บทนำ
เพราะการสูญเสียที่น่าเศร้า ทำให้เกิดเป็นความขัดแย้งระหว่างสองตระกูล แต่ความซวยนี้กลับไปตกอยู่ที่ 'เรนนี่' คุณหนูคนเล็กสุดเพียบพร้อมของตระกูลหลินที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ความเคียดแค้น เกียจชังถูกระบายร่างน้อยๆ ไม่มียั้ง 'ลูคัส' ปักใจว่าผู้ที่ฆ่าพี่สาวเขา คือพี่ชายของเธอแน่นอน ทำให้งานนี้เรนนี่ต้องช่วยสืบหาตัวคนร้าย เพื่อคืนความยุติธรรมให้ตระกูลด้วยตัวเอง
เรื่องราวความรักและความแค้นในครั้งนี้จะลงเอยเช่นกัน ติดตามได้ในเรื่อง กรงแค้นสลักรัก
บท 1
ฮ่องกง
เวลาตี 2 แห่งนครที่ไม่เคยมีวันหลับใหล แม้รอบข้างจะเต็มไปด้วยแสงไฟจากตึกสูงแต่ท้องถนนเวลานี้กลับว่างเปล่า สายฝนปรอยลงมาทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีนัก แต่หนุ่มคนขับก็ยังคงเหยียบคันเร่ง พารถยุโรปสีดำให้ทะยานไปเบื้องหน้าอย่างชำนาญ
เขาทำการหักเลี้ยวพวงมาลัยแซงรถคันอื่นบนถนนลื่นโดยไม่ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังซึ่งกำลังอ่านเอกสารบางอย่างกระเทือนแม้แต่น้อย
แต่แล้วเส้นทางที่ใช้เป็นประจำทุกวันกลับให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากเดิม เมื่อขับต่อไปอีกสักพักแสงไฟทางเบื้องหน้ากลับมืดลงเป็นทางยาว ให้ความรู้สึกน่าวังเวงอย่างบอกไม่ถูก
ชายทั้งสองคนบนรถเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ สัญชาตญาณเตือนภัยกู่ร้องขึ้นมา ส่งผลให้หนุ่มด้านหลังลดเอกสารในมือลง พร้อมเอื้อมไปกุมกระบอกปืนในเสื้อสูทเอาไว้ ไม่ต่างจากลูกน้องคนสนิท เพราะแม้สายตาเขาจะจดจ้องกับท้องถนนว่างเปล่าเบื้องหน้า แต่มือขวาก็กำอาวุธขึ้นมาเตรียมพร้อมเช่นกัน
“นายครับ”
เสียงทุ้มถูกเอ่ยออกมาเป็นภาษาจีนเรียกเจ้านายที่นั่งอยู่ด้านหลังให้เตรียมพร้อมรับมือกับเรื่องไม่คาดฝัน
ปืนในมือถูกขึ้นไกไว้เรียบร้อย ขณะสายตาเฉียบคมไล่กวาดมองรอบข้างอย่างระมัดระวัง
“ขับต่อไปก่อน”
“ครับ”
ใบหน้าของชายหนุ่มยังคงเรียบนิ่งไม่แสดงถึงความตื่นตระหนก พร้อมเพ่งสายตาผ่านความมืดที่มีเพียงแสงไฟของรถให้ความสว่างเท่านั้น แต่รอบข้างนั้นมืดสนิทไม่ต่างจากวิ่งในอุโมงค์
สายฝนที่ลงเม็ดหนาขึ้นยิ่งทำให้พวกเขามองอะไรแทบไม่เห็น ทำได้เพียงจดจ่อสติกับการประคับประคองรถต่อไป
และแล้วท้องถนนที่เคยมืดมิดก็สว่างขึ้นจากไฟหน้ารถคันด้านหลัง แต่นั่นไม่ได้ทำให้พวกเขาทั้งสองคลายความกังวลสักนิด เพราะพวกมันเร่งความเร็วขึ้นมาใกล้ ทำให้พวกเขาสังเกตได้ว่ามันไม่ได้มีแค่คันเดียว
รถยนต์สีดำติดฟิล์มทึบจนไม่สามารถเห็นด้านในพุ่งทะยานขึ้นมาประกบทั้งด้านซ้ายและขวาด้วยความรวดเร็ว หากแค่นั้นคนขับคงลดความเร็วลงแล้ว ถ้าไม่ติดว่ามีอีกคันจ่อท้ายเอาไว้เพื่อปิดทางหนี ทำให้พวกเขาทำได้เพียงขับต่อไปเท่านั้น
สันกรามได้รูปขบกันแน่นพร้อมระดับความเกรี้ยวกราดทะยานขึ้นสูงกับสถานการณ์ตึงเครียดตอนนี้ ปืนอีกกระบอกที่ถูกซุกซ่อนใต้เบาะถูกหยิบขึ้นมากำแน่น ขณะลูกน้องผู้ภักดีรีบส่งสัญญาณร้องขอกำลังเสริม
ปัง ปัง ปัง
เสียงปืนดังกระหึ่มถูกรัวใส่ประตูรถและกระจกหวังให้ลูกกระสุนสีเงินทะลุเข้ามาเจาะกบาลคนด้านในจากทั้งซ้ายและขวาพร้อม ๆ กัน แต่พวกเขาก็ต้องผิดหวังเมื่อกระจกของรถยุโรปแค่เกิดรอยบุบเท่านั้น
“นาย อีกห้ากิโลเมตรจะมีทางเบี่ยง เราอาจจะสลัดพวกมันได้ตรงนั้น”
“เฮอะ! พวกมันไม่โง่ปล่อยเราไปง่าย ๆ หรอก”
เขาแค่นหัวเราะในลำคอด้วยท่าทางเหี้ยมเกรียม ก่อนจะตัดสินใจลดกระจกข้างลงพร้อมส่งลูกกระสุนปืนตอบโต้กลับไปบ้าง
ปัง ปัง
การกระทำนั้นทำลูกน้องหนุ่มหน้าเครียด แต่เมื่อเจ้านายเปิดฉากตอบโต้แล้ว เขาเองก็ทำได้เพียงช่วยเหลือ
ปืนในมือชี้ตรงไปยังกระจกที่ถูกเปิดแง้มของรถทางด้านขวาก่อน
แม้ทัศนวิสัยจะย่ำแย่จากเม็ดฝนที่เทลงมาและความเร็วของรถที่เคลื่อนตัว แต่จากประสบการณ์ตลอดหลายปี ทำให้เพียงแค่ปลายนิ้วแตะลงไปยังไกปืน ลูกกระสุนก็พุ่งตรงเข้าไปยังเป้าหมายอย่างแม่นยำ
ปัง
รถคันขวาเสียการควบคุมไปเล็กน้อยแต่ก็พยายามจะควบคุมรถต่อ ซึ่งตงหยางก็รีบหักพวงมาลัยชนกระแทกรถคันดังกล่าวให้กระเด็นออกไปนอกเส้นทาง
โครม
แรงปะทะทำให้หนุ่มด้านหลังเสียการทรงตัว ศีรษะพุ่งไปกระแทกกับเบาะ แต่เขาก็รีบเงยหน้าขึ้นมาดูสถานการณ์ต่อ
“เป็นอะไรไหมนาย”
“ไม่...ทำดีแล้ว เหลืออีกสอง”
สายตาแข็งกร้าวตวัดมองตามแสงไฟจากรถด้านหลัง ซึ่งตอนนี้กำลังพยายามเร่งความเร็วขึ้นมาตีคู่แทนอีกคันที่ถูกชนจนกระเด็นออกไปนอกเส้นทาง
เสียงปืนดังขึ้นมาอีกระลอกจากทั้งซ้ายและขวา แม้กระจกจะถูกแง้มลงเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีกระสุนบางลูกพุ่งผ่านช่องแคบนั้นเข้ามาในตัวรถได้อยู่ดี
ทั้งคู่ย่อตัวต่ำลงให้พ้นวิถีกระสุน ก่อนจะจ่อปืนยิงโต้กลับไปอีกครั้ง
รถทั้งสามคันพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงผ่านทางหลวงพร้อมเสียงปืนดังสนั่นอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง แม้ตงหยางจะพยายามควบคุมรถสุดกำลังแล้วก็ตาม แต่การถูกรถอีกสองคันกระแทกชนไม่หยุดหย่อน พร้อมกระสุนปืนรัวเข้าใส่ สุดท้ายรถยุโรปก็หมุนคว้างไร้การควบคุม ก่อนจะแฉลบพุ่งชนราวกั้นถนน
โครม
เสียงชนดังลั่นไปทั่วบริเวณ รถทั้งสองชะลอตัวก่อนจะจอดสนิทอยู่ไม่ไกลจากรถคู่กรณี
ประตูรถถูกเปิดออกทั้งสี่บาน ตามมาด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่พร้อมอาวุธครบมือก้าวลงมา หวังปลิดชีพคนบนรถตามคำสั่ง
สายฝนอาบชโลมร่างพวกเขาจนเปียกชุ่ม แต่ก็ไม่ได้ทำให้สายตาของเหล่านักฆ่าเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย ต่างจ้องตรงไปยังรถยุโรปสภาพยับเยินตาไม่กะพริบ
ปัง
ก่อนที่พวกเขาจะตั้งตัว กระสุนก็พุ่งออกจากรถคันดังกล่าวอีกครั้ง ทะลุผ่านกะโหลกหนึ่งในชายโชคร้ายราวกับจับวางจนล้มลงไปกองกับพื้นไม่ต่างจากใบไม้ที่ร่วงจากต้น คนที่เหลือต่างรีบยกปืนขึ้นระดมยิงกลับทันที
เสียงปืนดังก้องบริเวณท้องถนนมืดอยู่เกือบห้านาที แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าคนด้านในรถจะยอมจนมุม
ใบหน้าพวกเขาต่างเคร่งเครียด เริ่มรู้สึกว่าภารกิจครั้งนี้อาจจะล้มเหลว
เหล่ามือสังหารจากแปดคน ตอนนี้เหลือเพียงสี่หันหน้ามองกันเลิ่กลั่กเพราะไม่อาจจะจัดการเป้าหมายได้ ขณะกำลังปรึกษากันผ่านสายตา ก็มีแสงไฟจากรถปริศนาพุ่งเข้ามา
ชายหัวหน้ากำลังจะโล่งใจ คาดว่ารถคันนั้นคือรถของพวกเขาตามมาสมทบ แต่จู่ ๆ ลูกน้องข้างกายก็ล้มลงไปขาดใจตายบนพื้นด้วยความเงียบกริบ ทำดวงตาเขาเบิกกว้าง เพ่งมองรถนั่นดี ๆ
แสงไฟจากสองดวงเพิ่มมาเป็นสี่ หก และแปดตามลำดับ ตอกย้ำให้เขามั่นใจว่าคนเหล่านั้นไม่ใช่พวกตัวเองแน่ ๆ
“ถอย!” เสียงเข้มตะโกนแข่งกับเสียงปืน ทำลูกน้องที่เหลืออีกสองคนเริ่มแตกตื่น หมุนกายวิ่งกลับไปยังรถตนเองรวดเร็ว ไม่ใส่ใจศพเพื่อนร่วมงานที่กองเต็มพื้นถนนแม้แต่น้อย
ห่าลูกกระสุนจากรถที่เพิ่งมาใหม่รัวใส่พวกเขาไม่ยั้ง ทำให้ไฟท้ายรถแตก ยางข้างหนึ่งเกิดระเบิด แต่รถคันหนึ่งก็สามารถขับหนีไปได้และทิ้งคนขับโชคร้ายเอาไว้ในรถที่ไม่อาจจะขยับไปไหนได้
กลุ่มคนมาใหม่แต่งกายด้วยเสื้อสูทสีดำสนิทกรูกันออกมาจากรถ บางส่วนก็พุ่งเข้าไปปิดล้อมรถคนร้าย อีกส่วนก็รีบเข้ามาช่วยผู้เป็นนาย
ไม่กี่นาทีทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบ ประตูรถยุโรปที่พุ่งชนราวกั้นถูกเปิดออกพร้อมร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในวัยยี่สิบแปดปี สายตาเขาเย็นยะเยือกขณะมองซากศพคนร้ายบนพื้น
“นายครับ บาดเจ็บตรงไหนไหม”
“กูไม่เป็นไร ไปดูตงหยางเถอะ น่าจะถูกยิงต้นแขน”
“แต่ว่า...” ลูกน้องกำลังจะเอ่ยแย้งออกมาเมื่อเห็นรอยแผลบนศีรษะของเจ้านาย แต่อีกฝ่ายก็ขัดขึ้นมาก่อน
“จัดการพวกนี้ให้เรียบร้อย กูจะกลับบ้าน”
“ครับ ๆ”
เขาโค้งตัวให้ชายหนุ่มด้วยความเคารพและนำทางไปยังรถอีกคันที่เพิ่งมาถึง
สายตาคมกริบของเขาตวัดมองไปยังคนร้ายที่เพิ่งถูกลากลงจากที่นั่งคนขับอย่างเย็นชา ก้านนิ้วยาวเสยเส้นผมเปียกลู่จากเม็ดฝนขึ้นลวก ๆ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งยังเบาะหลังของรถ
ไม่ต้องมีคำสั่งใด ๆ พวกลูกน้องทุกคนก็รู้ถึงความต้องการเจ้านายว่า ‘ต้องเค้นคอคนร้ายให้ถึงที่สุด’
คฤหาสน์ตระกูลหลิน
ชายหนุ่มทายาทตระกูลก้าวลงจากรถเข้าสู่ตัวคฤหาสน์ใหญ่ด้วยสภาพเปียกปอนพร้อมรอยแผลบนศีรษะที่ยังคงมีเลือดซึม ตั้งใจว่าจะไปทำแผลให้เรียบร้อยและค่อยรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นให้บิดามารดารับทราบพรุ่งนี้ แต่ว่าเมื่อเท้าเขาสัมผัสพื้นบ้าน เสียงหวีดร้องของมารดาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“ดีแลน! เป็นยังไงบ้างลูก แม่ได้รับรายงานว่าลูกถูกลอบยิง”
สีหน้าของนายหญิงแห่งตระกูลหลินซีดเซียว รีบพุ่งเข้ามาดูอาการของลูกชายคนโตด้วยความเป็นห่วง
สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงยามมองหน้าของแม่
“ผมไม่เป็นไรครับ”
“แต่นี่มันครั้งที่สามแล้วนะ! มันชักจะเกินไปแล้ว”
หลินเจียอีหวีดร้องเสียงดังด้วยความโกรธอัดแน่นเต็มทรวงอก แม้รู้ดีถึงภาระหน้าที่ของลูกชาย แต่คนเป็นแม่ไม่อาจจะทนเห็นลูกต้องเผชิญอันตรายนับครั้งไม่ถ้วนได้
“คุณคะ! เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วนะ!” เจียอีหันไปตวาดใส่สามีซึ่งกำลังมองดูสภาพสะบักสะบอมของลูกชายด้วยแววตาโกรธเกรี้ยวไม่ต่างกัน
“สรุปว่าไงดีแลน พวกไหน” เสียงเข้มเอ่ยถามลูกชาย แม้ลึก ๆ เขาจะรู้ตัวคนร้ายดีก็ตาม
“ก็มันนั่นแหละจะมีใคร”
ร่างสูงไหวไหล่ตอบกลับอย่างเหนื่อยอ่อน ส่งผลให้ทั้งบิดามารดาได้แต่ทำหน้าเครียดจัดอย่างไม่รู้จะจัดการปัญหานี้อย่างไรดี
“เราทำอะไรไม่ได้จริง ๆ เหรอ เรื่องในครั้งนี้ลูกไม่ผิดนะ ทำไมเขาไม่เข้าใจ!”
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ในเมื่อมันไม่ฟัง เราก็ทำได้แค่เตรียมตัวรับดี ๆ”
ลูกชายพยายามปลอบคนเป็นแม่ให้ใจเย็นลง แต่ก็ไม่อาจจะช่วยอะไรได้นักเนื่องจากปัญหาความบาดหมางในครั้งนี้มันเกินจะเยียวยา
“คุณคะ!” เจียอีหันไปเรียกสามีตนอีกครั้งหวังว่าอีกฝ่ายจะมีวิธีอะไรบ้าง แต่สีหน้าหนักใจของหลินเฟยหลงก็ทำให้เธอรู้แล้วว่าเขาเองก็จนปัญญาเช่นกัน
ผู้นำตระกูลหลินถอนหายใจยาว อกซ้ายหนักอึ้งกับความขัดแย้งในครั้งนี้
“ตั้งแต่อาหมิงตายไป หนทางจะคุยกับทางนั้นก็เหมือนจะริบหรี่ไปด้วย”
“แต่หลักฐานยืนยันของตำรวจก็ออกมาแล้วว่าดีแลนไม่ได้มีส่วนในการตายของหนูลูน่า ทำไมเขาต้องมาคอยจองล้างจองผลาญลูกเราขนาดนี้”
คำพูดของนายหญิงทำให้สีหน้าของทุกคนย่ำแย่ลงอีกครั้ง เนื่องจากสาเหตุทั้งหมดมาจากการตัดสินใจของทั้งตระกูล แทนที่จะนำพาความสงบสุขมาให้ทุกคน กลับลงท้ายด้วยโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
บทล่าสุด
#64 บทที่ 64 ตอนพิเศษ 7 ช่วงเวลาแห่งความสุข (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#63 บทที่ 63 ตอนพิเศษ 6 เริ่มทริปอลเวง
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#62 บทที่ 62 ตอนพิเศษ 5 พบเพื่อนเก่า
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#61 บทที่ 61 ตอนพิเศษ 4 งานโรงเรียน
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#60 บทที่ 60 ตอนพิเศษ 3 ฮันนีมูน
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#59 บทที่ 59 ตอนพิเศษ 2 เที่ยวบินร้อน
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#58 บทที่ 58 ตอนพิเศษ 1 งานแต่งแสนหวาน
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#57 บทที่ 57 ขอแต่งงาน (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#56 บทที่ 56 เที่ยวสวนสัตว์
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026#55 บทที่ 55 เป็นฝ่ายงอแง
อัปเดตล่าสุด: 7/14/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักไม่หลอก
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!













