บทนำ
เหนือสิ่งอื่นใด ตายแล้วตายเลยจะไม่ว่า แต่ดันตื่นขึ้นมาในร่างหญิงชาวนายากจน ชื่อหวังฉีหลินเช่นเดียวกับเธอพ่วงมาด้วยภาระชิ้นใหญ่ อย่างสามีที่ป่วยติดเตียงและลูกชายฝาแฝดทั้งสอง แถมยังมีภาระชิ้นใหญ่ม๊ากกกมาก กอไกล่ล้านตัวอย่างพ่อแม่สามีและน้องๆของสามี ที่โดนบ้านสายหลักกดขี่ข่มเหงรังแก เอารัดเอาเปรียบและบังคับแยกบ้านหลังจากที่สามีของนางได้รับบาดเจ็บสาหัส สาเหตุที่หวังฉีหลินต้องมาตายไปนั้นเพราะโดนลูกสะใภ้บ้านสายหลักผลักตกเขาระหว่างที่กำลังยื้อแย่งโสมคนที่หวังฉีหลินขุดมาได้
บท 1
หวังฉีหลินสาวสวยอายุ 25 ปี ที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในการทำงาน เหตุเพราะเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เมื่ออายุครบ 18 ทุกคนต้องออกไปใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่สามารถที่จะอาศัยอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้
ฉีหลินทำงานทุกอย่างด้วยความขยันหมั่นเพียรและส่งเสียให้ตัวเองเรียนไปด้วย ฉีหลินเลือกเรียนเกี่ยวกับการเกษตร เพราะมีความฝันอยากจะทำสวนสมุนไพรและมีสวนสมุนไพรเป็นของตัวเอง
หลังจากเรียนจบและเข้าทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเกษตร ฉีหลินเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง เธอจึงนำไปซื้อที่ดินเล็ก ๆ เพียง 2 ไร่ ทำสวนสมุนไพรในฝันของตัวเอง
มีเพื่อน ๆ ที่ทำงานเคยถามฉีหลินว่าเธอเป็นคนจีนหรือ ทำไมถึงชื่อไม่เหมือนคนอื่นทั้ง ๆ ที่อยู่ในส่วนเหนือสุดของประเทศไทย ฉีหลินได้แต่ตอบว่าเธอเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกัน
ในตอนที่เธอยังเป็นเด็กอยู่นั้นเธอได้ถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธออาศัยอยู่ ได้คำตอบว่าตอนที่พบเธอมีป้ายติดอยู่ที่ข้อมือซึ่งก็คือชื่อของเธอในตอนนี้ คงจะเป็นอย่างเดียวที่ผู้เป็นพ่อและแม่ของเธอทิ้งเอาไว้ให้
ฉีหลินเองไม่เคยอยากตามหาพ่อแม่ของตัวเอง เธอเพียงแค่คิดว่าหากพ่อแม่ต้องการเธอคงไม่เอาเธอมาทิ้งเอาไว้ในสถานที่แห่งนี้ และหากว่าพวกเขาต้องการเธอจริง ๆ คงออกตามหาเธอนานแล้วคงไม่ปล่อยเธอเอาไว้อย่างนี้
การใช้ชีวิตคนเดียวไร้ซึ่งคนสนับสนุน กว่าเธอจะผ่านมันมาได้ก็ลำบากมาก แต่เธอยังโชคดี นอกจากจะได้งานที่ดี คนรอบข้างของเธอยังเป็นคนดีคอยช่วยเหลือสนับสนุน สวนสมุนไพรจากน้ำพักน้ำแรงของเธอนับว่าประสบความสำเร็จมากและทำกำไรให้เธอมากเช่นเดียวกัน
ฉีหลินและเพื่อนที่ทำงานได้ไปเที่ยวที่พระราชวังโปตาลามาเมื่อสามเดือนที่แล้ว ไม่รู้ว่าเพราะชื่อเธอเหมือนคนจีนหรือไม่ ฉีหลินมีความชอบประเทศจีน อาหารจีน สมุนไพรจีน หรือแม้แต่วัฒนธรรมการกิน เธอเองก็ศึกษาค้นคว้าเอาไว้ประดับสมองบ้าง
วันนี้ฉีหลินไปทำงานดังเช่นทุกวัน และที่สวนสมุนไพรฉีหลินได้จ้างลุงกับป้าชาวบ้านสองคนช่วยดูแล หลังจากที่ฉีหลินไปแอบเก็บหินสีรุ้งกลับมาเธอชอบมันมาก และได้นำไปเจาะรูและนำมาร้อยทำเป็นสร้อยข้อมือเธอสวมติดข้อมือตลอดเวลาไม่เคยถอดเลยสักครั้งแม้กระทั่งตอนอาบน้ำ
“หลิน วันนี้จะเข้าสวนหรือเปล่า” นิดาเพื่อนร่วมงานของฉีหลินถามออกมา
“ไม่เข้านะนิดา เธอมีอะไรหรือเปล่าหรืออยากให้เราช่วยอะไรหรือเปล่า บอกมาได้เลยนะ”
“ไม่มีอะไรหรอก เราจะชวนเธอไปหาอะไรกินน่ะ เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้ว เราเห็นเธอยุ่ง ๆ ก็เลยไม่กล้าชวนน่ะ”
“อ๋อ ได้สิ ก็ดีเหมือนกันนะ เพื่อน ๆ คนอื่นไปด้วยหรือเปล่า ไปกันหลาย ๆ คนสนุกดี”
“มี รฐา กับพี่เหมียวน่ะ รวมเราสองคนด้วยก็ 4 คน คนอื่น ๆ เราชวนแล้วบอกว่านัดกับแฟนเอาไว้แล้วน่ะ”
“เหรอ น่าอิจฉาจังน๊า พวกมีแฟนเนี่ย ทำไมเราไม่เห็นมีใครมาจีบเลยล่ะ"
“ไม่มีหรือเธอไม่สนใจกันแน่ วัน ๆ มัวแต่เอาเวลาไปทำสวนหมด เงินเดือนเธอออกจะเยอะ ภาระต้องส่งเสียที่บ้านก็ไม่มี จะหาเงินไปทำไมนักหนา หาความสุขให้ตัวเองบ้างเถอะ”
“ทำสวนสมุนไพรไง นั่นก็เป็นความสุขของเราเหมือนกัน”
“โอ๊ย เราหมายถึงว่าให้เธอหาแฟน สร้างครอบครัวได้แล้ว ปากบ่นอยากมีแฟน อยากมีลูก แต่ไม่เคยมีเวลาชายตาแลใคร แล้วแบบนี้เธอจะสมหวังได้ยังไง”
“ก็เรายังไม่พร้อมนี่ อีกอย่างเรายังมีหลายอย่างที่อยากทำอยู่ด้วย อีกอย่างเธอก็รู้ไม่ใช่เหรอ เราไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติ เราเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอคิดว่าจะมีคนชอบเราจริง ๆ เหรอ นิดา”
“เราว่าไม่เห็นจะเกี่ยวกันนะ ถ้าคนที่มาชอบเธอเป็นคนดี และรักเธอจริง ๆ จะเอาเรื่องแบบนี้มาตัดสินก็ไม่ถูกนะ คนเราเลือกเกิดได้หรือไงล่ะ สำหรับเราการที่มีแฟนที่ดี เป็นคนดี จิตใจดีก็พอแล้ว”
“นี่มันความคิดของผู้หญิงอย่างพวกเราไง แต่พวกผู้ชายจะมีคนคิดแบบนั้นหรือเปล่ายังไม่รู้ อาจจะมีแต่ก็คงน้อยและคงไม่เหลือถึงเราหรอก นิดาว่าป่ะ”
“ช่างเรื่องผู้ชายก่อนเถอะ สร้อยข้อมือสวยมาก ซื้อจากร้านไหนเหรอหินสีรุ้งนี้สวยจริง ๆ”
“ป่าวซื้อมาหรอก เราเก็บมาจากพระราชวังโปตาลา ตอนที่ไปเที่ยวกันไง”
“ห๊ะ นี่เธอกล้าเก็บมาด้วยเหรอ โห ไม่กลัวโดนข้อหาลักทรัพย์ข้ามชาติเหรอ”
“โอ๊ย ไปกันใหญ่แล้ว แค่หินก้อนเดียวไหม จะมาลักทรัพย์ข้ามชาติอะไร ดูหนังหรืออ่านนิยายมากไปป่ะเนี่ย”
“จะไปรู้เหรอ เราก็คิดเอาไว้ก่อนไง ว่าแต่ว่าเย็นนี้ไปร้านไหนดี หลินอยากกินอะไรเป็นพิเศษป่ะ”
“ไม่มีนะ อะไรก็ได้ จะว่าไปอยากกินหม้อไฟเนอะ ”
“อากาศร้อนจะตาย ยังจะกินหม้อไฟ ไม่ไหวมั้ง เอาเป็นไปกินร้านประจำก็แล้วกัน หรือเธอว่าไง”
“เรายังไงก็ได้ ไปเลยหรือเปล่า เราขอเก็บของสักครู่ นี่ก็เลยเวลาเลิกงานมานานแล้ว มัวแต่คุยกันเพลินลืมดูเวลาเดี๋ยวออกไปช้า พี่เหมียวได้บ่นหูชาแน่”
ทั้งสองคนรีบเก็บของและออกไปหาอีกสองคนที่นัดกันเอาไว้ทันที ระหว่างทางที่เดินออกจากออฟฟิศ ฉีหลินหลบพนักงานคนอื่นที่เริ่มทยอยออกจากที่ทำงาน
ในตอนที่รอลิฟต์อยู่นั้นแม่บ้านที่เดินถือแจกันดอกไม้เดินมาชนเธอเข้าพอดี ทำให้ข้อมือด้านที่สวมสร้อยหินสีรุ้งอยู่โดนหนามกุหลาบข่วนเป็นแผลถลอกมีเลือดออกนิดหน่อย
เลือดที่ไหลไปโดนก้อนหินสีรุ้งทันใดนั้นเกิดแสงสว่างเพียงชั่วพริบตาที่ก้อนหินโดยที่ไม่มีใครเห็นและฉีหลินเองก็ไม่ทันได้รู้สึกตัวเพราะมัวจดจ่อคุยกับเพื่อนข้าง ๆ
“ลงมาได้กันสักทีนะยะ รอนานมากรากจะงอกแล้วเนี่ย”
“โห พี่เหมียวพี่ก็พูดเกินไปนะคะ เพิ่งจะเลิกงานเอง พี่อย่าบอกนะว่าพี่ลงมาก่อนเวลาน่ะ”
“จะบ้าเหรอ ใครจะกล้าลงมาก่อน ขืนทำแบบนั้นหัวหน้าได้ตัดเงินเดือนพอดี”
“อ้าว จะไปรู้เหรอ ก็เห็นพี่บอกว่ารอนานแล้ว อ่ะ ริดาก็นึกว่าพี่หนีออกมาก่อนน่ะสิ”
“อย่ามาใส่ร้ายกันนะ รีบ ๆ ไปกันเถอะ หิวแล้วเนี่ย อ้าวแล้วยัยรฐาไปไหน เมื่อกี้ยังอยู่ตรงนี้เลย”
“มาแล้ว ๆ พอดี ลืมมือถืออยู่ที่โต๊ะน่ะ ไปกันเถอะ ขอโทษที่ให้รอนะทุกคน”
“เชอะ ลืมมือถือหรือว่าลืมให้เบอร์กับพ่อหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่กันแน่ อย่ามาแถเลย”
“ลืมมือถือจริงๆ พี่เหมียวนี่ก็พูดอะไรไม่รู้”
ทั้งสี่คนมาถึงร้านอาหารที่มักจะมากันเป็นประจำ หลังจากสั่งอาหารแล้ว ทั้งสี่คนในตอนที่นั่งรออาหารก็มีการพูดคุยหยอกเย้ากันสนุกสนาน เมื่ออาหารที่สั่งมาครบแล้วก็ลงมือกินด้วยความหิวโหยทันที
“วันหยุดยาวที่จะถึงนี้ไปเที่ยวไหนกันหรือ” รฐา
“เราจะกลับบ้านน่ะ ไม่ได้กลับไปนานแล้ว” นิดา
“พี่ก็คงจะกลับบ้านเหมือนกัน ไม่ได้กลับไปนานแล้ว แล้วหลินล่ะ มีแพลนจะไปไหนรึเปล่า ถ้าไม่มีไปเที่ยวบ้านพี่ด้วยกันไหม”
“หลินว่าจะเข้าสวนน่ะค่ะ พอดีมีต้นกล้าสมุนไพรชนิดใหม่มาส่ง เลยต้องเข้าไปดูด้วยตัวเอง เอาไว้ครั้งหน้านะคะหลินไปแน่นอน ขอบคุณพี่เหมียวมากค่ะที่ชวน”
“พี่กลัวว่าเราจะเหงาน่ะ หยุดหลายวันเลย ถ้ามีธุระที่ต้องทำก็ไม่เป็นไรจ้ะ”
หลังจากที่แยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อไปพักผ่อนแล้ว ฉีหลินกลับมาถึงห้องก็เริ่มเก็บกระเป๋าเพื่อที่จะไปนอนที่สวนสมุนไพรในวันรุ่งขึ้น และคืนนี้ฉีหลินฝันถึงสถานที่ห่างไกลไม่รู้แน่ชัดว่าที่ไหน
ในฝันเธอเห็นครอบครัวครอบครัวหนึ่งสองสามีภรรยาร้องไห้มีเด็กวัยรุ่นหญิงชายและยังมีเด็กเล็ก ๆ อีกสองคน ร้องไห้ด้วยความสิ้นหวัง ในฝันฉีหลินเห็นลูกชายของเขาตายไปหลังจากที่บาดเจ็บกลับมาและไม่ได้รับการรักษาที่ดี
จะเรียกว่าไม่ได้รับการรักษาก็ไม่ใช่ ต้องเรียกว่าไม่ยอมให้หมอมารักษาเพราะกลัวว่าจะต้องเสียเงินค่ารักษาเสียมากกว่า และลูกสะใภ้ของพวกเขาก็ต้องมาตายไปอีกคนเพราะถูกผลักให้ตกเขาจากญาติของสามี
ฉีหลินรู้สึกสงสารครอบครัวนี้มากโดยเฉพาะเด็กน้อยฝาแฝดทั้งสองคนที่เป็นลูกของผู้ชายและผู้หญิงที่ตายไป ในฝันฉีหลินได้รู้มาว่าครอบครัวนี้ผู้นำครอบครัวมีพี่ชายอยู่หนึ่งคนและถูกครอบครัวของพี่ชายเอาเปรียบกดขี่ข่มเหงสารพัด
ครอบครัวของพี่ชายจะเก็บเงินเอาไว้ทั้งหมดและคนที่ทำงานมากที่สุดกลับเป็นครอบครัวของน้องชายแต่ไม่เคยได้รับอะไรดี ๆ กลับมาเลย ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเสื้อผ้า เงินที่ลูกชายคนโตได้จากการทำงานก็เก็บเอาไปจนหมดเพราะถือว่ายังไม่ได้แยกบ้านกัน
ฉีหลินยืนดูเหตุการณ์เหล่านี้ด้วยความโมโห หากเป็นเธออย่าหวังว่าจะมารังแกกันได้ง่าย ๆ ครอบครัวของพี่ชายก็มีแต่คนร้ายกาจ พี่ชายเองก็เห็นแก่ตัวไม่ยินยอมให้น้องชายแยกครอบครัวไปอยู่ด้วยตัวเอง
หากว่ายินยอมให้แยกออกไปนั่นย่อมหมายถึงที่ดินทำกินจะต้องโดนแบ่งออกไปด้วย และจะขาดแรงงานในการทำงานความเห็นแก่ตัวที่น่ารังเกียจนี้ฉีหลินได้เห็นผ่านความฝันยิ่งทำให้เธอโมโหและเผลอคิดไปว่าหากเป็นเธอแล้วล่ะก็เธอจะตอบแทนให้สาสมเลย
ฉีหลินไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เธอเห็นในความฝันนั้นมันจะเกิดขึ้นกับเธอจริง ๆ ในอนาคตข้างหน้า หลังจากนั้นมาฉีหลินก็ไม่ได้ฝันอะไรอีก แต่เธอกับค้นพบความลับบางอย่างของหินสีรุ้งที่เธอสวมติดข้อมือเอาไว้ตลอดเวลาในเช้าวันหนึ่ง
เช้าวันรุ่งขึ้นฉีหลินเดินทางไปที่สวนสมุนไพรของเธอและได้ลงมือปลูกสมุนไพรด้วยตัวเอง จากนั้นจึงปล่อยหน้าที่ดูแลให้เป็นของคนงานที่มีเพียงสองคนและทั้งสองคนเป็นสามีภรรยาที่ไม่มีลูก ๆ มาดูแล ฉีหลินสงสารจึงจ้างทั้งสองคนให้มาช่วยทำสวนให้เธอ
บทล่าสุด
#74 บทที่ 74 ตัดขาดความสัมพันธ์
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#73 บทที่ 73 เดินทางไปหมู่บ้านถงลี่
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#72 บทที่ 72 ไปเยี่ยมพี่สาว
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#71 บทที่ 71 คลื่นลมสงบก่อนพายุจะมา
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#70 บทที่ 70 เข้าป่าเก็บผลงิ้ว 2
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#69 บทที่ 69 เข้าป่าเก็บผลงิ้ว 1
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#68 บทที่ 68 เวลาเหลือน้อยเต็มที
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#67 บทที่ 67 ความสุขและความอบอุ่น
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#66 บทที่ 66 รับภารกิจจากภรรยา
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#65 บทที่ 65 ตัดสินใจและลงมือทำ
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025
คุณอาจชอบ 😍
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
So bad พี่ชายข้างบ้าน
ปากก็บอกน้องสาว แต่การกระทำของเฮียทำให้ดาวคิดไปไกล
แต่แล้ววันหนึ่งความสัมพันธ์ของเราก็เปลี่ยนไป
“ไม่ใช่ว่าดาวแย่ แต่ดาวเป็นเหมือนน้องสาวเฮียนะ เฮียคิดกับดาวแค่น้องเท่านั้น เมื่อคืนเฮียเมาดาวก็เห็น ทำไมดาวยัง…”
“นี่เฮียกำลังโทษดาวงั้นเหรอ” เขากำลังบอกเพราะฉันเข้าไปเสือกใช่ไหม
“ก็ถ้าดาวไม่เข้ามายุ่ง ผู้หญิงที่เฮียนอนด้วยต้องไม่มีวันเป็นดาว”
“ใช่ ดาวผิดเองแหละ ถ้าดาวไม่เสือก ดาวก็คงไม่ต้องเจ็บแบบนี้ เฮีย…ดาวถามจริง ๆ นะ เฮียโง่หรือแกล้งโง่ถึงมองไม่ออกว่าดาวระ…”
“อย่าพูดมันออกมา เฮียไม่อยากฟัง เฮียเห็นดาวเป็นน้องมาตลอด เฮียไม่เคยคิดเกินเลยกับดาว”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
คลั่งรักเมียแต่ง
"แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พ่อคิดดีแล้ว"
"นี่คุณพ่อฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงครับ อย่าลืมสิว่าเราทั้งสองเป็นญาติกัน แม้แต่นามสกุลก็ยังใช้นามสกุลเดียวกันเลย"
"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องไปใส่ใจ แค่เตรียมตัวรอเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้นพอ"
"อะไรวะ!!" ชายหนุ่มแสดงอาการฉุนเฉียวโมโหออกมาต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แบบไม่มีความเกรงใจใครเลย
"พาลุงเข้าห้องได้แล้ว" ทัตเทพ เทพประทาน ชายพิการที่นั่งรถเข็นมาได้หลายปีแล้ว เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
"ค่ะคุณลุง" น้ำอิงสาวน้อยที่เติบโตจากบ้านนา ถูกผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงรับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูได้ระยะหนึ่งแล้ว
ที่ทัตเทพอยากให้หลานสาวตัวเองแต่งงานกับลูกชาย เพราะตอนนี้ลูกชายกำลังคบหาอยู่กับผู้หญิงที่ท่านไม่ปลื้ม ทั้งสองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข
เขาพยายามปฏิเสธพ่อมาโดยตลอด จนถึงวันหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยต้องยอมแต่งงานกับเธอไปก่อน เพราะถูกพ่อขู่ว่าจะยกมรดกทั้งหมดให้กับน้ำอิง
"คุณแทนคุณหยุดนะ!" หญิงสาวที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบร่างกายอยู่พยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง
"อยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่เหรอ ฉันก็กำลังจะทำหน้าที่ผัวอยู่นี่ไง ทำไมต้องบอกให้ฉันหยุดด้วย"













