บทนำ
ในความมืดมิดของราตรี เขาขังกรอบฉันไว้ในอ้อมกอด นิ้วหัวแม่มือเขาเอื้อมมาสัมผัสริมฝีปากของฉัน น้ำเสียงแหบห้าวและเต็มไปด้วยอันตราย: "บอกราคามาสิ ถ้าเธอยอมอยู่ข้างฉัน ครึ่งหนึ่งของโคลแมน กรุ๊ปจะเป็นของเธอ"
ฉันยิ้มหวานชื่นก่อนจะวางฝ่ามือลงบนแก้มเขาอย่างแรง "ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง"
ฉันหมุนตัวจะเดินจากไป แต่เขาคว้าข้อมือฉันดึงกลับมา สายตาจับจ้องไปที่เด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างหลังฉัน ใบหน้าที่เหมือนกับเขาราวกับแกะแบบมา เขากัดฟันกรอด: "แล้วเด็กคนนั้นล่ะ? เขาก็เป็นสิ่งที่เธอไม่ต้องการเช่นกันใช่ไหม?"
บท 1
กลิ่นฉุนกึกของน้ำยาฆ่าเชื้อโชยขึ้นมาจนแสบจมูก และทำให้ดวงตาของญาณิดาพร่ามัว
ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวของโรงพยาบาลเอกชน หญิงสาวนอนราบอยู่บนเตียงผ่าตัด หน้าผากมนชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดพราย ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านมาจากเบื้องล่าง มันชัดเจนและแหลมคมราวกับถูกกรีดเฉือนเนื้อสด ๆ
เธอขบกัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด เพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไห้ไม่ให้เล็ดลอดออกมา
"อดทนหน่อยครับ อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว"
เสียงของนายแพทย์ราบเรียบไร้อารมณ์ ราวกับเขากำลังซ่อมแซมวัตถุไร้ชีวิตชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่การรักษามนุษย์
ที่หน้าประตูห้องผ่าตัด เสียงของจันทร์เพ็ญผู้เป็นมารดาดังลอดเข้ามา น้ำเสียงของเธอฟังดูพินอบพิเทาแต่แฝงไปด้วยความร้อนรนขณะคุยโทรศัพท์
"คุณผู้ช่วยคะ วางใจได้เลยค่ะ การผ่าตัดใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ใช่ค่ะ... ทางเราให้ความร่วมมือกับคุณวินทร์มาตลอด ส่วนเรื่องเงินลงทุนในไตรมาสหน้า..."
ถ้อยคำเหล่านั้นพุ่งทะลุช่องว่างใต้ประตู เข้ามาทิ่มแทงหัวใจที่บอบช้ำจนเป็นรูพรุนของญาณิดา
ทั้งความเจ็บปวดและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอ ในสายตาของผู้เป็นแม่ เป็นเพียงเบี้ยต่อรองเพื่อแลกเงินลงทุนจากวินทร์ก็เท่านั้น
ความเจ็บปวดแสบสันที่แล่นริ้วขึ้นมา ฉุดกระชากญาณิดากลับไปสู่ค่ำคืนเข้าหอที่เปรียบเสมือนฝันร้าย
ในคืนนั้น เธอทอดกายถวายตัวให้เขาด้วยหัวใจที่เปี่ยมรัก
แต่หลังจากพายุอารมณ์อันบ้าคลั่งผ่านพ้น สิ่งที่ได้กลับมาคือใบหน้าถมึงทึงและแววตาอำมหิตของสามีป้ายแดง
วินทร์จ้องมองผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
"ทำไมไม่มีเลือด?"
ขณะที่ญาณิดากำลังจะอธิบาย เขากลับไม่ยอมฟังคำอธิบาย หนำซ้ำยังรีบตัดสินเธอทันที "เธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์... สกปรก"
นับตั้งแต่วันนั้น วินทร์ก็ปักใจเชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงมักมากและไร้ยางอาย
ไม่ว่าเธอจะพยายามอธิบายมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงคำถากถางอันเจ็บแสบ
ซ้ำร้าย เขายังสั่งให้คนลากเธอมาที่โรงพยาบาล เพื่อทำศัลยกรรมรีแพร์ เย็บกระชับคืนความบริสุทธิ์โดยไม่ใช้ยาชา...
ความเจ็บปวดเจียนตายในครั้งนั้น คอยตอกย้ำอยู่ทุกลมหายใจว่า... ร่างกายของเธอมีมลทิน
แต่ญาณิดาไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง ทุกวันในชีวิตหลังแต่งงาน หากเธอเผลอทำอะไรให้วินทร์ไม่พอใจ เธอจะถูกลากกลับมาที่ห้องผ่าตัดและถูกขังไว้หนึ่งวันหนึ่งคืน เพื่อให้ทบทวนความเจ็บปวดนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
และวันนี้... เพื่อตระกูลบุญศิริ เพื่อพื้นที่อันน้อยนิดในตระกูลที่ต้องคอยรองมือรองเท้าคนอื่น ญาณิดาจำต้องทำให้วินทร์โกรธอีกครั้ง
และแม่แท้ ๆ ของเธอก็เป็นคนพาเธอมาส่งเข้าห้องเชือดนี้ด้วยตัวเอง
ใบหน้าของญาณิดาซีดเผือดราวกับกระดาษ ความเจ็บปวดที่ยังคงเต้นตุบ ๆ ทำให้เธอยืดตัวตรงไม่ได้ หญิงสาวต้องใช้มือยันผนัง ค่อย ๆ พยุงร่างอันบอบช้ำเดินโซเซออกมาจากห้องผ่าตัด
เป็นจังหวะเดียวกับที่จันทร์เพ็ญวางสายโทรศัพท์พอดี
ทันทีที่เห็นสภาพของลูกสาว คิ้วของคนที่เธอเรียกว่า 'แม่' ก็ขมวดมุ่นด้วยความขัดใจ
"ทีหลังก็หัดจำใส่สมองไว้บ้าง อย่าไปขัดใจคุณวินทร์เขาอีก คนขับรถรออยู่หน้าตึก รีบกลับบ้านซะ วันนี้เปรมาจะกลับมาจากเมืองนอก"
ญาณิดาหลุบตาลงต่ำ ซ่อนความขมขื่นแสนเจ็บปวดไว้ในแววตา
เปรมา... น้องสาวต่างมารดาของเธอ เพชรเม็ดงามแห่งตระกูลบุญศิริ เป็นที่รักดั่งแก้วตาดวงใจของทุกคน
ส่วนเธอ... ญาณิดา เป็นเพียงหลักฐานความมักง่ายของพ่อ เป็นตราบาปแห่งความล้มเหลวในชีวิตคู่ของแม่ และเป็นเพียงสินค้าที่ครอบครัวพร้อมจะแลกเปลี่ยนเพื่อผลประโยชน์ได้ทุกเมื่อ
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์บุญศิริที่หรูหราแต่เย็นเยียบ บรรยากาศช่างแตกต่างจากโรงพยาบาลราวฟ้ากับเหว
"น้องเปร! กลับมาแล้วเหรอลูก! ไปอยู่เมืองนอกลำบากแย่เลย ดูสิ ผอมลงไปตั้งเยอะ!"
จันทร์เพ็ญโผเข้ากอดเปรมาที่เพิ่งก้าวเข้ามาในบ้าน รอยยิ้มนั้นช่างดูจริงใจและอบอุ่นในแบบที่ญาณิดาไม่เคยได้รับ
เปรมาอยู่ในชุดเดรสแบรนด์เนมเข้ารูปดูสง่างาม ใบหน้าแต้มยิ้มหวานหยด ขณะนี้กำลังยืนรับความรักความเอาใจใส่จากทุกคนราวกับเจ้าหญิง
เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นญาณิดาที่ยืนลีบอยู่ตรงประตู มุมปากของเปรมากระตุกยิ้มเบา ๆยากจะสังเกตเห็น ก่อนจะเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใส
"พี่ณิก็อยู่บ้านด้วยเหรอคะ"
จันทร์เพ็ญเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีลูกสาวอีกคนยืนหัวโด่อยู่ รอยยิ้มของเธอจางลงไปในพริบตา "ยืนบื้ออยู่ทำไม? มาช่วยน้องเปรถือของขวัญขึ้นไปเก็บสิ ไม่รู้จักมีน้ำใจเลยจริง ๆ"
ญาณิดาก้าวเข้าไปเงียบ ๆ รับถุงของขวัญราคาแพงที่ไม่ได้หนักหนาอะไรมาถือไว้
เสียงหัวเราะพูดคุยอย่างมีความสุขลอยผ่านเบื้องหลังไป เธอเองก็รู้ว่าไม่ได้มีที่ว่างสำหรับเธอ เธอเหมือนเงาจาง ๆ ที่เป็นส่วนเกินของภาพครอบครัวอันสมบูรณ์แบบ
โชคดีที่จันทร์เพ็ญมัวแต่เห่อลูกสาวคนโปรด จึงไม่มีเวลามาค่อนขอดเธอมากนัก
จันทร์เพ็ญโบกมือไล่ให้คนขับรถไปส่งเธอกลับคฤหาสน์หงษาของวินทร์ ราวกับส่งคืนเครื่องมือที่ใช้งานจนหนำใจแล้วกลับคืนเจ้าของ
แต่ค่ำคืนนี้... มีนรกขุมใหญ่กว่ารอเธออยู่
วินทร์ สามีของเธอ จัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของเปรมาอย่างยิ่งใหญ่
ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหรา แสงไฟระยิบระยับส่องกระทบแก้วไวน์ราคาแพง แขกเหรื่อระดับไฮโซเดินขวักไขว่
ญาณิดาในชุดราตรีสีเรียบไร้ลวดลาย นั่งสงบเสงี่ยมอยู่มุมห้อง พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด
เธอไม่อยากสบตากับใคร ไม่อยากรับรู้สายตาที่มองมาอย่างสมเพชเวทนา
ข่าวลือเรื่องความเหลวแหลกและการใช้มารยาจับผู้ชายรวยของเธอ แพร่สะพัดไปทั่ววงสังคมชั้นสูงมานานแล้ว
ทุกครั้งที่เธอออกงานสังคม ก็ไม่พ้นตกเป็นขี้ปากชาวบ้านให้เล่าต่อกันอย่างสนุกปาก
แต่วินทร์ดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยให้เธออยู่อย่างสงบ
เขาถือแก้วไวน์ เดินฝ่าวงล้อมของผู้คนตรงเข้ามาหา ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรนั้นไร้อารมณ์ราวกับรูปปั้นที่แกะสลักอย่างประณีต
"ทำไมมานั่งหลบมุมอยู่คนเดียว?"
ญาณิดาเงยหน้ามองเขา นี่เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งเดือนที่ได้เจอกัน แต่เขาก็ยังคงไม่แสดงสีหน้าดี ๆ ให้เธอ
ไม่รอคำตอบ วินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ "ก็จริงนะ เธอคงทำอะไรไม่เป็นนอกจากนั่งปั้นหน้าขายบริการ แต่ในงานระดับนี้ ไม่จำเป็นต้องให้เธอมาขายรอยยิ้มหรอก นั่งเจียมตัวอยู่ตรงนี้ก็ถือว่ารู้กาละเทศะดี"
วาจาเชือดเฉือนนั้นตบหน้าญาณิดาฉาดใหญ่จนชาไปทั้งแถบ
สายตาของผู้คนรอบข้างเปลี่ยนจากความอยากรู้อยากเห็นเป็นความเหยียดหยามทันที
ญาณิดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
"พี่วินทร์คะ อย่าพูดกับพี่ณิแบบนั้นสิคะ..."
เปรมาปรากฏตัวขึ้นในจังหวะที่เหมาะสม เธอเดินเข้ามาคล้องแขนวินทร์อย่างสนิทสนม แววตาแฝงความสะใจเล็ก ๆ ที่ญาณิดาจับสังเกตได้
เมื่อเขาหันไปมองเปรมา สีหน้าของวินทร์ก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
"น้องเปร... คุณน่ะจิตใจดีเกินไป คนบางคนไม่คุ้มค่าให้คุณออกรับแทนหรอก ที่เธอยังมีหน้ามานั่งเสนอหน้าอยู่ที่นี่ได้ ก็ถือว่าเป็นความเมตตาของพี่มากพอแล้ว"
ขอบตาของญาณิดาร้อนผ่าว เธอทนต่อไปไม่ไหวจึงลุกขึ้นยืนพรวด
"ขอโทษค่ะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอตัวสักครู่นะคะ"
ญาณิดาเดินแกมวิ่งหนีไปยังห้องน้ำ ของเหลวร้อนชื้นเอ่อล้นปริ่มขอบตาแต่เธอกัดฟันกลั้นไว้ไม่ให้ไหลออกมา
กว่าจะรวบรวมสติและจัดแจงอารมณ์ได้ เธอฝืนยิ้มแห้ง ๆ ให้ตัวเองในกระจก ก่อนจะเดินออกมา
ทว่าเมื่อเดินผ่านมุมระเบียงด้านนอก ฝีเท้าของเธอก็ชะงักกึก
ที่ระเบียงนั้น... เปรมาและวินทร์ยืนหันหน้าเข้าหากัน
เปรมาเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเขินอาย
"พี่วินทร์คะ... จริง ๆ แล้ว... เปรรักพี่วินทร์มาตลอด ถึงเปรจะรู้ว่าพี่แต่งงานกับพี่ณิไปแล้ว และเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ แต่เปรก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้จริง ๆ เรื่องในอดีต... ตระกูลบุญศิริผิดต่อพี่ และเปรเองก็... ช่วยอะไรพี่ไม่ได้เลย"
เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือหนาของวินทร์เอาไว้
วินทร์ยืนหันหลังให้ญาณิดา ทำให้เธอไม่เห็นสีหน้าของเขา
แต่เขาไม่ได้สะบัดมือออก กลับถอนหายใจแผ่วเบา น้ำเสียงที่ตอบกลับไปนั้นช่างอ่อนโยน
"อย่าโทษตัวเองเลย พี่รู้ว่าเปรพยายามที่สุดแล้ว"
ภาพที่เห็นเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกระชากหัวใจของญาณิดาออกมาขยี้จนแหลกเหลว ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายจนแทบหายใจไม่ออก
ที่ผ่านมา เธอหลงคิดว่าความเย็นชาของวินทร์เกิดจากความแค้นระหว่างสองตระกูล หรือแม้แต่คิดว่าความบ้าคลั่งเรื่องความบริสุทธิ์ของเขาคือปมในใจเพียงอย่างเดียว
แต่วันนี้ ความจริงปรากฏชัดอยู่ตรงหน้า... ความโหดร้ายที่เขามอบให้เธอ เป็นเพราะในหัวใจของเขามีคนอื่นจับจองอยู่แล้ว
และคนคนนั้น ดันเป็นน้องสาวของเธอ... เป็นเปรมา ผู้ที่ถูกทุกคนประคับประคองไว้บนหิ้งมาตลอดชีวิต
เล็บของญาณิดาจิกเข้าที่ฝ่ามือจนเลือดซิบ ความเจ็บปวดทางกายช่วยเรียกสติให้กลับคืนมาบ้าง
เธอมองภาพวินทร์ค่อย ๆ ยกมือขึ้นทัดผมที่ถูกลมพัดให้เปรมาอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังแตะต้องของล้ำค่าที่สุดในชีวิต วินาทีนั้น... หัวใจของเธอแตกสลายอย่างสมบูรณ์
"วินทร์... คุณต่างหากที่สกปรก ครั้งนี้... ฉันจะเป็นคนไปจากคุณเอง" เธอเอ่ยคำขาดในใจอย่างเด็ดเดี่ยว
บทล่าสุด
#119 บทที่ 121 เธอคือณัฏฐริณีย์
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#118 บทที่ 120 นี่แหละคือคุณหนูสายเลือดแท้ของตระกูลมหาเศรษฐี
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#117 บทที่ 119 แผนการของสมหญิง
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#116 บทที่ 118 จินนี่กำเริบ病
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#115 บทที่ 117 พี่น้องพบกัน
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#114 บทที่ 116 การกระทำของวินทร์
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#113 บทที่ 115 ฉันไม่รู้จักคุณ
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#112 บทที่ 114 จนถึงตอนนี้ยังคงหาเหตุผลมาปกป้องเธอ
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#111 บทที่ 113 ธนวัฒน์ไปจับคนที่โรงเรียนอนุบาล
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#110 บทที่ 112 วินทร์ให้คนไปปลูกดอกไม้ที่ญาณิดาชอบมากที่สุด
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
วิศวะร้ายพ่ายรักยัยตัวป่วน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
แต่กลับเลือกเดินจากไปในวันที่กำลังจะมีเจ้าก้อนน้อย
สองปีผ่านไป...
เธอกลับมาในฐานะเด็กฝึกงาน
และเขาอยู่ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้ลูกชายของเธอ
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร จบลงแบบไหน
ติดตามได้ใน... เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห













