สุดท้ายรถยุโรปก็หมุนคว้างไร้การควบคุม ก่อนจะแฉลบพุ่งชนราวกั้นถนน
โครม
เสียงชนดังลั่นไปทั่วบริเวณ รถทั้งสองชะลอตัวก่อนจะจอดสนิทอยู่ไม่ไกลจากรถคู่กรณี
ประตูรถถูกเปิดออกทั้งสี่บาน ตามมาด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่พร้อมอาวุธครบมือก้าวลงมา หวังปลิดชีพคนบนรถตามคำสั่ง
สายฝนอาบชโลมร่างพวกเขาจนเปียกชุ่ม แต่ก็ไม่ได้ทำให้สายตาของเหล่านักฆ่าเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย ต่างจ้องตรงไปยังรถยุโรปสภาพยับเยินตาไม่กะพริบ
ปัง
ก่อนที่พวกเขาจะตั้งตัว กระสุนก็พุ่งออกจากรถคันดังกล่าวอีกครั้ง ทะลุผ่านกะโหลกหนึ่งในชายโชคร้ายราวกับจับวางจนล้มลงไปกองกับพื้นไม่ต่างจากใบไม้ที่ร่วงจากต้น คนที่เหลือต่างรีบยกปืนขึ้นระดมยิงกลับทันที
เสียงปืนดังก้องบริเวณท้องถนนมืดอยู่เกือบห้านาที แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าคนด้านในรถจะยอมจนมุม
ใบหน้าพวกเขาต่างเคร่งเครียด เริ่มรู้สึกว่าภารกิจครั้งนี้อาจจะล้มเหลว
เหล่ามือสังหารจากแปดคน ตอนนี้เหลือเพียงสี่หันหน้ามองกันเลิ่กลั่กเพราะไม่อาจจะจัดการเป้าหมายได้ ขณะกำลังปรึกษากันผ่านสายตา ก็มีแสงไฟจากรถปริศนาพุ่งเข้ามา
ชายหัวหน้ากำลังจะโล่งใจ คาดว่ารถคันนั้นคือรถของพวกเขาตามมาสมทบ แต่จู่ ๆ ลูกน้องข้างกายก็ล้มลงไปขาดใจตายบนพื้นด้วยความเงียบกริบ ทำดวงตาเขาเบิกกว้าง เพ่งมองรถนั่นดี ๆ
แสงไฟจากสองดวงเพิ่มมาเป็นสี่ หก และแปดตามลำดับ ตอกย้ำให้เขามั่นใจว่าคนเหล่านั้นไม่ใช่พวกตัวเองแน่ ๆ
“ถอย!” เสียงเข้มตะโกนแข่งกับเสียงปืน ทำลูกน้องที่เหลืออีกสองคนเริ่มแตกตื่น หมุนกายวิ่งกลับไปยังรถตนเองรวดเร็ว ไม่ใส่ใจศพเพื่อนร่วมงานที่กองเต็มพื้นถนนแม้แต่น้อย
ห่าลูกกระสุนจากรถที่เพิ่งมาใหม่รัวใส่พวกเขาไม่ยั้ง ทำให้ไฟท้ายรถแตก ยางข้างหนึ่งเกิดระเบิด แต่รถคันหนึ่งก็สามารถขับหนีไปได้และทิ้งคนขับโชคร้ายเอาไว้ในรถที่ไม่อาจจะขยับไปไหนได้
กลุ่มคนมาใหม่แต่งกายด้วยเสื้อสูทสีดำสนิทกรูกันออกมาจากรถ บางส่วนก็พุ่งเข้าไปปิดล้อมรถคนร้าย อีกส่วนก็รีบเข้ามาช่วยผู้เป็นนาย
ไม่กี่นาทีทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบ ประตูรถยุโรปที่พุ่งชนราวกั้นถูกเปิดออกพร้อมร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในวัยยี่สิบแปดปี สายตาเขาเย็นยะเยือกขณะมองซากศพคนร้ายบนพื้น
“นายครับ บาดเจ็บตรงไหนไหม”
“กูไม่เป็นไร ไปดูตงหยางเถอะ น่าจะถูกยิงต้นแขน”
“แต่ว่า...” ลูกน้องกำลังจะเอ่ยแย้งออกมาเมื่อเห็นรอยแผลบนศีรษะของเจ้านาย แต่อีกฝ่ายก็ขัดขึ้นมาก่อน
“จัดการพวกนี้ให้เรียบร้อย กูจะกลับบ้าน”
“ครับ ๆ”
เขาโค้งตัวให้ชายหนุ่มด้วยความเคารพและนำทางไปยังรถอีกคันที่เพิ่งมาถึง
สายตาคมกริบของเขาตวัดมองไปยังคนร้ายที่เพิ่งถูกลากลงจากที่นั่งคนขับอย่างเย็นชา ก้านนิ้วยาวเสยเส้นผมเปียกลู่จากเม็ดฝนขึ้นลวก ๆ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งยังเบาะหลังของรถ
ไม่ต้องมีคำสั่งใด ๆ พวกลูกน้องทุกคนก็รู้ถึงความต้องการเจ้านายว่า ‘ต้องเค้นคอคนร้ายให้ถึงที่สุด’
คฤหาสน์ตระกูลหลิน
ชายหนุ่มทายาทตระกูลก้าวลงจากรถเข้าสู่ตัวคฤหาสน์ใหญ่ด้วยสภาพเปียกปอนพร้อมรอยแผลบนศีรษะที่ยังคงมีเลือดซึม ตั้งใจว่าจะไปทำแผลให้เรียบร้อยและค่อยรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นให้บิดามารดารับทราบพรุ่งนี้ แต่ว่าเมื่อเท้าเขาสัมผัสพื้นบ้าน เสียงหวีดร้องของมารดาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“ดีแลน! เป็นยังไงบ้างลูก แม่ได้รับรายงานว่าลูกถูกลอบยิง”
สีหน้าของนายหญิงแห่งตระกูลหลินซีดเซียว รีบพุ่งเข้ามาดูอาการของลูกชายคนโตด้วยความเป็นห่วง
สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงยามมองหน้าของแม่
“ผมไม่เป็นไรครับ”
“แต่นี่มันครั้งที่สามแล้วนะ! มันชักจะเกินไปแล้ว”
หลินเจียอีหวีดร้องเสียงดังด้วยความโกรธอัดแน่นเต็มทรวงอก แม้รู้ดีถึงภาระหน้าที่ของลูกชาย แต่คนเป็นแม่ไม่อาจจะทนเห็นลูกต้องเผชิญอันตรายนับครั้งไม่ถ้วนได้
“คุณคะ! เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วนะ!” เจียอีหันไปตวาดใส่สามีซึ่งกำลังมองดูสภาพสะบักสะบอมของลูกชายด้วยแววตาโกรธเกรี้ยวไม่ต่างกัน
“สรุปว่าไงดีแลน พวกไหน” เสียงเข้มเอ่ยถามลูกชาย แม้ลึก ๆ เขาจะรู้ตัวคนร้ายดีก็ตาม
“ก็มันนั่นแหละจะมีใคร”
ร่างสูงไหวไหล่ตอบกลับอย่างเหนื่อยอ่อน ส่งผลให้ทั้งบิดามารดาได้แต่ทำหน้าเครียดจัดอย่างไม่รู้จะจัดการปัญหานี้อย่างไรดี
“เราทำอะไรไม่ได้จริง ๆ เหรอ เรื่องในครั้งนี้ลูกไม่ผิดนะ ทำไมเขาไม่เข้าใจ!”
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ในเมื่อมันไม่ฟัง เราก็ทำได้แค่เตรียมตัวรับดี ๆ”
ลูกชายพยายามปลอบคนเป็นแม่ให้ใจเย็นลง แต่ก็ไม่อาจจะช่วยอะไรได้นักเนื่องจากปัญหาความบาดหมางในครั้งนี้มันเกินจะเยียวยา
“คุณคะ!” เจียอีหันไปเรียกสามีตนอีกครั้งหวังว่าอีกฝ่ายจะมีวิธีอะไรบ้าง แต่สีหน้าหนักใจของหลินเฟยหลงก็ทำให้เธอรู้แล้วว่าเขาเองก็จนปัญญาเช่นกัน
ผู้นำตระกูลหลินถอนหายใจยาว อกซ้ายหนักอึ้งกับความขัดแย้งในครั้งนี้
“ตั้งแต่อาหมิงตายไป หนทางจะคุยกับทางนั้นก็เหมือนจะริบหรี่ไปด้วย”
“แต่หลักฐานยืนยันของตำรวจก็ออกมาแล้วว่าดีแลนไม่ได้มีส่วนในการตายของหนูลูน่า ทำไมเขาต้องมาคอยจองล้างจองผลาญลูกเราขนาดนี้”
คำพูดของนายหญิงทำให้สีหน้าของทุกคนย่ำแย่ลงอีกครั้ง เนื่องจากสาเหตุทั้งหมดมาจากการตัดสินใจของทั้งตระกูล แทนที่จะนำพาความสงบสุขมาให้ทุกคน กลับลงท้ายด้วยโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
บทล่าสุด
#64 บทที่ 64 ตอนพิเศษ 7 ช่วงเวลาแห่งความสุข (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#63 บทที่ 63 ตอนพิเศษ 6 เริ่มทริปอลเวง
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#62 บทที่ 62 ตอนพิเศษ 5 พบเพื่อนเก่า
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#61 บทที่ 61 ตอนพิเศษ 4 งานโรงเรียน
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#60 บทที่ 60 ตอนพิเศษ 3 ฮันนีมูน
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#59 บทที่ 59 ตอนพิเศษ 2 เที่ยวบินร้อน
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#58 บทที่ 58 ตอนพิเศษ 1 งานแต่งแสนหวาน
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#57 บทที่ 57 ขอแต่งงาน (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#56 บทที่ 56 เที่ยวสวนสัตว์
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#55 บทที่ 55 เป็นฝ่ายงอแง
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกิดใหม่เป็นเมียของตัวร้าย...พลิกฐานะให้ร่ำรวยด้วยมิติวิเศษในยุค80
หลินเฟยเฟยตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวอาภัพที่ถูกทิ้งเพราะคำทำนายลวงโลก ปล่อยให้แฝดพี่สวมรอยเป็นหงส์ฟ้าเสวยสุขในบ้านเศรษฐี ส่วนเธอต้องทนลำบากแถมยังถูกใส่ร้ายจนตาย!
แต่ขอโทษที หลินเฟยเฟยคนใหม่นี้ไม่หมูเหมือนคนเก่า ในมือมีระบบแลกเปลี่ยนมิติสุดล้ำ สมองมีแผนธุรกิจระดับร้อยล้าน เธอจะพลิกโฉมสมุนไพรบ้านนอกให้กลายเป็นอาณาจักรเครื่องสำอางระดับชาติ ตอกหน้าแฝดพี่ดอกบัวขาวและอดีตคู่หมั้นเฮงซวยให้หงายหลัง!
แถมยังมีเซี่ยจินเหิง พญามารคุมตลาดมืดที่ใครๆต่างหวาดกลัว มาคอยตามป้วนเปี้ยนขอสมัครเป็นบอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งสามี... หึ ดาวไม้กวาดงั้นเหรอ คอยดูเถอะ ฉันจะกวาดเงินกวาดทองให้เกลี้ยงประเทศเลย!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”













