บทนำ
บท 1
วิวาห์สมนาคุณ
คำโปรย
แต่งงานมาสามปี อยู่ในฐานะว่าที่คู่หมั้นอีกสองปี รวมเป็นห้าปีที่เขาไม่เคยแม้แต่จะมองว่าเธอเป็นคนรัก มากสุดก็แค่..ที่ระบายอารมณ์ในบ้าน
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18+ ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และไม่ควรลอกเลียนแบบการกระทำ คำพูด เห็นผิดเป็นถูก หรือกระทำตามเหตุการณ์ในเนื้อเรื่อง หากนักอ่านมีปัญหาทางสุขภาพจิต หรือค่อนข้างไวต่อความรู้สึก ขออนุญาตแนะนำให้ทดลองอ่านก่อน ถ้าไม่ไหวให้กดออกค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการบั่นทอนหรือส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของนักอ่าน
ทุกตัวละครเป็นเพียงการสมมติจากจินตนาการเท่านั้น
ไม่อนุญาตให้คัดลอกหรือดัดแปลงเนื้อหา ตาม พ.ร.บ 2537 ห้ามดัดแปลงหรือทำซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด หากพบเจอจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ข้อความจากน้องภัส
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า บางเหตุการณ์บางความรู้สึกในเนื้อเรื่องเป็นเรื่องจริงที่เราพบเห็นพบเจอเป็นส่วนมากในช่วงชีวิตที่มีความรัก และทุกคนมักจะมีวิธีการรับมือที่แตกต่างกันออกไป
แต่ถ้าวันหนึ่ง ‘ไม่ไหวล่ะ?’ จะเลือกเดินทางไหน
ระหว่าง
ไม่มีจุดหมายปลายทาง กับ ทางข้างหน้าที่เป็นทางตัน
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะอยู่หรือไป ก็ต้อง ‘เจ็บ’ เหมือนกัน
แต่อยู่ที่ว่า..จะเจ็บมากหรือน้อย เท่านั้นเอง
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการอ่านนิยายของน้องภัสนะคะ
หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้
คำโปรย
วิวาห์สมนาคุณ [กรณ์ x เมริ]
วิวาห์ = แต่งงาน,สมรส
สมนาคุณ = ตอบแทนบุญคุณด้วยทรัพย์,สิ่งของ,แรงงาน
แต่งงานมาสามปี อยู่ในฐานะว่าที่คู่หมั้นอีกสองปี รวมเป็นห้าปีที่เขาไม่เคยแม้แต่จะมองว่าเธอเป็นคนรัก มากสุดก็แค่..ที่ระบายอารมณ์ในบ้าน กลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ หันหาเมื่อไหร่ก็มี
พอวันที่จะไป..เขากลับสาธยายมายาวเหยียดประหนึ่งว่าที่ผ่านมารักมากจนขาดไม่ได้ แต่เสียใจด้วย..วันนี้เธอไม่โง่อีกแล้ว
บทนำ
Meri
“ตื่น ตื่น ตื่น วันนี้แกมีนัดกินข้าวกับพ่อแม่ช่วงเย็นไม่ใช่หรือไงยัยเมริ! ตื่นได้แล้ว”
ฉันขยับตัวลุกขึ้นปรือตามองตามเจ้าของเสียง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉันเอง เธอชื่ออลิซ เราสนิทกันมากสนิทตั้งแต่ที่เริ่มเข้าเรียนมหา’ลัยเลยด้วยซ้ำ
“ตื่นค่ะ! เดี๋ยวไปถึงช้าก็โดนดุอีก ฉันขี้เกียจจะฟัง”
“โอเค ๆ” ฉันตอบอลิซน้ำเสียงสะลึมสะลือ ก็เล่นทำโครงการกันดึกดื่นขนาดนี้ ใครจะไม่น็อกบ้าง ไอ้อยากเรียนจบก็อยากเรียนจบ แต่พ่อแม่ก็สำคัญ ทำยังไงได้ ก็ได้แต่ทำใจยอมรับ จำยอมกลับบ้านแต่โดยดี
โดยขณะที่ฉันกำลังแต่งตัวเตรียมจะออกจากห้องอลิซก็ไม่วายเดินมาร่ายมนตร์เป่าคาถาใส่กระหม่อมให้ประหนึ่งว่าฉันกำลังจะไปสู้รบต่อกรกับใครอย่างไงอย่างงั้น
“ขอให้แกไม่โดนแม่กินหัว เพี้ยง ~” ท่าทางของอลิซทำฉันอมยิ้มหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะสวมกอดเพื่อนสาวไว้แน่นแล้วเงยหน้าสบตา
“เป็นไปได้ ฉันอยากทำงานที่เดียวกันกับแก อยากอยู่กับแกแบบนี้ตลอดไปเลย”
“ไม่ได้จ้ะ วันหนึ่งฉันจะต้องมีแฟน มีสามี หล่อ ๆ รวย ๆ”
“เฮ้อ จะทิ้งฉันสินะ” พูดเหมือนน้อยอกน้อยใจ
“เปล่าทิ้ง ก็แค่..เห็นผู้ชายสำคัญกว่านิดหน่อย”
“บ้าผู้ชาย!” ฉันว่าให้อลิซน้ำเสียงไม่จริงจัง ผิดกับอลิซที่หัวเราะชอบอกชอบใจ แล้วรีบรั้งฉันให้ลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าสะพายข้างมาสะพายให้แล้วดันให้ออกจากห้องไป ก่อนที่จะสายไปมากกว่านี้ ฉันเลยหันหลังกลับไปโบกมือทำหน้าเศร้า ๆ แล้วก็ต้องหลุดหัวเราะอีกครั้งในตอนที่อลิซเดินออกมาสะบัดบ๊อบให้ ‘ยัยบ้า ฮ่า ๆ’
เมริษาใช้เวลาขับรถไม่นานมากนักก็มาถึงบ้าน..ที่ไม่เหมือนบ้าน ทันทีที่ลงจากรถเสียงผู้เป็นแม่ก็ดังแว่วขึ้นมา
“ต้องให้ฉันจุดธูปเชิญไหม ถึงจะลงจากรถได้”
คงไม่ใช่เสียงที่แว่วเข้ามาแล้วละ คงเป็นเสียงแม่จริง ๆ ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกครั้งที่เจอกันท่านจะต้องคอยพูดจาแบบนี้ใส่ฉันอยู่เรื่อย ทั้งที่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรให้ อีกอย่างก็เพิ่งจอดรถ กำลังคว้ากระเป๋าจะลงจากรถ เสียงท่านก็ดังขึ้นก่อน..
ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ฉันก็รีบพาตัวเองลงไปยืนด้วยความเร็วพร้อมกับพนมมือไหว้สวัสดีพ่อและแม่..
“สวัสดีค่ะแม่ สวัสดีค่ะพ่อ”
“เร็ว ๆ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วย” แม่พูดน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
“ไหว้พระเถอะ”
การรับไหว้ของพ่อแม่ต่างกันสิ้นเชิง ซึ่งแม่พูดแล้วก็หันหลังให้ เหลือแค่พ่อที่ยืนยิ้มกางแขนให้เข้าไปสวมกอด แบบนี้ฉันจะลังเลอยู่ทำไม ต้องรีบเข้าไปสวมกอดท่านสิ
“เมริคิดถึงคุณพ่อค่ะ ~”
“พ่อก็คิดถึงหนู” พร้อมกับสวมกอดแน่น
“วันนี้มีเรื่องสำคัญเหรอคะ”
“ก็สำคัญระดับหนึ่ง ไว้เข้าไปคุยในบ้านนะ”
ฉันได้แต่พยักหน้ามองท่านที่คลายกอดแล้วเดินนำหน้าไป ในใจก็ได้แต่คิดว่าทำไม มีอะไร เกิดอะไรขึ้น หรือเป็นตัวฉันที่ไปก่อเรื่องไม่ดีจนฉาวมาถึงหูท่าน ทว่าเมื่อคิดทบทวนแล้วก็คงไม่ใช่ เพราะฉันไม่เคยทำ
โต๊ะอาหาร
ระหว่างที่นั่งทานอาหารทั้งพ่อและแม่ต่างก็ไม่พูดไม่จา มีเพียงสีหน้าของผู้เป็นพ่อที่ดูอึดอัดกับสถานการณ์ตรงหน้า กระทั่งมื้ออาหารจบลง แม่ก็เอ่ยขึ้น..
“แกกำลังจะเรียนจบใช่ไหมเมริ ไหนแกลองแนะนำตัวให้ฉันฟังหน่อยสิ” ประโยคนี้แม่พูดแล้วหันมาสบตาฉัน ขณะที่กำลังจะตอบเสียงพ่อก็ดังแทรกขึ้น
“อริศรา!”
“ทำไมคะ คุณเมษา”
พ่อและแม่ต่างก็เรียกชื่อกันอย่างไม่มีใครยอมใครจนฉันต้องยกมือปรามพวกท่านแล้วเริ่มแนะนำตัวเองแทน
“หนูชื่อ นางสาวเมริษา พรมเมศค่ะ ชื่อเล่น เมริ ตอนนี้อายุ23ปี กำลังจะจบการศึกษาปริญญาตรีค่ะ” ฉันเอ่ยแนะนำตัวโดยไม่สบสายตาผู้เป็นแม่เลยแม้แต่วินาทีเดียว
“ฉันเคยบอกแกว่า ถ้าอายุ25แกควรแต่งงาน จำได้ใช่ไหม?”
“…” จำได้ แต่แค่ไม่รู้ว่าจะต้องแต่งกับใคร เพราะแค่แฟน..ฉันก็ยังไม่มี
“เพราะฉะนั้นแกต้องหมั้นก่อนสองปี อายุครบ25ปีค่อยแต่ง”
“ก..กับใครคะ?” ถามด้วยความสงสัย จะหมั้นจะแต่งกับใครยังไม่รู้เลย อยู่ ๆ ก็มามัดมือชกแบบนี้ได้ที่ไหนกัน มันไม่ต่างอะไรกับการคลุมถุงชนสมัยก่อนเลยสักนิด
“กรวิน เขตวิภัทร”
“ไม่รู้จักค่ะ”
“ตอนนี้ยังไม่ต้องรู้จัก ฉันแค่บอก ถึงวันแล้วจะพาไปเจอตัว แกมีหน้าที่แค่ทำสวยเข้าไว้ แล้วถ้าการเรียนมันทำให้ขอบตาดำขนาดนี้ก็ใช้เงินเรียนซะ จะได้จบ ๆ”
ประโยคสุดท้ายก่อนจะหูดับยังดังโลดแล่นในโสตประสาทซ้ำ ๆ โดยที่ฉันไม่สามารถสลัดประโยคที่ได้ยินทิ้งได้เลย กระทั่งกลับมาถึงคอนโด..ฉันก็เริ่มเล่าให้อลิซฟัง อลิซเองก็ตกใจไม่ต่างกัน เพราะนี่ถือเป็นข่าวร้ายเอามาก ๆ เหมือนว่าหลังจากนี้ฉันจะถูกจำกัดอิสระในการใช้ชีวิตอย่างไงอย่างงั้น
ง่าย ๆ ก็คือ เรียนจบ หมั้น มีคู่หมั้น รออายุครบยี่สิบห้าปีก็แต่งงาน แต่งโดยที่ไม่รู้ว่าเราสองคนจะเข้ากันได้หรือเปล่า จะรักกันไหม มันน่าตลกดีนะว่าไหม..
End Meri
Korn
“พ่อกับแม่เป็นอะไรมากหรือเปล่า?” ผมถามท่านทั้งสองอย่างไม่สบอารมณ์
“หมั้นกันไปก่อนไม่ได้เลยหรือไง แกไม่เสียหายอะไรนะตากรณ์”
“แม่ก็พูดได้สิครับ แม่ไม่ใช่คนถูกผูกมัดแบบผมนี่”
“คุณอย่าไปพูดกล่อมอะไรไอ้ลูกชายคนนี้เลย ถึงเวลาก็จัดงานหมั้นเล็ก ๆ มีแค่เราพอ พอถึงวันงานแต่งก็ค่อยว่ากันอีกที”
“โอโห คุณกาญจน์กนกบอกผมว่าไม่เสียหายอะไร ส่วนคุณชนกันต์บอกว่าให้จัดงานเล็ก ๆ รองานแต่งค่อยว่ากัน ผมอยากถามคุณทั้งสองคนว่าถามผมบ้างหรือยังครับ ถาม กรวิน เขตวิภัทร บ้างหรือยัง” อยากให้ถามกันบ้างสักคำ ตกลงใครเป็นคนแต่งงาน พ่อหรือแม่ ไม่ใช่ผมใช่ไหม? หรือใช่ผม แต่พ่อกับแม่กำลังจะจับคลุมถุงชน?
บอกตามตรงตั้งแต่ใช้ชีวิตทำงาน ไม่เคยมีแม้แต่วินาทีเดียวที่คิดอยากจะแต่งงานมีครอบครัว ไม่เลย ไม่มี ไม่มีเลย! พอมาวันนี้จะให้หมั้นให้แต่งงาน เพื่ออะไร ใครต้องการ ความต้องการของใคร บทสรุปคือความสุขของใคร ชีวิตเป็นของพ่อแม่หรือของตัวผมเอง
“ปีนี้แกอายุ27ปีแล้วนะ หมั้นสองปีก็ยี่สิบเก้า ไหนจะมีลูกอีก นี่พ่อกับแม่เผื่อเวลาให้แกสุด ๆ แล้วนะ”
“พ่อแต่งเองเลยไหม? เดี๋ยวผมช่วยจัดงาน” กรวินพูดอย่างเหลืออด เอะอะอะไรก็จะให้หมั้นให้แต่ง จะเอาให้ได้เลยใช่ไหม? จะยึดครองชีวิตชายโสดคนนี้ให้ได้เลยสินะ!
“เลิกเที่ยวเล่นแล้วนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าได้แล้ว แกควรมีเมียเป็นตัวเป็นตน”
“นี่ไง คำตอบมันอยู่ในประโยคที่พ่อพูดแล้ว ผมถามหน่อยเถอะ ใครจะนอนกับผู้หญิงคนเดิมซ้ำ ๆ ได้ทุกวัน เบื่อแย่” พูดพลางไหวไหล่ไม่ยี่หระ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
“ผมนึกออกแล้ว ถ้าพ่อแม่กลัวโรงงานผลิตสินค้าเอทีซีรายใหญ่จะไปร่วมงานกับบริษัทอื่น พ่อแม่ก็กว้านซื้อเลยสิครับ เดี๋ยวผมติดต่อเจรจาทำสัญญาให้”
“ขอบคุณสำหรับความหวังดี แต่วิธีนั้นพ่อทำแล้วไม่ได้ผล!”
“โถ่ คุณชนกันต์..” แสร้งพูดหน้าสลด
“ข้อแม้เดียวคือหมั้นและแต่งงาน ปีนี้น้องอายุยี่สิบสาม กำลังจะเรียนจบ”
“น้องใคร? ผมลูกคนเดียว” ไหวไหล่พูด
“น้องที่อนาคตจะเป็นเมีย เป็นแม่ของลูกแกนั่นแหละ”
“…” ใครพูด ผมไม่ได้พูด พ่อแม่พูดเองเออเองทั้งนั้น
“อายุครบยี่สิบห้าปีแต่ง แล้วจะรวมเป็นเครือเดียวกัน แกก็รู้เอทีซีทำงานรอบคอบขนาดไหน ใคร ๆ ก็ต้องการ ทำไมไม่รู้จักคว้า?” ถามพลางสบตาไม่กะพริบ
“ใครบอกว่าผมต้องการ” ผมตอบผู้เป็นพ่อหน้าตาย
“กู-ต้อง-การ! และ มึง-ก็-ต้อง-แต่ง!” เน้นย้ำประโยคเสียงดังฟังชัด
ยื่นคำขาดมาขนาดนี้ ปฏิเสธหัวชนฝาก็แล้ว เอาตีนยันผนังก็แล้ว เหลือแค่เอาตีนเกยหน้าผากแล้วงานนี้ สรุปก็คือต้องหมั้นต้องแต่งว่างั้นเถอะ!
“อยากจะเห็นหน้าไอ้ครอบครัวที่ขายลูกกินจริง ๆ คงหิวเงินน่าดู”
“ถ้าเจอ..จะเอาให้ร้องคลานกลับบ้านไม่ถูกเลยคอยดู!” จะหาว่าใจร้ายใจดำไม่ได้นะ ในเมื่อหมั้นมาแต่งมาก็ไม่ได้รักใคร่ชอบพอ จะให้ทะนุถนอมก็คงไม่ได้ ทีนี้แหละ เธอจะได้รู้ ว่า..นรกบนดิน มันเป็นยังไง แม่สาวน้อย
End Korn
นิยายเรื่องนี้เผยแพร่เมื่อ 05/08/23
บทล่าสุด
#44 บทที่ 44 ตอนที่ 43 นานแค่ไหนก็จะรอ The End
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#43 บทที่ 43 ตอนที่ 42 คุณไม่เคยเป็นของฉัน
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#42 บทที่ 42 ตอนที่ 41 คิดถึงมากเป็นเหตุ
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#41 บทที่ 41 ตอนที่ 40 ถ้ามึงทิ้งกูนะไอ้กรณ์!
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#40 บทที่ 40 ตอนที่ 39 อดทนไม่ไหว
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#39 บทที่ 39 ตอนที่ 38 ใครหน้าไหนก็ทำอะไรเธอไม่ได้
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#38 บทที่ 38 ตอนที่ 37 เฮียเป็นหนักนะ
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#37 บทที่ 37 ตอนที่ 36 ต้องใช้เวลา
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#36 บทที่ 36 ตอนที่ 35 ฉันขอคุณบ้างได้ไหม?
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#35 บทที่ 35 ตอนที่ 34 เธอไม่ได้คิดอะไร..
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026
คุณอาจชอบ 😍
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (เซต..วิศวะ)
*** เมื่อเพื่อนสนิทชายหญิงมาอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน มันจะมีคนหนึ่งที่คิดไม่ซื่อ จ้องจะงาบเพื่อนอยู่ตลอด มาลุ้นกันว่าฝ่ายไหนจะเปิดก่อน แล้วคนเปิดก่อนจะได้เปรียบจริงหรือเปล่า? ***
เมียเด็กของภาคินทร์
รักระรินใจ
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!













