บทนำ
ทว่า... สวรรค์คงยังไม่สะใจพอ จึงส่งอุปสรรคชิ้นใหญ่มาให้นางในร่างของสัตว์อสูรตัวน้อยขนสีขาวปุกปุยเท่ากำปั้นที่บาดเจ็บเจียนตาย ซึ่งนางเก็บมาทำการรักษาและตั้งชื่อให้แสนหน่อมแน้มว่าเสี่ยวไป๋
ใครจะคาดคิดว่า... เจ้าก้อนแป้งตัวนี้ แท้จริงแล้วคือจวินอู๋เสีย จักรพรรดิอสูรบรรพกาลผู้มีสายเลือดมังกรทองและพยัคฆ์ขาวอันศักดิ์สิทธิ์ ราชาผู้เย็นชาและทรงอำนาจที่สุดในสามภพ!
"มนุษย์โรคจิต! กล้าดีอย่างไรจับข้าอาบน้ำ แถมยังเอาชุดกระโปรงสีชมพูลายดอกไม้มาใส่ให้ข้าขยับขาไม่ได้เช่นนี้ หากข้าคืนร่างเดิมได้เมื่อใด... เจ้าต้องรับผิดชอบเกียรติของข้า" (ราชาอสูรคำรามกร้าวในใจ ทว่าเสียงที่หลุดรอดจากปากในร่างสัตว์น้อยกลับเป็นเพียง... "มี้!")
จากเศษขยะที่ผู้คนต่างพากันรังเกียจ เสิ่นชิงหรานใช้ความรู้ทางการแพทย์และปราณวิญญาณธรรมชาติก้าวขึ้นสู่ความเป็นใหญ่ในสำนักศึกษาอสูรหลวง
โดยมีสามีราชาอสูรในชุดคลุมสีดำคอยตามหึงหวงหน้ามืด คอยกางปีกปกป้องนางด้วยความคลั่งรักระดับพ่นไฟ
"ผู้ใดที่ทำให้นางต้องหลั่งน้ำตาหรือเจ็บปวด มันผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยเลือดและวิญญาณ!"
บท 1
ความหนาวเหน็บเสียดแทงลึกเข้าไปถึงกระดูกคือความรู้สึกแรกที่ปลุกให้สติสัมปชัญญะของเสิ่นชิงหรานตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนไปกับไอชื้นของเศษซากใบไม้เน่าเปื่อย ร่างกายของนางปวดร้าวราวกับถูกบดขยี้ด้วยรถม้าศึกนับร้อยคัน ทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้าสู่ปอด ความเจ็บปวดแสนสาหัสจะแล่นพล่านไปตามเส้นประสาทจนต้องเผลอสูดปากส่งเสียงร้องครางออกมาแผ่วเบา
ดวงตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ปรือเปิดขึ้น ภาพแรกที่ปรากฏสู่สายตาไม่ใช่เพดานห้องพักในโรงพยาบาลรักษาสัตว์ที่นางคุ้นเคย แต่กลับเป็นโครงข่ายกิ่งไม้แห้งกรอบที่สานตัวกันบดบังแสงอาทิตย์เบื้องบน รอบกายเต็มไปด้วยหมอกสีขาวขุ่นมัวที่ลอยต่ำเรี่ยพื้นดิน อากาศที่นี่หนาวเย็นจัดจนลมหายใจที่พ่นออกมากลายเป็นไอควันสีขาว
เสิ่นชิงหรานพยายามขยับนิ้วมือ ทว่าความเจ็บปวดจากแผลปริแตกบริเวณแผ่นหลังก็แล่นริ้วขึ้นมาจนนางต้องกัดริมฝีปากล่างแน่นเพื่อข่มกลั้นเสียงร้อง นางก้มลงมองสภาพร่างกายของตนเองแล้วต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
นี่ไม่ใช่ร่างกายของนาง
เรือนร่างที่บอบบางและซูบผอมราวกับกิ่งไม้แห้งนี้สวมใส่ชุดกระโปรงผ้าหยาบสีขาวที่บัดนี้ขาดวิ่นและชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน รอยแผลยาวเหวะหวะคล้ายถูกเฆี่ยนตีด้วยของแข็งนับสิบสายพาดผ่านแผ่นหลังและท่อนแขนเล็ก ผิวพรรณที่ควรจะขาวผ่องกลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวและคราบดินโคลน
ก่อนที่นางจะทันได้ตั้งคำถามกับความผิดปกติอันใหญ่หลวงนี้ อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหันราวกับมีเข็มแหลมนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าไปในสมอง ความทรงจำมากมายที่ไม่ใช่ของนางหลั่งไหลเข้ามาเป็นสายน้ำเชี่ยวกราก บังคับให้นางต้องซึมซับเรื่องราวของเจ้าของร่างเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ร่างนี้มีนามว่าเสิ่นชิงหรานเช่นเดียวกับนาง ดรุณีน้อยวัยสิบหกปีผู้เป็นบุตรสาวภรรยาเอกแห่งจวนเสนาบดีตระกูลเสิ่น ทว่าชีวิตของนางกลับอาภัพอับโชคนัก มารดาผู้ให้กำเนิดด่วนจากไปตั้งแต่คราวนางยังเยาว์วัย ทิ้งให้นางต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของอนุภรรยาและพี่สาวต่างมารดาอย่างเสิ่นอวี้โหยว
เสิ่นอวี้โหยวผู้นั้นต่อหน้าผู้คนมักสวมหน้ากากสตรีผู้อ่อนโยนเมตตา ทว่าลับหลังกลับริษยาและคอยกลั่นแกล้งเสิ่นชิงหรานสารพัด บิดาอย่างเสิ่นเจิ้นหนานก็หาได้มีความยุติธรรมไม่ เขารักและเชิดชูเพียงบุตรสาวที่มีพรสวรรค์ในการฝึกปราณอย่างเสิ่นอวี้โหยว ส่วนบุตรสาวที่ไร้พลังปราณและมีร่างกายอ่อนแออย่างเสิ่นชิงหราน เขามองนางเป็นเพียงขยะที่ทำให้ตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียง
เหตุการณ์ที่นำพาให้เจ้าของร่างเดิมต้องมานอนรอความตายอยู่กลางป่าลึกแห่งนี้ เกิดขึ้นเมื่อสามวันก่อน
ในโถงบรรพชนของจวนตระกูลเสิ่นมีการอัญเชิญไข่อสูรระดับสูงที่บิดาประมูลมาด้วยราคามหาศาลเพื่อเตรียมให้เสิ่นอวี้โหยวทำพันธสัญญา ทว่าเสิ่นอวี้โหยวที่ลอบเข้าไปในโถงบรรพชนเพียงลำพังกลับรีบร้อนใช้พลังปราณบังคับทำพันธสัญญากับไข่อสูรที่ยังไม่พร้อม ส่งผลให้ไข่อสูรเกิดรอยร้าวและพลังวิญญาณภายในเกือบแตกสลาย
เมื่อเห็นว่าตนเองทำผิดพลาดอย่างมหันต์ เสิ่นอวี้โหยวจึงซ้อนแผนอย่างแนบเนียน นางแสร้งทำเป็นร้องห่มร้องไห้และลากตัวเสิ่นชิงหรานที่กำลังกวาดลานใบไม้เข้ามาในโถงบรรพชน ก่อนจะกรีดร้องเสียงหลงกล่าวหาว่าเสิ่นชิงหรานเป็นผู้ผลักนางจนล้มไปชนแท่นวางไข่อสูร
ภาพความทรงจำสุดท้ายที่ชัดเจนที่สุดคือใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของเสิ่นเจิ้นหนาน
"นังลูกอกตัญญู! เจ้าอิจฉาพี่สาวของเจ้าจนถึงขั้นกล้าทำลายของล้ำค่าประจำตระกูลเชียวหรือ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ โบยนังเด็กแพศยานี่ห้าสิบไม้ แล้วนำตัวไปทิ้งที่ป่าหมอกเหมันต์ ปล่อยให้เป็นอาหารของสัตว์ป่าเสีย!"
เสียงตวาดกร้าวของบิดายังคงดังก้องอยู่ในหู สลับกับเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นจอมปลอมของเสิ่นอวี้โหยวที่แอบลอบยิ้มเยาะที่มุมปาก เสิ่นชิงหรานคนเดิมพยายามอ้อนวอนขอความเมตตาทว่ากลับถูกบ่าวรับใช้รูปร่างกำยำใช้แส้หวายอาคมเฆี่ยนตีจนสลบเหมือด ร่างที่ไร้สติถูกโยนขึ้นรถม้าและนำมาทิ้งไว้ในส่วนลึกของป่าหมอกเหมันต์ ป่าต้องห้ามที่ขึ้นชื่อเรื่องสัตว์อสูรดุร้ายและหมอกพิษที่คร่าชีวิตผู้คนมานักต่อนัก
เจ้าของร่างเดิมทนพิษบาดแผลและความหนาวเย็นไม่ไหว สิ้นใจไปอย่างโดดเดี่ยวและอยุติธรรม เปิดทางให้ดวงวิญญาณของเสิ่นชิงหราน สัตวแพทย์หญิงมือหนึ่งจากยุคปัจจุบันผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนขณะพยายามช่วยเหลือสุนัขจรจัด ได้เข้ามาสวมรอยแทน
เสิ่นชิงหรานสูดลมหายใจลึกยาวเพื่อระงับอารมณ์คุกรุ่นในอก นางแค่นยิ้มเย็นชา นัยน์ตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้ทอประกายเด็ดขาดและเย็นเยียบ
"ช่างเป็นบิดาที่ประเสริฐและพี่สาวที่แสนดีเสียจริง" นางพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เสิ่นชิงหรานคนเก่า ในเมื่อสวรรค์ลิขิตให้ข้าเข้ามาสวมรอยใช้ชีวิตแทนเจ้าแล้ว ข้าขอให้สัตย์สาบาน ไม่ว่าพวกเดรัจฉานตระกูลเสิ่นจะทำสิ่งใดกับเจ้าไว้ ข้าจะตอบแทนคืนให้พวกมันอย่างสาสมเป็นร้อยเท่าพันทวี หนี้เลือดครั้งนี้ข้าจะทวงคืนให้เจ้าเอง"
เมื่อตั้งปณิธานแน่วแน่ นางจึงพยายามรวบรวมพละกำลังที่เหลืออยู่น้อยนิดเพื่อหยัดกายลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บปวดจากการฉีกขาดของบาดแผลทำให้เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มกรอบหน้า แม้ในชาติก่อนนางจะเป็นเพียงสัตวแพทย์ แต่นางก็มีความรู้เรื่องสมุนไพรจีนโบราณที่ตกทอดมาจากผู้เป็นตาอย่างแตกฉาน
นางกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ หมอกสีขาวหนาทึบทำให้ทัศนวิสัยย่ำแย่ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้นางต้องรีบหาสถานที่หลบภัยและสมุนไพรห้ามเลือดก่อนที่กลิ่นคาวเลือดจะเรียกบรรดาสัตว์อสูรกระหายเลือดเข้ามาหา
เสิ่นชิงหรานกัดฟันฝืนความเจ็บปวด ค่อยๆ คลานไปตามรากไม้ขนาดใหญ่ นางอาศัยความรู้ดั้งเดิมในการสังเกตพรรณไม้ ไม่นานนักสายตาของนางก็ปะทะเข้ากับกอหญ้าสีเขียวเข้มที่มีใบหยักเป็นซี่ฟันเลื่อย หญ้าห้ามเลือดเกล็ดมังกร แม้จะเป็นสมุนไพรระดับต่ำที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้มันคือยาวิเศษต่อชีวิต
บทล่าสุด
#92 บทที่ 92 92
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#91 บทที่ 91 91
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#90 บทที่ 90 90
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#89 บทที่ 89 89
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#88 บทที่ 88 88
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#87 บทที่ 87 87
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#86 บทที่ 86 86
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#85 บทที่ 85 85
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#84 บทที่ 84 84
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#83 บทที่ 83 83
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
สัญญารักประธานร้าย
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""













