บทนำ
บท 1
บทที่ 1
เอี๊ยดดด!!! เสียงห้ามล้อของรถสปอร์ตราคาแพงดังลั่นถนนเมื่อเลี้ยวเข้ามาในซอยแล้วพบว่ามีมอเตอร์ไซค์กำลังแล่นมาในรัศมีมุมเลี้ยวพอดี จากแรงปะทะทำให้มอเตอร์ไซค์ล้มลงทันที
“บ้าฉิบ” ตติยะสบถและรีบเปิดประตูลงไปดูคนเจ็บ
“ขอโทษนะครับ ผมไม่ทันเห็นคุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า” ตติยะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“เจ็บสิถามได้ ขับรถภาษาอะไรเนี่ยฉันขับมาของฉันดีๆคุณก็เลี้ยวมาชน” ทันทีที่ถอดหมวกกันน็อคออกได้เจนิตาก็ต่อว่าทันทีเพราะโมโหที่ถูกชน แต่เมื่อเห็นหน้าคนขับชัดๆความโมโหที่มีอยู่เป็นทุนเดิมก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าทวี
“อ้าวคุณ/เฮ้ยคุณ” เจนิตาและตติยะอุทานออกมาพร้อมกันเมื่อเห็นคู่กรณีชัดๆ
“คุณขับรถยังไงเนี่ย ซื้อใบขับขี่มาหรือเปล่าไม่เห็นหรือไงว่าฉันมาทางตรง” เจนิตาเปิดฉากต่อว้าด้วยความโมโหเพราะเขาทำให้ไอ้เจ๋งมอเตอร์ไซค์คู่ชีพของเธอเป็นรอย
“ผมก็ขอโทษแล้วไง คุณจะเอายังไงอีก” ตติยะเมื่อถูกต่อว่าก็เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาเหมือนกัน ก่อนที่ทั้งสองจะปะทะคารมกันไปมากกว่านั้น ประตูข้างคนขับของรถสปอร์ตราคาแพงก็เปิดออกพร้อมกับร่างอวบอิ่มในชุดเสื้อผ้าน้อยชิ้นก้าวลงมายืนเคียงข้างตติยะพร้อมสอดมือเรียวกอดแขนเขาเอาไว้
“มีปัญหาอะไรเหรอคะเต้ ยัยเด็กแว๊นนี่ต้องการเรียกค่าเสียหายเหรอคะ วางแผนขับรถตัดหน้าเพื่อที่จะขู่เอาเงินหรือเปล่าก็ไม่รู้” หญิงสาวคู่ควงคนล่าสุดเอ่ยถามชายหนุ่มพร้อมปรายหางตามองเธออย่างดูถูก
“นี่ยายนมโตพูดให้ดีๆนะ ฉันไม่เคยใช้วิธีสกปรกแบบนั้นถ้าคิดจะพูดจาไม่สร้างสรรค์ก็หุบปากไปเลยดีกว่าถ้าไม่อยากปากแตก”
“ว้าย หยาบคายเต้ดูสิคะนังทอมนี่มันว่าริต้า” เจ้าของร่างอวบอัดหันไปฟ้องตติยะ
“ริต้า คุณเข้าไปรอผมในรถดีกว่าเดี๋ยวตรงนี้ผมจัดการเอง”
“แต่ว่า” หญิงสาวทำท่าจะปฏิเสธแต่เมื่อถูกตติยะมองด้วยสายตาดุๆจึงสะบัดก้นเข้าไปนั่งในรถอย่างกระแทกกระทั้น
“คุณจะเอายังไงก็ว่ามา”
“ก็ไม่เอายังไงหรอก ถือซะว่าเป็นคราวซวยของฉันละกันที่ต้องมาเจอคุณวันนี้” เจนิตายกมอเตอร์ไซค์ที่นอนแอ้งแม้งอยู่กับถนนขึ้นตั้งขาตั้ง ตติยะล้วงกระเป๋าสตางค์และหยิบแบงก์พันหลายใบส่งให้หญิงสาวตรงหน้า
“ถือซะว่าเป็นค่าทำขวัญแล้วก็ค่าซ่อมรถแล้วกันนะ” เจนิตาปรายตามองแบงก์พันปึกใหญ่ในมือตติยะก่อนจะเอ่ยปฏิเสธ
“เก็บเงินของคุณไว้เถอะ ฉันไม่ใช่พวกชอบกรรโชกทรัพย์รถฉันฉันซ่อมเองได้” เจนิตากล่าวปฏิเสธพร้อมกับขับมอเตอร์ไซค์คันเก่งจากไปทันที ตติยะมองตามพลางส่ายหน้าเขาไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นเพื่อนสนิทกับลดาวดีภรรยาของเพื่อนสนิทเขา ลดาวดีอ่อนหวานน่ารักเป็นกุลสตรีแต่เจนิตากลับมีนิสัยก้าวร้าวไม่เป็นมิตรและมองโลกในแง่ร้าย เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงยังโสดสนิทอยู่บนคานทองในขณะที่ลดาวดีผู้เป็นเพื่อนมีลูกสาวอายุสามขวบกว่าแล้ว เมื่อนึกถึงลูกสาวของลดาวดีตติยะก็อมยิ้มน้อยๆเพราะเด็กหญิงช่างอ้อนน่ารักจนเขาหลงเห็นทีจะต้องหาเวลาไปเยี่ยมซะแล้ว ตติยะกลับขึ้นรถแล้วสปอร์ตคันหรูก็แล่นจากไปสู่จุดหมายปลายทางนั่นคือคอนโดส่วนตัวของเขานั่นเอง
“พี่เจนมาแล้ว” เสียงเด็กผู้หญิงเอ่ยบอกเพื่อนๆเมื่อเห็นเจนิตาขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดภายในบ้านเติมรัก หญิงสาวหยิบถุงขนมที่เธอซื้อมาแจกเด็กๆจนครบ เมื่อได้ของกินสมใจเหล่าเด็กๆที่รุมล้อมก็พากันไปวิ่งเล่นสนุกสนาน
“มาแล้วเหรอเจน ทำไมวันนี้มาซะเย็นเลยล่ะลูก” แม่ใหญ่ หญิงสาววัยสี่สิบปลายๆนางตกพุ่มม่ายเพราะสามีตายเหลือเพียงลูกสาวคนเดียวซึ่งไม่ค่อยจะเอาไหนต่างจากผู้เป็นแม่ลิบลับ แม่ใหญ่มีกิจการเป็นห้องแถวให้เช่าจำนวนสิบห้องและสวนผลไม้ที่ต่างจังหวัดซึ่งปล่อยให้ญาติเป็นผู้ดูแล ด้วยความใจบุญแม่ใหญ่จึงรับเธอและเด็กเร่ร่อนคนอื่นๆมาเลี้ยงดูจากไม่กี่คนตอนนี้ก็เพิ่มจำนวนเป็นเกือบยี่สิบคนและขนานนามบ้านหลังใหญ่แสนอบอุ่นนี้ว่า ‘บ้านเติมรัก’ เด็กที่แม่ใหญ่รับมาเลี้ยงเป็นทั้งเด็กเร่ร่อนที่แม่ใหญ่บังเอิญพบเจอ และเด็กที่ผู้เป็นพ่อแม่นำมาฝากเลี้ยงแล้วหายเข้ากลีบเมฆไม่มาให้เห็นหน้าอีกเลย ซึ่งเธอเองก็มีชะตากรรมไม่ต่างจากเด็กเหล่านั้นเธอถูกนำมาทิ้งไว้ที่หน้าบ้านเติมรักตั้งแต่ยังเป็นทารกทำให้เธอไม่รู้เลยว่าพ่อแม่ของตัวเองเป็นใคร มีเพียงแม่ใหญ่คนเดียวเท่านั้นที่เลี้ยงดูเธอมาจนเติบโตด้วยเหตุนี้เธอจึงรักและเคารพแม่ใหญ่มาก และไม่เคยทอดทิ้งบ้านแห่งนี้ไปไหนแม้ว่าจะเรียนจบและมีงานทำจนออกไปเช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่ข้างนอกแล้วก็ตาม แต่เธอจะหาโอกาสแวะมาเยี่ยมเยียนแม่ใหญ่และน้องๆเสมอ และอีกคนที่เธอจะลืมไม่ได้ก็คือป้านิดแม่ครัวประจำบ้านเติมรักที่เป็นคนทำอาหารอร่อยๆให้เธอและน้องๆได้กินทุกวัน
“พอดีมีอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะแม่ใหญ่ เลยทำให้มาช้า” เจนิตาบอกกับผู้มีพระคุณ
“ตายจริง เป็นอะไรมากหรือเปล่าลูก” แม่ใหญ่ถามด้วยความเป็นห่วง
“เจนไม่เป็นอะไรหรอกค่ะแค่เฉี่ยวๆ พอดีว่าเจนและคนที่ชนไม่ได้ขับเร็วน่ะค่ะแต่ไอ้เจ๋งของเจนเป็นรอยนิดหน่อย” เจนิตาบอกอย่างไม่สบอารมณ์ที่รถมอเตอร์ไซค์ของรักของหวงที่เธอหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงต้องมามีตำหนิเพราะคนที่เธอไม่ชอบหน้า
“เฮ้อ...โล่งอก ของนอกกายช่างมันเถอะลูกมันพังก็ซ่อมได้ แต่คนนี่สิถ้าเป็นอะไรไปไม่คุ้มกันเลยแม่บอกหลายหนแล้วว่าให้เปลี่ยนเป็นรถยนต์ปลอดภัยกว่ากันเยอะแต่เจนก็ไม่ยอมเปลี่ยนสักที” แม่ใหญ่บ่นอย่างเป็นห่วง แต่เจนิตาซึ่งยังไม่ต้องการนำเงินเก็บก้อนใหญ่ที่เธอมีมาซื้อรถยนต์ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เธอต้องการเก็บเงินให้มากกว่านี้สักหน่อยแล้วจะถอยรถยนต์มาใช้อย่างที่แม่ใหญ่ต้องการ
“โถ่ แม่ใหญ่คะก็ไอ้เจ๋งมันพาเจนซิกแซกไปได้ตามใจต้องการนี่คะ แต่ถ้าใช้รถยนต์เจนก็ต้องติดแหง็กอยู่บนถนนเป็นชั่วโมงๆเซ็งตายชัก” แม่ใหญ่ส่ายหน้ากับความดื้อของเจนิตา หญิงสาวที่เธอรักประดุจลูกในไส้เพราะเลี้ยงมาแต่แบเบาะ
“ตามใจ แม่เบื่อจะพูดกับคนหัวดื้อ แล้ววันนี้จะอยู่กินข้าวกับน้องๆด้วยหรือเปล่า”
“วันนี้คงไม่หรอกค่ะแม่ใหญ่ เจนจะแวะไปเยี่ยมหนูลียาสักหน่อยไม่เจอหลายวันชักจะคิดถึงซะแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ ขอบใจมากนะลูกสำหรับขนมที่ซื้อมาให้น้องๆ”
“เล็กน้อยค่ะแม่ใหญ่ เทียบไม่ได้เลยกับที่แม่ใหญ่ให้กับเจนและพวกเรา”
“พูดอะไรอย่างนั้นลูก แม่ไม่เคยคิดว่ามากหรือน้อยแม่รักทุกคนเหมือนลูกแท้ๆของแม่เอง” แม่ใหญ่บอกกับเจนิตา หลังจากสามีตายนางรู้สึกเหงาจึงเกิดความคิดจะหาคนมาอยู่เป็นเพื่อน เพราะลูกสาวเพียงคนเดียวนั้นมีก็เหมือนไม่มีเริ่มจากรับเด็กมาอุปการะจากหนึ่งคนก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆเพราะความสงสาร จนตอนนี้นางมีเด็กอยู่ในอุปการะถึงยี่สิบคนโชคดีที่นางมีตึกแถวย่านใจกลางเมืองให้เช่า และมีสวนผลไม้อยู่ต่างจังหวัดจึงทำให้มีรายได้พอมาเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านเติมรัก นอกจากนี้ยังมีผู้ใจบุญช่วยบริจาคอีกทางนางจึงสามารถดูแลเด็กๆมาได้จนถึงวันนี้ซึ่งตอนนี้บ้านเติมรักได้ปิดรับเด็กๆมาสักพักแล้วเนื่องจากอายุของนางที่มากขึ้นบวกกับไม่มีคนสานต่อ เมื่อถึงเวลาที่นางแก่ตัวลงเด็กๆที่อยู่ในบ้านตอนนี้ก็โตเป็นผู้ใหญ่พอดีนางจึงจะวางมือได้อย่างหมดห่วง
“เจนก็รักแม่ใหญ่ที่สุดค่ะ” เจนิตาบอกพลางเดินเข้ามากอดแม่ใหญ่ไว้อย่างแสนรัก
“โตขนาดนี้แล้วยังจะมาอ้อนแม่อยู่อีกเรานี่” แม่ใหญ่ว่าแก้เขิน
“เจนไปก่อนนะคะแม่ใหญ่ แล้วเจนจะแวะมาเยี่ยมใหม่ค่ะ”
“ขับรถดีๆนะเจนอย่าซิ่งให้มันมากนัก”
“รับทราบค่า” เจนิตาขับมอเตอร์ไซค์คันเก่งแล่นออกจากบ้านไปโดยมีสายตาแห่งความห่วงใยของแม่ใหญ่มองตามไปจนลับตา เจนิตาคืออีกหนึ่งความรักความภูมิใจของนาง เด็กกำพร้าที่ถูกนำมาทิ้งไว้หน้าบ้านตั้งแต่ยังแบเบาะนางเฝ้าฟูมฟักจนเด็กน้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเรียนจบและมีงานทำเลี้ยงดูตัวเองได้ แค่นี้นางก็ดีใจเหลือเกินที่สามารถทำให้ชีวิตเด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นมาได้อย่างที่ควรจะเป็น ต่อจากนี้นางก็ได้แต่รอวันที่ลูกสาวของนางคนนี้จะได้มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นและได้ทำหน้าที่มารดาเหมือนที่นางเป็นได้อย่างดีมาตลอด นางเชื่อว่าเจนิตาจะสามารถทำหน้าที่มารดาได้ดีไม่แพ้นางเลยทีเดียว คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเพราะยังไม่มีวี่แววว่าวันนั้นจะมาถึง
“น้าเจนมาแล้ว น้าเจนมาแล้วเย้ๆๆ” ลดาวดีมองลูกสาวที่กระโดดโลดเต้นอย่างดีใจเมื่อเห็นคุณน้าคนโปรดขับมอเตอร์ไซค์คันเก่งเข้ามาจอดภายในคฤหาสน์อัครโยธิน เพราะหนูน้อยชอบนักหนาที่จะได้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์น้าเจนขับวนเล่นภายในคฤหาสน์อันกว้างใหญ่แห่งนี้ หลังจากเธอไปรับหนูน้อยมาจากเนิสเซอร์รี่เมื่อตอนเที่ยงและเจ้าตัวยุ่งรู้ว่าน้าเจนจะมาหาก็ออกอาการดีใจจนออกนอกหน้าและเฝ้าชะเง้อชะแง้ไปทางประตูคฤหาสน์ตลอดเวลา
“ลียาอย่าวิ่งลูกเดี๋ยวล้ม” ลดาวดีตะโกนบอกลูกสาวที่วิ่งจี๋ออกจากบ้านไปหาเจนิตา
“สวัสดีค่ะน้าเจน ลียารอน้าเจนน๊านนาน” หนูน้อยแอบบ่นเล็กน้อย
“สวัสดีค่ะหลานสาวคนสวยของน้าเจน ขอโทษนะคะที่ทำให้รอพอดีน้าเจนแวะไปหาพี่ๆที่บ้านเติมรักมาค่ะ”
“เหรอคะ ลียาอยากไปอีกจังคิดถึงพี่ๆทุกคนเลยเดี๋ยวลียาขอให้คุณพ่อพาไปอีกดีกว่า” เด็กน้อยบ่นคิดถึงพี่ๆที่บ้านเติมรักเพราะพ่อและแม่เคยพาไปเลี้ยงอาหารและบริจาคสิ่งของให้บ้านเติมรักอยู่หลายครั้งจนหนูน้อยคุ้นเคยกับเด็กๆที่บ้านนั้นเป็นอย่างดี
“ได้เลยจ้า แม่ใหญ่และพี่ๆที่นั่นเขาก็บ่นคิดถึงหนูลียาจอมป่วนเหมือนกันน้า” เจนิตาจับศีรษะหลานสาวโยกไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว
“น้าเจน ลียาอยากขี่พี่เจ๋ง” เด็กน้อยรีบบอกความต้องการของเธอทันทีเพราะตอนนี้ผู้เป็นพ่อยังไม่กลับจากที่ทำงานขืนชักช้าคุณพ่อกลับมาก็อดเท่านั้นเอง เพราะธีรภัทรนั้นไม่ชอบให้หนูลียาซ้อนมอเตอร์ไซค์เท่าไหร่นักเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยนั่นเอง แต่เมื่อขัดความต้องการของลูกสาวไม่ไหวจึงยอมให้ซ้อนและอยู่ภายในบริเวณบ้านเท่านั้น ลดาวดีส่ายหน้ากับความซนของเจ้าตัวเล็ก
“แหม รีบอ้อนน้าเจนเชียวนะลียา”
“ก็ลียาอยากขี่พี่เจ๋งนี่คะคุณแม่ เดี๋ยวคุณพ่อกลับจากที่ทำงานก็ไม่ให้ลียาขี่อีก”
“โอเคจ้ะ แต่ขี่ได้แปปเดียวนะเดี๋ยวคุณพ่อก็กลับแล้ว”
“โอเคค่ะ” เด็กน้อยรีบตอบตกลงทันที
“ลดาเข้าไปรอในบ้านเถอะ เดี๋ยวเจนพาเจ้าตัวยุ่งขับเล่นอยู่แถวนี้แหละ” เจนิตาจับหลานสาวซึ่งอยู่ในชุดเอี๊ยมทะมัดทะแมงขึ้นซ้อนท้ายและสตาร์ทมอเตอร์ไซค์คันเก่งขับวนอยู่บริเวณลานหน้าบ้าน หนูน้อยโบกมือให้มารดาทุกครั้งที่คุณน้าคนโปรดพาขับผ่านสนามหญ้าที่มารดานั่งมองอยู่เสียงหัวเราะร่าด้วยความชอบใจของเจ้าตัวเล็กดังลั่น
“เอาอีก เอาอีก น้าเจน สนุกจังเลย” หนูน้อยส่งเสียงเชียร์ เจนิตาจึงจัดให้ตามคำขอของหลานสาวด้วยการแกล้งขับมอเตอร์ไซค์ส่ายไปมา และแล้วความสนุกของหนูน้อยก็หมดลงเมื่อรถยนต์คันใหญ่ของบิดาแล่นมาจอดที่หน้าคฤหาสน์
“น้าเจน คุณพ่อมาแล้วเอาพี่เจ๋งไปจอดเร็ว” หนูน้อยรีบกระซิบบอกเจนิตาเมื่อมอเตอร์ไซค์จอดสนิทเด็กหญิงรีบปีนลงจากรถและวิ่งไปหาผู้เป็นพ่อทันที ธีรภัทรย่อตัวรับลูกสาวตัวน้อยขึ้นอุ้มและหอมแก้มป่องๆอย่างแสนรัก
“คุณพ่อมาแล้ว ลียาคิดถึงคุณพ่อจังเลยค่ะ วันนี้ลียาช่วยคุณแม่ทำอาหารไว้รอคุณพ่อด้วยนะคะ” หนูน้อยจบคำพูดด้วยการหอมแก้มสากๆของบิดาและซบศีรษะเล็กๆลงกับซอกคออย่างออดอ้อน ทุกคนต่างอมยิ้มกับการกระทำของหนูน้อยเพราะรู้ดีว่าเจ้าตัวต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของผู้เป็นพ่อจากการที่เห็นตัวเองแอบซ้อนท้ายพี่เจ๋งนั่นเอง ธีรภัทรยิ้มอย่างเอ็นดูลูกสาวตัวน้อย เป็นแบบนี้จะให้เขาดุลงได้อย่างไรกัน
“สวัสดีค่ะคุณธี” เจนิตาทักทายสามีของเพื่อนสนิท
“สวัสดีครับคุณเจน วันนี้อยู่ทานข้าวด้วยกันนะครับเจ้าตัวแสบนี่บ่นถึงคุณบ่อยๆ”
“นั่นสิเจน วันนี้อยู่ทานข้าวด้วยกันนะ” ลดาวดีเอ่ยชวนอีกคนเมื่อเห็นเพื่อนลังเลด้วยความเกรงใจ
“นะนะ น้าเจนอยู่ทานข้าวกับลียานะคะ”
“โอเคค่ะ วันนี้น้าเจนจะอยู่ทานข้าวกับหนูลียา”
“เย้” เด็กน้อยร้องดีใจเมื่อผู้เป็นป้าทำตามคำขอ และชูสองแขนให้คุณน้าคนโปรดอุ้ม
“เข้าบ้านกันค่ะน้าเจน ลียาหิวแล้ว” เจนิตาจึงอุ้มหลานสาวเดินเข้าไปในคฤหาสน์อัครโยธิน
“สงสัยวันนี้เราสองคนจะถูกลืมซะแล้วนะครับลดา” ธีรภัทรเปรยกับภรรยายิ้มๆเมื่อเห็นว่าลูกสาวออกอาการติดเจนิตาแจ
“คงจะอย่างนั้นแหละค่ะ วันนี้ก็ชะเง้อชะแง้หน้าประตูตั้งแต่เที่ยง” ลดาวดีบอกกับสามีก่อนจะเดินตามเจนิตาและลูกสาวเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร หลังจากมื้อเย็นจบลงพ่อแม่ลูกก็จูงมือกันมาส่งเจนิตาที่หน้าบ้าน
“ไว้ว่างๆแวะมาเที่ยวอีกนะครับคุณเจน คุณแม่ท่านบ่นถึงคุณอยู่เหมือนกันน่าเสียดายวันนี้ท่านติดภารกิจเลยไม่ได้เจอกัน”
“ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่เจนจะแวะมาแน่นอนค่ะ ขอบคุณสำหรับอาหารเย็นนะคะ” เจนิตากล่าวขอบคุณด้วยความซึ้งใจ ครอบครัวของธีรภัทรดีกับเธอมากทุกคนในบ้านหลังนี้รักลดาวดีและเผื่อแผ่ความรักมาถึงเธอซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของลูกสะใภ้ตระกูลอัครโยธินด้วย เธอดีใจแทนเพื่อนจริงๆที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ เด็กหญิงตัวน้อยโบกมือหยอยๆให้คุณน้าคนโปรดและร้องบอกให้แวะมาหาเธออีกบ่อยๆ เจนิตามองกระจกส่องหลังเห็นภาพสามคนพ่อแม่ลูกจูงมือกันเดินเข้าบ้านจึงได้แต่แอบถามตัวเองว่าจะมีวันที่เธอได้มีครอบครัวอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างนี้บ้างหรือเปล่า
บทล่าสุด
#49 บทที่ 49 ตอนพิเศษ 3
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#48 บทที่ 48 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#47 บทที่ 47 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#46 บทที่ 46 ตอนที่ 46
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#45 บทที่ 45 ตอนที่ 45
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#44 บทที่ 44 ตอนที่ 44
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#43 บทที่ 43 ตอนที่ 43
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#42 บทที่ 42 ตอนที่ 42
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#41 บทที่ 41 ตอนที่ 41
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#40 บทที่ 40 ตอนที่ 40
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
สัญญารักประธานร้าย
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!













