บทนำ
บท 1
ฉางซีทอดสายตามองภาพตรงหน้า น้ำตาเอ่อรื้นก่อนจะไหลรินลงมาอย่างห้ามไม่อยู่
นี่น่ะหรือ… เผ่าเทพ
เผ่าเทพที่นางเคยยอมเอาชีวิตเข้าแลก ต่อสู้กับเผ่ามารครั้งแล้วครั้งเล่า เลือดเนื้อที่สูญเสีย บาดแผลที่ฝากไว้บนกาย ล้วนเพื่อปกป้องพวกเขา เพื่อรักษาสามโลกให้สงบสุข
ทว่าในวันนี้ สิ่งที่นางได้รับกลับมีเพียงคำกล่าวหา การใส่ร้าย และเสียงโห่ร้องให้ประหาร
สิ่งที่นางเคยทำดีไว้ เทพเซียนเหล่านี้ไม่เคยจดจำ
สิ่งที่นางเคยเสียสละ กลับถูกลืมเลือนไปอย่างไร้ค่า
ศรัทธาที่นางมีต่อสวรรค์… ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี
หัวใจของฉางซีเจ็บปวดยิ่งกว่าบาดแผลใดในกาย
“กระชากปีกเซียนของนางซะ”
เสียงสั่งการของเทพสูงสุดดังขึ้นอย่างไร้ความลังเล ประหนึ่งตัดสินชะตาชีวิตของสิ่งหนึ่งที่ไร้ค่า
ฉางซีแค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง แผ่วพร่าและบิดเบี้ยว ราวกับกำลังเย้ยหยันทั้งตนเองและสวรรค์เบื้องหน้า
การถูกกระชากปีกเซียน…
นั่นไม่ใช่เพียงการลงโทษ หากคือการถอดถอนแก่นแท้ของการเป็นเซียน เป็นการดึงกระดูกแห่งสวรรค์ออกจากร่าง พลังบำเพ็ญที่สั่งสมมานับหมื่นปี พลังที่ไหลเวียนในเส้นลมปราณ จะสลายหายไปในพริบตา ราวกับไม่เคยมีอยู่ และจะกลายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
หากคิดจะรวบรวมพลังเหล่านั้นกลับคืน จำต้องออกตามหาของวิเศษทั้งห้าชิ้น เพื่อดึงแก่นพลังกลับมาหลอมรวมใหม่
ทว่า…
ตั้งแต่กำเนิดสามโลกมา ยังไม่เคยมีผู้ใดทำสำเร็จ
ไม่เคยมีผู้ใด… กลับมาเป็นเซียนได้อีกครั้ง
เทพสององค์ก้าวเข้ามา สีหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ มือจับยึดร่างของฉางซีไว้แน่น พลังสวรรค์แทรกซึมเข้าสู่ร่าง ก่อนจะเริ่มดึง “กระดูกปีกเซียน” ออกจากแก่นกาย
ความเจ็บปวดนั้น ไม่อาจเทียบกับการถูกฟ้าผ่า หรือคมดาบใดในสามโลก
มันคือความรู้สึกที่ราวกับถูกฉีกกระชากทั้งร่างและวิญญาณพร้อมกัน เส้นลมปราณแตกสลาย พลังเวียนย้อนกลับอย่างควบคุมไม่ได้ ความเจ็บแล่นทะลุทุกส่วนของสติ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบิดขยี้แก่นวิญญาณของนางทีละชั้น
“อ๊าก…!”
ฉางซีกรีดร้องสุดเสียง เสียงนั้นแหลมคมจนสะท้อนก้องไปทั่วแดนสวรรค์
สติของนางแตกกระจาย สมองไม่อาจคิดสิ่งใดได้อีก นอกจากจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความเจ็บปวดอันไร้ขอบเขต ความเจ็บที่ไม่อาจอธิบายเป็นถ้อยคำได้ แม้แต่การกรีดร้องก็ไม่อาจระบายมันออกมาได้ทั้งหมด
โลกทั้งใบของฉางซีในยามนี้ เหลือเพียงความทรมานที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด ราวกับสวรรค์ตั้งใจจะบดขยี้นางให้แตกสลาย
และเมื่อการทรมานอันแสนสาหัสสิ้นสุดลง ฉางซีก็แทบไม่เหลือพลังใดอีกแล้ว
แม้แต่แรงจะลืมตา นางก็แทบไม่มี ร่างกายเหมือนถูกคว้านเอาทุกสิ่งออกไป เหลือเพียงเปลือกที่ว่างเปล่า
ท่ามกลางสติที่เลือนราง หูของนางยังคงได้ยินคำสั่งถัดไปอย่างแผ่วเบา หากชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด
“โยนนางลงเหวอเวจี”
เหวอเวจี…
ฟังดูไม่ใช่การประหารชีวิต ทว่าความจริงแล้ว มันกลับเลวร้ายยิ่งกว่าความตายเสียอีก
ที่นั่นไม่มีสิ่งใดดีงาม ไม่มีแสง ไม่มีความอบอุ่น มีเพียงความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด
มีเพียงเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา ว่าผู้ใดถูกโยนลงไป แม้ไม่ตายในทันที ก็จะต้องตายลงในไม่ช้า ตายอย่างโดดเดี่ยว ตายอย่างถูกลืมเลือน
เทพลงทัณฑ์ผู้หนึ่งก้าวเข้ามา ในมือคือโซ่หนาหนัก พร้อมลูกตุ้มขนาดยักษ์ที่แผ่พลังอาฆาตออกมา ก่อนจะคล้องมันเข้ากับร่างของฉางซี ถ่วงขานางไว้แน่นหนา
จากนั้น เชือกยักษ์ที่พันธนาการนางอยู่ก็ถูกปลดออก
ร่างของฉางซีร่วงลงกระแทกพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง นางไม่อาจลุกขึ้น ไม่อาจต่อต้าน หรือแม้แต่จะขยับนิ้วมือ
แล้วในวินาทีถัดมา ร่างนั้นก็ถูกลากไปอย่างไร้ปรานี มุ่งหน้าสู่ขอบเหวอเวจี
ยามนี้… นางไร้ทางรอดแล้ว ไร้หนทางแล้วจริง ๆ หากไม่อดตาย ก็คงถูกลูกตุ้มหนักอึ้งนี้ถ่วงจนร่างแหลกสลายอยู่ในห้วงความมืด
เหตุใด… ไม่เลือกประหารข้าให้สิ้นไปเสีย
เสียงนั้นดังขึ้นในใจฉางซี ก่อนที่นางจะหัวเราะออกมาเบา ๆ เพียงลำพัง เสียงหัวเราะที่ทั้งขมขื่น ทั้งว่างเปล่า
แต่ท่ามกลางความสิ้นหวังอันมืดมิดนั้นเอง
เปลวไฟหนึ่งกลับลุกโชนขึ้นอย่างเงียบงันในดวงตาของนาง
ไฟที่ไม่ใช่ความแค้นเพียงอย่างเดียว แต่คือความแน่วแน่ คือศรัทธาในตัวเองที่ไม่อาจถูกทำลายได้
“หากมีโอกาส…”
ริมฝีปากที่เปื้อนโลหิตขยับขึ้นเล็กน้อย ดวงตาที่แดงฉานฉายแววแข็งกร้าว ดุจคมดาบที่ยังไม่ยอมแตกหัก
“ข้าจะทำให้พวกเจ้าเห็นอีกครั้ง ว่าครั้งหนึ่ง ข้าเคยดีต่อพวกเจ้าเพียงใด และในวันนั้น พวกเจ้าจะต้องกลับมาศรัทธาในตัวข้า และก้มหัวให้ข้าอีกครั้ง!”
บทล่าสุด
#90 บทที่ 90 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 9/3/2026#89 บทที่ 89 “ข้ารักเจ้า…”
อัปเดตล่าสุด: 9/3/2026#88 บทที่ 88 เหตุใด… จึงยังมีชีวิตอยู่?
อัปเดตล่าสุด: 9/3/2026#87 บทที่ 87 สิ่งที่ต้องแลก
อัปเดตล่าสุด: 9/3/2026#86 บทที่ 86 “ตั้งค่ายอาคมสยบมาร!”
อัปเดตล่าสุด: 9/3/2026#85 บทที่ 85 ท่านจงใจเย็นๆ แล้วฟังข้าก่อน
อัปเดตล่าสุด: 9/3/2026#84 บทที่ 84 เทพสูงสุดแห่งเผ่าเทพ… ก็แค่นี้เองหรือ?
อัปเดตล่าสุด: 9/3/2026#83 บทที่ 83 “เผ่าเทพ …ก็เพียงเท่านี้เองหรือ”
อัปเดตล่าสุด: 9/3/2026#82 บทที่ 82 “ให้ข้าสวมเสื้อผ้าดี ๆ ก่อนไม่ได้หรือ”
อัปเดตล่าสุด: 9/3/2026#81 บทที่ 81 สติของนาง… ใกล้จะดับวูบลงทุกขณะ
อัปเดตล่าสุด: 9/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”













