บทนำ
บท 1
วิวาห์สมนาคุณ
คำโปรย
แต่งงานมาสามปี อยู่ในฐานะว่าที่คู่หมั้นอีกสองปี รวมเป็นห้าปีที่เขาไม่เคยแม้แต่จะมองว่าเธอเป็นคนรัก มากสุดก็แค่..ที่ระบายอารมณ์ในบ้าน
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18+ ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และไม่ควรลอกเลียนแบบการกระทำ คำพูด เห็นผิดเป็นถูก หรือกระทำตามเหตุการณ์ในเนื้อเรื่อง หากนักอ่านมีปัญหาทางสุขภาพจิต หรือค่อนข้างไวต่อความรู้สึก ขออนุญาตแนะนำให้ทดลองอ่านก่อน ถ้าไม่ไหวให้กดออกค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการบั่นทอนหรือส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของนักอ่าน
ทุกตัวละครเป็นเพียงการสมมติจากจินตนาการเท่านั้น
ไม่อนุญาตให้คัดลอกหรือดัดแปลงเนื้อหา ตาม พ.ร.บ 2537 ห้ามดัดแปลงหรือทำซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด หากพบเจอจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ข้อความจากน้องภัส
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า บางเหตุการณ์บางความรู้สึกในเนื้อเรื่องเป็นเรื่องจริงที่เราพบเห็นพบเจอเป็นส่วนมากในช่วงชีวิตที่มีความรัก และทุกคนมักจะมีวิธีการรับมือที่แตกต่างกันออกไป
แต่ถ้าวันหนึ่ง ‘ไม่ไหวล่ะ?’ จะเลือกเดินทางไหน
ระหว่าง
ไม่มีจุดหมายปลายทาง กับ ทางข้างหน้าที่เป็นทางตัน
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะอยู่หรือไป ก็ต้อง ‘เจ็บ’ เหมือนกัน
แต่อยู่ที่ว่า..จะเจ็บมากหรือน้อย เท่านั้นเอง
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการอ่านนิยายของน้องภัสนะคะ
หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้
คำโปรย
วิวาห์สมนาคุณ [กรณ์ x เมริ]
วิวาห์ = แต่งงาน,สมรส
สมนาคุณ = ตอบแทนบุญคุณด้วยทรัพย์,สิ่งของ,แรงงาน
แต่งงานมาสามปี อยู่ในฐานะว่าที่คู่หมั้นอีกสองปี รวมเป็นห้าปีที่เขาไม่เคยแม้แต่จะมองว่าเธอเป็นคนรัก มากสุดก็แค่..ที่ระบายอารมณ์ในบ้าน กลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ หันหาเมื่อไหร่ก็มี
พอวันที่จะไป..เขากลับสาธยายมายาวเหยียดประหนึ่งว่าที่ผ่านมารักมากจนขาดไม่ได้ แต่เสียใจด้วย..วันนี้เธอไม่โง่อีกแล้ว
บทนำ
Meri
“ตื่น ตื่น ตื่น วันนี้แกมีนัดกินข้าวกับพ่อแม่ช่วงเย็นไม่ใช่หรือไงยัยเมริ! ตื่นได้แล้ว”
ฉันขยับตัวลุกขึ้นปรือตามองตามเจ้าของเสียง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉันเอง เธอชื่ออลิซ เราสนิทกันมากสนิทตั้งแต่ที่เริ่มเข้าเรียนมหา’ลัยเลยด้วยซ้ำ
“ตื่นค่ะ! เดี๋ยวไปถึงช้าก็โดนดุอีก ฉันขี้เกียจจะฟัง”
“โอเค ๆ” ฉันตอบอลิซน้ำเสียงสะลึมสะลือ ก็เล่นทำโครงการกันดึกดื่นขนาดนี้ ใครจะไม่น็อกบ้าง ไอ้อยากเรียนจบก็อยากเรียนจบ แต่พ่อแม่ก็สำคัญ ทำยังไงได้ ก็ได้แต่ทำใจยอมรับ จำยอมกลับบ้านแต่โดยดี
โดยขณะที่ฉันกำลังแต่งตัวเตรียมจะออกจากห้องอลิซก็ไม่วายเดินมาร่ายมนตร์เป่าคาถาใส่กระหม่อมให้ประหนึ่งว่าฉันกำลังจะไปสู้รบต่อกรกับใครอย่างไงอย่างงั้น
“ขอให้แกไม่โดนแม่กินหัว เพี้ยง ~” ท่าทางของอลิซทำฉันอมยิ้มหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะสวมกอดเพื่อนสาวไว้แน่นแล้วเงยหน้าสบตา
“เป็นไปได้ ฉันอยากทำงานที่เดียวกันกับแก อยากอยู่กับแกแบบนี้ตลอดไปเลย”
“ไม่ได้จ้ะ วันหนึ่งฉันจะต้องมีแฟน มีสามี หล่อ ๆ รวย ๆ”
“เฮ้อ จะทิ้งฉันสินะ” พูดเหมือนน้อยอกน้อยใจ
“เปล่าทิ้ง ก็แค่..เห็นผู้ชายสำคัญกว่านิดหน่อย”
“บ้าผู้ชาย!” ฉันว่าให้อลิซน้ำเสียงไม่จริงจัง ผิดกับอลิซที่หัวเราะชอบอกชอบใจ แล้วรีบรั้งฉันให้ลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าสะพายข้างมาสะพายให้แล้วดันให้ออกจากห้องไป ก่อนที่จะสายไปมากกว่านี้ ฉันเลยหันหลังกลับไปโบกมือทำหน้าเศร้า ๆ แล้วก็ต้องหลุดหัวเราะอีกครั้งในตอนที่อลิซเดินออกมาสะบัดบ๊อบให้ ‘ยัยบ้า ฮ่า ๆ’
เมริษาใช้เวลาขับรถไม่นานมากนักก็มาถึงบ้าน..ที่ไม่เหมือนบ้าน ทันทีที่ลงจากรถเสียงผู้เป็นแม่ก็ดังแว่วขึ้นมา
“ต้องให้ฉันจุดธูปเชิญไหม ถึงจะลงจากรถได้”
คงไม่ใช่เสียงที่แว่วเข้ามาแล้วละ คงเป็นเสียงแม่จริง ๆ ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกครั้งที่เจอกันท่านจะต้องคอยพูดจาแบบนี้ใส่ฉันอยู่เรื่อย ทั้งที่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรให้ อีกอย่างก็เพิ่งจอดรถ กำลังคว้ากระเป๋าจะลงจากรถ เสียงท่านก็ดังขึ้นก่อน..
ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ฉันก็รีบพาตัวเองลงไปยืนด้วยความเร็วพร้อมกับพนมมือไหว้สวัสดีพ่อและแม่..
“สวัสดีค่ะแม่ สวัสดีค่ะพ่อ”
“เร็ว ๆ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วย” แม่พูดน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
“ไหว้พระเถอะ”
การรับไหว้ของพ่อแม่ต่างกันสิ้นเชิง ซึ่งแม่พูดแล้วก็หันหลังให้ เหลือแค่พ่อที่ยืนยิ้มกางแขนให้เข้าไปสวมกอด แบบนี้ฉันจะลังเลอยู่ทำไม ต้องรีบเข้าไปสวมกอดท่านสิ
“เมริคิดถึงคุณพ่อค่ะ ~”
“พ่อก็คิดถึงหนู” พร้อมกับสวมกอดแน่น
“วันนี้มีเรื่องสำคัญเหรอคะ”
“ก็สำคัญระดับหนึ่ง ไว้เข้าไปคุยในบ้านนะ”
ฉันได้แต่พยักหน้ามองท่านที่คลายกอดแล้วเดินนำหน้าไป ในใจก็ได้แต่คิดว่าทำไม มีอะไร เกิดอะไรขึ้น หรือเป็นตัวฉันที่ไปก่อเรื่องไม่ดีจนฉาวมาถึงหูท่าน ทว่าเมื่อคิดทบทวนแล้วก็คงไม่ใช่ เพราะฉันไม่เคยทำ
โต๊ะอาหาร
ระหว่างที่นั่งทานอาหารทั้งพ่อและแม่ต่างก็ไม่พูดไม่จา มีเพียงสีหน้าของผู้เป็นพ่อที่ดูอึดอัดกับสถานการณ์ตรงหน้า กระทั่งมื้ออาหารจบลง แม่ก็เอ่ยขึ้น..
“แกกำลังจะเรียนจบใช่ไหมเมริ ไหนแกลองแนะนำตัวให้ฉันฟังหน่อยสิ” ประโยคนี้แม่พูดแล้วหันมาสบตาฉัน ขณะที่กำลังจะตอบเสียงพ่อก็ดังแทรกขึ้น
“อริศรา!”
“ทำไมคะ คุณเมษา”
พ่อและแม่ต่างก็เรียกชื่อกันอย่างไม่มีใครยอมใครจนฉันต้องยกมือปรามพวกท่านแล้วเริ่มแนะนำตัวเองแทน
“หนูชื่อ นางสาวเมริษา พรมเมศค่ะ ชื่อเล่น เมริ ตอนนี้อายุ23ปี กำลังจะจบการศึกษาปริญญาตรีค่ะ” ฉันเอ่ยแนะนำตัวโดยไม่สบสายตาผู้เป็นแม่เลยแม้แต่วินาทีเดียว
“ฉันเคยบอกแกว่า ถ้าอายุ25แกควรแต่งงาน จำได้ใช่ไหม?”
“…” จำได้ แต่แค่ไม่รู้ว่าจะต้องแต่งกับใคร เพราะแค่แฟน..ฉันก็ยังไม่มี
“เพราะฉะนั้นแกต้องหมั้นก่อนสองปี อายุครบ25ปีค่อยแต่ง”
“ก..กับใครคะ?” ถามด้วยความสงสัย จะหมั้นจะแต่งกับใครยังไม่รู้เลย อยู่ ๆ ก็มามัดมือชกแบบนี้ได้ที่ไหนกัน มันไม่ต่างอะไรกับการคลุมถุงชนสมัยก่อนเลยสักนิด
“กรวิน เขตวิภัทร”
“ไม่รู้จักค่ะ”
“ตอนนี้ยังไม่ต้องรู้จัก ฉันแค่บอก ถึงวันแล้วจะพาไปเจอตัว แกมีหน้าที่แค่ทำสวยเข้าไว้ แล้วถ้าการเรียนมันทำให้ขอบตาดำขนาดนี้ก็ใช้เงินเรียนซะ จะได้จบ ๆ”
ประโยคสุดท้ายก่อนจะหูดับยังดังโลดแล่นในโสตประสาทซ้ำ ๆ โดยที่ฉันไม่สามารถสลัดประโยคที่ได้ยินทิ้งได้เลย กระทั่งกลับมาถึงคอนโด..ฉันก็เริ่มเล่าให้อลิซฟัง อลิซเองก็ตกใจไม่ต่างกัน เพราะนี่ถือเป็นข่าวร้ายเอามาก ๆ เหมือนว่าหลังจากนี้ฉันจะถูกจำกัดอิสระในการใช้ชีวิตอย่างไงอย่างงั้น
ง่าย ๆ ก็คือ เรียนจบ หมั้น มีคู่หมั้น รออายุครบยี่สิบห้าปีก็แต่งงาน แต่งโดยที่ไม่รู้ว่าเราสองคนจะเข้ากันได้หรือเปล่า จะรักกันไหม มันน่าตลกดีนะว่าไหม..
End Meri
Korn
“พ่อกับแม่เป็นอะไรมากหรือเปล่า?” ผมถามท่านทั้งสองอย่างไม่สบอารมณ์
“หมั้นกันไปก่อนไม่ได้เลยหรือไง แกไม่เสียหายอะไรนะตากรณ์”
“แม่ก็พูดได้สิครับ แม่ไม่ใช่คนถูกผูกมัดแบบผมนี่”
“คุณอย่าไปพูดกล่อมอะไรไอ้ลูกชายคนนี้เลย ถึงเวลาก็จัดงานหมั้นเล็ก ๆ มีแค่เราพอ พอถึงวันงานแต่งก็ค่อยว่ากันอีกที”
“โอโห คุณกาญจน์กนกบอกผมว่าไม่เสียหายอะไร ส่วนคุณชนกันต์บอกว่าให้จัดงานเล็ก ๆ รองานแต่งค่อยว่ากัน ผมอยากถามคุณทั้งสองคนว่าถามผมบ้างหรือยังครับ ถาม กรวิน เขตวิภัทร บ้างหรือยัง” อยากให้ถามกันบ้างสักคำ ตกลงใครเป็นคนแต่งงาน พ่อหรือแม่ ไม่ใช่ผมใช่ไหม? หรือใช่ผม แต่พ่อกับแม่กำลังจะจับคลุมถุงชน?
บอกตามตรงตั้งแต่ใช้ชีวิตทำงาน ไม่เคยมีแม้แต่วินาทีเดียวที่คิดอยากจะแต่งงานมีครอบครัว ไม่เลย ไม่มี ไม่มีเลย! พอมาวันนี้จะให้หมั้นให้แต่งงาน เพื่ออะไร ใครต้องการ ความต้องการของใคร บทสรุปคือความสุขของใคร ชีวิตเป็นของพ่อแม่หรือของตัวผมเอง
“ปีนี้แกอายุ27ปีแล้วนะ หมั้นสองปีก็ยี่สิบเก้า ไหนจะมีลูกอีก นี่พ่อกับแม่เผื่อเวลาให้แกสุด ๆ แล้วนะ”
“พ่อแต่งเองเลยไหม? เดี๋ยวผมช่วยจัดงาน” กรวินพูดอย่างเหลืออด เอะอะอะไรก็จะให้หมั้นให้แต่ง จะเอาให้ได้เลยใช่ไหม? จะยึดครองชีวิตชายโสดคนนี้ให้ได้เลยสินะ!
“เลิกเที่ยวเล่นแล้วนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าได้แล้ว แกควรมีเมียเป็นตัวเป็นตน”
“นี่ไง คำตอบมันอยู่ในประโยคที่พ่อพูดแล้ว ผมถามหน่อยเถอะ ใครจะนอนกับผู้หญิงคนเดิมซ้ำ ๆ ได้ทุกวัน เบื่อแย่” พูดพลางไหวไหล่ไม่ยี่หระ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
“ผมนึกออกแล้ว ถ้าพ่อแม่กลัวโรงงานผลิตสินค้าเอทีซีรายใหญ่จะไปร่วมงานกับบริษัทอื่น พ่อแม่ก็กว้านซื้อเลยสิครับ เดี๋ยวผมติดต่อเจรจาทำสัญญาให้”
“ขอบคุณสำหรับความหวังดี แต่วิธีนั้นพ่อทำแล้วไม่ได้ผล!”
“โถ่ คุณชนกันต์..” แสร้งพูดหน้าสลด
“ข้อแม้เดียวคือหมั้นและแต่งงาน ปีนี้น้องอายุยี่สิบสาม กำลังจะเรียนจบ”
“น้องใคร? ผมลูกคนเดียว” ไหวไหล่พูด
“น้องที่อนาคตจะเป็นเมีย เป็นแม่ของลูกแกนั่นแหละ”
“…” ใครพูด ผมไม่ได้พูด พ่อแม่พูดเองเออเองทั้งนั้น
“อายุครบยี่สิบห้าปีแต่ง แล้วจะรวมเป็นเครือเดียวกัน แกก็รู้เอทีซีทำงานรอบคอบขนาดไหน ใคร ๆ ก็ต้องการ ทำไมไม่รู้จักคว้า?” ถามพลางสบตาไม่กะพริบ
“ใครบอกว่าผมต้องการ” ผมตอบผู้เป็นพ่อหน้าตาย
“กู-ต้อง-การ! และ มึง-ก็-ต้อง-แต่ง!” เน้นย้ำประโยคเสียงดังฟังชัด
ยื่นคำขาดมาขนาดนี้ ปฏิเสธหัวชนฝาก็แล้ว เอาตีนยันผนังก็แล้ว เหลือแค่เอาตีนเกยหน้าผากแล้วงานนี้ สรุปก็คือต้องหมั้นต้องแต่งว่างั้นเถอะ!
“อยากจะเห็นหน้าไอ้ครอบครัวที่ขายลูกกินจริง ๆ คงหิวเงินน่าดู”
“ถ้าเจอ..จะเอาให้ร้องคลานกลับบ้านไม่ถูกเลยคอยดู!” จะหาว่าใจร้ายใจดำไม่ได้นะ ในเมื่อหมั้นมาแต่งมาก็ไม่ได้รักใคร่ชอบพอ จะให้ทะนุถนอมก็คงไม่ได้ ทีนี้แหละ เธอจะได้รู้ ว่า..นรกบนดิน มันเป็นยังไง แม่สาวน้อย
End Korn
นิยายเรื่องนี้เผยแพร่เมื่อ 05/08/23
บทล่าสุด
#44 บทที่ 44 ตอนที่ 43 นานแค่ไหนก็จะรอ The End
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#43 บทที่ 43 ตอนที่ 42 คุณไม่เคยเป็นของฉัน
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#42 บทที่ 42 ตอนที่ 41 คิดถึงมากเป็นเหตุ
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#41 บทที่ 41 ตอนที่ 40 ถ้ามึงทิ้งกูนะไอ้กรณ์!
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#40 บทที่ 40 ตอนที่ 39 อดทนไม่ไหว
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#39 บทที่ 39 ตอนที่ 38 ใครหน้าไหนก็ทำอะไรเธอไม่ได้
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#38 บทที่ 38 ตอนที่ 37 เฮียเป็นหนักนะ
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#37 บทที่ 37 ตอนที่ 36 ต้องใช้เวลา
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#36 บทที่ 36 ตอนที่ 35 ฉันขอคุณบ้างได้ไหม?
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#35 บทที่ 35 ตอนที่ 34 เธอไม่ได้คิดอะไร..
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026
คุณอาจชอบ 😍
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รักไม่หลอก
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว













