บทนำ
บท 1
กลิ่นธูปจางๆ ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ ผสมปนเปไปกับกลิ่นชื้นของสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ราวกับฟ้าเบื้องบนกำลังร้องไห้ให้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น
ร่างสูงใหญ่ภายใต้ชุดสูทสีดำสนิทของ “สิงห์” หรือ “สิงหราช” ยืนนิ่งดั่งรูปปั้นหิน สองมือไพล่หลัง สายตาคมกริบภายใต้คิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นจ้องมองไปยังหลุมศพใหม่เอี่ยมที่เพิ่งกลบดินเสร็จ ป้ายหินอ่อนสลักชื่อชายผู้เปรียบเสมือนแขนขวาและเพื่อนตาย... “เดชา”
“นายครับ... ฝนตกหนักแล้ว กลับขึ้นรถเถอะครับ” เสียงลูกน้องคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่มคันใหญ่ที่กางออกเพื่อบังเม็ดฝนให้ผู้เป็นนาย
สิงห์ไม่ได้ขยับตัว ไม่แม้แต่จะหันไปมอง หยาดฝนไหลรินผ่านใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้เต็มไปด้วยความเย็นชาและจิตสังหาร
“มันตายทรมานไหม?” เขาถามเสียงเรียบ แต่คนฟังกลับรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง
“ครับนาย... พวกอินทรีดำมันเล่นงานพี่เดชาหนักมาก ก่อนที่จะยิงทิ้ง” ลูกน้องตอบเสียงสั่น
สิงห์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก ไม่ใช่แค่ความเสียใจ แต่มันคือความแค้น เดชาไม่ใช่แค่ลูกน้อง แต่คือคนที่ร่วมสร้าง “แก๊งพยัคฆ์คำราม” มาด้วยกัน เป็นคนที่คอยระวังหลังให้เขาเสมอในยามที่ต้องปะทะกับศัตรู
แต่เมื่อคืนวาน การลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ของแก๊งคู่ปรับอย่าง “อินทรีดำ” เข้ามาในพื้นที่เขตรับผิดชอบของเขา ทำให้เกิดการปะทะกันรุนแรง และเดชาก็พลาดท่าถูกเล่นงาน เพียงเพราะพยายามปกป้องเด็กคนหนึ่งไม่ให้โดนลูกหลง
“คนดี... มักจะอายุสั้นสินะ” สิงห์พึมพำมุมปากยกยิ้มหยันโลก “แต่มึงไม่ต้องห่วงไอ้เดชา กูจะลากคอพวกมันลงนรกไปขอขมามึงให้หมด”
.
บรรยากาศภายในห้องทำงานบนชั้นสูงสุดของคลับหรูใจกลางเมืองซึ่งเป็นฐานบัญชาการของแก๊งพยัคฆ์คำราม ตอนนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก
สิงห์นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ เบื้องหน้าคือแก้ววิสกี้ที่ถูกกระดกจนหมดไปหลายรอบ แอลกอฮอล์ราคาแพงไม่ได้ช่วยดับไฟในใจเขาได้เลยแม้แต่น้อย มันกลับยิ่งราดน้ำมันลงบนกองเพลิงแห่งความหงุดหงิด
เอกสารรายงานความเสียหายวางกองอยู่บนโต๊ะ ธุรกิจสีเทาที่เขาพยายามทำให้ขาวสะอาดที่สุดกำลังสั่นคลอน พวกลูกน้องเริ่มระส่ำระสายเมื่อขาดหัวหน้าหน่วยบู๊อย่างเดชา ข่าวลือเรื่องแก๊งอินทรีดำจะบุกยึดพื้นที่แพร่สะพัดไปทั่ว
“นายครับ... เรื่องคนที่จะมาแทนพี่เดชา...” ลูกน้องคนสนิทอีกคนเอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เพล้ง!
แก้ววิสกี้ในมือสิงห์ถูกปาอัดกำแพงจนแตกกระจายเฉียดหน้าลูกน้องคนนั้นไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เศษแก้วบาดแก้มจนเลือดซิบ แต่ไม่มีใครกล้าขยับ
“กูบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้!” สิงห์ตวาดเสียงดังลั่นห้อง ดวงตาดุดันดั่งเสือร้ายที่บาดเจ็บที่พยายามคำรามข่มขวัญไม่ให้ใครมายุ่ง “หาคนแทน? มึงคิดว่าคนอย่างเดชาหาได้ตามตลาดนัดหรือไง! ไอ้พวกที่เหลืออยู่มีแต่พวกฝีมือไม่ถึงครึ่งของเดชา จะให้กูเอาใครมาแทน!”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง สิงห์หายใจหอบถี่ เขาพยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขาต้องการระบาย ความโกรธ ความเศร้า ความกดดัน ทุกอย่างมันอัดอั้นจนเขาอยากจะฆ่าคน
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นแฟ้มหนี้สินที่วางอยู่มุมโต๊ะ เขาคว้ามันมาเปิดดูอย่างลวกๆ เพื่อหาที่ระบายอารมณ์ ถ้าได้ระเบิดอารมณ์โกรธเกรี้ยวใส่พวกลูกหนี้สักคนก็คงดี... แต่ลูกหนี้ส่วนใหญ่ก็กู้เพราะความจำเป็นและน่าสงสารทั้งนั้น... มันจะมีใครที่เป็นพวกต่อให้เขาลงไม้ลงมือก็ไม่รู้สึกผิดไหมนะ...
“ไอ้ชด...” สิงห์อ่านชื่อในเอกสาร “หนี้พนันบอลรวมดอกเบี้ย แปดแสนห้า... ค้างมาสามเดือนแล้ว”
นี่แหละ... เป้าหมายที่เหมาะสมที่สุด... ขยะสังคม ผีพนันที่ไม่รู้จักทำมาหากิน แถมยังติดหนี้เขาแล้วหนีหน้า สิงห์แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม
“เตรียมรถ” สิงห์สั่งเสียงเข้ม ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทให้เข้าที่ “กูจะไปทวงหนี้ไอ้ชด... ด้วยตัวเอง”
“เอ่อ... นายจะไปเองเลยเหรอครับ แค่ไอ้ขี้ยาคนเดียว ให้พวกผม...”
“กูบอกว่ากูจะไปเอง!” สิงห์ตวาดตัดบท “กูอยากจะอัดคน... เข้าใจไหม กูอยากได้ยินเสียงกระดูกหัก อยากเห็นเลือดชั่วๆ ของพวกที่ไม่รักษาคำพูด เผื่อมันจะช่วยให้กูหายบ้าได้บ้าง!”
ไม่นานนักขบวนรถหรูสีดำเคลื่อนตัวเข้าสู่ย่านสลัมแออัด ชุมชนที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนสังกะสีผุพัง ทางเดินแคบๆ ที่เฉอะแฉะไปด้วยน้ำขังและขยะส่งกลิ่นเหม็นเน่า สิงห์ก้าวลงจากรถ รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบย่ำลงบนพื้นโคลนอย่างไม่ยี่หระ
เขาส่งลูกน้องมือดีห้าคนล่วงหน้าเข้ามาก่อนแล้ว เพื่อเคลียร์พื้นที่และลากตัวไอ้ชดมารรอรับตีนเขา แต่เมื่อเดินเข้ามาใกล้บ้านไม้กึ่งปูนซอมซ่อหลังหนึ่ง ที่เขาคาดหวังว่าจะได้ยินคือเสียงร้องโหยหวนของลูกหนี้
แต่ทุกอย่างกลับเงียบกริบ... เงียบจนผิดปกติ...
สิงห์ขมวดคิ้ว มือขวาเลื่อนไปแตะปืนพกที่เอวโดยสัญชาตญาณ เขาพยักหน้าให้ลูกน้องที่ติดตามมาอีกสองคนเตรียมพร้อม ก่อนจะผลักประตูรั้วสังกะสีเข้าไป
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้นัยน์ตาของมาเฟียหนุ่มเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
บนลานปูนซีเมนต์หน้าบ้านที่แตกร้าว ร่างของชายฉกรรจ์ห้าคน ซึ่งเป็นลูกน้องมือดีของเขา นอนกองระเนระนาดอยู่บนพื้น บ้างก็กุมท้องร้องครวญคราง บ้างก็นอนสลบไสลไม่ได้สติ แขนขาบิดงอในทิศทางที่ผิดธรรมชาติ
และท่ามกลางกองซากมนุษย์เหล่านั้น มีเพียงคนคนเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่
เด็กหนุ่ม... ไม่สิ... น่าจะเป็นวัยรุ่นตอนปลาย รูปร่างผอม แต่มีกล้ามเนื้อสมส่วน สวมเสื้อเชิ้ตลายสกปรกตัวโคร่งที่แขนเสื้อถูกพับขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนขาวนวลที่มีกล้ามเนื้อขึ้นเป็นลำสวยงาม กางเกงยีนส์ขาดเข่าเปรอะเปื้อนโคลน
เจ้าของร่างนั้นยืนหันหลังให้เขา หอบหายใจเล็กน้อย ผมซอยสั้นกุดสีดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อลู่แนบต้นคอขาว ในมือไม่ได้ถืออาวุธใดๆ มีเพียงสองหมัดที่กำแน่นและตั้งการ์ดเตรียมต่อสู้ในท่วงท่าที่แปลกตา
“เฮ้ย! นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ!” ลูกน้องข้างหลังสิงห์ตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ
เสียงตะโกนนั้นทำให้ร่างโปร่งสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองผู้มาใหม่
วินาทีที่สิงห์ได้สบตากับคนตรงหน้า เขารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง
ใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้น... ดูงดงามราวกับรูปสลัก จมูกโด่ง ริมฝีปากกระจับสีสด และดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉายแววดุร้ายและแข็งกร้าวราวกับสัตว์ป่าที่จนตรอก ใต้ตาขวามีไฝเม็ดเล็กๆ ที่ขับให้ใบหน้านั้นดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด แม้จะมีรอยฟกช้ำและรอยเลือดซิบที่มุมปาก ก็ไม่อาจลดทอนความโดดเด่นนั้นลงได้
เด็กหนุ่มจ้องมองกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำกลุ่มใหม่ที่เพิ่งเข้ามา ส่วนตาชด นั่งตัวสั่นงันงกหลบอยู่หลังโอ่งน้ำใบใหญ่ ส่งเสียงร้องไห้กระซิกๆ อย่างน่าสมเพช
“อย่า... อย่าเข้ามานะเว้ย!” เด็กหนุ่มตะคอกด้วยเสียงที่เหมือนยังไม่แตกเนื้อหนุ่มดีนัก แล้วกระชับหมัดแน่น ขยับเท้าวนไปรอบๆ เพื่อรักษาระยะห่าง “ถ้าเข้ามาอีก กูเตะไม่เลี้ยงนะ!”
บทล่าสุด
#84 บทที่ 84 บทพิเศษ (4): ปฐมบทแห่งตำนานบทใหม่
อัปเดตล่าสุด: 5/3/2026#83 บทที่ 83 บทพิเศษ (3): การเดินทางครั้งสุดท้ายของเงาทมิฬ
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#82 บทที่ 82 บทพิเศษ (2) : หัวใจของเคน
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#81 บทที่ 81 บทพิเศษ(1) : ฮันนีมูนสีเพลิง (NC)
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#80 บทที่ 80 บทที่ 80: วันวิวาห์สีเลือด
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#79 บทที่ 79 บทที่ 79: ปฏิบัติการกวาดล้าง
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#78 บทที่ 78 บทที่ 78: ฮีโร่หน้าสื่อ
อัปเดตล่าสุด: 5/3/2026#77 บทที่ 77 บทที่ 77: ใต้เกราะ
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#76 บทที่ 76 บทที่ 76: ฝูงมฤตยู
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#75 บทที่ 75 บทที่ 75: ศาสตร์ลับ
อัปเดตล่าสุด: 5/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













