บทนำ
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
บท 1
ยามบ่ายแก่นิชาดากำลังตั้งหน้าตั้งตาเก็บฝักข้าวโพดอย่างขะมักเขม้นเพื่อให้คุ้มค่าแรงที่เจ้าของไร่จ้างเธอมา เพราะหากทำแบบขอไปทีแล้วคงจะไม่มีใครอยากจ้างงานเธออีกเป็นแน่
“นิ่ม!”
“นิ่ม!”
“อีนิ่ม!!!”
นิชาดาละมือจากข้าวโพดที่กำลังเก็บอยู่เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองแว่วเข้าหู เมื่อเงยหน้าเพ่งมองแล้วเห็นว่าคนที่กำลังตะโกนเรียกอยู่นั้นคือนงนุชแม่ของเธอเองจึงรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปหาก่อนที่แม่ของเธอจะตะโกนเรียกเธอหน้าดำหน้าแดงอย่างไม่เกรงใจใครไปมากกว่านี้
“มีอะไรจ๊ะแม่ นิ่มใกล้จะเสร็จแล้ว”
นิชาดายกแขนที่ใส่เสื้อแขนยาวตัวเก่าขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่เกาะอยู่ตามใบหน้าของตัวเองไปด้วยระหว่างเอ่ยถามคนเป็นแม่
“เออ ใกล้เสร็จแล้วก็ดี”
นงนุชที่ขัดใจใบหน้าอันเหน็ดเหนื่อยจนเว่อร์ของลูกสาวในสายตาของนางนักจึงรีบยื่นเงินที่กำรอไว้อยู่แล้วส่งให้ไปทันที
“อะนี่ ฝากซื้อไก่ย่างกับข้าวเหนียวให้นนท์มันหน่อย นนท์มันอยากกินเดี๋ยวแม่จะไปข้างนอก”
เมื่อเห็นว่าลูกสาวเอาแต่ก้มมองแบงค์ห้าสิบบาทในมือแต่ไม่ยอมตอบอะไรนงนุชจึงสั่งย้ำไปอีกครั้ง
“เข้าใจไหม อย่าลืมหาข้าวหาน้ำเตรียมไว้ให้พี่มึงด้วยล่ะตั้งแต่เช้ามันยังไม่ได้กินอะไรเลย”
พูดเสร็จก็สตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่ขี่มาจอดเรียกลูกสาวเมื่อกี้นี้แล้วขี่ออกไปทันที จุดหมายก็คงจะเป็นบ้านใครสักหลังที่กำลังจะตั้งวงกินเหล้าพร้อมกับตั้งวงเล่นไพ่ไปในคราเดียวกัน
นิชาดาได้แต่มองตามหลังผู้เป็นแม่ไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเลิกคิดเล็กคิดน้อยเพื่อไม่ให้บั่นทอนจิตใจตัวเอง แต่บางครั้งเธอก็อดคิดไม่ได้ เช่นตอนนี้ที่เธอกำลังเหนื่อยเนื่องจากมารับจ้างเก็บข้าวโพดในไร่ตั้งแต่เช้า ข้าวกับน้ำก็แทบจะไม่ได้กินแถมยังตากแดดเกือบทั้งวันแต่แม่ก็เอาแต่ห่วงนทีพี่ชายของเธอที่วันๆ ไม่ทำอะไรก็มีคนหาเงินให้ใช้ วันๆ กินแต่เหล้าก็มีคนคอยหาข้าวหาน้ำให้กินอยู่อย่างสุขสบาย ต่างจากเธอที่นอกจากจะต้องทำงานหนักแล้วแม่ยังแทบไม่เคยสนใจใยดี
หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วปัดเรื่องไม่เป็นเรื่องออกจากหัวจากนั้นจึงรีบเดินกลับเข้าไปในไร่เพื่อเก็บฝักข้าวโพดต่อ ขืนเสร็จช้าแล้วไปซื้อกับข้าวให้นทีตามที่แม่สั่งไว้ไม่ทันเธอก็ต้องโดนด่าอีกเพราะกว่าจะปั่นจักรยานจากไร่ข้าวโพดแห่งนี้ไปตลาดและปั่นจากตลาดไปบ้านอีกทีก็ค่อนข้างไกล และอีกอย่างเธอก็ไม่อยากจะปั่นจักรยานไปไหนมาไหนคนเดียวตอนค่ำๆ มืดๆ ด้วย
นิชาดากลับมาถึงบ้านราวหกโมงเย็นแต่ทั้งบ้านก็ไม่มีใครอยู่ ซึ่งเธอไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะแม่แวะมาบอกแล้วว่าจะไปข้างนอกซึ่งก็เดาได้ไม่ยากว่าคงจะไปเล่นไพ่ ส่วนพี่ชายของเธอนั้นก็เดาได้ไม่ยากอีกเช่นกันว่าคงจะตื่นนอนแล้วก็ออกไปหาเหล้ากินเหมือนกับทุกวัน
หลายชั่วโมงต่อมาขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เพียงลำพังในบ้านนั้นก็ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์คุ้นหูดังเข้ามาใกล้จึงรีบลุกไปเปิดไฟตรงบันไดทางขึ้นหน้าบ้านและเปิดประตูให้กับแม่
“นนท์ยังไม่กลับมาอีกเหรอ” นางนงนุชถามหาลูกชายกับลูกสาวทันทีที่กลับมาถึงบ้านเพราะตอนนี้ก็สองทุ่มกว่าแล้วแต่กลับยังไม่เห็นรถของลูกชายจอดอยู่
“ยังจ้ะ” นิชาดาเอ่ยตอบผู้เป็นแม่ขณะกำลังลงกลอนปิดล็อกประตูบ้านพร้อมทั้งปิดไฟหน้าบ้านที่เพิ่งเปิดเพื่อให้แม่เดินขึ้นบันไดมาเมื่อกี้นี้ด้วย
“แล้วมันออกไปตั้งแต่ตอนไหน กินข้าวไปหรือเปล่า”
“ไม่รู้จ้ะ นิ่มกลับมาพี่นนท์ก็ไม่อยู่แล้ว”
“แล้วทำไมมึงไม่กลับก่อนพี่มึงจะออกไป ใช้อะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง”
คนเป็นแม่เริ่มบ่นลูกสาวที่ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่องแถมยังขัดหูขัดตาไปหมดเมื่อถามถึงลูกชายแล้วไม่ได้ความ
“แต่จากไร่มาบ้านมันไกลนี่จ๊ะ แล้วอีกอย่าง…”
คนถูกบ่นยังไม่ทันพูดจบคนเป็นแม่ก็บอกปัดขึ้นมาก่อนอย่างรำคาญคำแก้ตัวซ้ำซากของลูกสาว
“เออๆ ช่างเถอะ แล้วนี่มีอะไรกินบ้างล่ะ” นางนงนุชถามพร้อมกับเดินไปนั่งลงบนพื้นที่ปูเสื่อไว้กลางบ้าน จากนั้นจึงเปิดฝาชีดูกับข้าวว่ามีอะไรกิน
“นิ่มผัดแตงใส่ไข่กับหมูสับไว้ให้แม่จ้ะ”
หญิงสาวยิ้มตอบพร้อมทั้งเอื้อมมือไปหยิบจานและตักข้าวในหม้อหุงข้าวให้กับแม่แต่ก็ไม่วายโดนบ่นอีก
“โอ๊ยยยยยยย ผัดแตงอีกละ แล้วก็นะ ทุกวันนี้ก็กินแต่ไข่ๆๆๆๆ ไม่ก็ปลากระป๋องจนหน้ากูจะเป็นไข่อยู่แล้วเนี่ย” นงนุชบ่นเพราะเมื่อเช้าก็กินไข่ทอด กลางวันก็กินน้ำพริกปลากระป๋องกับแตงกวา พอมาตอนเย็นยังต้องมากินผัดแตงใส่ไข่อีก
“แต่วันนี้นิ่มใส่หมูสับด้วยนะจ๊ะแม่”
นิชาดายังยิ้มตอบแม่พร้อมกับชี้ให้แม่ดูหมูในผัดแตงดีๆ เพราะวันนี้เธอได้ค่าแรงเพิ่มมาเป็นสามร้อยบาทจากปกติถ้าแค่ไปรับจ้างเก็บข้าวโพดแบบนี้จะได้ค่าแรงแค่วันละสองร้อยบาทเท่านั้น แต่เพราะเจ้าของไร่เอ็นดูเธอจึงแอบให้ทิปเพิ่มมาอีกหนึ่งร้อยบาท เธอจึงซื้อหมูมาหนึ่งกิโลพร้อมไข่อีกสองแผงมาไว้ติดบ้าน
“โอ๊ยพอๆ กูเบื่อไก่เบื่อไข่ของมึงจะแย่แล้ว ทำของดีๆ ให้กูกินบ้างไม่ได้ไง”
คนเป็นแม่ยังบ่นไม่เลิกแต่ก็ตักข้าวตักกับที่ลูกสาวทำไว้ให้เข้าปาก
“ก็ตอนนี้นิ่มยังไม่ค่อยมีเงินนี่จ๊ะแม่ ไว้รอให้นิ่มเรียนจบแล้วมีงานดีๆ ทำ นิ่มจะหาของอร่อยมาให้แม่กินทุกมื้อเลยจ้ะ” เธอพูดพร้อมกับรินน้ำใส่แก้วให้แม่ไปด้วยเพราะกลัวแม่จะติดคอเนื่องจากจนถึงตอนนี้แม่ยังไม่ยอมเงียบเสียงเลย
“กูเห็นมึงพูดแบบนี้มาจะสองปีละ แต่ทุกวันนี้แม้แต่แกลบก็แทบจะไม่มีให้แดก!” ได้ยินอย่างนั้นคนเป็นลูกก็พยายามไม่เก็บคำพูดที่ไม่รักษาน้ำใจกันของแม่มาคิด และก่อนที่นางนงนุชจะพาลอารมณ์เสียใส่ลูกสาวไปมากกว่านี้เพราะเพิ่งเล่นไพ่เสียมา เสียงรถมอเตอร์ไซค์ของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน นางนงนุชจึงรีบลุกขึ้นจากเสื่อที่ปูไว้นั่งกินข้าวแล้วรีบเดินออกไปหาลูกชายหน้าบ้านทันที
“โอ๊ยนนท์ ระวังลูก!”
คนรีบเปิดประตูไปรับลูกชายร้องเสียงหลงเมื่อเห็นว่าลูกชายก้าวพลาดบันไดบ้านขั้นแรกจึงหันไปด่าลูกสาว
“อีนิ่ม! มึงจะปิดไฟทำไมนักหนาฮะ!”
“ก็มันเปลืองไฟนี่แม่”
“แล้วมึงจะให้พี่มึงตกบันไดตายหรือยังไง! แค่นี้ทำเป็นขี้เหนียว กูบอกว่าให้เปิดรอไว้ๆ”
คนเป็นแม่ยังคงด่าลูกสาวไม่เลิกแต่ก็รีบเดินลงบันไดไม้เก่าๆ เพื่อไปพยุงลูกชายที่เมาแอ๋ยืนโงนเงนอยู่ด้านล่าง
“ก็ถ้าให้เปิดรอไว้แล้วแม่ให้มันจ่ายค่าไฟเองไหมล่ะ!”
ครั้งนี้นิชาดาเหลืออดเลยขึ้นเสียงกลับไปบ้าง
แม่จะอะไรกับเธอนักหนา ค่าใช้จ่ายภายในบ้านเธอก็เป็นคนหาเงินมาจ่ายอย่างยากลำบาก ค่าน้ำค่าไฟก็ไม่ใช่ถูกๆ สำหรับคนมีรายได้น้อยอย่างเธอ
ทำกับข้าวซักผ้ากวาดบ้านถูบ้านเธอก็ทำให้หมด จะไม่สนใจจะไม่ห่วงเธอเธอไม่ว่า แต่จะมาหาเรื่องด่าเธอทุกวันเพราะคนขี้เมาไม่เอาไหนแบบนี้มันเกินไป เธอผิดมากเหรอที่แค่ปิดไฟหน้าบ้านเพราะต้องการประหยัดไฟ
“เอ้าอีนี่! อย่ามาย้อนกูนะ! แล้วเดี๋ยวนี้เถียงคำไม่ตกฟาก จะไปไหนก็ไปเลยมึง” คนเป็นแม่ยกมือขึ้นมาชี้หน้าด่าลูกสาวเมื่อประคองลูกชายให้นั่งลงบนเสื่อเรียบร้อยแล้ว
“ไม่ต้องไล่หรอก เชิญแม่อยู่ป้อนข้าวป้อนน้ำให้มันไปคนเดียวเถอะ!”
นิชาดาพูดพร้อมกับเดินหนีไปยังที่นอนของตัวเองอย่างไม่อยากจะทะเลาะด้วยเมื่อเห็นภาพที่แม่ประคบประหงมนทีอย่างดีแต่กลับตะโกนด่าเธอไม่ยอมหยุด
“อีนิ่ม!!!”
เสียงด่าทอเธอสลับกับเสียงถามไถ่พูดคุยกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนและหาข้าวที่เธอเป็นคนซื้อมาให้นทีกินยังคงดังต่อเนื่องให้เธอได้ยิน แต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนใจเพราะเธอนั้นทนอยู่สภาพแบบนี้มากว่าสองปีแล้ว
หลังจากพ่อของเธอเสียไปบ้านไม้เก่าๆ ผุๆ หลังคาสังกะสีที่จะพังแหล่ไม่พังแหล่หลังนี้ก็กลายมาเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวเธอ มีผ้าปูที่นอนผืนเก่าที่เคยใช้ในสมัยที่ยังไม่ตกอับเอามาพาดราวผ้าที่ตอกตะปูขึงด้วยเส้นลวดเพื่อกั้นเป็นห้องใครห้องมันเพื่อหาความเป็นส่วนตัวบ้างเพียงเท่านั้น เพราะฉะนั้นไม่ว่าแม่จะพูดอะไรกับนทีหรือด่าอะไรเธอก็ได้ยินไปทั้งบ้าน
พระอาทิตย์ยังไม่ทันขึ้นร่างบางที่หลับไปเพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักเมื่อวานก็ลุกขึ้นมาในเวลาตีห้าเหมือนเช่นทุกวัน
นิชาดารีบหุงข้าวจากนั้นจึงก่อไฟทำอาหารกินง่ายๆ เหมือนอย่างเคย โดยวันนี้เธอเลือกทำไข่เจียวเพื่อกินในตอนเช้าและทำหมูทอดเพื่อห่อไปกินตอนกลางวันเพราะวันนี้เธอจะไปรับจ้างเก็บข้าวโพดอีกหนึ่งวันและแน่นอนว่าเธอนั้นทำกับข้าวเผื่อไว้ให้แม่กับพี่ชายด้วย
เมื่อทำกับข้าวและกินข้าวเสร็จเธอจึงรีบไปอาบน้ำในห้องน้ำซึ่งสร้างจากสังกะสีเก่าๆ ข้างตัวบ้าน
ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ใช่หน้าหนาวแต่น้ำในตุ่มก็เย็นจนร่างเล็กสั่นสะท้าน หญิงสาวจึงรีบอาบน้ำจากนั้นจึงรีบปั่นจักรยานออกไปทำงานเพราะไร่ข้าวโพดแห่งนี้อยู่ไกลกว่าไร่เมื่อวานนี้มากแถมทางไปยังต้องขึ้นเนินหลายเนินอีกด้วย
บทล่าสุด
#98 บทที่ 98 ตอนพิเศษ 5 คนคลั่งรัก
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#97 บทที่ 97 ตอนพิเศษ 4 ดูดาว.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#96 บทที่ 96 ตอนพิเศษ 4 ดูดาว.1
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#95 บทที่ 95 ตอนพิเศษ 3 ให้โอกาส.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#94 บทที่ 94 ตอนพิเศษ 3 ให้โอกาส.1
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#93 บทที่ 93 ตอนพิเศษ 2 ค่อยเป็นค่อยไป
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#92 บทที่ 92 ตอนพิเศษ 1 จีบเมียตัวเอง
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#91 บทที่ 91 บทส่งท้าย.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#90 บทที่ 90 บทส่งท้าย.1
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#89 บทที่ 89 บทที่ 46.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รักไม่หลอก
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!













