บทนำ
บท 1
บทนำ
Part Jason
คุณเคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโชคดีมั้ยครับ ผมเคยเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกอย่างนั้นเมื่อหลายปีก่อน ชีวิตเบต้าจรจัด ไร้ค่าคนหนึ่งอยู่ๆ ก็ได้แต่งงานกับอัลฟ่าหนุ่มใหญ่มีลูกชายที่น่ารัก แต่วันนี้ผมกลับรู้สึกว่า...ถ้าผมเลือกได้ ผมจะไม่ทำอย่างนั้น
ผมจะไม่แต่งงานกับคุณอัลเดร แล้วจะหนีไปให้ไกลที่สุดทำให้เหมือนตัวเองได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว ผมจะยอมเจ็บ ผมจะขอเป็นฝ่ายร้องไห้ แม้น้ำตามันไหลจนกลายเป็นสายเลือด ผมจะไม่วิงวอนขอความเมตตาใดๆ จากพระเจ้าขอเพียงแค่....
“เคลย์ตัน”
ผมยืนร้องไห้ปานว่าจะขาดใจอยู่ภายในสุสานอันหนาวเหน็บ ต่อหน้าหลุมฝังศพของลูกชายเพียงเดียวของผมและคุณอัลเดร โดยมีสามีอัลฟ่ายืนอยู่เคียงข้าง ดวงตาคู่สีน้ำตาลทองนั้นจับนิ่งอยู่บนป้ายหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ตัวอักษรถูกสลักจารึกข้อความเป็นถ้อยคำไว้อาลัยให้กับลูกชายของเรา เป็นประโยคสั้นๆ ที่พวกเราทุกคนอยากบอกกับเขาหรือใครก็ตามที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนทักทายในยามที่เคลย์ตันกำลังพักผ่อนอย่างสงบแค่เพียงลำพังอย่างเดียวดาย
ภาพเด็กน้อยตัวอ้วนกลมที่ผมเคยเฝ้าอุ้มชูเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก ทั้งกล่อมนอน ป้อนข้าว ป้อนน้ำ เช็ดน้ำตา ให้จนวันสุดท้ายก่อนที่เราจะจากกัน
“แม่...ถ้าผมไม่อยู่ แม่จะคิดถึงผมมั้ย” ริมฝีปากแห้งผากสีซีดขยับขึ้นลงช้าๆ ถามผมออกมาเสียงเบาจนผมต้องตั้งใจฟังให้ดี
“เราอยู่ด้วยกันมาตลอดและเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เคลย์ตัน...ลูกต้องไม่เป็นอะไร” ผมยกมือขึ้นไปลูบเส้นผมนุ่มบางเบาสีน้ำตาลทองแดงของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของผม
“พ่อ แม่ ผมเหนื่อยแล้ว”
“เคลย์ตันอีกนิดเดียว...แม่ขออีกนิดเดียว เข้มแข็งนะครับ คนเก่งของแม่ ลูกไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว พ่อกับแม่ จะไม่ยอมให้ใครทำอะไรลูกอีกแล้ว”
“แม่...ร้องเพลงให้ผมฟังหน่อย” ปลายนิ้วมือเรียวแห้งสากกระดิกแตะลงมาเบาๆ เหมือนพยายามสัมผัสมือผมเหมือนทุกครั้งเมื่อเราร้องเพลงด้วยกัน
“ยามเมื่อวันนี้ ในวันที่ฉันได้มีเธอ
สิ่งใดฉันเคยเพ้อ ฝันถึงในค่ำคืน
ไม่ต้องการสิ่งใดแล้ว ร้อยพันที่เคยฝัน
ขอเพียงแค่ทุกวันนั้นมีฉันและมีเธอ….”
“แม่กับพ่อ...อย่าลืมผมนะ”
นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ผมได้ยินจากปากของลูกชายผม ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะปิดสนิทลงอย่างช้าๆ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาแล้วก็หยุดลง
“มี้ มัมมี้” เสียงแว่วในความทรงจำของผมผุดพรายขึ้นมาเป็นสายน้ำหลาก
เจ้าลูกหมูน้อยตัวอ้วนกลมที่เคยนอนกลิ้งตัวกลมอยู่ข้างๆ ทุกคืนก่อนนอน เจ้าลูกหมูตัวอ้วนที่คลานดุ๊กๆ เข้ามาหาเวลาเห็นผมเดินมาใกล้ มือเล็กๆ ที่ผมจับให้ยืน ประคองให้เดิน เท้าคู่น้อยที่เดินเตาะแตะล้มลุกคลุกคลานมาตั้งแต่เล็ก ขาอ้วนสั้นป้อมที่วิ่งเล่นซุกซนจนทั่วบ้าน เสียงใสๆ ที่เคยเรียกหาผม พูดบ่นเสียงเจื้อยแจ้ว ร้องเพลงแข่งกัน หรือหัวเราะชอบใจเวลาได้ทำอะไรที่ชอบ ผมจะไม่ได้ยินมันอีกแล้ว
“เคลย์ตัน” ผมรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีพูดออกมาได้แค่สองคำนี้เท่านั้น
“เคลย์ตัน อัลบราเซส เสียชีวิตเวลา ยี่สิบนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที....โชคดีนะเคลย์ตัน”
ผมทิ้งตัวฟุบหน้าลงไปร้องไห้ กอดร่างบางของลูกชายอยากแลกเปลี่ยนลมหายใจอันไร้ค่าของผมใส่เข้าไปในร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเวลานี้เหลือเกิน บนไหล่ของผมฝ่ามือสั่นเกร็งของคุณอัลเดรถูกวางประทับลงมาจับนิ่ง
“คุณอัลเดร” ผมเงยหน้าขึ้นไปหาสามีของผมซึ่งยืนนิ่งอยู่ข้างๆ ดวงตาสองข้างแดงก่ำและฉ่ำไปด้วยหยดน้ำตาไม่ต่างจากผม
อัลฟ่าหนุ่มที่แข็งแกร่งกำลังยืนหลั่งน้ำตาอยู่ข้างๆ ผม แววตาแข็งแกร่งสลับไปมาระหว่างโศกเศร้าและเจ็บแค้นไปพร้อมๆ กัน ตลอดเวลาหลายนาทีคุณอัลเดรไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เพราะมันยากจริงๆ ยากเหลือเกินที่เราจะทำใจให้บอกลาคนที่เรารักมากที่สุดในสถานการณ์แบบนี้
“ฉันจะไม่ยอมจบเรื่องนี้”
“มันยังไม่จบอีกอย่างนั้นเหรอครับ ที่พวกเราเสียไปยังไม่พออีกเหรอ” ผมหันไปถามคุณอัลเดรด้วยความเจ็บปวด เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นแค่เพราะพวกเราสามคน แต่คนที่รับกรรมคือเด็กน้อยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
"
“คุณอา....” นิ้กกี้วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพวกเราสองคน เมื่อผมและคุณอัลเดรเดินทางมาถึงโรงพยาบาลเพื่อขอรับศพลูกชายไปทำพิธีในเช้าวันถัดมา
“มีอะไรเหรอนิ้กกี้”
“ศพเคลย์ตันหายไปแล้ว”
ตอนที่ 1 เงาดำ
ผมนั่งจิบกาแฟแล้วมองดูผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาโดยมีกระจกร้านโมตรองส์กั้นอยู่ กาแฟกับขนมซูเฟล่ซึ่งผมสั่งมานั่งกินเล่นหมดไปสองชิ้นแล้วแต่เจ้า นิ้กกี้พี่ชายอัลฟ่าของผมก็ยังคงปล่อยให้ผมนั่งรออยู่ที่เดิม
sds
ผม: นี่นายตายไปแล้วหรือยังไงนิ้กกี้ ฉันรอนานแล้วนะ // ผมกรอกเสียงลงไปผ่านโทรศัพท์มือถือแล้วบ่นไอ้ลูกพี่ลูกน้องจอมแสบของผมทันที
นิ้กกี้: โทษทีนะเคลย์ตัน ฉันติดธุระนายเข้าไปก่อนได้หรือเปล่า เอาไว้ฉันจะตามเข้าไปทีหลัง // เสียงนิ้กกี้ตอบกลับมา
ถึงแม้ว่าตามลำดับญาติผมจะมีศักดิ์เป็นน้องชายแต่ผมเกิดก่อนนิ้กกี้เดือนครึ่งเราจึงมีอายุเท่ากันและที่สำคัญเราโตมาด้วยกัน เรียนโรงเรียนเดียวกันจึงทำให้เราสองคนสนิทกันมากจนเหมือนพี่น้องคลานตามกันมา ถ้าไม่นับพี่น้องอีกโขยงหนึ่งของ นิ้กกี้เพราะน้าอินดี้เป็นโอเมก้าที่ขยันมีลูกที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ น้าอินดี้มีลูกสาวลูกชายให้คุณลุงโรแลนมากถึงหกคน ในขณะที่ผมเป็นลูกคนเดียวของพ่อกับแม่
หลังจากที่ผมกับนิ้กกี้สอบเสร็จเทอมสุดท้ายเราสองคนชวนกันมาเที่ยววนไปตั้งแต่โปรตุเกส สเปน เยอรมัน ออสเตรีย แล้วอยู่ๆ เราก็มาโผล่ที่ฝรั่งเศส ดินแดนต้องห้าม ที่พ่อแม่ของพวกเราเคยกำชับนักหนาว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนของโลกก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ แต่ถ้าลองคุณได้อยู่กับนิ้กกี้การแหกกฎคือเรื่องปกติครั้งนี้ก็เหมือนกัน
sds
นิ้กกี้ชวนผมมาปารีสและวันนี้เรามีนัดจะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ด้วยกัน แล้วก็อย่างที่เห็นผมโดนเทกลางทางซึ่งเป็นเรื่องปกติเมื่ออยู่กับนิ้กกี้ ผมเดินเที่ยวชมงานศิลปะต่างๆ อยู่ได้สักพักนั่นแหละนิ้กกี้ถึงได้เดินเอาตัวมากระแทกผม
“นายชอบรูปนี้เหรอ” นิกกี้พยักหน้าไปทางภาพวาดของทาสชาวกรีกคนหนึ่งซึ่งกำลังทำงานหนักด้วยร่างกายผอมโซในขณะที่ชนชั้นเจ้านายกินดื่มอย่างหรูหราใส่เสื้อผ้าราคาแพงแสดงออกชัดเจนถึงการแบ่งชนชั้นเมื่อนานมาแล้ว
“ก็สวยดี” ผมหันไปมองหน้าญาติสนิท
"โอเมก้า กับ อัลฟ่า การแบ่งชนชั้นที่น่ารังเกียจที่สุด" นิ้กกี้เบะปาก
"การแบ่งชนชั้น...ที่มันยังคงอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้สินะ" ผมหันกลับไปมองภาพนั้นอีกครั้งเข้าใจความหมายซึ่งจิตรกรอยากสื่อออกมา
“นี่นายกินยามาหรือเปล่าเนี่ยเคลย์ตัน กลิ่นนายตลบอบอวลไปหมด” นิ้กกี้ทำท่าสูดจมูกดมไปรอบๆ ตัวผม
ถึงแม้ว่าผมกับนิ้กกี้จะเป็นญาติกันแต่เราต่างกันนิ้กกี้เป็นอัลฟ่า แต่ผมเป็นโอเมก้า ข้อดีอย่างเดียวของการมีอัลฟ่าเป็นพี่ชายคือเอาไว้คอยดมกลิ่นผมว่ามันยังปลอดภัยหรือเปล่า
โดยปกติธรรมดาโอเมก้าทั่วไปมีกลิ่นฟีโรโมนเฉพาะอันเย้ายวนอยู่แล้ว แต่ผมเป็นโอเมก้าที่กลายพันธุ์มาจากพ่อแม่ซึ่งเป็นอัลฟ่าทั้งคู่ การกลายพันธุ์ของผมส่งผลไม่ดีนักต่อร่างกายชัดเจน อย่างแรกคือรูปร่างที่ไม่ได้สูงใหญ่เหมือนพ่อ ผมมีรูปร่างเล็กบอบบางกว่าผู้ชายปกติธรรมดาทั่วไป และหนักกว่าอย่างอื่นคงเป็นกลิ่นฟีโรโมนของผมซึ่งมันรุนแรงเกินกว่าโอเมก้าทั่วไปหลายเท่านัก ต่อให้กินยาหรือฉีดยาระงับฮอร์โมนมันก็แทบช่วยอะไรไม่ได้เลย
“ฉันกินแล้วนะตอนรอนายที่ร้านกาแฟ”
“งั้นก็กินอีกหน่อยดีมั้ย ก่อนที่นายจะโดนลากไปรุมโทรม” นิ้กกี้วางมือใหญ่ๆ นั้นลงมาบนหัวผมทั้งที่เราเกิดห่างกันแค่เดือนเดียวแถมผมยังเกิดก่อนแต่นิ้กกี้ทำเหมือนผมหกขวบตลอดเวลาเลย
“นี่เคลย์ตันฉันถามอะไรนายหน่อยสิ”
“อะไร”
“นายมาฝรั่งเศส นาย...คิดจะแวะไปหาแม่นายหรือเปล่า” คำถามของนิ้กกี้ทำให้ผมนิ่งไปนานพอสมควร
“จะไปทำไมเล่า เขาไม่ได้อยากเห็นหน้าฉันหรอก”
เรื่องของพ่อกับแม่นั้นผมไม่รู้รายละเอียดมากนักรู้แค่พ่อกับแม่หย่ากันตั้งแต่ผมเด็กมาก อีกอย่างแม่เลี้ยงของผม “เจสัน” ดีกับผมมากเพราะเลี้ยงผมตั้งแต่ผมจำความได้ ส่วนแม่แท้ๆ ของผมเราเคยเจอกันแค่สามครั้งเท่านั้น และทุกครั้งที่ผมได้เจอเธอ มันไม่มีอะไรบ่งบอกผมสักนิดเดียวว่าระหว่างผู้หญิงผู้เย่อหยิ่งสูงศักดิ์คนนั้นคือแม่ของผม
"อลิเซีย" คือชื่อแม่แท้ๆ ของผมในสูติบัตรใบเกิดเธอคือผู้ให้กำเนิด แต่สำหรับผมอลิเซียคือผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนหอคอยอันสูงส่งและไม่คิดจะก้มหัวลงมาชายหางตาของเธอมองดูลูกชายซึ่งกลายพันธุ์มาเป็นโอเมก้าต่ำต้อยเลยสักนิดเดียว
“ทำหน้าเป็นตูดเชียว ฉันแค่ล้อนายเล่นเท่านั้นแหละ ถึงนายอยากไปหาแม่อลิเซียอะไรนั่นฉันก็ไม่ให้นายไปหรอก” นิ้กกี้หัวเราะแล้วเดินกอดคอผมมาหยุดยืนดูภาพวาดโมนาลิซ่าต่อ
หลังจากเราสองคนพี่น้องกลับมาถึงโรงแรมเจ็ดดาวซึ่งใช้เป็นที่พักสำหรับการมาเที่ยวพักผ่อนครั้งนี้ นิ้กกี้เอ่ยปากชวนผมออกไปดื่มเพราะบรรยากาศยามค่ำคืนในกรุงปารีสนั้นมันสวยงามจริงๆ จากโรงแรมที่เราพักอยู่ เราสามารถมองเห็นหอไอเฟลในระยะใกล้ แสงสียามค่ำคืนกลางกรุงปารีสเหมือนสวรรค์ชั้นฟ้าทีเดียว
ภายในบาร์เสียงดนตรีกล่อมเบาๆ ดังลอยมาจากเวทีซึ่งมีนักร้องหนุ่มผมหยิกนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลกำลังร้องเพลงเบาๆ คลอกับเสียงกีตาร์ ผมกับนิ้กกี้กำลังนั่งดื่มอยู่เพลินๆ พร้อมกับชวนกันคุยว่าพรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวที่ไหนกันต่อ
sds
บึ้ม! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจนผมสะดุ้ง เสียงกรีดร้องของนักท่องราตรีทั้งหญิงชายดังเซ็งแซ่รอบด้าน และตามมาด้วยความชุลมุนวุ่นวาย
“อะไรน่ะ” ผมหันไปถามนิ้กกี้ทันทีเมื่อตั้งสติได้
“จะรู้มั้ยล่ะ ฉันก็อยู่กับนายตรงนี้” นิ้กกี้ชะเง้อคอมองออกไปภายนอกร้านแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะทันที
“นิ้กกี้นายจะไปไหน”
“ยุ่งเรื่องชาวบ้าน”
“แล้วนายจะไปยุ่งทำไม ไม่รู้ว่าข้างนอกนั่นมีอันตรายอะไรหรือเปล่า”
“แม่ฉันสอนมา อยากรู้ ต้องได้รู้...เผือกก่อนวิ่งหลบทีหลัง ส่วนนายนะอีหนูรอฉันอยู่ในนี้”
“ฉันไม่ใช่อีหนูของนายนะ”
“แม่หนูเคลย์ตัน เก็บกลิ่นของนายให้ดีแล้วขมิบตูดให้แน่นจำที่แม่ฉันสอนนายได้มั้ย ห้ามเดินตามตูดผู้ชายไปไหนล่ะ รอฉันกลับมารับเข้าใจมั้ย”
พี่ชายสายเลือดอัลฟ่าของผมวิ่งออกไปจากบาร์แล้วหายไปนานหลายนาที เสียงปืนและเสียงระเบิดตูมตาม ดังมาอีกระลอก พนักงานและบริกรของร้านวิ่งเข้ามาบอกลูกค้าให้เข้าไปหลบด้านในและเพื่อความปลอดภัยอย่าออกไปจากร้านจะดีที่สุด
ผมเงี่ยหูฟังบทสนทนาภาษาฝรั่งเศสจากบริกรสองคนซึ่งก้มลงหลบอยู่ใต้โต๊ะใกล้ๆ ผมพอจับใจความได้ว่าระยะนี้เกิดความขัดแย้งระหว่างมาเฟียสองกลุ่มในปารีสและมักเกิดเหตุการณ์นองเลือดระหว่างมาเฟียสองกลุ่มนี้เสมอ โดยบริกรทั้งสองต่างคาดเดาว่าน่าจะเป็นเหตุนี้
“นิ้กกี้ทำไมนายยังไม่กลับ” ผมมองไปทางประตูซึ่งญาติผู้พี่ของผมวิ่งหายออกไปนานแล้ว
พรึ่บ! แสงไฟจากทั่วทุกมุมร้านดับสนิทลงพร้อมกัน เสียงผู้หญิงหลายคนหวีดร้องขึ้นมาด้วยความตกใจกลัวตามมาด้วยเสียงพึมพำจนผมจับใจความไม่ได้ ผมหันไปมองรอบตัวเห็นเพียงเงาลัวๆ รางๆ ไม่ชัดเจน มันน่าแปลกใจตรงที่ระบบไฟฉุกเฉินซึ่งปกติตามร้านเหล้า ผับ บาร์ทั่วไป จะต้องติดตั้งสำรองเอาไว้ก็ไม่ทำงาน
“ลุกขึ้น” เสียงทุ้มห้าวของใครบางคนดังอยู่ใกล้ๆ ผมพร้อมกับฝ่ามืออุ่นร้อนซึ่งบีบลงมาบนท่อนแขน
“คุณเป็นใคร ปล่อยผมนะ”
ผมเพ่งสายตาตัวเองมองเงาสีดำของชายคนหนึ่งซึ่งน่าจะมีความสูงไล่เลี่ยกับนิ้กกี้คือไม่ต่ำกว่าร้อยเก้าสิบเซนติเมตรและที่สำคัญเขาเป็น “อัลฟ่า” ไม่ผิดแน่นอน “กลิ่นดอกโอลีฟ” ผมสะบัดแขนตัวเองแรงๆ เพราะรู้สึกถึงแรงบีบกดน้ำหนักลงมามากเกินไป อีกทั้งผมมั่นใจว่าผมไม่รู้จักอัลฟ่าเจ้าของฟีโรโมนกลิ่นดอกโอลีฟคนนี้มาก่อน
sds
“ฮึ ฟังนะเคลย์ตันนายมีหน้าที่แค่เดินตามฉันมา”
“ไม่ ผมไม่รู้จักคุณ ปล่อยผมนะ” ผมปฏิเสธและยังพยายามขืนเอาแขนตัวเองคืนกลับมาแต่เจ้าของเงาดำซึ่งยืนห่างผมแค่ศอกเดียวกลับไม่ยอมปล่อย
“ก็ได้ถ้านายไม่ยอมไปกับฉันดีๆ ฉันลากนายไปก็ได้”
ฝ่ามือแข็งราวกับคีมเหล็กกดปลายนิ้วลงน้ำหนักมาบนต้นแขนของผม เจ็บจนเหมือนกระดูกแขนท่อนของผมจะแตก แรงฉุดจากเงาดำนั้นลากผมให้เดินตามไปโดยไม่ได้สนใจว่าผมจะไปกระแทกหรือชนเข้ากับอะไรบ้าง
“ปล่อยนะ ช่วยด้วยครับ ช่วยผมที” ผมร้องโวยวายออกมาเป็นภาษาฝรั่งเศสพยายามใช้มืออีกข้างซึ่งว่างอยู่เหนี่ยวรั้งทุกอย่างเพื่อขัดขืนการฉุดกระชากลากดึงของคนซึ่งผมยังไม่เห็นหน้า รู้แค่เพียงว่ากลิ่นเฉพาะกายของเขาเป็นกลิ่นดอกโอลีฟเท่านั้น
“ไม่มีใครในปารีสช่วยนายได้หรอกเคลย์ตัน” เสียงทุ้มแหบห้าวนั้นร้องตอบกลับมาก่อนจะกระชากผมสุดแรงจนผมปลิวหวือเซไปชนกับเจ้าของร่างสูงซึ่งยืนเป็นเงาดำอยู่ในความมืด
“ปล่อยผมนะ ปล่อยสิ” ผมพยายามดิ้นแล้วแกะมือของอีกฝ่ายออก ปากร้องตะโกนขอให้คนช่วย แต่ไม่มีใครขยับเข้ามาใกล้ผมเลยแม้แต่คนเดียว
“ไม่ยักมีคนบอกฉัน ว่านายดื้อขนาดนี้” เสียงทุ้มห้าวนั้นสะบัดสูงนิดๆ
“อื้อ” ผมตกใจจนแทบช็อกเมื่ออยู่ๆ กลิ่นหอมจากดอกโอลีฟก็พุ่งมากระแทกหน้าผมพร้อมกับริมฝีปากนุ่มๆ กดลงมาทาบลงบนปากผม
ฝ่ามือหนาขยุ้มเส้นผมตรงช่วงท้ายทอยจับยึดมันไว้จนเหมือนเจ้าของฝ่ามือนั้นอยากจะถลกหนังหัวของผมให้หลุดติดมือไปด้วย ริมฝีปากนุ่มๆ กับลิ้นอุ่นชื้นและรสชาติขมจนแทบบ้าจากเม็ดยากลิ่นเหม็นเลี่ยนๆ ถูกลิ้นเรียวนั้นผลักเข้ามาในปากผมและบังคับให้ผมกลืนมันลงไปด้วยแรงลิ้นอันช่ำชอง
“คุณ....”
เพียงเสี้ยวเวลาไม่กี่นาทีเมื่อยาเม็ดนั้นไหลลงไปในกระเพาะ ดูเหมือนผมจะกลายเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงไปในชั่วพริบตา เพราะจากเมื่อครู่ที่ผมพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ตอนนี้ผมไม่มีแม้แต่แรงจะยืน
ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวดูบิดเบี้ยวไปหมด สมองของผมมึนงงจนแยกแยะสิ่งรอบตัวไม่ได้ ผมวางมือลงไปยึดเอาร่างหนาใช้เป็นหลักเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้นแล้วเอนซบวางหัวหนักๆ และมึนตื้อนั้นไว้กับแผงอกกว้าง กลิ่นหอมจากดอกโอลีฟโชยมาช่วยให้ผมรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
“หลับซะเคลย์ตัน” เสียงทุ้มไม่คุ้นหูนั้นดังอยู่ในความมืดก่อนที่สติของผมจะค่อยๆ เลือนรางแล้วดับวูบลง
บทล่าสุด
#39 บทที่ 39 รักนะเด็กดื้อ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#38 บทที่ 38 ปกป้อง
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#37 บทที่ 37 ผมจะมีลูกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#36 บทที่ 36 ความลับในพุง
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#35 บทที่ 35 แนวหลัง
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#34 บทที่ 34 คำสัญญา
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#33 บทที่ 33 รังรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#32 บทที่ 32 อีนิกม่า
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#31 บทที่ 31 เมียไม่ง้อ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#30 บทที่ 30 ผัวเด็ก
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวจริงของวายร้ายยุค80
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองกลายเป็นเด็กสาววัยสิบแปดปีในชนบทจีนยุค 80 ที่ถูกครอบครัวใจอำมหิตขายให้พ่อหม้ายแก่เพื่อแลกเงินสามร้อยหยวน!
แต่คนพวกนั้นไม่รู้ว่า...เด็กสาวที่พวกมันคิดว่าอ่อนแอ ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
เธอมาพร้อมมิติคลังสินค้าขนาดยักษ์ ยา เครื่องมือแพทย์ และทรัพยากรจากโลกอนาคตที่ไม่มีวันหมด
ใครตีเธอ...เธอเอาคืนสิบเท่า
ใครคิดขายเธอ...เธอจะทำให้มันหมดตัว
ใครแย่งชีวิตของเธอ...เธอจะกระชากทุกอย่างกลับคืน!
ทว่าแผนล้างแค้นกลับต้องสะดุด เมื่อลู่เซียว วายร้ายผู้ทั้งหมู่บ้านหวาดกลัว ยื่นข้อเสนอที่ไม่มีทางปฏิเสธ
"แต่งงานกับฉัน"
การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ที่ควรเป็นเพียงข้อตกลง กลับกลายเป็นพันธนาการที่อันตรายที่สุด เพราะวายร้ายคนนี้ไม่ได้ต้องการแค่ทะเบียนสมรส...
แต่ต้องการตัวเธอ ทั้งหัวใจ
เมื่อเศรษฐินีจากโลกอนาคต ต้องใช้ความรู้สร้างอาณาจักรธุรกิจ พลิกชะตาชีวิต พร้อมลากทั้งตระกูลที่เคยเหยียบย่ำเธอลงนรก และรับมือกับสามีผู้คลั่งรักจนพร้อมทำลายทั้งโลกเพื่อปกป้องภรรยาเพียงคนเดียว!













