บทนำ
“มีอะไรเหรอ” เขาจ้องผมอย่างงุนงง และแววตาที่เปี่ยมด้วยตัณหานั้นก็ราวกับเสือหิวที่พร้อมจะขย้ำเหยื่ออย่างไม่ปรานี... เป็นแววตาที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย!
“ผมแค่ขอเวลาหน่อย” ผมพูดพลางหอบหายใจ
เขายังอุตส่าห์มีน้ำใจปล่อยให้ผมได้พักหายใจ
“ต่อได้ไหม” เขาถาม เสียงแทบจะเป็นแค่ลมกระซิบและแหบพร่าจากการข่มกลั้นอารมณ์
ผมพยักหน้าเป็นการอนุญาต
และแล้วเขาก็ประทับริมฝีปากลงมาอีกครั้ง...
แผนตอนแรกคือไปที่บาร์ ดื่มย้อมใจให้ลืมความรู้สึกผิดและความเศร้าโศก แล้วค่อยกลับบ้าน
แต่แล้วเขาก็ปรากฏตัวขึ้น... เทพบุตรกรีกสุดเซ็กซี่คนนั้น
หัวใจของผมไม่เคยเต้นระรัวให้ผู้ชายคนไหนเท่าตอนที่ได้เห็นเขาเลย
เขายื่นข้อเสนอที่ผมไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือวันไนต์สแตนด์!
แต่ใครจะไปรู้ล่ะ ใครเลยจะรู้ว่าสองสัปดาห์ต่อมา ผู้ชายคนเดียวกันนี้จะกลายมาเป็นเจ้านายของผม
และส่วนที่ช็อกที่สุดน่ะเหรอ ผู้ชายคนนั้นดันเป็นชายแท้... และเหมือนแค่นั้นยังไม่พอ ผมยังมารู้ทีหลังอีกว่าเขามีคู่หมั้นแล้ว
บท 1
เฮนรี่
หัวใจของผมเต้นระรัวกระแทกอก ลำคอตีบตันและแห้งผาก เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบนหน้าผาก ผมเอื้อมมือไปเช็ดมันออกด้วยหลังมือที่ชื้นเหงื่อ
รถแท็กซี่กำลังแล่นเข้าไปใกล้ทุกที
ผมกำลังเดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ รู้สึกประหม่าและไม่แน่ใจเลยว่าการมาเยือนครั้งนี้จะเป็นอย่างไร แปดปีเต็มแล้วที่ผมไม่ได้เจอพวกท่าน และผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าพวกท่านจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อเห็นหน้าผม โดยเฉพาะพ่อ
แม้ว่าตอนนี้ผมจะกลัวจนแทบบ้า แต่ในใจลึกๆ ก็ยังเปี่ยมไปด้วยความหวัง ผมหวังว่าพ่อจะยอมรับและรับผมกลับไปเป็นลูกชายของท่านอีกครั้ง
ผมหวังว่าท่านจะเข้าใจว่าผมเป็นเกย์ และไม่ว่าอย่างไรมันก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ผมหวังว่ามุมมองของท่านที่มีต่อคนเป็นเกย์จะกว้างขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ผมหวังว่าท่านจะเห็นว่านี่คือตัวตนของผม การเป็นเกย์คือตัวผม คือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเหมือนได้อยู่บ้าน
ผมยังจำคำพูดทิ่มแทงและสีหน้ารังเกียจของท่านในวันที่ไล่ผมออกจากบ้านเมื่อแปดปีก่อนได้ดี วันนั้นถูกสลักลึกลงในความทรงจำของผมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ผมผ่อนลมหายใจที่สั่นเทาออกมาอย่างเชื่องช้า
พระเจ้า ผมหวังว่าครั้งนี้ทุกอย่างจะต่างออกไปจากเดิมนะ
คนขับแท็กซี่หักพวงมาลัยเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนบ้านพ่อแม่ผม ผมสูดหายใจเรียกความกล้า อดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากครั้งสุดท้ายที่ผมเคยมาที่นี่
"จอดตรงนี้ครับ" ผมบอกคนขับพลางชี้ไปที่บ้านของเรา
เขาพยักหน้าเงียบๆ แล้วค่อยๆ ชะลอรถจอดที่หน้าบ้าน ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง จากนั้นก็จ่ายเงินแล้วก้าวลงจากรถ ผมยืนอยู่ริมฟุตบาท มองดูรถแท็กซี่ขับออกไป
เมื่อรถลับสายตา ผมก็พ่นลมหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อย กอดของที่ซื้อมาไว้แนบอก ผมพองลมที่แก้มแล้วหันไปเผชิญหน้ากับบ้านของเรา เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น
"เอาวะ เป็นไงเป็นกัน" ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ
จากนั้นผมก็เดินขึ้นบันไดคอนกรีต หยุดยืนที่ระเบียงหน้าบ้าน สูดหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ เป็นครั้งสุดท้าย กดกริ่งประตู แล้วก็รอคอย
ให้ตายเถอะ ผมสาบานเลยว่าแต่ละวินาทีมันยาวนานเหมือนเป็นชาติ เสื้อของผมเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ และหัวใจบ้าๆ นี่ก็ไม่ยอมหยุดเต้นกระหน่ำชนซี่โครงเสียที
ในที่สุดประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นแม่
ดวงตากลมโตสีฟ้าของท่านเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงขีดสุด เสียงอุทานด้วยความตกใจหลุดออกจากริมฝีปาก ราวกับไม่อยากเชื่อสายตาว่าเป็นผม
พระเจ้า ผมคิดถึงแม่เหลือเกิน
รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าทำให้ท่านดูแก่ลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเมื่อแปดปีก่อนที่ผมเห็นท่านครั้งสุดท้าย และมันก็ทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดนิดๆ ที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้เพื่อมองดูท่านค่อยๆ แก่ชราลง
"โอ้ พระเจ้า! เฮนรี่!" ท่านร้องเสียงหลง แล้วโผเข้ากอดผม
ผมรับตัวท่านไว้ สวมกอดท่านด้วยความอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความรัก "โอ้ เฮนรี่ นี่ลูกจริงๆ ใช่ไหม?"
ผมหัวเราะเบาๆ "ครับแม่ ผมเองจริงๆ"
"ลูกแม่" ท่านกอดผมแน่นขึ้น ซบหน้าลงบนไหล่ของผม "แม่ไม่อยากจะเชื่อเลย แม่คิดถึงลูกมากเหลือเกิน"
"ผมคิดถึงแม่มากกว่าอีกครับ" ผมพึมพำ กอดท่านแน่นขึ้นไปอีก น้ำตารื้นขึ้นมาในดวงตา ทำท่าจะไหลรินลงมา แต่ผมก็รีบกะพริบตาไล่มันกลับไปพลางสูดน้ำมูก "ผมคิดถึงแม่แทบบ้าเลยครับ"
เรายืนกอดกันอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านอยู่นานสองนาน และเมื่อเราผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง ท่านก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ผมแล้วประคองใบหน้าผมไว้ด้วยสองมือ
"โอ้ ลูกแม่! ลูกเป็นยังไงบ้าง?" ท่านถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและเต็มไปด้วยความห่วงใย น้ำตาไหลอาบสองแก้ม ผมเอื้อมมือไปใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเช็ดน้ำตาให้ท่าน "ลูกสบายดีใช่ไหม? บอกแม่ทีสิว่าตลอดหลายปีมานี้ลูกสบายดี พระเจ้า แม่นี่มันเป็นแม่ที่แย่จริงๆ แม่..."
"เดี๋ยวครับแม่ แม่!" ผมพูดแทรก วางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่ท่านเพื่อปลอบประโลม แล้วก้มลงยิ้มให้ "ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร ผมสบายดี ผมแข็งแรงและสบายดี แม่เห็นไหม? ดูสิ" ผมเบ่งกล้ามแขนให้ดู "ผมไปยิมทุกวัน สุขภาพแข็งแรงดีเห็นไหมครับ? อีกอย่าง มันไม่ใช่ความผิดของแม่เลยนะที่พ่อไล่ผมออกจากบ้าน โอเคไหม?"
"แต่แม่..."
"ไม่มีอะไรที่แม่จะพูดหรือทำเพื่อเปลี่ยนใจพ่อได้หรอกครับ" ผมบอกเสียงเบา "ผมอยากให้แม่รู้ว่าผมไม่ได้โทษแม่สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น... หรือแม้แต่พ่อก็ตาม โอเคไหมครับ?"
ท่านจ้องมองลึกเข้ามาในตาผมอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าผมหมายความตามที่พูดทุกคำ ท่านก็พยักหน้าเบาๆ พลางเช็ดน้ำตา จากนั้นก็เบี่ยงตัวหลบและผายมือให้ผมเดินเข้าไปข้างใน
"เข้ามาข้างในสิลูก" ท่านบอก "แม่จะหาอะไรให้กิน"
"อ้อ นี่ของแม่ครับ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงขณะก้าวเข้ามาในโถงทางเดิน แล้วยื่นของที่ซื้อมาฝากให้ท่าน "แล้วพ่อล่ะครับ?"
ท่านรับของไป ปิดประตู แล้วเดินนำหน้าผมไป ผมเดินตามหลังท่าน
"พ่อไปตกปลากับเพื่อนน่ะจ้ะ เดี๋ยวก็คงกลับมาแล้ว" ท่านตอบ "นั่งพักก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่ไปทำอะไรมาให้"
แล้วท่านก็หายเข้าไปในห้องครัว
ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านขณะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา
ถนนข้างนอกเปลี่ยนไปก็จริง แต่ทุกอย่างในนี้ยังคงเหมือนเดิมเป๊ะตามที่ผมจำได้ โต๊ะกาแฟ ชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยนิยายเล่มโปรดของแม่ แจกันดอกไม้สดบนโต๊ะข้างโซฟา รูปถ่ายครอบครัวบนผนัง เก้าอี้อาร์มแชร์เก่าคร่ำคร่าที่พ่อชอบนั่งเป็นประจำ พรมที่วางอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่ผมจำความได้ ผ้าม่านลายดอกไม้ที่คุ้นตา และหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามา
ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ ยังคงเหมือนเดิมกับตอนที่ผมจากมา ราวกับถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลา ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยความทรงจำอันแสนคิดถึงและอารมณ์ความรู้สึกที่พรั่งพรูหลั่งไหลกลับมาขณะที่ผมนั่งอยู่ตรงนี้
[สวัสดีครับ นักเขียนเองนะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ แค่อยากจะบอกให้รู้ไว้ก่อนว่าเรื่องนี้เป็นนิยายโรมานซ์ชายรักชายแนวอีโรติกสายดาร์ก ซึ่งหมายความว่าในตอนต่อๆ ไปจะมีเนื้อหาที่รุนแรง เช่น การทำร้ายร่างกาย การสะกดรอยตาม การลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ การใช้อำนาจข่มเหง รวมถึงการฆาตกรรมและอื่นๆ อีกมากมาย ใช่ครับ ดังนั้น ถ้าแนวนี้ไม่ใช่ทางของคุณ ก็สามารถกดข้ามเรื่องนี้ไปได้เลย ขอบคุณที่สละเวลาครับ]
บทล่าสุด
#179 บทที่ 179
อัปเดตล่าสุด: 6/3/2026#178 บทที่ 178
อัปเดตล่าสุด: 6/3/2026#177 บทที่ 177
อัปเดตล่าสุด: 6/3/2026#176 บทที่ 176
อัปเดตล่าสุด: 6/3/2026#175 บทที่ 175
อัปเดตล่าสุด: 6/3/2026#174 บทที่ 174
อัปเดตล่าสุด: 6/3/2026#173 บทที่ 173
อัปเดตล่าสุด: 6/3/2026#172 บทที่ 172
อัปเดตล่าสุด: 6/3/2026#171 บทที่ 171
อัปเดตล่าสุด: 6/3/2026#170 บทที่ 170
อัปเดตล่าสุด: 6/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
หวงรักเมียวัยเยาว์
และทุกอย่างเป็นความลับ!!!
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
แต่กลับเลือกเดินจากไปในวันที่กำลังจะมีเจ้าก้อนน้อย
สองปีผ่านไป...
เธอกลับมาในฐานะเด็กฝึกงาน
และเขาอยู่ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้ลูกชายของเธอ
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร จบลงแบบไหน
ติดตามได้ใน... เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
ลุงคนนี้เป็นมาเฟีย
"ฉันบอกบอกไง"
"ก็หนูชอบลุง"
"กลับไปตั้งใจเรียนซะ"
เธอไม่ได้หันไปตอบอะไร เธอแค่คิดว่า น้ำหยดลงหินทุกวัน หินบอกโอเค"
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
ภรรยา(เก่า)ของมาเฟีย - เมีย (น้อย) ของมาเฟีย
"ไง ไม่ได้เจอกันหลายปี" เสียงทักทายแสนเย็นชานั้นทำเอาเธอยืนขาแข็งไปหมด
"ทำไมถึงจับฉันมาล่ะ"
"ไม่รู้สินะ ก็แค่มีเรื่อง...อยากเคลียร์นิดหน่อย"
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี













