บทนำ
ใครจะไปคิดว่าคำขอร้องแสนธรรมดาของซุปตาร์เบอร์หนึ่ง จะทำให้ อธิป อดีตมือพระกาฬสายโหดถึงกับเหงื่อตก
เมื่อบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าตาย ต้องถูกบังคับให้ปลอมตัวเป็น เจ๊ทิพย์ ผู้ดูแลสาวประเภทสองเพื่อเข้าไปอารักขา มิลิน นางเอกสาวจอมเหวี่ยงที่เกลียดผู้ชายเข้าไส้ ภารกิจเสี่ยงตายว่ายากแล้ว... แต่การต้องมานั่งท่อง พุทโธ ธัมโม สังโฆ ข่มใจไม่ให้ตบะแตกยามที่นายจ้างสาวนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินไปมานั้น... แม่งยากกว่าเป็นร้อยเท่า
"ศีลข้อกาเมเจ๊ถือฮะคุณน้อง! เจ๊ขอตัวไปสวดมนต์ก่อนนะฮะ!"
แต่ความลับไม่มีในโลก... เมื่อซุปตาร์ตัวร้ายรู้ความจริงว่า เพื่อนสาวร่างยักษ์ ที่เธอนอนกอดทุกคืน แท้จริงแล้วคือ มัจจุราชหนุ่มหล่อล่ำ ที่อันตรายที่สุด
จากที่เคยเดินหนี... คราวนี้บอดี้การ์ดสายโหดขอเปลี่ยนโหมดมาคลั่งรัก และพร้อมจะกางปีกปกป้องเธอด้วยชีวิต
"เจ๊ทิพย์น่ะลาบวชไปนานแล้วครับ... ตอนนี้มีแต่อธิป... บอดี้การ์ดที่พร้อมจะ ทำผิดศีล กับคุณตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง"
บท 1
“ไม่เอาค่ะ!”
เสียงหวานใสที่ควรจะนุ่มหู กลับดังกังวานลั่นไปทั่วห้องแต่งตัววีไอพีด้านหลังเวทีงานกาล่าเปิดตัวเครื่องประดับแบรนด์หรู ทำเอาทีมงานที่กำลังยืนถือซองเครื่องเพชรมูลค่าแปดหลักถึงกับสะดุ้งโหยงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“บอกไปแล้วใช่ไหมคะ ว่ามิลไม่ใส่ชุดนี้”
หญิงสาวในกระจกเงาบานใหญ่ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้แต่งหน้า ดวงตาเรียวสวยวาวโรจน์ ผมยาวสีดำขลับถูกปล่อยสยายลงมาเคลียผิวขาวจัดที่โผล่พ้นเกาะอก ชุดเดรสผ้าไหมสีดำที่แนบไปกับส่วนเว้าส่วนโค้ง ส่งให้รูปร่างของเธอดูโดดเด่นสะกดทุกสายตา... สวย แพง และน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน
“แต่นี่คือชุดที่สปอนเซอร์หลักเลือกมาให้เลยนะคะคุณมิล”
สไตลิสต์สาวพยายามอธิบายเสียงอ่อย มือสั่นระริกขณะถือชุดเดรสอีกชุดที่คอเว้าลึกจนแทบจะถึงสะดือ
“ถ้าเราขอเปลี่ยนชุดกะทันหันตอนนี้ อาจจะ”
“อาจจะอะไรคะ” มิลินหันขวับ ริมฝีปากสีแดงสดยกยิ้มบาง ทว่าแววตากลับเย็นจัดจนสไตลิสต์แทบหยุดหายใจ
“อาจจะทำให้เขาไม่พอใจ? หรืออาจจะทำให้มิลดูเป็นพริตตี้ยืนชงเหล้าคะ! สปอนเซอร์เขาได้แหกตาดูสคริปต์งานบ้างไหม ว่าวันนี้มิลต้องขึ้นไปทั้งร้องทั้งเต้น ขืนใส่ชุดคอเว้าลึกยันสะดือแบบนี้ จะให้มิลออกไปเต้นยังไงคะ เต้นไปเอามือตะครุบหน้าอกตัวเองไปเหรอ ภาพหลุดออกมาหน้าอกหน้าใจมันจะได้ทะลักไปทักทายกล้องก่อนตัวมิลอีก!”
“ว้ายยย ใจเย็นๆ ก่อนลูกสาว!”
เจ๊มี่ ผู้ดูแลสาวประเภทสองร่างอวบที่พ่วงตำแหน่งช่างแต่งหน้าส่วนตัว รีบถลันเข้ามาลูบแขนซุปตาร์สาวเบอร์หนึ่งอย่างเอาใจ
“สปอนเซอร์เขาขอมาน่ะลูก ถ้ามิลไม่ใส่ บอสใหญ่ได้หักเงินเดือนเจ๊ไปซื้ออาหารเม็ดแน่ๆ นะคะคนสวย”
“มิลเป็นนักแสดง เป็นนักร้องค่ะ ไม่ใช่หุ่นโชว์เนื้อนมไข่”
มิลินตวัดสายตามองเงาตัวเองในกระจกอย่างหงุดหงิด ก่อนยื่นแขนเรียวไปหยิบเสื้อคลุมผ้าซาตินสีดำจากพนักเก้าอี้มาตวัดคลุมไหล่ตัวเองด้วยท่วงท่าดุจนางพญา
“งานนี้มิลจะใส่ชุดนี้ ใครไม่พอใจ... ก็ให้เดินมาเคลียร์กับมิลเอง”
ประตูห้องแต่งตัวเปิดผางออก พร้อมกับร่างของ พี่แป้ง ผู้จัดการสาวมาดเนี้ยบที่รีบก้าวเข้ามาด้วยความว่องไว
“มิล! อีกห้านาทีจะขึ้นเวทีแล้วนะ เจ๊มี่ เติมปากให้น้องหรือยัง”
“ก็เห็นอยู่ค่ะว่ากำลังจะไป”
มิลินตอบหน้าตายโดยไม่หันมอง
“ถ้าพี่แป้งจะมาช่วยสไตลิสต์บิลด์อีกคนว่าชุดเมื่อกี้มันเริ่ด มิลจะเรียกคนขับรถมารับกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะคะ”
พี่แป้งชะงักฝีเท้า ก่อนกวาดสายตามองสไตลิสต์ที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ สลับกับเจ๊มี่ที่พยักพเยิดส่งซิกทางสายตาว่า อย่าขัดใจแม่เด็ดขาด ผู้จัดการสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่
“โอเคๆ ไม่พูดเรื่องชุด แต่งานนี้นักข่าวมากันค่อนประเทศ เธอช่วยตอบคำถามดีๆ หน่อยได้ไหมลูก เมื่อเช้าก็เพิ่งมีข่าวสัมภาษณ์เรื่องแฟนเก่าอีกแล้ว”
“ก็ให้เขาไปสัมภาษณ์แฟนเก่าสิคะ”
มิลินหยิบต่างหูเพชรระย้าขึ้นมาใส่ด้วยจริตตัวแม่
“เขาน่าจะมีเวลาว่างพูดมากกว่ามิลนะ ตอนคบกันก็เกาะชื่อมิลดัง พอเลิกกันแล้วยังมาเกาะข่าวมิลกินอีก คนประเภทนี้เขาได้ค่าคอมมิชชันจากความหน้าด้านหรือเปล่าคะ”
“ว้ายยย! แรงมากแม่!”
เจ๊มี่ยกมือทาบอก แต่ก็แอบพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย
พี่แป้งยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองทันที
“ปากเธอนี่มันน่าตีจริงๆ ยัยมิล...”
“ทำไมคะ”
ดาราสาวหันมาส่งยิ้มหวานหยดย้อย ทว่าเชือดเฉือน
“ปากมิลหาเงินเข้าค่ายได้ปีละหลายร้อยล้านนะคะพี่แป้ง ไม่ได้มีไว้พูดเพราะอย่างเดียว”
ไม่มีใครกล้าต่อกรกับบทสนทนานั้นอีก ทุกคนรู้ดีว่าเวลามิลินอารมณ์เสีย สิ่งเดียวที่ควรทำคือรีบปล่อยให้เธอขึ้นเวทีให้เร็วที่สุด เพราะต่อให้ในห้องนี้เธอจะวีนเหวี่ยงระดับสิบแค่ไหน แต่พอออกไปเจอแสงแฟลช เจอไมค์จ่อปาก และเจอสายตานับร้อยคู่ของคนทั้งงาน... ซุปตาร์เบอร์หนึ่งของประเทศก็จะสวิตช์โหมดกลับมาเป็น มิลิน ขวัญใจมหาชน ได้อย่างสมบูรณ์แบบทันที
ทันทีที่ส้นสูงสีแดงสดก้าวพ้นหลังฉาก แสงไฟในฮอลล์จัดงานก็ดับพรึ่บลง เสียงดนตรีอินโทรจังหวะแดนซ์สุดเร้าใจดังกระหึ่มขึ้น พร้อมกับสปอตไลต์ที่สาดส่องลงมาจับจ้องร่างบางที่ยืนโพสท่าอยู่กลางเวที
“กรี๊ดดดดด! พี่มิลินนนน!”
เสียงกรีดร้องของแฟนคลับนับพันคนที่มารอให้กำลังใจดังสนั่นฮอลล์ ป้ายไฟชื่อ MILIN สว่างไสวระยิบระยับไปทั่วทุกพื้นที่
มิลินสลัดคราบซุปตาร์ขี้วีนทิ้งไปในเสี้ยววินาที เธอยกไมค์ขึ้นจรดริมฝีปาก เปล่งเสียงร้องที่ทั้งทรงพลังและหวานใสสะกดหูคนฟัง พร้อมกับวาดลวดลายสเตปการเต้นที่ทั้งแข็งแรงและเซ็กซี่เย้ายวน เดรสสีดำพลิ้วไหวไปตามจังหวะการสะบัดหน้าและเรือนผม ทุกท่วงท่าเป๊ะปังราวกับราชินีที่กำลังร่ายมนต์สะกดให้ทุกคนตกอยู่ในภวังค์
ไม่ใช่แค่หน้าตาที่สวยฟ้าประทาน แต่มิลินคือ ตัวจริง ของวงการที่เก่งทั้งร้องและเต้น
“ขอบคุณทุกคนที่มาหามิลวันนี้นะคะ รักทุกคนเลย”
เมื่อเพลงจบลง หญิงสาวหอบหายใจน้อยๆ แต่กลับส่งยิ้มกว้างที่สดใสที่สุดไปให้แฟนคลับรอบทิศทาง เธอเดินไปหน้าเวที ย่อตัวลงจับมือกับแฟนคลับแถวหน้า รับช่อดอกไม้ช่อเล็กๆ จากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาถือไว้แนบอก พร้อมกับส่งจูบ ส่งมินิฮาร์ต ให้กล้องของแฟนคลับทุกมุมอย่างทั่วถึง
แววตาของเธอในเวลานี้ไม่มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย มีเพียงความรักและความขอบคุณที่เปล่งประกายออกมาจากใจจริง
นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไม... ต่อให้เธอจะมีข่าวฉาวหรือถูกสื่อโจมตีแค่ไหน แฟนคลับถึงยังคงรักและพร้อมจะกางปีกปกป้องซุปตาร์คนนี้อย่างถวายหัว!
หลังจากทักทายแฟนคลับจนหนำใจ มิลินก็เดินสับส้นสูงด้วยท่วงท่าสง่างามมาที่จุดแบ็กดรอปเพื่อถ่ายภาพและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน รอยยิ้มการค้าที่ถูกฝึกฝนมาอย่างไร้ที่ติประดับขึ้นบนใบหน้า แสงแฟลชสาดเข้าใส่จนแทบแสบตา...
มิลิน... ซุปตาร์สาวเบอร์หนึ่งของยุค สวย รวย ดัง และร้ายกาจพอจะทำให้นักข่าวบันเทิงฝีปากกล้าหลายคนต้องเข็ดขยาด
“พอหรือยังคะ”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มละมุนละไม หากแต่ดวงตาที่มองผ่านเลนส์กล้องกลับนิ่งเยียบเย็น
“ถ้ายังไม่พอ เชิญถ่ายเก็บไว้ดูต่อได้ค่ะ แต่ถ้าพี่ๆ จะถามคำถามไร้สาระเสี้ยมให้ทะเลาะกับคนอื่นอีกสักข้อ มิลจะขอตัวกลับแล้วนะคะ”
นักข่าวสองสามคนหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะยอมลดไมค์ลงและแหวกทางให้แต่โดยดี พี่แป้งรีบก้าวยาวๆ เข้ามาประกบเมื่อพิธีการหน้าแบ็กดรอปจบลง
“เริ่ดมากลูกสาว กลับกันเถอะ รถตู้จอดรออยู่ด้านหลังแล้ว”
มิลินเดินตรงไปทางลิฟต์พิเศษสำหรับแขกวีไอพีด้านหลัง โดยมีพี่แป้งและเจ๊มี่ตามติด ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นค่ำคืนการทำงานที่แสนปกติของคนดังระดับแถวหน้า
หากแต่ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ร่างบางของซุปตาร์สาวก็ชะงักกึก
ช่อกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ถูกวางทิ้งไว้กลางพื้นในลิฟต์... ไม่มีโลโก้ร้าน ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงซองจดหมายสีดำสนิทซุกอยู่ท่ามกลางดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์
บทล่าสุด
#38 บทที่ 38 ภัยคุกคามยามวิกาล
อัปเดตล่าสุด: 5/23/2026#37 บทที่ 37 อันตรายใกล้ตัว
อัปเดตล่าสุด: 5/23/2026#36 บทที่ 36 ผู้หญิงที่ไม่เคยขอความช่วยเหลือ
อัปเดตล่าสุด: 5/23/2026#35 บทที่ 35 ทรมานบันเทิงNC
อัปเดตล่าสุด: 5/23/2026#34 บทที่ 34 ร่างกายที่ร้อนระอุ
อัปเดตล่าสุด: 5/23/2026#33 บทที่ 33 คารมของกระเทย
อัปเดตล่าสุด: 5/23/2026#32 บทที่ 32 โปรไฟล์ปลอม
อัปเดตล่าสุด: 5/23/2026#31 บทที่ 31 พระเอกในนิยาย
อัปเดตล่าสุด: 5/23/2026#30 บทที่ 30 แผนร้ายของนางเอก
อัปเดตล่าสุด: 5/23/2026#29 บทที่ 29 หมาป่าห่มหนังแกะ
อัปเดตล่าสุด: 5/23/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













