บทนำ
“…..เจ้า….เป็นผู้ใด..กัน”
“วางดาบในมือของท่านเสียเถอะ ข้าทำแผลไม่ถนัด ข้าเพียงผ่านมา”
“ท่านกินยานี่ก่อน ไม่ใช่ยาพิษ อีกเดี๋ยวข้าจะต้องไปแล้ว ข้าจะเอากองหญ้ามาบังท่านไว้ ท่านนอนพักสักครู่ ดีขึ้นแล้วค่อยจากไป”
“เจ้ามีชื่อแซ่ว่าอะไร….”
“ท่านไม่จำเป็นต้องรู้ เราคงมิได้พบเจอกันอีก”
“คุณหนูจินขอรับ คุณหนูอยู่ไหนขอรับ”
“ชิงชิง เจ้าออกไปก่อน ให้พวกเขาไปทางอื่นเดี๋ยวข้าจะตามไป”
“เจ้าค่ะคุณหนู”
“ข้าต้องไปแล้ว ลาก่อน”
“ระวัง!!”
ตัวนางที่ถูกดึงลงมาทับกับร่างเขา ลมหายใจเขากับนางอยู่ใกล้กัน ปากอิ่มได้รูปนั้นอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่ข้อนิ้วเดียว
เขาลอบกลืนน้ำลาย อยากจะชิมเหลือเกิน และไม่ทันที่เขาจะหักห้ามใจ เขาก็พุ่งไปสัมผัสตามแรงปรารถนานั้นทันที
อืมม ช่างหวานนัก เหมือนล่องลอยในอากาศ ข้าไม่เคยรู้สึกดีเช่นนี้มาก่อน รู้สึกดีจนไม่อาจปล่อย จินซูเย่ตกใจสุดขีดกับจูบแรกในวัยสาวที่เขากำลังปล้นไป ก่อนที่นางจะผลักเขาและรีบลุกขึ้น และวิ่งออกไปจากที่นั่นทันที
“คุณหนูซูเย่ คุณหนูจินขอรับ…”
“สกุลจิน เมืองหย่งตู……..ซูเย่….”
บท 1
สงครามมิเคยมีผู้ใดเป็นผู้ชนะที่แท้จริง…………..
รัชสมัยฮ่องเต้อวิ๋นเจี้ยน แห่งราชวงศ์ต้าซ่ง แคว้นหย่งตู เจ้าเมืองเยี่ยนเสี่ยวเฉิงเกิดความละโมบ คิดก่อกบฏเพื่อต้องการแบ่งแยกดินแดน เมืองหย่งตูซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญในการซื้อขายกับต่างแคว้น ฮ่องเต้จึงส่งกองทัพมาเพื่อปราบกบฏ
แต่ทว่า กองทัพกบฏนั้น มีกำลังแข็งแกร่งเกินกว่าที่กองทัพหลวงที่ส่งมาจะสู้ไหว พวกเขาพ่ายต่อกบฏหย่งตูถึงสองครา ครั้งสุดท้ายพวกเขากลับไปพร้อมกับข่าวร้าย แม่ทัพใหญ่มู่จิ่นเซียนถูกกบฏฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม สิ้นใจกลางสนามรบ……
“ไม่นะ ลูกแม่ อย่านะ แม่เสียพ่อเจ้าไปแล้ว อย่านะลูก ถือว่าแม่ขอร้อง”
มู่ฮูหยิน ภรรยาแม่ทัพใหญ่มู่จิ่นเซียน คุกเข่าพร้อมชุดไว้ทุกข์ให้สามี กำลังกอดขาบุตรชายของนางเอาไว้ น้ำตาหลั่งไหลเป็นสาย เมื่อบุตรในอุทธรณ์กล่าวว่าจะไปทำศึกปราบกบฏที่หย่งตู ล้างแค้นแทนบิดา……
“ท่านแม่ ลูกตัดสินใจแล้ว ท่านพ่อตายในครั้งนี้ เพราะแผนชั่วของพวกมัน ลูกจะไม่ปล่อยมันรอดไปแม้แต่คนเดียว”
“มู่หลงฟู่ แม่ขอร้องเจ้า แม่เหลือเจ้าเพียงคนเดียว ลูกแม่….หากเจ้าเป็นอะไรไป เจ้าคิดว่าแม่จะอยู่ได้เช่นไร..”
“ท่านแม่ หากลูกนั่งมองบิดาที่ตายไปโดยมิทำสิ่งใด นั่นก็ถือว่าอกตัญญูต่อท่านพ่อเช่นกัน”
“ไม่นะ ม่ายยยยย มู่หลงฟู่ ไม่…….”
มู่ฮูหยินล้มลงก่อนที่สาวใช้ในจวนจะรีบเข้ามาพยุงนางเข้าไปในจวน ก่อนที่มู่หลงฟู่ จะเดินออกจากจวน เพื่อเข้าเฝ้าฝ่าบาท นำทัพไปปราบกบฏแทนบิดา
“ท่านโหวน้อยขอรับ”
“พ่อบ้านจุน แม่นมหยุน ข้าขอฝากท่านแม่ไว้กับพวกเจ้าด้วย แล้วข้าจะรีบกลับ”
“ท่านโหวน้อยขอรับ ฮูหยินเหลือท่านเป็นทายาทเพียงผู้เดียวนะขอรับ ขอท่านโหวน้อย...”
“ไป……”
มู่หลงฟู่ใช้เท้าสะกิดม้าให้ออกตัวไปตามเส้นทางเพื่อจะเข้าวัง หลังจากที่พ่อบ้านที่ดูแลสกุลมู่มานานจะเอ่ยปากขอร้องเขา สายตาที่มุ่งมั่นพร้อมฟาดฟันศัตรูของเขาอย่างไม่ลดละ
ดาบในมือกระหายเลือดของกบฏ เดิมทีเขาตั้งใจจะยกทัพไปช่วยบิดาอยู่แล้ว แต่กบฏใช้แผนซุ่มโจมตีแบบกองโจร ทำให้ทัพหลวงแตกพ่าย และบิดาของเขาต้องมาสิ้นใจ …….
เมืองหย่งตู
เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วหลังจากที่เขาจากที่บ้านมา เพื่อมาล้อมปราบกบฏ เขาสามารถตีค่ายกบฏจนแตกพ่ายไปสองทัพใหญ่ ด้วยความช่วยเหลือของชาวบ้านหย่งตูที่เดือดร้อนเพราะกบฏฉ้อราษฎร์บังหลวงกลุ่มนี้
ครั้งนี้เขาใช้วิธีเดียวกันสู้กับกบฏ โดยล่อโจมตี ก่อนที่จะเข้าบุกทำลายสองด้าน ยึดอาวุธ และเสบียงเพื่อแจกจ่ายชาวบ้าน ทำให้กองทัพของเขาเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ
มู่หลงฟู่อพยพชาวบ้านไปพักอีกที่หนึ่ง พวกเขาถูกลอบโจมตีอย่างคาดไม่ถึง โชคดีที่สตรีและเด็กไปถึงที่ปลอดภัยก่อนที่พวกเขาจะถูกโจมตี
“ท่านแม่ทัพ พวกกบฏโจมตีจากด้านหลังขอรับ”
“พวกเจ้าพาชาวบ้านอพยพไปให้หมดก่อน ให้แน่ใจว่าปลอดภัย พวกเจ้าที่เหลือตามข้ามา ล่อมันไปอีกทางหนึ่ง ไป!!”
“ท่านแม่ทัพ แต่ว่ามันต้องการมาจัดการท่าน โปรดให้พวกข้าน้อยไปแทนท่านเถิดขอรับ”
“ไม่ ข้าสั่ง เจ้ากล้าขัดหรือ มันต้องการฆ่าข้า ข้าจะต้องเป็นผู้ล่อมันไป ชาวบ้านจะได้ปลอดภัย รีบไป!!”
ทหารที่รับคำสั่ง จำยอมทำตามคำสั่งของแม่ทัพมู่ ก่อนจะพากองทัพไปดูแลชาวบ้านให้ถึงที่พัก ก่อนที่อีกส่วนหนึ่งจะตามเขาไป เพื่อสู้กับพวกกบฏ กำลังพวกมันมีมากกว่าเขามากนัก ตัวเขาเองก็ถูกล้อมและพวกมันต้องการกำจัดเขา
เป็นวิธีเดียวกันกับที่สังหารบิดาของเขา เมื่อทัพแตกพ่าย ด้วยกำลังพลที่น้อยกว่า เขาจึงทำได้แค่สั่งถอยทัพ และล่อศัตรูให้ตามเขามา ก่อนที่เขาจะบาดเจ็บเกินกว่าจะไปต่อได้ จึงต้องหาที่ซ่อนตัวในป่าลึก……
จินซู่เย่ ลูกสาวคหบดีแห่งเมืองหย่งตู ที่อพยพมาพร้อมบิดาและครอบครัวสกุลจิน ต้องรีบไปรวมกับชาวบ้านที่อพยพออกมา แต่พวกนางรอให้ชาวบ้านออกมาจนหมด ก่อนที่คหบดีจะปิดจวน
ทรัพย์สินทั้งหมดฝังและล็อกไว้ที่ห้องใต้ดินของจวน ก่อนที่จะพาครอบครัวออกมา ตอนนี้พวกเขายังค้างอยู่ในป่าและซ่อนตัวอยู่ เพราะพึ่งเห็นว่ากบฏและทัพของต้าซ่งปะทะกันด้านล่าง…….
“พาท่านพ่อหลบไปก่อน เร็วเข้า”
“น้องสาม นั่นเจ้าจะไปไหน”
“ข้าจะไปดูเหตุการณ์เสียหน่อย”
“มันอันตราย เจ้าอย่าไป หากพวกมันจับได้...”
“พี่รอง ข้าคุ้นเคยกับป่านี้ดี พี่เว่ยหยางเคยพาข้ามาเก็บสมุนไพร ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ท่านดูแลท่านพ่อกับคนอื่น ๆให้ดี รออยู่นี่ เดี๋ยวข้ามาเจ้าค่ะ”
“น้องสาม ซู่เย่ อย่าไป กลับมา”
จินซู่เย่เดินออกมาตามทางที่นางเคยสำรวจ นางเห็นว่ากบฏล่าถอยแล้ว และกำลังกระจายกำลัง เหมือนหาอะไรอยู่ หรือหาใครสักคนอยู่
“พวกมันกำลังทำอะไรกัน”
“คุณหนู กลับเถอะเจ้าค่ะ มันอันตราย หากพวกมันเจอเข้า”
“ชู่วว…ชิงชิง เงียบก่อน ข้าได้ยินเสียงบางอย่าง”
“คุณหนู คงไม่ใช่ สะ เสือ...หรอกนะเจ้าคะ”
“ที่นี่ไม่มีเสือหรอก เสืออยู่ลึกกว่านี้ และไม่ออกมาตอนนี้แน่”
“ท่านรู้ได้เช่นไรเจ้าคะ”
“ข้าคุ้นเคยกับป่านี้ดี นั่น ตรงนั้น…”
นางค่อยๆ เดินเข้าไปในพงหญ้าที่ขยับนั้นทีละน้อย ลักษณะไม่ใช่สัตว์อย่างเสือหรือหมาป่า มันไม่ซุ่มตัวเงียบแบบนี้แน่ หากเข้ามาใกล้ขนาดนี้ พวกมันต้องกระโจนใส่นางแล้ว ก่อนที่นางจะแหวกหญ้าออกไป พบร่างของคนที่นั่งกึ่งนอนพิงต้นไม้อยู่ นี่เองสินะต้นเหตุของเสียง…
“เร็วเข้า ตรงนี้มีคนบาดเจ็บอยู่”
“คุณหนู เขาน่าจะเป็นทหารนะเจ้าคะ แต่ว่า ฝ่ายใดกัน”
“ไม่ว่าใคร เขาก็คือคนที่บาดเจ็บ เขามีหน้าที่ทำตามคำสั่ง เอายามา ผ้าพันแผลด้วย”
ตาของเขาลืมไม่ขึ้นเพราะบาดแผลที่ถูกฟันที่ไหล่ซ้าย ก่อนเขาจะรวบรวมกำลังและถามออกไป…
“…. เจ้า….เป็นผู้ใด..กัน”
เขาถาม พร้อมกับยกดาบด้วยมือที่สั่นเทามาที่นาง ก่อนที่นางจะเริ่มแกะกระเป๋าที่ถือติดมือมาด้วย และเริ่มทำแผลให้เขา
“วางดาบในมือของท่านเสียเถอะ ข้าทำแผลไม่ถนัด ข้าเพียงผ่านมา”
เมื่อนางล้างแผล ใส่ยา และพันแผลเสร็จแล้ว จึงลุกขึ้นมา
“ท่านกินยานี่ก่อน ไม่ใช่ยาพิษ อีกเดี๋ยวข้าจะต้องไปแล้ว ข้าจะเอากองหญ้ามาบังท่านเอาไว้ ท่านนอนพักสักครู่ ดีขึ้นแล้วค่อยจากไป”
สายตาที่พร่ามัวของเขา จำได้เพียงน้ำเสียงที่อ่อนหวานและริมฝีปากบางนั้นของนาง
“เจ้ามีชื่อแซ่ว่าอะไร….”
“ท่านไม่จำเป็นต้องรู้ เราคงมิได้พบเจอกันอีก”
“คุณหนูจินขอรับ คุณหนูอยู่ไหนขอรับ”
เสียงเรียกของบ่าวไพร่ที่ตามหานาง ทำให้เขาที่เกือบหมดสติจดจำเอาไว้
“ชิงชิง เจ้าออกไปก่อน ให้พวกเขาไปทางอื่นเดี๋ยวข้าจะตามไป”
“เจ้าค่ะคุณหนู”
“ข้าต้องไปแล้ว ลาก่อน”
“เดี๋ยวแม่นาง นี่ข้า อยู่ที่ใดกัน”
“ท่านอยู่ในป่า ชานเมืองหย่งตู ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับท่าน”
สายตาเขาพลันมองเห็นลูกธนูที่มาด้านหลังนาง ก่อนที่เขาจะดึงนางเข้ามา
“ระวัง!!”
ตัวนางที่ถูกดึงลงมาทับกับร่างเขา ลมหายใจเขากับนางอยู่ใกล้กัน ปากอิ่มได้รูปนั้นอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่ข้อนิ้วเดียว เขาลอบกลืนน้ำลาย อยากจะชิมเหลือเกิน และไม่ทันที่เขาจะหักห้ามใจ เขาก็พุ่งไปสัมผัสตามแรงปรารถนานั้นทันที
อืมม ช่างหวานนัก เหมือนล่องลอยในอากาศ ข้าไม่เคยรู้สึกดีเช่นนี้มาก่อน รู้สึกดีจนไม่อาจปล่อย จินซู่เย่ตกใจสุดขีดกับจูบแรกในวัยสาวที่เขากำลังปล้นไป ก่อนที่นางจะผลักเขาและรีบลุกขึ้น และวิ่งออกไปจากที่นั่นทันที
ก่อนที่สติของแม่ทัพหนุ่มจะหมดลง เสียงเรียกหานางยังคงแว่วมาให้ได้ยิน
“คุณหนูซู่เย่ คุณหนูจินขอรับ…”
“สกุลจิน เมืองหย่งตู……. ซู่เย่….”
เขาจดจำได้เพียงแค่นั้น ก่อนที่ตาของเขาจะค่อยๆหลับลงไป...
บทล่าสุด
#59 บทที่ 59 ตอนพิเศษ 3 ชีวิตใหม่
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#58 บทที่ 58 ตอนพิเศษ 2 แพ้ท้อง....
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#57 บทที่ 57 ตอนพิเศษ 1 ช้างเผือกและแหวนทอง
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#56 บทที่ 56 ตอนที่ 56 ลงเอย...(ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#55 บทที่ 55 ตอนที่ 55 โกรธง่าย หายช้า
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#54 บทที่ 54 ตอนที่ 54 ละครฉากใหญ่
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#53 บทที่ 53 ตอนที่ 53 เรื่องราวที่คาดไม่ถึง
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#52 บทที่ 52 ตอนที่ 52 ชำระคดีเก่า
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#51 บทที่ 51 ตอนที่ 51 โชคดีที่เจ้าตามมา
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026#50 บทที่ 50 ตอนที่ 50 ตราพยัคฆ์
อัปเดตล่าสุด: 2/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
แต่กลับเลือกเดินจากไปในวันที่กำลังจะมีเจ้าก้อนน้อย
สองปีผ่านไป...
เธอกลับมาในฐานะเด็กฝึกงาน
และเขาอยู่ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้ลูกชายของเธอ
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร จบลงแบบไหน
ติดตามได้ใน... เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
วิศวะร้ายพ่ายรักยัยตัวป่วน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













