บทนำ
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
บท 1
ยามบ่ายแก่นิชาดากำลังตั้งหน้าตั้งตาเก็บฝักข้าวโพดอย่างขะมักเขม้นเพื่อให้คุ้มค่าแรงที่เจ้าของไร่จ้างเธอมา เพราะหากทำแบบขอไปทีแล้วคงจะไม่มีใครอยากจ้างงานเธออีกเป็นแน่
“นิ่ม!”
“นิ่ม!”
“อีนิ่ม!!!”
นิชาดาละมือจากข้าวโพดที่กำลังเก็บอยู่เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองแว่วเข้าหู เมื่อเงยหน้าเพ่งมองแล้วเห็นว่าคนที่กำลังตะโกนเรียกอยู่นั้นคือนงนุชแม่ของเธอเองจึงรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปหาก่อนที่แม่ของเธอจะตะโกนเรียกเธอหน้าดำหน้าแดงอย่างไม่เกรงใจใครไปมากกว่านี้
“มีอะไรจ๊ะแม่ นิ่มใกล้จะเสร็จแล้ว”
นิชาดายกแขนที่ใส่เสื้อแขนยาวตัวเก่าขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่เกาะอยู่ตามใบหน้าของตัวเองไปด้วยระหว่างเอ่ยถามคนเป็นแม่
“เออ ใกล้เสร็จแล้วก็ดี”
นงนุชที่ขัดใจใบหน้าอันเหน็ดเหนื่อยจนเว่อร์ของลูกสาวในสายตาของนางนักจึงรีบยื่นเงินที่กำรอไว้อยู่แล้วส่งให้ไปทันที
“อะนี่ ฝากซื้อไก่ย่างกับข้าวเหนียวให้นนท์มันหน่อย นนท์มันอยากกินเดี๋ยวแม่จะไปข้างนอก”
เมื่อเห็นว่าลูกสาวเอาแต่ก้มมองแบงค์ห้าสิบบาทในมือแต่ไม่ยอมตอบอะไรนงนุชจึงสั่งย้ำไปอีกครั้ง
“เข้าใจไหม อย่าลืมหาข้าวหาน้ำเตรียมไว้ให้พี่มึงด้วยล่ะตั้งแต่เช้ามันยังไม่ได้กินอะไรเลย”
พูดเสร็จก็สตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่ขี่มาจอดเรียกลูกสาวเมื่อกี้นี้แล้วขี่ออกไปทันที จุดหมายก็คงจะเป็นบ้านใครสักหลังที่กำลังจะตั้งวงกินเหล้าพร้อมกับตั้งวงเล่นไพ่ไปในคราเดียวกัน
นิชาดาได้แต่มองตามหลังผู้เป็นแม่ไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเลิกคิดเล็กคิดน้อยเพื่อไม่ให้บั่นทอนจิตใจตัวเอง แต่บางครั้งเธอก็อดคิดไม่ได้ เช่นตอนนี้ที่เธอกำลังเหนื่อยเนื่องจากมารับจ้างเก็บข้าวโพดในไร่ตั้งแต่เช้า ข้าวกับน้ำก็แทบจะไม่ได้กินแถมยังตากแดดเกือบทั้งวันแต่แม่ก็เอาแต่ห่วงนทีพี่ชายของเธอที่วันๆ ไม่ทำอะไรก็มีคนหาเงินให้ใช้ วันๆ กินแต่เหล้าก็มีคนคอยหาข้าวหาน้ำให้กินอยู่อย่างสุขสบาย ต่างจากเธอที่นอกจากจะต้องทำงานหนักแล้วแม่ยังแทบไม่เคยสนใจใยดี
หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วปัดเรื่องไม่เป็นเรื่องออกจากหัวจากนั้นจึงรีบเดินกลับเข้าไปในไร่เพื่อเก็บฝักข้าวโพดต่อ ขืนเสร็จช้าแล้วไปซื้อกับข้าวให้นทีตามที่แม่สั่งไว้ไม่ทันเธอก็ต้องโดนด่าอีกเพราะกว่าจะปั่นจักรยานจากไร่ข้าวโพดแห่งนี้ไปตลาดและปั่นจากตลาดไปบ้านอีกทีก็ค่อนข้างไกล และอีกอย่างเธอก็ไม่อยากจะปั่นจักรยานไปไหนมาไหนคนเดียวตอนค่ำๆ มืดๆ ด้วย
นิชาดากลับมาถึงบ้านราวหกโมงเย็นแต่ทั้งบ้านก็ไม่มีใครอยู่ ซึ่งเธอไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะแม่แวะมาบอกแล้วว่าจะไปข้างนอกซึ่งก็เดาได้ไม่ยากว่าคงจะไปเล่นไพ่ ส่วนพี่ชายของเธอนั้นก็เดาได้ไม่ยากอีกเช่นกันว่าคงจะตื่นนอนแล้วก็ออกไปหาเหล้ากินเหมือนกับทุกวัน
หลายชั่วโมงต่อมาขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เพียงลำพังในบ้านนั้นก็ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์คุ้นหูดังเข้ามาใกล้จึงรีบลุกไปเปิดไฟตรงบันไดทางขึ้นหน้าบ้านและเปิดประตูให้กับแม่
“นนท์ยังไม่กลับมาอีกเหรอ” นางนงนุชถามหาลูกชายกับลูกสาวทันทีที่กลับมาถึงบ้านเพราะตอนนี้ก็สองทุ่มกว่าแล้วแต่กลับยังไม่เห็นรถของลูกชายจอดอยู่
“ยังจ้ะ” นิชาดาเอ่ยตอบผู้เป็นแม่ขณะกำลังลงกลอนปิดล็อกประตูบ้านพร้อมทั้งปิดไฟหน้าบ้านที่เพิ่งเปิดเพื่อให้แม่เดินขึ้นบันไดมาเมื่อกี้นี้ด้วย
“แล้วมันออกไปตั้งแต่ตอนไหน กินข้าวไปหรือเปล่า”
“ไม่รู้จ้ะ นิ่มกลับมาพี่นนท์ก็ไม่อยู่แล้ว”
“แล้วทำไมมึงไม่กลับก่อนพี่มึงจะออกไป ใช้อะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง”
คนเป็นแม่เริ่มบ่นลูกสาวที่ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่องแถมยังขัดหูขัดตาไปหมดเมื่อถามถึงลูกชายแล้วไม่ได้ความ
“แต่จากไร่มาบ้านมันไกลนี่จ๊ะ แล้วอีกอย่าง…”
คนถูกบ่นยังไม่ทันพูดจบคนเป็นแม่ก็บอกปัดขึ้นมาก่อนอย่างรำคาญคำแก้ตัวซ้ำซากของลูกสาว
“เออๆ ช่างเถอะ แล้วนี่มีอะไรกินบ้างล่ะ” นางนงนุชถามพร้อมกับเดินไปนั่งลงบนพื้นที่ปูเสื่อไว้กลางบ้าน จากนั้นจึงเปิดฝาชีดูกับข้าวว่ามีอะไรกิน
“นิ่มผัดแตงใส่ไข่กับหมูสับไว้ให้แม่จ้ะ”
หญิงสาวยิ้มตอบพร้อมทั้งเอื้อมมือไปหยิบจานและตักข้าวในหม้อหุงข้าวให้กับแม่แต่ก็ไม่วายโดนบ่นอีก
“โอ๊ยยยยยยย ผัดแตงอีกละ แล้วก็นะ ทุกวันนี้ก็กินแต่ไข่ๆๆๆๆ ไม่ก็ปลากระป๋องจนหน้ากูจะเป็นไข่อยู่แล้วเนี่ย” นงนุชบ่นเพราะเมื่อเช้าก็กินไข่ทอด กลางวันก็กินน้ำพริกปลากระป๋องกับแตงกวา พอมาตอนเย็นยังต้องมากินผัดแตงใส่ไข่อีก
“แต่วันนี้นิ่มใส่หมูสับด้วยนะจ๊ะแม่”
นิชาดายังยิ้มตอบแม่พร้อมกับชี้ให้แม่ดูหมูในผัดแตงดีๆ เพราะวันนี้เธอได้ค่าแรงเพิ่มมาเป็นสามร้อยบาทจากปกติถ้าแค่ไปรับจ้างเก็บข้าวโพดแบบนี้จะได้ค่าแรงแค่วันละสองร้อยบาทเท่านั้น แต่เพราะเจ้าของไร่เอ็นดูเธอจึงแอบให้ทิปเพิ่มมาอีกหนึ่งร้อยบาท เธอจึงซื้อหมูมาหนึ่งกิโลพร้อมไข่อีกสองแผงมาไว้ติดบ้าน
“โอ๊ยพอๆ กูเบื่อไก่เบื่อไข่ของมึงจะแย่แล้ว ทำของดีๆ ให้กูกินบ้างไม่ได้ไง”
คนเป็นแม่ยังบ่นไม่เลิกแต่ก็ตักข้าวตักกับที่ลูกสาวทำไว้ให้เข้าปาก
“ก็ตอนนี้นิ่มยังไม่ค่อยมีเงินนี่จ๊ะแม่ ไว้รอให้นิ่มเรียนจบแล้วมีงานดีๆ ทำ นิ่มจะหาของอร่อยมาให้แม่กินทุกมื้อเลยจ้ะ” เธอพูดพร้อมกับรินน้ำใส่แก้วให้แม่ไปด้วยเพราะกลัวแม่จะติดคอเนื่องจากจนถึงตอนนี้แม่ยังไม่ยอมเงียบเสียงเลย
“กูเห็นมึงพูดแบบนี้มาจะสองปีละ แต่ทุกวันนี้แม้แต่แกลบก็แทบจะไม่มีให้แดก!” ได้ยินอย่างนั้นคนเป็นลูกก็พยายามไม่เก็บคำพูดที่ไม่รักษาน้ำใจกันของแม่มาคิด และก่อนที่นางนงนุชจะพาลอารมณ์เสียใส่ลูกสาวไปมากกว่านี้เพราะเพิ่งเล่นไพ่เสียมา เสียงรถมอเตอร์ไซค์ของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน นางนงนุชจึงรีบลุกขึ้นจากเสื่อที่ปูไว้นั่งกินข้าวแล้วรีบเดินออกไปหาลูกชายหน้าบ้านทันที
“โอ๊ยนนท์ ระวังลูก!”
คนรีบเปิดประตูไปรับลูกชายร้องเสียงหลงเมื่อเห็นว่าลูกชายก้าวพลาดบันไดบ้านขั้นแรกจึงหันไปด่าลูกสาว
“อีนิ่ม! มึงจะปิดไฟทำไมนักหนาฮะ!”
“ก็มันเปลืองไฟนี่แม่”
“แล้วมึงจะให้พี่มึงตกบันไดตายหรือยังไง! แค่นี้ทำเป็นขี้เหนียว กูบอกว่าให้เปิดรอไว้ๆ”
คนเป็นแม่ยังคงด่าลูกสาวไม่เลิกแต่ก็รีบเดินลงบันไดไม้เก่าๆ เพื่อไปพยุงลูกชายที่เมาแอ๋ยืนโงนเงนอยู่ด้านล่าง
“ก็ถ้าให้เปิดรอไว้แล้วแม่ให้มันจ่ายค่าไฟเองไหมล่ะ!”
ครั้งนี้นิชาดาเหลืออดเลยขึ้นเสียงกลับไปบ้าง
แม่จะอะไรกับเธอนักหนา ค่าใช้จ่ายภายในบ้านเธอก็เป็นคนหาเงินมาจ่ายอย่างยากลำบาก ค่าน้ำค่าไฟก็ไม่ใช่ถูกๆ สำหรับคนมีรายได้น้อยอย่างเธอ
ทำกับข้าวซักผ้ากวาดบ้านถูบ้านเธอก็ทำให้หมด จะไม่สนใจจะไม่ห่วงเธอเธอไม่ว่า แต่จะมาหาเรื่องด่าเธอทุกวันเพราะคนขี้เมาไม่เอาไหนแบบนี้มันเกินไป เธอผิดมากเหรอที่แค่ปิดไฟหน้าบ้านเพราะต้องการประหยัดไฟ
“เอ้าอีนี่! อย่ามาย้อนกูนะ! แล้วเดี๋ยวนี้เถียงคำไม่ตกฟาก จะไปไหนก็ไปเลยมึง” คนเป็นแม่ยกมือขึ้นมาชี้หน้าด่าลูกสาวเมื่อประคองลูกชายให้นั่งลงบนเสื่อเรียบร้อยแล้ว
“ไม่ต้องไล่หรอก เชิญแม่อยู่ป้อนข้าวป้อนน้ำให้มันไปคนเดียวเถอะ!”
นิชาดาพูดพร้อมกับเดินหนีไปยังที่นอนของตัวเองอย่างไม่อยากจะทะเลาะด้วยเมื่อเห็นภาพที่แม่ประคบประหงมนทีอย่างดีแต่กลับตะโกนด่าเธอไม่ยอมหยุด
“อีนิ่ม!!!”
เสียงด่าทอเธอสลับกับเสียงถามไถ่พูดคุยกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนและหาข้าวที่เธอเป็นคนซื้อมาให้นทีกินยังคงดังต่อเนื่องให้เธอได้ยิน แต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนใจเพราะเธอนั้นทนอยู่สภาพแบบนี้มากว่าสองปีแล้ว
หลังจากพ่อของเธอเสียไปบ้านไม้เก่าๆ ผุๆ หลังคาสังกะสีที่จะพังแหล่ไม่พังแหล่หลังนี้ก็กลายมาเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวเธอ มีผ้าปูที่นอนผืนเก่าที่เคยใช้ในสมัยที่ยังไม่ตกอับเอามาพาดราวผ้าที่ตอกตะปูขึงด้วยเส้นลวดเพื่อกั้นเป็นห้องใครห้องมันเพื่อหาความเป็นส่วนตัวบ้างเพียงเท่านั้น เพราะฉะนั้นไม่ว่าแม่จะพูดอะไรกับนทีหรือด่าอะไรเธอก็ได้ยินไปทั้งบ้าน
พระอาทิตย์ยังไม่ทันขึ้นร่างบางที่หลับไปเพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักเมื่อวานก็ลุกขึ้นมาในเวลาตีห้าเหมือนเช่นทุกวัน
นิชาดารีบหุงข้าวจากนั้นจึงก่อไฟทำอาหารกินง่ายๆ เหมือนอย่างเคย โดยวันนี้เธอเลือกทำไข่เจียวเพื่อกินในตอนเช้าและทำหมูทอดเพื่อห่อไปกินตอนกลางวันเพราะวันนี้เธอจะไปรับจ้างเก็บข้าวโพดอีกหนึ่งวันและแน่นอนว่าเธอนั้นทำกับข้าวเผื่อไว้ให้แม่กับพี่ชายด้วย
เมื่อทำกับข้าวและกินข้าวเสร็จเธอจึงรีบไปอาบน้ำในห้องน้ำซึ่งสร้างจากสังกะสีเก่าๆ ข้างตัวบ้าน
ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ใช่หน้าหนาวแต่น้ำในตุ่มก็เย็นจนร่างเล็กสั่นสะท้าน หญิงสาวจึงรีบอาบน้ำจากนั้นจึงรีบปั่นจักรยานออกไปทำงานเพราะไร่ข้าวโพดแห่งนี้อยู่ไกลกว่าไร่เมื่อวานนี้มากแถมทางไปยังต้องขึ้นเนินหลายเนินอีกด้วย
บทล่าสุด
#98 บทที่ 98 ตอนพิเศษ 5 คนคลั่งรัก
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#97 บทที่ 97 ตอนพิเศษ 4 ดูดาว.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#96 บทที่ 96 ตอนพิเศษ 4 ดูดาว.1
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#95 บทที่ 95 ตอนพิเศษ 3 ให้โอกาส.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#94 บทที่ 94 ตอนพิเศษ 3 ให้โอกาส.1
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#93 บทที่ 93 ตอนพิเศษ 2 ค่อยเป็นค่อยไป
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#92 บทที่ 92 ตอนพิเศษ 1 จีบเมียตัวเอง
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#91 บทที่ 91 บทส่งท้าย.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#90 บทที่ 90 บทส่งท้าย.1
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#89 บทที่ 89 บทที่ 46.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
คุณฮั่ว โปรดรักฉัน
เจ้าสาวตัวแทนของมาเฟีย
เขามัดมือและขาของฉันแยกออกจากกัน ตรึงไว้กับมุมเตียงทั้งสี่ด้าน แล้วค่อยๆ พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น
แส้ม้าของเขาลากผ่านร่องสวาทของฉัน
ฉันรู้สึกได้ว่าส่วนนั้นของฉันเริ่มเปียกแฉะ และมีน้ำหยดลงมาตามต้นขา
เขาใช้แส้เฆี่ยนฉันเบาๆ แล้วออกคำสั่ง “บอกมาสิ เธอต้องการอะไร”
ตอนที่ฉันมารู้ว่าผู้ชายที่ฉันมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนด้วย—ผู้ชายคนเดียวกับที่ไล่ฉันออกจากงาน—คือเดเมียน คาวาเลียรี บอสมาเฟียผู้น่าสะพรึงกลัว มันก็สายเกินไปแล้ว
ฉันตกงาน ถูกแฟนหักหลัง และสูญเสียเงินค่ารักษาน้องสาวไป
ในตอนที่ฉันไม่เหลือหนทางไป เดเมียนก็ยื่นข้อเสนอให้ฉัน นั่นคือการเป็นเจ้าสาวตัวแทนของเขา แล้วเขาจะชดใช้หนี้สินทั้งหมดให้
ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกฉัน แต่ฉันเข้าใจดีว่าตราบใดที่ฉันมอบทายาทให้เขาได้ ฉันก็จะช่วยชีวิตน้องสาวของฉันได้
ฉันตกลง
สัญญาเรียบง่าย—ไม่มีเซ็กส์ ไม่มีความรู้สึก เป็นเพียงธุรกิจเท่านั้น แต่เดเมียนกลับเป็นคนทำลายกฎของตัวเองด้วยมือของเขาเอง
หนุ่มคอลบอยมหาเศรษฐีกับฉัน
"หุบปาก" เขาพูดเสียงแหบพร่า จิ้กนิ้วลงบนสะโพกฉันแรงขึ้นอีก นำทางให้ฉันขยับบนตักเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้ส่วนเว้าแฉะเยิ้มของฉันเสียดสีกับส่วนแข็งขืนของเขา
"ฮ้า... ลูคัส..." ชื่อของเขาหลุดออกมาพร้อมเสียงครางดังลั่น เขาจับสะโพกฉันยกขึ้นอย่างง่ายดายแล้วกดลงมาอีกครั้งจนเกิดเสียงกลวงทึบที่ทำให้ฉันต้องกัดริมฝีปาก ฉันรู้สึกได้ว่าส่วนปลายของเขาจรดเข้ากับปากทางของฉันอย่างหมิ่นเหม่...
แก้มของอาเรียน่าแดงก่ำขณะจ้องมองเพดานอย่างเหม่อลอย ตระหนักได้ว่าเธอเผลอตัวเผลอใจไปแล้ว
"ได้เลย เอาไปให้หมด! ทั้งพ่อใจหิน แม่ที่เอาแต่ใจตัวเองและถูกตามใจจนเคยตัว แล้วก็ไอ้สารเลวอ่อนแอไร้ประโยชน์คนนี้!" อาเรียน่า ซัมเมอร์ ตัดสินใจปลดปล่อยตัวเองและทำทุกอย่างที่ใจต้องการ รวมถึงการมอบกายให้ใครสักคนหลังจากจับได้ว่าคู่หมั้นของเธอแอบไปนอนกับพี่สาวของเธอในอพาร์ตเมนต์ของเขา แต่จะมีใครเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดได้อีกล่ะ ถ้าไม่ใช่เด็กขายจากคลับไดนาสตี้ยอดนิยม?
เด็กขายคนนั้นทั้งมีเสน่ห์และแสนหวาน เธออดใจไม่ไหวที่จะตกหลุมรักเขายิ่งนานวันที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน
อาเรียน่าพาเขาไปที่งานหมั้นงานหนึ่ง และทุกคนก็ต้องอุทานออกมา "นายน้อยไฟร์สโตน ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่ได้ครับ/คะ"
ดวงตาของอาเรียน่าเบิกกว้างด้วยความตกใจ นายน้อยไฟร์สโตนเหรอ?! เขาคือเจ้าชายผู้โด่งดังแห่งวงสังคมเมืองหลวงไม่ใช่หรือไง?! แล้วตอนนี้เธอจะยังหนีจากใยรักที่เขากางดักไว้ได้อีกหรือ?
เรื่องรักฉบับร้อน (คุณใหญ่/คุณคิงส์/คุณยักษ์)
จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน
ทำให้ กัวจื่อหรานได้พบกับหลินอวี้เจิน
เขาต้องตามหาไข่มุกล้ำค่ากลับคืนสู่ตระกูล
ทว่าเขากลับพบว่าสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าคือนางที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
เจ้านายที่หลงใหล
อย่างไรก็ตามเธอไม่เคยคิดว่าเรื่องราวจะดราม่ามากเท่าวันรุ่งขึ้นเธอพบว่าประธานคนใหม่ของ บริษัท ของเธอเป็นคนที่เธอนอนหลับเมื่อคืนนี้! ยิ่งกว่านั้นเจ้านายใหม่คนนี้ดูใจแคบมากในขณะที่เขาขอให้แชนด์เลอร์มาที่สํานักงานของเขาในวันแรก
รักฉัน เกลียดฉัน
หนึ่งปีต่อมาเธอถูกขอหย่าและไม่เหลืออะไรเลย
เธอไม่ได้บ่นเกี่ยวกับมันเลย เธอรู้ว่าเป็นการแก้แค้นของเธอ สําหรับบาปใหญ่ที่พ่อของเธอได้กระทําต่อครอบครัวของเขา เธอต้องชดใช้... กับร่างกายของเธอ
เธอคิดว่าหลังจากการหย่าร้างเธอสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ ได้ แต่เธอคิดผิดโดยสิ้นเชิง!
โดยบังเอิญเธอกลายเป็นหุ้นส่วนงานของเขาและอยู่กับเขาทุกวัน
เธอคิดว่าเขายังคงเกลียดเธอ แต่เธอก็ค่อยๆตระหนักว่าเขาช่วยเธอในชีวิตและอาชีพและปกป้องเธอ
เขาบอกว่าเขาเกลียดความกล้าของเธอ แต่ทําไมเขาถึงให้ความอ่อนโยนของเธอ?
วันแล้ววันแล้วเธอตกหลุมรักเขา และเลิกวิ่งหนีเขา แต่... เขาจะรักเธอกลับมาไหม?
สามีรอบตัวของฉัน
แต่ค่าผ่าตัดสําหรับแม่สูงเกินไปและดาร์เรนไม่สามารถจ่ายได้เขาต้องขอเงินจากญาติและแม้แต่แฟนเก่า
อย่างไรก็ตามเขาไม่มีอะไรนอกจากความอัปยศอดสูและถูกทุบตีอย่างไร้ความปราณีขวาเมื่อเขามีเลือดออกและกําลังจะหมดสติบนพื้นแสงสีฟ้าที่ตกลงมาจากท้องฟ้าและดาร์เรนได้รับการเสนอข้อตกลงจากพระเจ้าว่าเขาสามารถมีทุกสิ่งที่เขาต้องการในชีวิตของเขารวมถึงชีวิตของแม่ความรักและเหนือสิ่งอื่นใด ศักดิ์ศรีของเขา ก็ต่อเมื่อ...
สามีของฉันอุ่นเตียง!
ในที่สาธารณะเขาเป็นตัวควบคุมเลือดเย็นและเด็ดขาดในหมู่อาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่
ในส่วนตัวเขาเป็นหมาป่าในผิวหนังของแกะเหมือนปิศาจตัวจริง เขาปล่อยเธอไปง่ายๆได้ยังไง?...













