บทนำ
"ใช่... ไม่งั้นผมจะมาแก้ผ้าให้คุณดูทำไมล่ะ ถ่ายให้สวยๆล่ะเพราะผมไม่ได้มาสลัดผ้าให้ใครมาถ่ายผมแบบนี้นะคุณ ผมให้คุณถ่ายเป็นคนแรกถือว่าโชคดีแค่ไหนแล้ว...ทำไมเหรอ หรือว่าคุณไม่กล้าถ่าย " แมทธิวพูดท้าทาย ดูสิว่าอ่อยขนาดนี้แล้วเธอจะยังใจแข็งอยู่อีกไหม
"ใครบอกว่าฉันไม่กล้า มันก็เป็นงานถ่ายแบบศิลปะอย่างหนึ่งนั่นแหละ ถ้าคุณอยากจะถ่ายมากนักฉันก็จะถ่ายให้ ฉันรับงานนี้มาแล้วฉันก็จะถ่ายให้มันจบๆไป..." พิยดาไม่ยอมให้เขามาท้าทายเธอ กะอีแค่ถ่ายนู๊ดให้เขาทำไมเธอจะไม่กล้ากัน มันก็แค่ถ่ายรูปเอง
"งั้นก็ดี เพราะผมจัดคอนเซ็ปเด็ดๆมาให้คุณถ่ายให้ผมโดยเฉพาะเลย หึๆ โทมัส พานางแบบเข้ามาหน่อยสิ..." แมทธิวพูด เพราะเดี๋ยวเธอจะได้เจอยิ่งกว่าถ่ายแบบนู๊ดซะอีก ดูสิว่าเธอเห็นแล้วจะเป็นยังไง
บท 1
ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
“น้ำตาล พิยดา” ก็นั่งอยู่ในห้องฝากไข่ด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายและเซ็งๆสุดๆ เพราะตอนมาฝากไข่เธอก็มาฝากพร้อมกับเพื่อนๆในกลุ่มอีกสองคนแต่พอจะใช้ไข่ดันเป็นเพื่อนของเธอได้ใช้ก่อนซะนี่ ส่วนเธอน่ะเหรอก็ยังคงอยู่บนคานทองไม่มีใครมาสอยลงไปสักที จนตอนนี้ไข่ที่เธอเอาออกมาเก็บไว้ตั้งแต่อายุยี่สิบหกปีก็ยังคงถูกดองเอาไว้ไม่ได้ใช้สักที
“แกทำหน้าเศร้าทำไมเนี่ยยัยน้ำตาล แกต้องดีใจสิที่ฉันน่ะกำลังจะวางแผนมีลูกแล้วน่ะ ช่วยตื่นเต้นไปกับฉันหน่อยได้ไหมยะ” บิวตี้สาวบล็อคเกอร์สายท่องเที่ยวเอ่ยถามเพื่อนสาวออกไปด้วยสีหน้าสงสัยที่มันมานั่งทำหน้าเศร้าทั้งๆที่เธอนั้นกำลังทำท่าทางตื่นเต้นอยู่
“ก็ดีใจกับเจ้นั่นแหละ แต่ก็เศร้าใจที่ตัวเองยังไม่มีโอกาสได้ใช้ไข่เลยอ่ะ อุตส่าห์ฝากเอาไว้ตั้งนานอายุยี่สิบหกจนต้อนนี้สามสิบสองแล้วยังไม่ได้ใช้เลย มันอาถรรพ์อะไรหรือเปล่าเนี่ยเจ้ ถ้าตอนนั้นตาลไม่ฝากไข่ไว้ตาลอาจจะมีผัวตอนนี้แล้วก็ได้นะ” พิยดาพูดออกไปด้วยสีหน้ามีจริตอย่างน่าหมั่นไส้จนบิวตี้มองแล้วถึงกับส่ายหน้าทันที และที่เธอเรียกบิวตี้ว่าเจ้ก็เพราะบิวตี้นั้นเป็นเจ้ใหญ่สายเปย์ของกลุ่มนั่นเอง
“ก็ถ้าแกไม่เลือกมากนะแกก็มีผัวไปตั้งนานแล้วไหมล่ะ จะเดินสายฝงสายฝออะไรของแก มาเดินสายหนุ่มไทยกับฉันดีกว่ามา เดี๋ยวฉันแนะนำเพื่อนๆของพี่พีทเขาให้ ที่โสดๆหล่อๆมีเพียบเลยนะยะ” บิวตี้พูดไปก็จะแนะนำเพื่อนๆของสามีของตัวเองให้กับเพื่อนสาวไป
“ไม่เอาอ่ะเจ้ ไม่ชอบของเล็กๆชอบของใหญ่ๆอ่ะ อยากเอาแบบที่มีลูกด้วยแล้วออกมาสวยออกมาหล่อแบบไม่ต้องพึ่งหน้าตาของเราเลยอ่ะ” พิยดาพูดออกไปแบบขำๆเพราะมันก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เธอชอบสายฝอเลย
“เออๆ งั้นแกก็หาพ่อพันธ์ให้ได้ก่อนก็แล้วกัน อยากมีผัวฝรั่งแต่เวลามีคนเขาเข้ามาจีบแกก็เผ่นหนีตูดแลบแล้ว เก่งแต่ปากอย่างแกน่ะชาตินี้ไม่มีผัวง่ายๆหรอกยัยน้ำตาล”บิวตี้พูดออกไปแบบอดไม่ได้ เพราะเวลาฝรั่งจะเอาจริงๆเธอก็เห็นมันหนีมาหลายคนแล้ว
“เจ้อย่ามาดูถูกกันนะ เดี๋ยววันไหนหนูมีผัวขึ้นมาล่ะก็ เจ้ไม่ได้เห็นหน้าสวยๆของหนูตามไปถ่ายรูปสวยๆให้เจ้หรอกชิ” พิยดาพูดออกไปแล้วยิ้มกวนๆใส่ เพราะแก้งค์เธอมีแฟนกันทีไรหายหัวไปกันทุกที มีแต่เธอนี่แหละที่ไม่มีโอกาศได้หายหัวไปกับเขาเลย
“มีก่อนเถอะย่ะแล้วค่อยมาคุยน่ะ ฉันนี่ตั้งตารอดูหน้าผัวแกในอนาคตเลยยัยน้ำตาล เออจริงสิ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าฉันต้องออกไปปาร์ตี้กับพี่พีทแล้วก็พวกเพื่อนๆนักธุรกิจของเขา แกตามไปถ่ายรูปให้ฉันด้วยล่ะยัยน้ำตาล เผื่อแกจะได้เจอใครถูกใจบ้าง” บิวตี้พูดออกไปเพราะปกติเวลาเธอออกงาน เธอก็จะจ้างพิยดานั้นไปถ่ายรูปให้ตลอด และงานนี้ก็มีทั้งนักธุรกิจไทยและต่างชาติ เธอจึงอยากให้พิยดาไปด้วย
“เจ้นี่ก็ส่งเสริมให้น้องนุ่งหาสามีในอนาคตดีจริงๆเลยนะคะ” พิยดาพูดอกไปแบบแซวๆบิวตี้เพราะไปกี่งานบิวตี้ก็เป็นแม่สื่อให้เธอตลอด
“นี่ขนาดฉันช่วยแกหานะยัยน้ำตาลแกยังไม่ได้เลยสักคน อายุแกน่ะมันไม่ใช่สาวๆแบบเมื่อก่อนแล้วนะยะ ตอนนี้สามสิบสองแล้วถ้าไม่รีบหาตอนนี้แล้วแกจะไปหาตอนไหนหึ ยัยก้อยน่ะมันแรดอยู่แล้วผู้ชายมันก็ไม่เคยขาด นังเจามันก็เหมือนกันซื้อผู้ชายกินไม่มีหยุด ทั้งกลุ่มมีแกนี่แหละที่น่าห่วงน่ะ” บิวตี้พูดบ่นออกไปอย่างอดไม่ได้ เพราะเธอก็รักก็ห่วงพิยดาเหมือนน้องสาวของเธอคนหนึ่ง
“ค่ะเจ้…ตาลก็พยายามหาแล้วนี่ไงแต่มันยังไม่เจอคนที่ใช่อ่ะ เจ้ก็ใจเย็นๆสิคะเดี๋ยวยังไงตาลจะหาน้องเขยหล่อๆแซ่บๆมาให้เจ้ได้ยลโฉมแน่นอนนค่ะ” พิยดาพูดบอกไปก็จับแขนของบิวตี้แล้วเอ่ยพูดออกไปแบบน่ารัก
“ย่ะให้มันจริงเถอะ ถ้าแกหาไม่ได้แม่แกจับแกแต่งกับงานกับใครก็ไม่รู้แน่ๆยัยน้ำตาล แกระวังไว้เถอะย่ะ” บิวตี้พูดบอกไป เพราะเธอน่ะเบาๆแต่แม่ของน้ำตาลนี่สิกลัวลูกสาวจะขึ้นคานจึงคอยหาหนุ่มๆมาดูตัวกับน้ำตาลเป็นประจำ จนตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว
“ผลออกมาแล้วนะคะคุณบิวตี้ เดี๋ยวหมอขออธิบายก่อนนะคะ” หมอสาวเดินเข้ามาในห้องหลังจากที่ไปเอาผลตรวจมาก็เอ่ยพูดบอกไป ทำให้บทสนทนาของบิวตี้และพิยดานั้นเป็นต้องจบไป
จากนั้นพิยดาก็รอบิวตี้ปรึกษาหมอเรื่องจะแพลนจะทำลูกต่อไป เพราะตอนนี้บิวตี้สามสิบสามแล้วจึงจำเป็นต้องใช้ไข่ที่เก็บเอาไว้ตอนที่ยังสาวๆ คิดไปแล้วก็ถือว่าเป็นโชคดีของพวกเธอที่ตอนนั้นตัดสินใจทำอะไรบ้าบิ่นๆแบบนั้นลงไป เพราะตอนนี้มันกลับเป็นเรื่องดีสำหรับสาววัยสามสิบกว่าๆอย่างพวกเธอ
“น้ำตาลเดี๋ยวแกรอรับยาให้ฉันหน่อยนะ เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำแปปนึง ปวดฉี่อ่ะ” บิวตี้พูดบอกไปก็ลุกเดินออกไปทางห้องน้ำทันที
พิยดาก็พยักหน้าตอบไปและก็รอบรับยาบำรุงแทนบิวตี้ไป จนกระทั่งพนักงานที่ห้องจ่ายยาเรียกชื่อของบิวตี้เธอก็ลุกไปรับยาแทนทันที พอเสร็จก็หันตัวมาแล้วก็เจอกับยุรฉัตรเพื่อนคู่กัดของเธอมาตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงตอนนี้ เธอก็มองแล้วถอนหายใจออกมาทันทีเพราะขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับยุรฉัตร
“น้ำตาล…แปลกใจจังที่เจอเธอที่นี่ นี่อย่าบอกนะว่าเธอกำลังจะมีข่าวดีน่ะ เธอมีน้องหรือว่ากำลังจะเตรียมตัวมีลูกล่ะ” ยุรฉัตรเอ่ยพูดออกไปด้วยสีหน้าตกใจเมื่อเห็นที่นี่ เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาถ้าไม่มาปรึกษาหมอเรื่องมีลูกก็คงจะมาฝากครรภ์ แต่อย่างพิยดาจะแบบไหนกันนะ
“เปล่า…ฉันมารับยาแทนเจ้บิวตี้เขาน่ะ พอดีเจ้บิวตี้เขากำลังจะทำกิ๊ฟต์น่ะ” พิยดาตอบไปตรงๆแล้วก็เอ่ยถามกลับ
“อ่อ ฉันก็นึกว่าเธอจะมีน้องแล้วซะอีก แต่ฉันก็ลืมไปว่าเพื่อนๆเขาพูดกันว่าเธอเองก็ยังไม่ได้มีแฟนเลยนิเนอะจะมีน้องได้ยังไงกัน อายุเธอก็ขนาดนี้แล้วจะหาทันมีน้องไหมเนี่ย” ยุรฉัตรเอ่ยพูดออกไปก็มิวายจิกกัดพิยดาไป เพราะตอนสาวๆพิยดาน่ะตัวแย่งหนุ่มๆของเธอเลย ไม่น่าเชื่อว่าจะยังอยู่เป็นโสดมาจนอายุสามสิบกว่าแล้ว
“ทันไม่ทันมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเธอที่จะมาห่วงฉันหรอก ฉันไม่ได้เดือดร้อน เธอก็ไม่ต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนแทนหรอก ” พิยดาพูดตอกกลับไปแล้วมองมยุฉัตรแบบเอือมๆ
“หึ ฉันก็แค่สงสารเธอก็เท่านั้นเองน้ำตาล เธอเป็นแค่ช่างภาพธรรมดาๆไม่มีชื่อเสียงอะไรเงินเดือนก็ไม่ได้เยอะ ฉันก็อยากจะให้เธอน่ะมีชีวิตที่ดีๆแบบฉันบ้าง แต่อย่างเธอน่ะตอนนี้คงจะหาแฟนรวยๆได้ยากแล้วล่ะ” ยุรฉัตรพูดไปก็มองเพื่อนสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้มเยาะอย่างสะใจเพราะชีวิตของเธอตอนนี้พิยดาคือเทียบไม่ติดเลย
“ถึงฉันจะไม่ได้รวยแบบเธอในตอนนี้ แต่ฉันก็มีความสุขกับชีวิตของฉัน ไม่ได้แกล้งมีความสุขๆทั้งๆที่ทุกข์จนแทบกระอักเลือดแบบใครบางคน อีกอย่างฉันจะบอกให้เธอรู้เอาไว้นะหมิว ถ้าฉันจะหาแฟนรวยๆสักคนแค่กระดิกนิ้วฉันก็ได้แล้ว แต่ที่ฉันยังโสดอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะฉันเลือกที่จะรักตัวเองมากกว่าเศษเงินของพวกเขาที่เอามาล่อให้คนหน้าเงินกระโดดเข้าใส่เท่านั้นเอง อย่าเอาความคิดของเธอมาตัดสินคนอื่นเลยหมิว” พิยดาพูดตอกกลับไปแบบอดไม่ได้ เพราะเธอไม่ใช่คนนิสัยเดียวกับยุรฉัตร ดังนั้นเธอไม่จำเป็นต้องทนคบกับใครเพราะเงิน
“ผู้หญิงฉลาดและรักตัวเองจริงๆคือผู้หญิงที่หาสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้กับตัวเองต่างหาก ในเมื่อเธอคิดแค่นี้ก็อยู่กับชีวิตแบบนี้ของเธอต่อไปเถอะจ้ะ ฉันคงต้องขอตัวก่อน พอดีจะไปซื้อที่กับสามีเอาไว้ให้ลูกตอนคลอดน่ะ ไว้เจอกันนะเพื่อนรัก…” ยุรฉัตรพูดออกไปด้วยรอยยิ้มมุมปากแบบเยาะเย้ย ก่อนจะเดินหนีออกไปเพราะคนอย่างพิยดาก็คงได้เท่านี้แหละ
“ใครเพื่อนรักเธอยะยัยขี้อวดเอ้ย ก็แค่ได้สามีรวยทำเป็นพูดดี กว่าเธอจะได้มาก็ผ่านมาไม่รู้กี่ย่านน้ำแล้ว คอยดูนะ ฉันจะหาให้ดีกว่าเธอให้ได้เลย” พิยดาพูดออกไปอย่างอดไม่ได้ เพราะเธอถูกหยามจนอยากจะหาผัวรวยมาตบหน้ายัยยุรฉัตรจริงๆ
“อ่าวน้ำตาล นั่นมันคู่ปรับแกไม่ใช่เหรอ เขามาหาเรื่องอะไรแกอีกน่ะ” บิวตี้เดินมาแล้วเห็นยุรฉัตรเดินออกไปพอดี
“ก็มาอวดๆแล้วก็เบ่งเรื่องความจนความรวยนั่นแหละค่ะเจ้ ก็ตามประสานางนั่นแหละ แต่คราวนี้หยามแรงจนทำให้ตาลอยากจะหาแฟนมาตอกหน้ายัยหมิวให้มันหน้าหงายไปเลย ไม่รู้วันนี้วันซวยอะไรถึงมาเจอยัยนี่น่ะ” พิยดาพูดบอกไปก็บ่นให้บิวตี้ฟังทันที
“ยัยหมิวนี่มันก็เกินไปจริงๆ เจอแกทีไรก็กัดแกทุกทีเลย แกก็อย่าปล่อยให้มันกัดแกคนเดียวล่ะ ตอบโต้มันบ้างนะน้ำตาล เสียดายที่ฉันไม่อยู่งั้นมันเจอฉันแล้ว” บิวตี้พูดออกไปอย่างเสียดายที่มาไม่ทันเจอยุรฉัตร เธอจะได้ฟาดมันกลับบ้าง
“ค่ะเจ้ ตาลไม่ปล่อยให้ใครรังแกตาลหรอกน่า เรากลับกันดีกว่าค่ะเจ้เดี๋ยวตาลต้องกลับไปทำงานต่ออีก เดี๋ยวคุณปิ่นเขาจะบ่นตาลอีก” พิยดาพูดออกไปแบบไม่อยากจะเอาเรื่องของยุรฉัตรมาให้รกสมอง จึงเปลี่ยนเรื่องไป
“โอเค งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งแกที่บริษัทก็แล้วกัน ขอบใจนะที่มาส่งฉันวันนี้ แกนี่เป็นน้องรักของฉันจริงๆเลย ป่ะ” บิวตี้พูดบอกไปก็กอดแขนของพิยดาเดินออกไปแบบสนิทสนม เพราะคบกันมาตั้งแต่เรียนมหาลัยจนมันกลายเป็นเหมือนคนในครอบครัวกันไปแล้ว
ณ ประเทศฝรั่งเศส
ในงานแฟชั่นโชว์ของเสื้อผ้าสุภาพบุรุษแบนรด์เชลอง ซึ่งเป็นแบนรด์ใหม่ที่กำลังมาแรงในวงการแฟชั่นชายในขณะนี้ เพราะได้รับการออกแบบเฉพาะตัวทำให้ผู้ที่สวมใส่นั้นดูสง่างามและดูเรียบหรูอย่างมีสไตล์ เพราะแมทธิว ไพรส์ นายแบบชื่อดังได้เป็นผู้ก่อตั้งแบนรด์นี้ขึ้นมาด้วยตัวเองจนประสบความมสำเร็จและเป็นที่รู้จักไปทั่ววงการแฟชั่นที่มียอดขายสูงสุดในฝรั่งเศสและอีกหลายประเทศในแถบยุโรป
“ยินดีด้วยนะไอ้ลูกชาย ไม่คิดเลยว่าแกจะมาเอาดีทางด้านนี้จนประสบความสำเร็จแบบนี้ เก่งมากลูกพ่อ…” โจนาธานเอ่ยชมลูกชายคนรองของเขาอย่างชื่นชมเพราะแมทธิวนั้นไม่ได้สนใจจะสานต่อธุรกิจของเขา แต่กลับเลือกทำงานเป็นนายแบบแล้วเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเองจนประสบความสำเร็จอย่างน่าภาคภูมิใจ
“ขอบคุณครับแด๊ด ผมก็ดีใจครับที่แด๊ดมางานของผมในวันนี้ ผมนึกว่าแด๊ดจะไปเที่ยวกับพวกสาวๆของแด๊ดซะอีก” แมทธิวเอ่ยพูดออกไปก็แซวผู้เป็นพ่อไปอย่างอดไม่ได้ เพราะปกติเขาไม่ได้เห็นหน้าพ่อเขาหรอก เนื่องจากท่านนั้นเกษียณตัวเองไปใช้ชีวิตตอนแก่แล้วทิ้งงานทุกอย่างให้พี่ชายของเขาเป็นคนจัดการ
“อะไรมันจะสำคัญไปกว่าวันสำคัญของแกอีกล่ะ แด๊ดจะไม่มาได้ยังไงล่ะหึ ดูสิ ตอนนี้แกกลายเป็นนักธุรกิจเต็มตัวแล้วสินะ มีอะไรก็ปรึกษาพี่เขาล่ะ” โจนาธานพูดไปแล้วก็ตบไหล่ของลูกชายไปแบบอดไม่ได้ เพราะเห็นเขาเสเพลแบบนี้แต่เขาก็รักลูกชายของเขาทั้งสองคนยิ่งกว่าอะไรเลย
“อย่าเลยแด๊ด แค่พูดกันปกติผมก็ปวดหัวกับแมทธิวมันจะแย่แล้ว ถ้ามาพูดเรื่องงานคงได้ฆ่ากันพอดีอ่ะ ดีนะครับที่แมทธิวมันจะไปเมืองไทยแล้ว ผมคงหายปวดหัวไปได้สักพักเลย…” โจชัวพูดออกไปแล้วส่ายหน้าอย่างไม่เอาด้วย เพราะน้องเขาชอบทำตัวเป็นเด็กๆใส่เขาทั้งที่มันก็โตเป็นควายอยู่แล้ว
“แกจะไปเมืองไทยทำไมแมทธิว หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับแม่แกสองคน” โจนาธานเอ่ยถามออกไปอย่างเป็นห่วงอดีตภรรยาของเขา เพราะหลังจากที่หย่าร้างกันไปเขาก็ไม่ได้เจอเธออีก มีแต่ลูกๆของเขาที่จะบินไปเมืองไทยเพื่อเยี่ยมเยือนภรรยาของเขา
“เปล่าครับแด๊ด มัมยังสบายดี แต่ที่ผมไปเมืองไทยคราวนี้ก็จะไปเยี่ยมมัมแล้วก็จะไปงานแต่งงานของบุรินมันด้วยนะครับ” แมทธิวพูดอธิบายไปให้พ่อของเขาสบายใจ เพราะเขารู้ว่าลึกๆแล้วพ่อของเขาก็ยังรักแม่ของเขาอยู่ถึงจะหย่าร้างกันไปนานแล้วก็เถอะ และเขาก็จำเป็นต้องไปงานแต่งลูกพี่ลูกน้องของเขาด้วย
“อ่อ...แล้วไป แด๊ดก็นึกว่ายัยแก่ขี้บ่นจะเป็นอะไรไปซะอีก งั้นแด๊ดก็ฝากความคิดถึงไปให้เมียเก่าแด๊ดหน่อยก็แล้วกันนะ บอกว่าแด๊ดยังแข็งแรงปึ๋งปั๋งอยู่ไม่ตายง่ายๆหรอก ฮ่าๆ” โจนาธานพูดออกไปแล้วก็หัวเราะออกมา
“เฮ้อ…มันคงตอกกลับแด๊ดแบบเจ็บแสบแน่ๆ รอฟังคำตอบตอนผมกลับมาได้เลย” แมทธิวพูดบอกไปก็หัวเราะออกมา เพราะพ่อเขาฝากคำพูดกวนๆไปทีไร แม่เขาก็ตอกกลับมาแบบเจ็บแสบตลอด
“แล้วเราล่ะโจชัวจะไปกับน้องด้วยหรือเปล่า ใกล้วันเกิดแม่เราแล้วนิ พ่อว่าแกเองก็ควรจะไปเยี่ยมแม่บ้างนะ อย่าเอาแต่ทำงาน” โจนาธานพูดออกไป เพราะโจชัวนั้นเอาแต่ทำงานไม่ค่อยไปเที่ยวหรือได้ใช้ชีวิตของตัวเองเท่าไหร่ ทำให้เขาค่อนข้างห่วงมากกว่าแมทธิวที่ใช้ชีวิตวัยรุ่นได้อย่างเต็มที่จนเกินคุ้มไปแล้ว
“ผมคงจะตามไปทีหลังตอนวันเกิดมัมนู้นเลยครับแด๊ด ตอนนี้ขอเคลียร์งานก่อนก็แล้วกัน” โจชัวพูดบอกไปเพราะเขาก็ไปวันเกิดแม่ของเขาทุกปีอยู่แล้ว
“ดีแล้วล่ะ ไปให้เขาได้เห็นหน้าบ้าง เขาจะได้มีความสุข” โจนาธานพูดบอกไป เพราะอยากให้อดีตภรรยาของเขาได้มีความสุขกับลูกๆบ้างๆ
“ถ้ายังรักยังห่วงแบบนี้ ผมว่าแด๊ดไปง้อมัมดูอีกสักครั้งก็ดีนะครับ มัมอาจใจอ่อนยอมกลับมาคืนดีกับแด๊ดก็ได้นะครับ” โจชัวเอ่ยพูดออกไปแล้วยิ้มมุมปาก เพราะดูเหมือนว่าพ่อของเขาจะยังแคร์แม่ของพวกเขาไม่น้อยเลย
“ไม่เอาแล้ว… พ่อง้อแม่ของแกสองคนมาสิบกว่าปีแล้วไม่เห็นเขาจะใจอ่อนเลย ขี้เกียจง้อแล้ว ไปเที่ยวให้ชีวิตมีความสุขจะดีกว่า” โจนาธานพูดบอกไปแล้วส่ายหน้าทันที เพราะเขาง้ออดีตภรรยาของเขามาตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา แต่เธอก็ไม่ยอมใจอ่อนเลย ทำให้เขานั้นยอมแพ้เธอแล้ว
“พ่อขอให้แกเที่ยวเมืองไทยให้สนุกก็แล้วกัน อ่อ แล้วก็อย่าไปติดใจสาวไทยเข้าล่ะ ดูพ่อเป็นตัวอย่างซะ ขนาดเลิกกันแล้วพ่อยังรักหัวปักหัวปำเลยเนี่ย แกอย่าประมาทสาวไทยเชียวนะแมทธิว” โจนาธานพูดบอกไปแบบเตือนๆ เพราะตอนแรกเขาก็แค่ไปเที่ยว แต่ดันได้เมียกลับมาซะงั้นแถมยังทำให้เขารักจนป่านนี้เขาก็ยังรักเธออยู่ไม่มีลืมเลย
“ผมระดับไหนแล้วแด๊ด… ผมไม่อ่อนแบบแด๊ดหรอกน่า อีกอย่างผมชอบสาวลาตินไม่ได้ชอบสาวเอเชียสักหน่อย อย่างมากก็สนุกๆน่าแด๊ด อีกอย่างผมก็ไม่เมืองไทยไม่รู้กี่รอบแล้ว ผมก็ไม่เห็นจะหลงใครเลยสักคน อีกอย่างผมพึ่งอายุแค่สามสิบเองนะแด๊ด ผมไม่จบชีวิตโสดของตัวเองรวดเร็วแบบนี้หรอกน่า ผมจะอยู่เป็นโสดเป็นเพื่อนพี่โจชัวนี่แหละ” แมทธิวเอ่ยพูดบอกไปแล้วก็ยักไหล่ใส่ผู้เป็นพ่อไป เพราะสาวลาตินน่ะหุ่นอวบอิ่มแน่นๆเวลาอยู่บนเตียงก็ร้อนแรงจนเขายกเป็นสเปคของเขาที่มาแรงอันดับหนึ่งเลย
“อ่าวไอ้นี่ โยงมาหาฉันจนได้นะแกเนี่ย เฮ้อ…. จะสนุกก็สนุกไปแต่อย่าทำอะไรที่มันเลยเถิดล่ะ” โจชัวพูดไปก็ส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอากับน้องชายของตัวเอง เพราะมันใช้ผู้หญิงเปลืองยิ่งกว่าอะไรเป็นข่าวกับสาวก็ไม่เว้น ในขณะที่เขานั้นแทบจะไม่มีข่าวหรือยุ่งเกี่ยวกับใครเลย เพราะต้องรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดูดีสมกับความน่าเชื่อถือ
“ครับคุณพี่ชาย” แมทธิวพูดบอกไปก็ยิ้มใส่พี่ชายแบบกวนๆ แล้วเขาก็คุยกันสามคนพ่อลูกกันต่อไป จนสื่อหลายๆสำนักนั้นได้เก็บภาพของพวกเขาไปพอสมควรเลย เพราะตระกูลของเขานั้นค่อนข้างมีชื่อเสียงในฝรั่งเศสจึงทำอะไรแล้วก็จะถูกจับตามองอยู่ตลอด
บทล่าสุด
#67 บทที่ 67 ฉันไม่อยากเป็นผู้หญิงของคุณ
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#66 บทที่ 66 ตอบมาตรงๆ
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#65 บทที่ 65 มันส์ดี 18+
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#64 บทที่ 64 แอบกินกัน 18+
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#63 บทที่ 63 น่าสงสาร
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#62 บทที่ 62 คิดมาก
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#61 บทที่ 61 ไปต่อไม่ได้แล้ว
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#60 บทที่ 60 เขานอนด้วยกันเหรอ 18+
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#59 บทที่ 59 พี่โทมัส 18+
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#58 บทที่ 58 ไม่เอาคนแบบพี่หรอก
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026
คุณอาจชอบ 😍
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
รักระรินใจ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
สัญญารักประธานร้าย
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"













