บทนำ
"เธอก็รู้ว่าสิ่งที่ฉันต้องการจากเธอมันไม่ใช่การอธิบาย แต่ฉันอยากรู้ว่าเธอจะหย่าเมื่อไหร่.."
บท 1
บรรยากาศภายในห้องโถงของบ้าน 'ศิริวัฒน์' ในเวลานี้ เต็มไปด้วยความอึดอัดของทุกๆฝ่าย ประมุขที่ใหญ่ที่สุดของบ้านศิริวัฒน์ในเวลานี้ ก็คือคุณฉวี ที่เป็นมารดาของ 'คีรี ศิริวัฒน์' ชายหนุ่มที่กำลังถูกกล่าวหา ว่าแอบลักลอบมีความสัมพันธ์กับบุตรสาวของอีกบ้าน คือ 'เพียงฝัน วรกาญจน์' ลูกสาวคนเดียวของ 'วิรุจน์ วรกาญจน์' เศรษฐีเก่า ที่มีข่าวลอยออกมาเป็นระยะๆ ว่าบ้านกำลังจะล้มละลาย
"ผมไปเห็นกับตา ว่าลูกชายของคุณ กับลูกสาวของผม นอนอยู่บนเตียงด้วยกัน สภาพคีรีโดนปลุกยังลุกไม่ไหว ผมหวังว่าคุณเองจะเดาได้ ว่าก่อนหน้านั้นลูกสาวของผมจะเจอกับอะไรมา.."
วิรุจน์อธิบายทุกอย่างออกมาอีกครั้ง และยังจับตามองไปยังภรรยาของเพื่อนเก่าอย่างฉวี ที่ตอนนี้ มีสีหน้าทุกข์ใจจนเขารู้สึกได้
"น่าเสียดาย ที่คุณไม่ได้ไปเห็นด้วยตา ไม่อย่างนั้นนะ คุณอาจจะช็อคหมดสติ อย่าง 'คุณอมร' ตอนนี้ก็เป็นได้"
วิรุจน์ยังพูดต่อ โดยไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด 'คุณอมร' ที่ถูกกล่าวถึง เป็นประมุขใหญ่ของบ้านหลังนี้ มีศักดิ์เป็นมารดาของพ่อคีรี มีศักดิ์เป็นย่าของคีรีเช่นกัน
"เวลานี้คุณแม่กำลังเข้าโรงพยาบาล ฉันไม่มีกะจิตกะใจจะคุยเรื่องอะไรทั้งนั้น เอาเป็นว่าเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนจะได้ไหม"
ฉวีร้องถามด้วยความไม่สบายใจ ขณะนี้ มารดาของสามีของเธออยู่ที่โรงพยาบาล สาเหตุ ก็มาจากการที่ท่านไปเจอเหตุการณ์แย่ๆของผู้เป็นหลาน ทำให้อาการโรคหัวใจกำเริบ จนต้องหามส่งโรงพยาบาล แต่ทว่า กลับไม่มีใครมีโอกาสได้ตามไปดูแลท่านทั้งนั้น เพราะบิดาของฝ่ายหญิง ที่ไปพบเหตุการณ์นั้นเช่นกัน ได้โวยวาย และไม่มีท่าทีว่าจะยอมง่ายๆ และเรียกร้องให้กลับมาคุยกันให้เข้าใจ
"คุณจะบอกว่าเอาไว้ก่อนแบบนี้ไม่ได้.. ลูกสาวของผมคือผู้เสียหาย และอย่าลืมสิ ว่าผมกับสามีของคุณ เคยตกลงกันไว้ว่ายังไง สุดท้ายเด็กสองคนนี้ก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี.."
"เรื่องนั้นดิฉันเข้าใจและตั้งใจจะทำตามความประสงค์ของสามีอยู่แล้ว.. แต่ตอนนี้คุณแม่กำลังเข้าโรงพยาบาล พวกเราต้องการไปดูอาการของท่านก่อน ส่วนเรื่องหมั้นและเรื่องแต่งงาน ยังไงเราจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด.."
"คุณพูดแบบนี้.. คุณจะไม่ถามลูกชายตัวดีของคุณเลยเหรอ ว่าจะรับผิดชอบในสิ่งที่คุณพูดหรือเปล่า.."
ฉวีตวัดสายตากลับไปมองที่บุตรชายของตัวเองนิ่ง คีรีมีท่าทีคิดหนัก ท่าทางของเขาเหมือนกำลังคิดบางสิ่งบางอย่างในใจ เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมบุตรชายของเธอถึงทำเรื่องแย่ๆแบบนั้นได้ แม้จะรู้อยู่แล้ว ว่าเด็กสองคนนี้รักกันมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่คิดว่า บุตรชายของเธอจะขัดคำสั่งของผู้ใหญ่ ทำให้เรื่องราวมันบานปลายใหญ่โตไปกันใหญ่
"คีรี.. มีอะไรจะพูดหรือเปล่า"
เจ้าของชื่อเงยหน้าสบตากับมารดา เขาถ่ายทอดมันออกไปทางแววตา ว่ารู้สึกแย่มาก ที่ทำให้คุณย่าเป็นแบบนั้น เขากำลังสับสนอยู่เหมือนกัน ว่าทุกคนรู้เรื่องที่เขาทำได้อย่างไร และผู้หญิงข้างกายของเขาก็เงียบไปจนผิดวิสัย เธอแทบไม่กล้าสบตากับเขาด้วยซ้ำไป
หลายสิ่งหลายอย่างที่เขาสงสัย เขาถูกเรียก แต่ไม่มีสติมาขานรับมันหมายความว่าอย่างไร แล้วเหตุใด เขาถึงหลับลึกขนาดนั้น แล้วทุกคนตามไปเจอได้อย่างไรว่าเขาอยู่ที่นั่น เขาทำอะไรอย่างนี้ มาตั้งหลายปี ทำไมที่ผ่านมาไม่มีใครสงสัยและจับได้ แล้วทำไมอยู่ๆครั้งนี้ เขาถึงมาโดนจับได้เอาง่ายๆ
"คีรี.. แม่ถามได้ยินหรือเปล่า.."
เขาหลุดจากห้วงความคิดอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงมารดาเรียกซ้ำ ไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยสิ่งใดออกไป บิดาของหญิงคนรัก ก็พูดแทรกขึ้นมาใหม่
"บอกเขาไปสิยัยฝัน.. ว่าเรื่องมันเป็นยังไงมายังไง ทำไมลูกถึงไปอยู่ที่นั่นได้ จะปฏิเสธไหม ว่าระหว่างที่อยู่กับคีรีตามลำพัง มันไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลย.."
บิดาของเพียงฝันถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแห่งความไม่พอใจอีกครั้ง ท่านหันไปมองที่บุตรสาวของตัวเองตาขวาง และนั่น ทำให้เขาหันกลับไปมองที่หญิงคนรักเช่นกัน
เพียงฝันก้มหน้ามองต่ำ เขาแอบสังเกตเห็น ว่ามือบางทั้งสองข้างของเธอกำเข้าหากัน เหมือนเธอพยายาม สกัดกั้นบางสิ่งบางอย่าง และเธอก็ไม่กล้าสบตากับใครเช่นกัน
"หนูฝัน.. ป้าไม่ได้จะทิ้งขว้างนะลูก ป้ายินดีที่จะรับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่าง เพียงแต่ที่ป้ายังไม่พร้อมคุยในตอนนี้ เป็นเพราะคุณย่าของตาคีตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล.."
ฉวี บอกไปที่หญิงสาวคนรักของผู้ชาย จากนั้น หญิงสาวที่กำลังถูกจับจ้อง ก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองที่เธอ จากนั้น หญิงสาวคนรักของบุตรชายก็เลือกที่จะเอ่ยบางสิ่งบางอย่างออกมา ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น เธอเอาแต่เงียบเสียงอยู่อย่างเดียว
"ฝันอยากให้พี่คีรับผิดชอบ.. ด้วยการ จัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุดค่ะ.."
คำตอบนั้น ทำให้คีรี ถึงกับรีบหันไปมองที่ใบหน้าของเธอ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหญิงคนรักถึงพูดแบบนั้น ทั้งๆที่เราตกลงกันแล้ว ทั้งๆที่เราคุยเรื่องนั้นกันแล้ว แล้วเหตุใดเธอถึงมากลับคำเอาง่ายๆ อะไรที่ทำให้เธอเปลี่ยนใจ ร้องขอให้ฝ่ายเขาทำ. ในสิ่งที่เขา ไม่พร้อมที่จะทำ
"เราคุยกันแล้วนี่ฝัน.. จริงๆตอนนี้เราก็อยู่ในฐานะของคนรักกัน เรื่องงานแต่งงานหมั้น ยังไงมันก็เกิดขึ้นอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่ตอนนี้ไง.."
เขาพยายามอธิบาย และเหมือนเป็นการรื้อฟื้นความจำของเธอใหม่ เพียงฝันเป็นคนว่าง่าย เธอยอมเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเสมอมา แต่ทว่า ตอนนี้เธอกลับเปลี่ยนไป ใบหน้าสวยของคนที่เขากำลังจับจ้อง รีบทำการส่ายหน้ากลับไปกลับมา จากนั้นเธอก็เลือกที่จะยืนยันคำเดิมออกมาอีกครั้ง
"ฝันไม่ต้องการอยู่ในฐานะคนรัก.. ฝันต้องการอยู่ในฐานะของภรรยา ฝันต้องการจัดงานแต่งงาน ฝันต้องการทะเบียนสมรส ความจริงฝันกับพี่คี เรามีอะไรกันมานานแล้ว ฝันไม่อยากแอบทำอะไรแบบนั้นอีกแล้ว ฝันอยากให้พี่คีรับผิดชอบ โดยการจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุดค่ะ.."
คำตอบนั้น ทำให้สีหน้าของคีรีถึงกับเปลี่ยนไป ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักน้อง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากรับผิดชอบน้อง แต่เขาเคยบอกน้องไปแล้ว ว่าเพราะเหตุใด เขาถึงยังทำอย่างนั้นไม่ได้ แล้วทำไมเพียงฝัน ถึงไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้ ทำไมเธอถึงไม่รอให้อะไรๆมันลงตัวก่อน เพราะเหตุใด เธอถึงรีบร้อนขนาดนั้น เพราะเหตุใด เธอถึงรีบร้อนที่จะแต่งงาน
แล้วจู่ๆ เหตุการณ์ตอนที่ทุกๆคนไปเจอเขาและเพียงฝันอยู่ด้วยกันก็ค่อยๆแทรกเข้ามา ใครกันที่บอกผู้ใหญ่ ว่าเขาและเธออยู่ด้วยกันที่นั่น แล้วทำไมเขาถึงหลับนาน ไม่ทันรู้ด้วยซ้ำ ว่าพวกเขาเข้าไปในห้องได้อย่างไร จากนั้น สมองของเขาก็ประมวลในเหตุการณ์ที่เขาจำได้เป็นเหตุการณ์สุดท้าย นั่นก็คือ เพียงฝัน ยื่นแก้วน้ำส้มครั้น ที่เธอบอกว่าทำเองกับมือให้เขาทาน จากนั้นเขาก็จำสิ่งใด ไม่ได้เลย
++++++++++++++++++++++
บทล่าสุด
#88 บทที่ 88 88
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#87 บทที่ 87 87
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#86 บทที่ 86 86
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#85 บทที่ 85 85
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#84 บทที่ 84 84
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#83 บทที่ 83 83
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#82 บทที่ 82 82
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#81 บทที่ 81 81
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#80 บทที่ 80 80
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#79 บทที่ 79 79
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













