บทนำ
บท 1
ใครมันจะไปคิดว่าแฟนที่คบกันมาถึงสามปี มีความสุขชื่นมื่นและไม่เคยมีเรื่องมือที่สามเข้ามาให้รบกวนจิตใจเลยสักนิด ทว่าวันนี้กลับถูกคนรักบอกเลิกได้อย่างหน้าตาเฉย ทั้งสีหน้าและแววตาไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียใจเลยสักนิด
แล้วตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คำพูดบอกรักกัน มันไม่มีความหมายเลยเหรอ?
“บอกพี่มาสิว่าพลับพลึงกำลังอำพี่เล่นอยู่ใช่ไหม”
“ทำไมพี่เตถึงกลายเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่องแบบนี้ละครับ ผมเองก็พูดชัดเจนพอนะครับ เรื่องของเราสองคนให้มันจบลงเพียงเท่านี้เถอะ เพราะพี่เตงี่เง่าแบบนี้ไง ผมถึงเบื่อพี่เต”
“ไม่จริง”
“เราเลิกกันเถอะครับพี่เต ต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่”
พรึ่บ… ดอกกุหลาบช่อโตที่อุตส่าห์ตั้งใจเอามาเซอร์ไพรส์วันครบรอบสามปีที่พวกเขาคบกันร่วงหลุดมือ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ทรุดลงพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาพร่ามัวเมื่อมีหยาดน้ำตาคลอหน่วย แต่ก็ถูกชะล้างด้วยหยาดฝนที่โปรยปรายลงมาห่าใหญ่ในค่ำคืนนี้
ค่ำคืนที่ทุกอย่างในชีวิตของเขาพังทลายลง เพราะเส้นทางข้างหน้าที่เคยวาดฝันเอาไว้นั้น มันมีพลับพลึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคำว่าครอบครัวจนถึงบั้นปลายของชีวิต
เต หรือ เตวิชญ์ ชายหนุ่มอายุยี่สิบสามปี เพิ่งจะจบการศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ ระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยชื่อดัง มีใบหน้าคมเข้มเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาหนุ่มสาว แต่ทุกคนต่างก็ต้องผิดหวังเมื่อเตวิชญ์ไม่เคยแม้แต่จะชายตามอง เพราะเจ้าตัวมีคนรักอยู่แล้วก็คือพลับพลึง เป็นรุ่นน้องต่างสาขาที่อ่อนกว่ากันเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น
พลับพลึงเป็นผู้ชายตัวเล็กมีส่วนสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร ทรงผมสีน้ำตาลเข้มเป็นเอกลักษณ์ ใบหน้าสวยหวานราวกับตุ๊กตา แน่นอนว่าต้องเป็นที่หมายปองของพวกเสือสิงห์ทั้งหลาย แต่เมื่อคนเหล่านั้นรับรู้ว่าพลับพลึงได้คบหาดูใจกับเตวิชญ์นั้น ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งเพราะมีหวังได้โดนกระทืบกลับมาแน่
ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะเป็นเพียงแค่เด็กทุนที่ต้องปากกัดตีนถีบทำงานส่งตัวเองเรียน เตวิชญ์ก็ไม่เคยคิดจะรังเกียจเลยสักนิด และไม่เคยเอาความจนของพลับพลึงมาเป็นปมด้อยเลย
“ขอแค่พลับพลึงบอกว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร พี่พร้อมปรับปรุงตัวเองทุกอย่าง ให้โอกาสพี่นะ”
“พี่เตกลับไปเถอะครับ ตอนนี้มันดึกมากแล้ว ผมจะนอน” พลับพลึงพูดจบก็เดินหายขึ้นไปบนห้องนอนชั้นสองของตัวเอง ปล่อยให้คนที่เพิ่งอกหักนั่งคุกเข่าขอความรักอยู่หน้าบ้าน สายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนั้นก็คาดว่าอีกไม่นานเตวิชญ์คงจะกลับไป แต่พลับพลึงคิดผิด เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของคนรักดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงฟ้าร้อง
“พลับพลึง ลงมาคุยกับพี่ให้รู้เรื่องก่อน”
“…”
“พี่จะไม่ไปไหนทั้งนั้น พี่ไม่ยอมเลิกกับพลับพลึงเด็ดขาด ได้ยินไหม”
“…”
“พลับพลึง อย่าทิ้งพี่ไป พี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพลับพลึง” น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ตลอดระยะเวลาสามปีที่คบกัน ดูเหมือนจะมีอะไรหลาย ๆ อย่างในชีวิตของเตวิชญ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดเจน จากเป็นคนที่ไม่เอาถ่าน ไม่ตั้งใจเรียน ไม่มีเป้าหมายอะไรในชีวิตนอกจากกิน เที่ยวเล่น และเมาไปวัน ๆ จนใครหลาย ๆ คนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีดีแค่บ้านรวย
แต่พอมาวันนี้เตวิชญ์เรียนจบพร้อมสำหรับการทำงานและสามารถเลี้ยงดูพลับพลึงได้ กลับต้องมาจบความสัมพันธ์เพียงเพราะเหตุผลไร้สาระแบบนี้เหรอ เขาไม่มีทางเชื่อว่าพลับพลึงจะเบื่อกันง่าย ๆ อย่างที่พูดหรอก
แกร็ก!.. เสียงประตูบ้านเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับใครบางคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า ในมือของพลับพลึงถือร่มเอาไว้หนึ่งคัน ทำให้คนที่กำลังจมอยู่กับความเสียใจยิ้มหน้าบานเหมือนหมาที่กระดิกหางเวลาเห็นเจ้าของไม่มีผิด
ไม่ว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมาจะคิดอย่างไรก็ช่าง เตวิชญ์ไม่เคยใส่ใจอยู่แล้ว เพราะสิ่งที่เขากลัวมากที่สุดก็คือการเสียบุคคลตรงหน้าไปต่างหาก
“พลับพลึงให้โอกาสพี่แล้วใช่ไหม” คนโตกว่าพูดเสียงสั่นเครือ ขาสองข้างคลานเข้าไปเพื่อเอื้อมมือจะไปจับมือคนรัก แต่เมื่ออีกฝ่ายก้าวถอยหลังสามก้าวพลันรอยยิ้มบนใบหน้าคมคายเจื่อนลงทันที
“พี่เตลุกขึ้นเถอะครับ อย่าพยายามเลย”
“…” คล้ายกับว่ามีสายฟ้าผ่าลงมากลางอก เพราะความหวังที่ดูเหมือนจะริบหรี่ก็ยังไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด การที่พลับพลึงลงมาอีกครั้งไม่ใช่เพราะให้อภัย แต่ลงมาไล่ให้เขากลับต่างหาก
“พลับพลึงมีคนอื่นใช่ไหม ได้โปรดบอกให้พี่หายโง่ที”
“งั้นผมก็จะไม่ปิดบังพี่เตอีกแล้ว ผมยอมรับก็ได้ว่าผมมีคนอื่น” เมื่อถูกความจริงตอกหน้า น้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
เตวิชญ์เงยหน้ามองคนรักที่พูดออกมาหน้าตาเฉย นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่เคยทอแววชื่นชม รักใคร่ บัดนี้กลับว่างเปล่า ไร้ความรู้สึก ไม่ได้สะทกสะท้านหรือรู้สึกเสียใจเลยสักนิดที่คิดจะจบความสัมพันธ์ในครั้งนี้
“มันเป็นใคร” เอ่ยถามออกไปเสียงแข็งเพราะเริ่มมีอารมณ์คุกรุ่นเข้าครอบงำ เขาภักดีและทุ่มเทให้กับความรักครั้งนี้มาโดยตลอด แต่กลับถูกตอบแทนด้วยการนอกใจและถูกทิ้งด้วยเหตุผลไร้สาระแบบนี้ มันสมควรแล้วเหรอ
“พี่ไม่รู้จักหรอกครับ ผู้ชายคนนั้นผมเจอที่ร้านเหล้าเมื่อหลายเดือนก่อน เราแอบคบกันมาสักพักแล้ว”
“มันดีกว่าพี่ตรงไหน พลับพลึงถึงต้องทิ้งพี่ไปหามัน”
“เขารวยกว่า หล่อกว่า เอาใจใส่ดีกว่า แถมยังให้เงินผมเป็นล้าน ๆ ใครบ้างไม่อยากรับไว้ ต่างจากพี่เตที่ทั้งเห่ย ทั้งน่ารำคาญ ตามประกบผมเหมือนลูก จะทำอะไรก็อึดอัดไปหมด ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย” เหมือนพลับพลึงได้ระบายความอัดอั้นทั้งหมดที่มี ทำเอาร่างสูงเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นก้อนสะอื้น
คนถูกหักอกมีดวงตาแข็งกระด้าง ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเดินไปข้างหน้าโดยที่พลับพลึงถอยหลังไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งทำให้เตวิชญ์เจ็บปวดหัวใจมากเหลือเกิน
“ถ้าพลับพลึงต้องการแบบนั้น พี่ยินดีให้พลับพลึงมีผู้ชายคนอื่น แต่ขอแค่พี่อยู่ตรงนี้ไม่จากพลับพลึงไปไหนก็พอ พี่ขอแค่นี้ทำให้กันได้ไหมครับ”
“พี่เตจะอยู่เป็นมารชีวิตของผมกับแฟนใหม่ทำไมครับ”
“มันแรงเกินไปหรือเปล่า”
“ในเมื่อผมพูดอ้อม ๆ แล้วพี่เตก็ไม่ฟังเอง ช่วยไม่ได้”
“แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา พลับพลึงบอกรักพี่หมายความว่ายังไง เคยรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ หรือเปล่า งั้นบอกพี่ทีว่าพลับพลึงกำลังโกหกหรือว่าตอแหล…”
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือขาวที่เคยประคองแก้มเขาอย่างทะนุถนอม บัดนี้ได้ฟาดตบใบหน้าคมสันกลับมาอย่างรุนแรง ความเจ็บมันแล่นจนหน้าชาแต่ก็ไม่เท่ากับหัวใจในตอนนี้
หมับ!... มือใหญ่กระชากแขนคนรักเข้ามากอดแน่นจนจมอก ร่มที่พลับพลึงถือเอาไว้ก็หลุดมือทำให้ทั้งสองร่างที่กอดกันนั้นเปียกปอน
“ปล่อยผมนะ!” ร่างเล็กดีดดิ้น พยายามแกะมือของคนรักออก แต่ในเมื่อสู้แรงไม่ไหวจึงเกิดการยื้อยุดกันอยู่แบบนั้น
“พี่ขอโทษ พี่ปากไม่ดีเอง พลับพลึงตบพี่อีก ตบให้ปากแตกเลย จนกว่าพลับพลึงจะพอใจ” ท่าทางของเตวิชญ์เหมือนคนไม่มีสติ ร้องไห้โวยวายขอความรักมันไม่ต่างจากคำว่าน่าสมเพชเวทนาสักเท่าไร
คนเขาพูดออกมาตามตรงว่าหมดรักแล้ว ก็ยังดันทุรังเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์รักสามเส้านั้นทำไม
ทางด้านพลับพลึงเองก็จนปัญญา ไม่รู้จะหาวิถีทางไหนมาไล่เตวิชญ์ เพื่อให้อีกฝ่ายเลิกตอแย อะไรที่คิดได้ก็พูดออกมาจนหมด
“พี่เตฟังชัด ๆ นะครับ ผมรักเขา ไม่ได้รักพี่เต ผมต้องการอยู่กับเขาแค่สองคน ไม่เอาส่วนเกินอย่างพี่เตครับ”
“…”
“แล้วจะบอกความจริงอะไรให้นะ คนที่พลับพลึงจะคบด้วยเขาทั้งแซ่บกว่า ใหญ่กว่า ให้พลับพลึงถึงใจได้มากกว่า ไม่เหมือนคนตายด้านอย่างพี่หรอก พี่เตเหมือนคนทำไม่เป็น มันไม่เร้าใจเลยสักนิด” สิ้นประโยคนี้ทำให้ร่างสูงใหญ่หยุดชะงัก ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะยื้อคนตรงหน้าเอาไว้
คนหลุดจากพันธนาการอาศัยจังหวะนี้วิ่งหนีขึ้นไปบนบ้านพร้อมทั้งปิดประตูลงกลอน นั่นเป็นคำตอบที่พลับพลึงได้เลือกแล้ว นับว่าการที่เขาอยู่ง้องอนอ้อนวอนขอความรักมันช่างสูญเปล่าจริง ๆ
ถ้าการเลิกราในครั้งนี้มันเป็นเพียงแค่การหมดรัก เตวิชญ์ก็จะไม่โกรธไม่เกลียดพลับพลึงเลยสักนิด คิดไม่ถึงว่าผู้ชายหน้าตาน่ารักดูใส ๆ เวลายิ้มทำให้โลกสดใส แต่ใครมันจะรู้ว่าภายในใจกลับเน่าเฟะจนน่าขยะแขยงสิ้นดี
ร่าน… คำนี้คงไม่แรงเกินไปสำหรับคนที่กล้ายกเรื่องบนเตียงมาเป็นข้ออ้างในการบอกเลิก
สายตาคมกริบที่ทอดมองไปยังหน้าต่างบ้านของคนที่เพิ่งบอกเลิก เดิมทีมันทอแววความหม่นเศร้า เสียใจ ทว่าบัดนี้มันกลับมีแต่ความโกรธแค้น ขุ่นเคือง
ชายหนุ่มได้แต่ถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเขาไม่เร้าใจงั้นหรือ พลับพลึงน่าเอาขนาดนั้นใครบ้างจะอดใจไหว แน่นอนว่าที่ผ่านมาเตวิชญ์อยากจะรุนแรงทุกครั้งที่ทำเรื่องอย่างว่ากับพลับพลึงใจจะขาด แต่เพราะคำว่ารักไง เขาจึงต้องข่มอารมณ์และความต้องการของตัวเองไว้ด้วยความทะนุถนอม
พลับพลึงไม่ได้ใสซื่อ… ทุกอย่างที่เขาเห็นมันเป็นภาพลวงตาที่สร้างขึ้นมางั้นสินะ
หัวใจของเตวิชญ์ถูกย่ำยีไม่มีชิ้นดีด้วยน้ำมือของคนที่เคยให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ว่าจะรักกันตลอดไป แต่ทั้งหมดมันเป็นเพียงแค่ลมปากเท่านั้น
ก็ได้พลับพลึง ในเมื่ออยากได้ผู้ชายคนใหม่ที่ให้เธอถึงใจขนาดนั้น เห็นทีว่าเขาคงต้องปล่อยอีกฝ่ายไป แล้วชีวิตหลังจากนี้ ทางใครทางมัน ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กันอีก
TBC...
บทล่าสุด
#42 บทที่ 42 ตอนพิเศษ 4 ฝ้าหลังฝนที่เฝ้ารอ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#41 บทที่ 41 ตอนพิเศษ 3 เฝ้ามองการเติบโต
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#40 บทที่ 40 ตอนพิเศษ 2 หมาหัวเน่า
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#39 บทที่ 39 ตอนพิเศษ 1 เป็นแฟนกันนะ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#38 บทที่ 38 ตอนที่ 36 ฟังเสียงหัวใจของตัวเอง
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#37 บทที่ 37 ตอนที่ 35 ปกป้องลูกเมียด้วยชีวิต
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#36 บทที่ 36 ตอนที่ 34 ยอมรับความจริง
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#35 บทที่ 35 ตอนที่ 33 ไม่ใจอ่อนสักที
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#34 บทที่ 34 ตอนที่ 32 คู่แข่งเบอร์หนึ่งของเตวิชญ์
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#33 บทที่ 33 ตอนที่ 31 กลายเป็นพ่อลูกติด แถมยังจะทิ้งอีกต่างหาก
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เจ้าพ่อมาเฟีย
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
(ของหวง) มาเฟีย BAD
มาเฟียตระกูลใหญ่ทำธุรกิจบังหน้าแต่เบื้องหลังสีเทา ไม่เคยเกรงกลัวใคร ภายนอกดูเป็นคนเกี้ยวกราดดุร้าย
หนุ่มเจ้าสำราญ เบื่อง่าย เปลี่ยนผู้หญิงขึ้นเตียงเป็นว่าเล่น อยากได้ใครก็ต้องได้….ถ้าไม่ยอมก็แค่ฉุด
‘ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยเธอไปแต่ถ้าเจอกันอีกเมื่อไหร่เตรียมตัวเอาไว้เพราะฉันจะ….ลากเธอขึ้นเตียง’
————————-
เอิงเอย
เด็กสาววัยใส คืนนั้นที่คลับเธอถูกขโมยจูบแรกไป แถมยังตื่นขึ้นมาภายในห้องที่ไม่คุ้นเคย จำแม้แต่หน้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้เพราะความเมา โชคดีที่เสื้อผ้าติดอยู่ที่ตัวครบไม่มีชิ้นไหนถูกถอดออกไป
‘ไอ้โรคจิต! ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นโรคจิตที่ชอบลวนลามผู้หญิงไปทั่วแน่ๆ น่าขยะแขยงที่สุด ถ้าเจออีกจะเตะให้คว่ำเลย!!’
Dangerous มาเฟียกุมรัก
การเริ่มต้นจากความเข้าใจผิด สุดท้ายแล้วจะจบด้วยความเข้าใจได้จริงไหม…
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เศษหัวใจซาตาน
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง













