บทนำ
บท 1
บทที่ 1
บุรุษผู้พร่ำรัก
ท่ามกลางท้องทะเลสีครามและผืนฟ้าสีส้มทองจากบริเวณขอบชายฝั่งแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของประเทศอิตาลีที่เลื่องลือเรื่องศิลปะและวัฒนธรรม ยามนี้กำลังมีเรือหรูลำหนึ่งโลดแล่นอย่างสง่าท่ามกลางหมู่เกาะน้อยใหญ่อย่างโดดเด่น หากสังเกตจากไกล ๆ แล้วจะพบว่าบริเวณหน้าเรือนั้นกำลังมีชายหนุ่มรูปงามสัดส่วนร่างกายสมบูรณ์ล้วนเต็มไปด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่งนั่งชื่นชมกับสิ่งสวยงามของธรรมชาติอยู่
ใบหน้าคมสันหล่อเหลาราวกับเทพกรีกที่มาจุติอยู่ในร่างมนุษย์ แต่ใครทั่วทั้งอิตาลีต่างก็รู้กันดีว่าชายผู้นี้มิได้ใจดีเสมือนเทพดั่งรูปลักษณ์ภายนอก ทว่าเขาคือซาตานในคราบของบุรุษเทพผู้สง่างามพรั่งพร้อมจะฝังกริชอันแหลมคมปักลงกลางอกของศัตรูและคอยยืนฟังเสียงหัวใจที่กำลังหยุดเต้นอย่างช้า ๆ ได้อย่างเลือดเย็น
“เมื่อไหร่กันที่นายจะหาผู้หญิงคนนี้เจอเสียทีนิโคลัส”
ปิกัสโซ่ ครูส แคสเซียส หนุ่มรูปงามนัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเลที่กำลังนั่งเอนพิงกายอยู่ถามลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันพร้อมจ้องมองไปที่รูปใบหนึ่งในมือที่มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยสัดส่วนงดงามกำลังยืนยิ้มอยู่ภายในรูปใบนี้ นานแค่ไหนแล้วที่เขาให้นิโคลัสทำงานนี้
นานพอที่เขาจะหาเธอเจอได้หรือยัง?
“ขออภัยครับคุณกัสโซ่ผมกำลังพยายามหาเธอให้พบ” นิโคลัสลูกน้องคนสนิทของปิกัสโซ่เอ่ยขอโทษแก่เจ้านายที่เขาทำงานนี้ได้ไม่สำเร็จเสียที
“ปกตินายไม่เคยพลาดทำไมคราวนี้ถึงเป็นแบบนี้ไปได้”
“ผมจะพยายามให้เต็มที่มากกว่านี้ ขออภัยครับ”
“รีบไปตามหาเธอให้เจอซะ ก่อนที่ฉันจะต้องลงมือเอง” เขาปรารถนาที่จะเจอผู้หญิงภายในรูปนี้มานานร่วมสามเดือนแล้ว ทว่ากลับหาไม่พบได้โดยง่าย ดวงใจดวงโตนั้นโหยหาเสียแทบทุกเวลา แววตาหวานที่ชักจูงเขาจ้องมองเธอในวันนั้น เขายังจดจำมันได้ดี
“ครับ”
คฤหาสน์หลังงามใหญ่โตมีพื้นที่กว้างขวางตั้งอยู่ภายในเมืองฟลอเรนซ์รัฐภาคกลางของประเทศอิตาลีที่มีชื่อเสียงเลื่องชื่อลือนามในเรื่องทางด้านประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกทั้งยังได้รับการเลือกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย องค์การยูเนสโก (Unesco) เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของเรอเนสซองส์ ความงดงามและชวนหลงใหลนี้ต่างเป็นจุดขายให้ใครต่อใครอยากเข้ามาภายในเมืองนี้ ซึ่งก็เช่นเดียวกับหญิงสาวนางหนึ่ง ทว่าเธอหาได้มาที่นี่เพียงเพราะการเป็นนักท่องเที่ยวแต่เธอมาที่นี่ในฐานะคนงานแห่งตระกูลแคสเซียส
“มดเสร็จจากตรงนั้นแล้วขึ้นไปทำความสะอาดที่ห้องหนังสือให้ป้าทีนะ” เสียงหญิงสูงวัยเอ่ยเป็นภาษาไทยกับหลานสาววัยยี่สิบสามปีที่กำลังเช็คถูแจกันราคาแพงอยู่บริเวณปลายขั้นบันไดของคฤหาสน์หลังโต
“ได้ค่ะ” มิรันตา จันทรา หรือมด หญิงสาวชาวไทยขานรับผู้เป็นป้าแท้ ๆ ที่เป็นแม่บ้านประจำคฤหาสน์หลังนี้มานาน ทว่าต่างจากเธอที่เพิ่งมาทำงานที่นี่ได้เพียงหนึ่งปีเท่านั้น
กิจวัตรประจำวันของในทุก ๆ วัน เธอจะต้องทำความสะอาดทั้งบนและล่างของคฤหาสน์แห่งนี้ไม่เว้นแม้แต่บริเวณสวนที่มักจะเข้าไปช่วยคนอื่นเขาอยู่เสมอ เพราะพื้นที่ในคฤหาสน์หลังนี้กว้างขวางมากทำให้ยากต่อการจัดการ กว่าจะลุล่วงไปในแต่ละวันก็แทบเหงื่อตก
“แต่ก่อนจะขึ้นไป ออกไปเอาโทรศัพท์ให้ป้าที่บ้านทีนะ พอดีว่าลืมไว้”
“ได้ค่ะ”
เมื่อรับคำเรียบร้อยแล้วมิรันตาก็ย่างก้าวไปตามคำบอกของนางลัลนามุ่งตรงไปที่บ้านพักของเธอและป้า แต่ทั้งสองก็แยกห้องนอนกันอย่างเป็นสัดเป็นส่วน ทว่าระหว่างที่สาวเจ้ากำลังเดินเหินอยู่นั้นก็มิทันได้ดูเลยว่ากำลังมีวัตถุสีดำเงาวาวพุ่งตรงมาทางตน
‘เอี๊ยดดดด’
รถหรูที่ขับเข้ามาเบรกแทบหัวคะมำเมื่อเกือบชนเข้ากับร่างหญิงสาวที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลยว่ามีรถกำลังมุ่งหน้ามา
“โอ๊ย!” เสียงหวานร้องโอยโอดด้วยความเจ็บ เธอเสียหลักล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นหัวเข่ากระแทกเข้ากับพื้นคอนกรีตทว่าก็ไม่ได้แรงจนทำให้ช้ำเลือดช้ำหนองมากนักจะเป็นก็เพียงแผลถลอกเล็กน้อยที่ฝ่ามือและหัวเข่า
“เป็นอะไรไหมครับ” นิโคลัสลงมาดูสอบถามคนเจ็บตรงหน้า
“ไม่...ไม่เป็นอะไรค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่เดินไม่ดูทาง”
“ไม่เป็นไรครับ แค่คุณไม่เป็นอะไรมากก็เพียงพอแล้ว” นิโคลัสเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าดันผิดกับคนที่กำลังนั่งหน้าหงิกอยู่ในรถคันหรูจนต้องลดกระจกแล้วส่งเสียงถาม
“มีเรื่องอะไรนิโคลัส ทำไมไม่ไปสักที”
“ขอโทษด้วยครับคุณกัสโซ่พอดีว่าเผลอชนเข้ากับคนงานในบ้านน่ะครับ”
“แล้วเป็นอะไรมากไหม?”
“ไม่เป็นอะไรครับ แค่ถลอกนิดหน่อย”
“ถ้าไม่เป็นอะไรมากก็ขึ้นรถได้แล้ว ฉันมีเรื่องต้องทำอีก ส่วนเธอก็ไปหายาทาเอา”
“ค่ะ/ครับ”
ทั้งสองขานรับพร้อมกัน เช่นนั้นก็หันมาผงกหัวให้กันก่อนนิโคลัสจะย้อนกลับไปขึ้นรถและขับออกไปโดยที่มิรันตายืนหลบเข้าข้างทางมองผ่านกระจกฟิล์มดำที่เห็นเงาของปิกัสโซ่ราง ๆ ชายหนุ่มที่ทำให้เธอใจเต้นแทบทุกครั้งยามที่ได้จ้องมองเขา...
เขาจากไปแล้วหญิงสาวก็ได้สติว่าต้องทำสิ่งใดต่อไป จึงได้รีบก้าวเดินไปเอาของให้ป้าของตนเองที่บ้านพักคนงานและกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อแม้จะแอบเจ็บแผลมากเพียงใดแต่ก็พยายามกัดฟันฝืนเอาไว้
ห้องหนังสือคืออีกที่ที่หนึ่งที่มิรันตาต้องรับผิดชอบ ทุก ๆ สามวันจะต้องขึ้นมาเก็บกวาดและทำความสะอาด ห้องนี้มักจะมีเพียงไม่กี่คนที่เข้าใช้คือเจ้าของบ้านและบิดามารดาของเจ้าของบ้านที่นาน ๆ ครั้งจะมาที่แห่งนี้เนื่องจากพวกท่านอาศัยอยู่อีกเมืองหนึ่ง
เคยได้ยินข่าวมาว่าปิกัสโซ่ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมไปด้วยทรัพย์สมบัติและรูปลักษณ์เป็นลูกครึ่งไทย-อิตาลี ทว่ายามที่เห็นเขาเธอแทบจะมองไม่เห็นส่วนไหนของร่างกายเขาเลยว่าจะมีเชื้อสายเดียวกับเธอผสมอยู่ แต่ก็เอาเถอะไม่ว่าเขาจะเป็นลูกครึ่งหรือครึ่งลูกเธอก็หาได้ถามไถ่ ทำได้เพียงแค่แอบมองชายหนุ่มอยู่เงียบ ๆ เพียงลำพังเพราะสถานะที่แตกต่างกัน ทำให้เธอจำต้องเจียมเนื้อเจียมตัว
รักคนที่เอื้อมไม่ถึงนี่มันน่าหนักใจชะมัด
มิรันตาปัดความคิดเหล่านั้นทิ้งไปก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดต่อไป เสร็จจากล็อกหนึ่งก็ไปอีกล็อกหนึ่ง แล้วตามด้วยห้องอีกหนึ่งห้องที่อยู่ภายในห้องหนังสือนี้เธอก็ต้องทำความสะอาดเช่นเดียวกัน
“ได้เรื่องยังไงก็บอกฉัน ถ้าหุ้นครั้งนี้ตกมันคงจะไม่เป็นการดี” ปิกัสโซ่เดินนำเข้ามาภายในห้องหนังสือโดยมีนิโคลัสเดินตามหลังสีหน้าเขาทั้งสองคนแอบเคร่งเครียดเล็กน้อยเมื่อมีเรื่องให้ต้องจัดการ
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะจัดการให้เร็วที่สุด” นิโคลัสรับปากเจ้านายที่ให้เขาไปติดตามเรื่องของธุรกิจส่วนประกอบยานยนต์ที่ชายหนุ่มกำลังทำอยู่
ถือว่าธุรกิจนี้ของปิกัสโซ่เฟื่องฟูมากเพราะเป็นรายใหญ่และรายหลัก ๆ ของประเทศที่ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ ทว่าในสองสามวันมานี้ราคาหุ้นพลิกผันเลยส่งผลกระทบให้เกิดปัญหา ทำให้ปิกัสโซ่ต้องตรวจตราดูอย่างใกล้ชิด
“อ้อ แล้วก็อย่าลืมเรื่องผู้หญิงคนนั้น” คนที่ครอบครองหัวใจของเขา
“ครับ” รับทราบคำสั่งเขาก็เดินผละตัวเดินออกมาก่อนจะปิดประตูห้องหนังสือลง
เช่นนั้นแล้วในห้องนี้จึงเหลือเพียงปิกัสโซ่และหญิงสาวนางหนึ่งที่หารู้ไหมว่าตอนนี้มิได้มีเพียงแค่เธอคนเดียวที่อยู่ภายในห้องหนังสือนี้ เพราะเป็นห้องทุกห้องภายในคฤหาสน์หลังนี้ล้วนแล้วแต่เป็นห้องเก็บเสียงจึงไม่อาจได้ยินบทสนทนา
เสียงก๊อกแก๊กจากมาจากด้านนอกของประตูดังขึ้นก่อนจะเงียบเสียงไป กระนั้นชายหนุ่มที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่มิทันได้สนใจตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือเล่มโปรดต่อไป
ด้านของมิรันตาเธอปัดกวาดเช็คถูห้องภายในเสร็จแล้วก็เก็บอุปกรณ์ออกมา กระนั้นเมื่อเดินเปิดประตูออกมาแล้วหัวใจก็เกิดเต้นขึ้นมาแรงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ปนตกใจเมื่อเห็นว่าใครอยู่ภายในนี้ด้วย
เช่นนั้นจึงตัดสินใจเดินออกมาอย่างเงียบ ๆ ผ่านหน้าเขาไป ซึ่งอย่างไรแล้วปิกัสโซ่ก็คงไม่สนใจเพราะว่าชายหนุ่มกำลังตั้งหน้าตั้งตาสนใจหนังสือในมือ อีกอย่างตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยได้สนใจสาวใช้ในบ้านตนเองเสียเท่าไหร่
แต่ทว่า...
“เดี๋ยว”
“ขะ...คะ” เรียวเท้าที่ก้าวเดินแทบจะชะงักกึกเมื่อเขาเงยใบหน้าหล่อ ๆ ขึ้นมาแล้วเรียกเธอเอาไว้ ทำไมมันไม่เหมือนที่คาดคิดเอาไว้ในตอนแรกเลยเล่า
“เธอเข้ามาทำอะไรในนี้”
“เอ่อ...พอดีว่าเข้ามาทำความสะอาดน่ะค่ะ”
“แล้วทำไมถึงได้ไม่ส่งเสียงอะไรเลย”
“พอดีว่าห้องด้านในไม่ได้ยิน ไม่รู้ว่าคุณกัสโซ่เข้ามา ต้องขออภัยด้วยค่ะ”
“ฉันไม่ได้ว่าอะไรหรอก มีอะไรก็ไปทำเถอะแล้วนั่นหัวเข่าไปโดนอะไรมา” ไม่ได้จะสนใจแต่สายตาดันไปมองเห็นรอยแดง ๆ ที่โผล่ออกมาจากชุดกระโปรงคนงานบ้านเขา
“ล้มนิดหน่อยน่ะค่ะ”
“อย่าบอกว่าเป็นเธอที่วิ่งตัดหน้ารถเมื่อตอนเย็น” นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเย้นขึ้นมาได้
“ดิฉันขออภัยค่ะ”
“ซุ่มซ่าม ทำไมไม่หัดดูตาม้าตาเรือซะก่อน ดีแค่ไหนแล้วที่นิโคลัสไม่วิ่งมาเร็วแล้วชนเธอจนต้องนอนโรง’บาล”
“ดิฉันไม่ทันได้มอง ต้องขอโทษคุณกัสโซ่ด้วยค่ะ”
“ทีหลังจะทำอะไรก็หัดดูเสียบ้างจะไม่ต้องมาเดือดร้อนตัวเองและคนอื่นแบบนี้ มีอะไรก็ไปทำเถอะ”
“ค่ะ”
มิรันตาขานตอบแล้วพาตนเองเดินออกไปจากห้องนี้หลังจากสิ้นสุดหน้าที่ ทว่ายามที่เอื้อมมือจะเปิดประตูมันกลับเปิดไม่ออกเสียอย่างนั้น
อะไรกัน? ทำไมมันถึงเปิดไม่ออก
“เป็นอะไร ยืนงงอยู่ที่หน้าประตูนานสองนาน”
“ประตูมันเปิดไม่ออกน่ะค่ะ ดิฉันพยายามจะเปิดแล้วแต่ก็ทำไม่ได้” เธอหันมาบอกเขา แต่ทว่าเขาก็ดันถามในสิ่งที่ทำให้เธองง
“เธอชื่ออะไร?” เขาที่นั่งไขว้ห้างอยู่ถามขึ้น ไม่ได้สนใจประตูที่สาวเจ้าบอกเลย
“คะ?”
“ฉันถามว่าเธอชื่ออะไร”
“ชื่อมิรันตาค่ะ” ถึงจะสงสัย กระนั้นก็ต้องบอกเขาไป
“ชื่อเล่น”
“มด...มดค่ะ”
“ทีหลังแทนชื่อเล่นตัวเองไม่ต้องมาดิฉงดิฉันอะไรกับฉัน มาอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้วก็คงได้ยินคนอื่นเขาพูดแล้วนิ” ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว แต่ที่ไม่ได้ถามเพราะหงุดหงิดที่จะฟังเช่นนั้นเมื่อต้องพูดคุยกันต่อเขาจึงได้ถามออกไป
“ขะ...ค่ะ” เธอได้ยินคนอื่นพูดดั่งที่เขาเอ่ยจริง ๆ ทว่าพูดกับเขาทีไรเธอก็หลุดคำว่า ‘ดิฉัน’ ตลอด
“แล้วไหน ทำไมประตูมันถึงเปิดไม่ออก” คนตัวโตวางหนังสือลงและลุกขึ้นมาดู เดินผ่านร่างของมิรันตาตรงไปที่ประตู มือหนาทั้งดึงทั้งดันเพื่อให้เปิดออก แต่สุดท้ายมันก็ยังเป็นเหมือนเดิม
“บ้าฉิบ!” ปิกัสโซ่สถบออกมาลั่น พลางสีหน้าก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก่อนจะหันมาพูดกับหญิงสาว “เธอได้เอาโทรศัพท์มาหรือเปล่า?”
“ไม่ได้เอามาค่ะ” เธอไม่ค่อยได้ใช้โทรศัพท์เวลาทำงานเท่าไหร่ส่วนมากจะเก็บเอาไว้ที่ห้องพักของตนเอง
“ให้มันได้แบบนี้สิ โทรศัพท์ฉันก็แบตหมด จะโทรหาใครก็ไม่ได้”
“แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะ” ห้องก็เป็นห้องเก็บเสียงไม่รู้ว่าตะโกนออกไปข้างนอกจากได้ยินมากน้อยแค่ไหน ถ้าจะให้พังประตู เรื่องนี้ก็คงต้องถามเขาอีกที
“คงต้องหาอะไรมางัด” คาดว่าที่ประตูโดนล็อกจากด้านนอกนี้ก็คงเพราะว่าทุก ๆ วันเขาจะสั่งให้คนขึ้นมาล็อกทว่าวันนี้คงจะไม่รู้กระมังว่ายังมีคนอยู่ด้านใน คิดแล้วก็หงุดหงิด
“อุปกรณ์ในมือเธอมีอะไรที่พอจะเอามางัดได้บ้าง”
“ไม่มีเลยค่ะ” ของจำพวกนี้ก็เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ทำความสะอาดจะเอาอะไรไปงัดกับประตูบานใหญ่ได้ ถ้าเอาไปงัดมีหวังได้หักคามือพอดี
“ซวยชะมัด”
ในห้องนี้ก็มีแต่หนังสือไม่มีอะไรสามารถเอามาทำย่างที่ใจหวังได้เลย เช่นนั้นแล้วจึงตัดสินเดินกลับไปนั่งลงที่เดิมของตนเอง มิรันตาที่ยืนอยู่ก็นึกสงสัยว่าจะเอายังไงต่อไป
“เราจะทำยังไงกันดีหรือคะ?”
“คงต้องรอคนมาเปิดให้”
“อะ...อะไรนะคะ”
ตกใจไม่น้อยที่ได้ยินเขาพูดแบบนั้น ถ้ารอคนมาเปิดให้ดั่งที่เขาพูดจริง ๆ ก็เท่ากับว่าเป็นพรุ่งนี้ตอนเช้า สายตาเหลียวมองไปดูนาฬิกาด้านหลังก็พบว่ามันเป็นเวลาหนึ่งทุ่มห้านาที ถ้าได้อยู่กับเขาในนี้จนถึงเขา มีหวังใจเธอหลุดกระเด็นออกมาข้างนอกเป็นแน่
“เธอก็ไปหาอะไรทำฆ่าเวลาแล้วกัน” แล้วเขาก็ไม่สนใจก้มหน้าก้มตาดูหนังสือในมือต่อไป หวังว่านิโคลัสจะรู้สึกผิดสังเกตแล้วออกตามหาเขา
มิรันตาที่ทำอะไรไม่ได้ก็จำยอมต้องค่อย ๆ วางอุปกรณ์ทำความสะอาดในมือลงแล้วเดินเข้าไปที่ชั้นวางหนังสือ อย่างน้อยก็ขอวิสาสะหยิบเอาหนังสือพวกนี้ของเขามาอ่านหน่อยแล้วกัน ถ้าให้อยู่เฉย ๆ จิตใจเธอคงฟุ้งซ่าน
ปิกัสโซ่เองที่ต้องถูกขังอยู่ในนี้กับสาวใช้ในบ้านก็รู้สึกหงุดหงิด หนังสือที่ว่าจะอ่านต่อให้จบก็ไม่เป็นอันได้ทำดั่งที่ตั้งใจเอาไว้ เขาวางมันลงบนโต๊ะแล้วยืนขึ้นเต็มความสูงสาวเท้าเดินไปมา อึดอัดชะมัดยาก
“เอ่อ...คุณกัสโซ่ต้องการอะไรหรือเปล่าคะ” เธอเห็นเขาเดินไปเดินมาจึงได้ลุกออกมาถาม
“สิ่งที่ฉันต้องการที่สุดในตอนนี้คือการออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”
มิรันตาหน้าซีดลงนึกในใจว่าเขาคงจะไม่อยากร่วมหายใจกับเธอในนี้สินะ ก็อย่างว่าใครมันอยากจะไปอยู่ใกล้กับคนงานในบ้านของตนเอง
เธอรู้ว่าตัวเองช่วยไม่ได้ ในใจก็เฝ้าภาวนาอยู่เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะได้ออกไป เพียงแค่หนึ่งชั่วโมงที่อยู่ในนี้ก็หายใจได้ไม่ทั่วท้องแล้ว
“หน้าเธอซีดเป็นอะไรหรือเปล่า” แม้จะหงุดหงิดแต่สายตาเจ้ากรรมก็ดันสังเกตเห็นหน้าของหญิงสาวที่อยู่ด้วยดูซีดเซียวลงไปมาก
“เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ สงสัยคงเพราะอากาศร้อนน่ะค่ะ”
“ฉันไม่เห็นจะรู้สึกว่ามันร้อน เธอคิดไปเองน่ะสิ แล้วแผลเป็นยังไงบ้าง”
“ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ”
“ดีแล้ว” เขาพูดกับหญิงสาวก่อนจะเอ่ยลอย ๆ กับตัวเองอีกหน “เมื่อไหร่นิโคลัสมันจะมา ฉันหายไปนานขนาดนี้น่าจะออกมาตามแล้วสิ อีกอย่างนี่มันก็ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว” มือเรียวหนายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาสีหน้าหงุดหงิด
เช่นนั้นเมื่อมิรันตาเห็นว่าเขาไม่ได้ต้องการอะไรนอกเสียจากการได้ออกไปจากห้องนี้แล้วก็หันหลังเดินกลับไปที่ของตัวเอง ทว่าระหว่างที่กำลังก้าวเดินไปนั้นดันเกิดสะดุดเข้ากับอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ตนเองวางตั้งเอาไว้
“ว้าย!”
เสียงใสร้องขึ้นอย่างตกใจเพราะเสียหลัก ใบหน้าจะคะมำลงพื้นทว่าในเวลานั้นปิกัสโซ่ที่ได้ยินเสียงก็รีบหันไปมองแล้วสามารถคว้าข้อมือหญิงสาวกระตุกเข้าหาตัวไว้ได้ทัน แต่กระนั้นก็ไม่วายล้มลงไปกองจนอยู่บนโซฟาตัวใหญ่
เรียวปากทั้งเขาและเธอประกบชิดกันอย่างไม่ได้ตั้งใจแบบเต็ม ๆ ความนุ่มของปากมิรันตาช่างน่าพิสมัยสำหรับปิกัสโซ่ แม้จะเคยสัมผัสเรียวปากหญิงสาวมานักต่อนักทว่าครั้งนี้มันกลับไม่เหมือนกัน เช่นนั้นได้สติขึ้นมาก็รีบผละตัวเองให้ออกห่างจากผู้หญิงคนนี้ทันที
“ฮึ ที่ทำแบบนี้เพราะเธอคิดจะอ่อยฉันอย่างนั้นเหรอ?” ความคิดของเขาเปลี่ยนแปลงไป เมื่อเกิดคิดอะไรขึ้นมาได้
“ปะ...เปล่านะคะ” มิรันตาดันกายตนเองขึ้นแล้วรีบปฏิเสธทันควัน
“ผู้หญิงแบบเธอฉันเห็นมานักต่อนักแล้ว หรือที่วิ่งให้โดนรถชนเมื่อเย็นก็เป็นแผนของเธอ”
“ไม่...ไม่ใช่” สาวเจ้าส่ายหน้าปฏิเสธแต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เชื่อเธอเลย
“รู้หรือเปล่าว่าทำแบบนี้มันน่าสมเพชขนาดไหน” มีผู้หญิงต้องการเข้าหาเขาจนนับไม่ถ้วน ทุกคนล้วนแสดงท่าทางเช่นนี้จนเขารู้สึกสะอิดสะเอียน ผู้หญิงกิริยาต่ำ ๆ แบบนี้เขาไม่มีทางตกหลุมพรางที่พวกหล่อนขุดไว้หรอก
“...” มิรันตานิ่งงันเอ่ยคำใดไม่ออก เธอไม่เคยคิดแบบที่เขากล่าวหาเลย
“ถ้ายังอยากทำงานอยู่ที่นี่อยู่ อย่าริอาจทำแบบนี้อีกเพราะฉันคงไม่ใจดีให้คนแบบเธอมายืนในพื้นที่ของฉัน! จำเอาไว้” หึ คิดหรือว่าเพียงมุขตื้น ๆ แล้วเขาจะหลงกล น่าสมเพชน่ะสิไม่ว่า
และแล้วยังไม่ทันได้จบประโยคของปิกัสโซ่ดีก็ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กดังมาจากด้านนอก ก่อนที่มันจะถูกเปิดออกตามมาด้วยเสียงที่ขอโทษขอโพย มิรันตาที่ยืนน้ำตาซึมก็เป็นอันต้องรีบปาดมันทิ้งแล้วทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณกัสโซ่ผมต้องขออภัยด้วยครับ”
“ทีหน้าทีหลังก็หัดสังเกตสำรวจให้มันรอบคอบเสียก่อนที่จะปิดห้อง ครั้งนี้ฉันจะไม่เอาโทษนายแต่ถ้ามีครั้งต่อไปเตรียมตัวขนของออกไปได้เลย” เขาพูดเท่านั้นก็เร่งสาวเท้าเดินออกไปจากห้องหนังสือทันทีโดยที่มีนิโคลัสเดินตามออกไปติด ๆ
“เป็นยังไงบ้างมดพี่ขอโทษนะ ไม่ทันได้เข้าไปดูเลยไม่รู้ว่ามีคนอยู่”
“มด...มดไม่เป็นอะไรค่ะ เรารีบออกไปจากห้องนี้กันเถอะค่ะ”
มิรันตาออกมาจากห้องหนังสือแล้วก็รีบตรงดิ่งเข้าห้องพักของตัวเองไป ปิดประตูลงได้ก็หันหลังพิงประตูเอาไว้ยกมือขึ้นทาบที่อกข้างซ้ายเบา ๆ รวมถึงเรียวปากอิ่ม เธอแอบสะอึกที่เขาด่าทอออกมาแบบนั้นเพราะสิ่งที่เขาพูดมันไม่เป็นความจริง ดวงใจเต้นแรงไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นหรือเพราะเจ็บปวดกันแน่
ทำไมกันนะ...
บทล่าสุด
#26 บทที่ 26 ตอนพิเศษ รักนิรันดร์
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#25 บทที่ 25 ตอนพิเศษ ใจสั่นเกรง
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#24 บทที่ 24 หัวใจเต็มรัก
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#23 บทที่ 23 เป็นของเธอ
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#22 บทที่ 22 รักอีกสักครั้ง
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#21 บทที่ 21 ดวงใจปลิดปลิว
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#20 บทที่ 20 อย่าได้แตะต้อง
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#19 บทที่ 19 เจ้าข้าวเจ้าของ
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#18 บทที่ 18 หวน
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#17 บทที่ 17 ทวงคืน
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!













