บทนำ
วิญญาณมอบแด่ผืนทะเล
หัวใจรัก มอบไว้...เพียงเธอ
บท 1
ณ ทุ่งบางกะปิ พุทธศักราช ๒๔๙๐
“ง่วงนอนจัง”
เสียงบ่นงึมงำตามด้วยอาการหาวหวอดที่ดังมาจากเด็กหญิงในวัยแรกรุ่น ผิวคล้ำแดด รูปร่างสูงเก้งก้าง ดวงหน้ามีเค้าสวยงาม ผมดำยาวถูกถักเป็นเปียพันไว้รอบศีรษะ สวมเสื้อกางเกงขาสั้นชุดติดกันลายสกอตสีแดงสดใส นั่งขัดสมาธิเช็ดใบตองอยู่บนพื้นกระดานขัดมันวับตรงระเบียงกว้างของเรือนไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยาสีขาวขนาดไม่เล็กนัก หลังคามุงกระเบื้องว่าว ตลอดตามชายคาฉลุลายแบบขนมปังขิงอย่างสวยงาม
ต้นเหตุของความง่วงมาจากสายลมที่กำลังพัดจนต้นไม้รอบข้างพากันไหวเอน บวกกับเป็นช่วงยามเย็นแดดร่มลมตก จนเกือบทำให้เปลือกตาของเด็กหญิงปิดลงอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ยินเสียงบางอย่างดังแว่วเข้าหูเสียก่อน
“เอ๊ะ!!!”
คนที่กำลังจะผล็อยหลับส่งเสียงอุทานเบาๆ ดวงตากลมโตที่กำลังหรี่ปรือจะปิดมิปิดแหล่พลันเบิกกว้างขึ้นทันควัน เพราะสิ่งที่ได้ยินนั้นคือเสียงบรรเลงเปียโนที่ดังกังวาน คลอไปกับเสียงหัวเราะต่อกระซิกที่ดังลอดมา ซึ่งทำให้อาการง่วงเหงาหาวนอนหายเป็นปลิดทิ้ง
เสียงที่ได้ยินบ่งบอกว่าภายในขอบรั้วกำแพงสูงลิบลิ่วของวังเทพรัตน์ ซึ่งอยู่เยื้องกับบ้านของเธอจะต้องมีงานเลี้ยงอย่างแน่นอน เพราะนับแต่เจ้าของคนเก่าที่คุ้นเคยกับเธอดีขายบ้านให้เจ้าของคนใหม่ บ้านหลังดังกล่าวก็มีงานเลี้ยงแทบจะทุกสัปดาห์เลย
นับเป็นบุญวาสนาของพัดชายิ่งนัก เพราะมีโอกาสได้เห็นเครื่องแต่งกายอันสวยงามของแต่ละคนที่มาร่วมงานจากการปีนต้นไม้เพื่อแอบดู จนเก็บเอาไปคิดอย่างหมายมั่นว่า สักวันหนึ่งจะต้องมีโอกาสสวมชุดสวยๆ แบบนั้น
“พัดชา ทำไมนั่งยุกยิกไม่เป็นสุขอย่างนั้นล่ะลูก”
อรสาผู้เป็นมารดานั่งพับเพียบอยู่ในชุดเสื้อผ้าป่านแขนในตัวสีขาวเรียบๆ กับผ้าซิ่นสีเขียวหม่นยาวกรอมเท้า ผมสั้นถูกดัดเป็นลอนสวย ละสายตาจากใบตองที่เจียนอยู่ในมือก่อนจะมองไปยังบุตรสาวที่นั่งยืดคอชะเง้อชะแง้ไปมาอย่างสงสัย เพราะก่อนหน้านี้ยังเห็นเจ้าตัวจะหลับมิหลับแหล่อยู่เลย
คนโดนทักสะดุ้งเฮือกด้วยกำลังคิดอะไรเพลินๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นผิดกับท่าทีก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง
“แม่จ๋า ในโน้นน่าจะมีงานเลี้ยงกันอีกแล้วนะจ๊ะ”
คำว่าในโน้นที่บุตรสาวพูดถึงทำให้คนเป็นมารดาผินหน้าไปมองรั้วกำแพงอันสูงลิบลิ่ว ที่มีป้ายอักษรสีทองว่า ‘วังเทพรัตน์’ ติดอยู่ ราวกับจะประกาศให้ใครต่อใครรู้ถึงความสูงส่งของผู้คนที่อาศัยในนั้น
“น่าจะเป็นอย่างที่ว่าแหละจ้ะ แต่อย่าไปสนใจเลยลูก พัดชาไม่อยากกินข้าวต้มผัดของแม่แล้วหรือจ๊ะ”
เมื่อได้ยินคำว่าข้าวต้มผัดก็ทำให้ท่าทีกระตือรือร้นต่อเรื่องที่อยู่ในความสนใจของเด็กหญิงพลันชะงักงัน ก่อนจะหันกลับมาสนใจเช็ดใบตองในมือดุจเดิม ดวงหน้าฉายแววทะเล้น พลางยิ้มแป้นแล้นประจบจนเห็นฟันขาววาววับ ก่อนจะพูดเสียงดังกังวานสดใส
“อยากกินสิจ๊ะ ไม่มีใครทำข้าวต้มผัดได้อร่อยเท่าแม่อรของพัดชาอีกแล้ว”
คำพูดของเด็กหญิงไม่ได้เกินจริงนัก เพราะฝีมือการทำข้าวต้มผัดรวมทั้งอาหารคาวและหวานต่างๆ ของผู้เป็นมารดานั้นอร่อยจนเลื่องลือไปไกล เรียกว่าผู้คนในละแวกทุ่งบางกะปิไม่มีใครไม่รู้จัก ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำขาย เพียงแค่ทำกินกันภายในครัวเรือน แล้วก็แบ่งปันแจกจ่ายไปตามบ้านใกล้เรือนเคียงเท่านั้น
“ไม่ต้องมาพูดประจบแม่เลย” อรสาว่าพลางกวาดตามองไปทั่วกายบุตรสาว “ดูซิ เนื้อตัวมอมแมมเชียว ไปปีนต้นไม้มาอีกแล้วใช่ไหม โตเป็นสาวแล้วนะลูก ยังเล่นซนเป็นลิงเป็นค่างอยู่อีก”
คนโดนว่ายิ้มจนตายิบหยี ทว่ายังไม่ทันได้ตอบอะไรก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาด้านหลัง
“นั่นสิยายพัดชา เราน่ะจะเป็นสาวอยู่แล้ว ยังชอบเล่นซนเป็นเด็กผู้ชายไปได้ นี่แหละ ชอบตามใจให้ไปไหนมาไหนกับตาเพชรจนเคยตัว รายนั้นก็ติดน้องเหลือเกิน ไปไหนก็ต้องพาไปด้วย”
ผู้มาใหม่ที่ยืนเท้าเอวส่งเสียงฉอดๆ อยู่เป็นสตรีผิวคล้ำ รูปร่างค่อนข้างท้วม มีวัยไล่เลี่ยกับอรสา สวมเสื้อคอปาดสีขาวแขนสามส่วนกับผ้าซิ่นสีน้ำตาลเชิงทอง ที่ลำคอสวมสร้อยทองเส้นใหญ่ และตาเพชรที่พูดถึงก็คือพัชระซึ่งเป็นพี่ชายของพัดชานั่นเอง
“ป้านุชจ๋า เด็กซนคือเด็กฉลาดไม่ใช่หรือจ๊ะ” เด็กหญิงเจ้าของดวงตาดำขลับ มิหนำซ้ำผิวก็ยังคล้ำด้วยเช่นกัน หันไปบอกผู้เป็นป้าพลางยิ้มกว้าง จึงโดนคนว่าจิ้มนิ้วเข้าไปที่หน้าผากอย่างหมั่นไส้ระคนเอ็นดู
“นอกจากซน ตัวยังดำปี๋อย่างกับเด็กท้องนา”
คนโดนว่ายิ้มกว้างยิ่งขึ้น ไม่ได้รู้สึกรู้สากับคำว่าดังกล่าวแม้แต่น้อย ซ้ำยังตอบอย่างฉะฉานกลั้วด้วยเสียงหัวเราะ
“พัดชาก็เป็นจริงๆ นี่จ๊ะป้านุช เพราะข้างหลังบ้านเราก็เป็นทุ่งนา และบ้านเราที่รังสิตก็ยังมีแต่ท้องนาอีก”
“ว่าแล้วยังจะมาเถียงหน้าระรื่นอีกเด็กคนนี้”
นงนุชบ่นพึมพำอย่างไม่จริงจัง พลางมองหลานสาววัยแรกรุ่นที่แม้จะมีผิวคล้ำตามที่นางเอ่ยค่อน แต่ก็เป็นเพราะวิ่งตะลอนๆ ตากแดดอยู่ทุกวี่วัน ทว่าดวงหน้านั้นมีเค้าว่าโตขึ้นต้องสะสวยไม่แพ้ผู้เป็นมารดาหรือน้องสาวของนางอย่างแน่นอน อาจจะสวยกว่าด้วยซ้ำ เพราะได้ผิวพรรณจากน้องเขยซึ่งเป็นลูกหลานคนจีน
“พัดชาไม่ได้เถียงสักหน่อย แค่อธิบายให้ฟัง” เด็กหญิงบ่นกระปอดกระแปด แต่ดวงหน้ากระจ่างด้วยรอยยิ้ม ดวงตากลมโตทอประกายวาววับ
“ป้าไม่อยากพูดกับแกแล้วยายพัดชา” คนเป็นป้าว่าพลางค้อนแล้วเลิกสนใจหลานสาว ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ผู้เป็นน้องสาว มองไปยังกำแพงสูงที่อยู่เยื้องกับบ้านแวบหนึ่ง “บ้านในกำแพงสูงนั่นจัดงานเลี้ยงกันอีกแล้วหรือ เสียงดังมาถึงบ้านเราเชียว”
คนโดนถามหัวเราะเบาๆ “ถามเหมือนแม่หลานสาวเลย คาดว่าจะเป็นเช่นนั้นแหละจ้ะ พี่นุชอยู่ที่นี่มาตั้งหลายเดือนยังไม่ชินอีกหรือ”
บทล่าสุด
#145 บทที่ 145 145
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#144 บทที่ 144 144
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#143 บทที่ 143 143
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#142 บทที่ 142 142
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#141 บทที่ 141 141
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#140 บทที่ 140 140
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#139 บทที่ 139 139
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#138 บทที่ 138 138
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#137 บทที่ 137 137
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#136 บทที่ 136 136
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026
คุณอาจชอบ 😍
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รักไม่หลอก
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...













