บทนำ
เขาแต่งงานกับเธอเพราะต้องการ “หุ้น”
ส่วนเธอยอมแต่ง เพราะหัวใจที่แอบรักเขามานาน...ยังโง่พอจะหวังว่าสักวันเขาอาจมองเห็นเธอบ้างแต่สำหรับ ภูเบศร์ บัวบูชาคือเพียงลูกสาวของ “คนทรยศ”เป็นภรรยาในทะเบียนที่เขาย้ำครั้งแล้วครั้งเล่าว่าอย่าสำคัญตัวผิด
กระทั่งค่ำคืนหนึ่งทำให้สถานะสามีภรรยากลายเป็นจริง และความอ่อนโยนของเขาเกือบทำให้เธอเชื่อว่า...บางทีหัวใจของเขาอาจมีที่ว่างให้เธอ
จนวันที่บัวบูชารู้ว่ากำลังตั้งครรภ์เธอซื้อรองเท้าคู่เล็กกลับบ้าน ตั้งใจมอบข่าวดีที่สุดในชีวิตให้ผู้ชายที่รัก
แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นสายตาเย็นชาและคำกล่าวหาว่าเธอทรยศบริษัทและเมื่อเธอลองถามเขาเป็นครั้งสุดท้ายว่า...“ถ้าวันหนึ่งเรามีลูก คุณจะยังคิดว่าลูกของฉันเป็นลูกของคนทรยศด้วยหรือเปล่าคะ”
คำตอบของภูเบศร์กลับทำลายทั้งหัวใจของผู้หญิงคนหนึ่ง และความหวังของคนกำลังจะเป็นแม่จนไม่เหลือชิ้นดี
“ต่อให้คุณมีลูกของผม ผมก็ไม่อยากให้ลูกถูกเลี้ยงโดยผู้หญิงที่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเชื่อใจได้หรือเปล่า”
วันนั้นบัวบูชาจึงซ่อนรองเท้าเด็กไว้
ซ่อนลูกในท้องไว้ก่อนถอดแหวนแต่งงานออกแล้วเดินจากผู้ชายที่เธอรักที่สุด พร้อมคำพูดสุดท้ายที่ตามหลอกหลอนเขาไปตลอดชีวิต
“ในหัวใจคุณ ฉันไม่เคยมีค่าแม้แต่เศษละอองเดียว”
บท 1
ตอนที่ 1
คนที่เขาไม่อยากเห็นหน้ามากที่สุด
เสียงล้อกระเป๋าเดินทางครูดไปกับขอบขั้นบันไดหินอ่อนดังเป็นจังหวะหนัก ๆ ท่ามกลางความเงียบของบ้านหลังใหญ่ บัวบูชาใช้มือข้างหนึ่งประคองราวบันได ส่วนอีกข้างลากกระเป๋าใบโตที่อัดเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวจนแน่นลงมาทีละขั้น ใบหน้าหวานมีเหงื่อบาง ๆ เกาะอยู่ตรงขมับ แม้เครื่องปรับอากาศภายในบ้านจะเย็นจนปลายจมูกเริ่มเย็นตามไปแล้วก็ตาม
เธอไม่ควรเอาของลงมาเองทั้งหมดในคราวเดียวบัวบูชารู้เรื่องนั้นดีแต่ถ้าจะให้เดินขึ้นลงหลายรอบ เธอก็ไม่แน่ใจว่าหัวใจตัวเองจะทนรับความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังบีบรัดอยู่ในอกไหวหรือไม่
เพราะคืนนี้เจ้าของบ้านตัวจริงกำลังจะกลับมา
หลังจากหายไปจากประเทศไทยนานหลายปี
และคนคนนั้นคือผู้ชายที่เธอไม่รู้ว่าควรคิดถึงหรือหวาดกลัวมากกว่ากัน
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบอกตัวเองเป็นครั้งที่เท่าไรไม่รู้ว่าไม่มีอะไรน่ากังวล เธอไม่ได้ทำความผิด ไม่ได้มาแย่งบ้านใคร ไม่ได้คิดจะครอบครองอะไรที่ไม่ใช่ของตัวเอง ต่อให้ภูเบศร์กลับมาแล้วไม่พอใจที่ยังเห็นเธออยู่ที่นี่ เธอก็เตรียมห้องพักเล็กด้านหลังเอาไว้แล้ว
อีกไม่กี่วันเธอจะหาที่อยู่ใหม่หากเขาอยากได้บ้านทั้งหลังคืน เธอก็พร้อมจะคืนให้ขอเพียงอย่าให้ต้องทะเลาะกันเท่านั้นก็พอความคิดนั้นยังไม่ทันจบ เสียงประตูบ้านด้านหน้าก็เปิดออก
บัวบูชาชะงักมือที่กำหูกระเป๋าอยู่แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังเข้ามาภายในโถงกว้าง ทุกก้าวสม่ำเสมอ เยือกเย็น และคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ทั้งที่หลายปีมาแล้วที่เธอไม่ได้ยินเสียงนั้นใกล้ ๆเธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นแล้วหัวใจก็เหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ
ภูเบศร์ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตรผู้ชายที่จากบ้านหลังนี้ไปในวัยหนุ่มกลับมาอีกครั้งในรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากภาพในความทรงจำของเธอมาก เขาสูงกว่าเดิมหรืออาจเป็นเพราะรูปร่างสมส่วนภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงขายาวทำให้เขาดูโดดเด่นขึ้น ไหล่กว้างกว่าเมื่อก่อน ใบหน้าคมคายเข้มขึ้นตามวัย เส้นกรามชัดเจน และดวงตาคู่เดิมที่บัวบูชาเคยแอบมองเมื่อหลายปีก่อนกลับเย็นชาเสียจนคนถูกมองรู้สึกเหมือนอุณหภูมิในบ้านลดลงอีกหลายองศา
แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนเลยคือสายตาที่เขาใช้มองเธอ
สายตาที่บอกชัดว่าไม่ยินดีที่ได้พบกัน
ภูเบศร์ปรายตามองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนสายตาจะเลื่อนไปหยุดตรงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ข้างตัวเธอ มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นน้อย ๆ แต่รอยยิ้มนั้นไม่มีความเป็นมิตรอยู่แม้แต่นิดเดียว
“ดูเหมือนผมจะกลับมาเร็วกว่าที่คุณคำนวณเอาไว้นะครับ เพราะถ้าผมมาช้ากว่านี้อีกสักชั่วโมงสองชั่วโมง คุณคงเก็บของมีค่าจากบ้านหลังนี้ใส่กระเป๋าได้ครบ แล้วผมก็คงมีโอกาสเห็นแค่ท้ายรถที่กำลังขับออกจากประตูบ้านไปพอดี” ภูเบศร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับกำลังพูดเรื่องอากาศ แต่ถ้อยคำแต่ละคำกลับคมกริบจนคนฟังรู้สึกเหมือนถูกใบมีดบาง ๆ กรีดผ่านความรู้สึก
บัวบูชานิ่งไปชั่วอึดใจเธอรู้ว่าเขาไม่ชอบเธอ
รู้มาตลอดแต่การไม่ได้พบกันหลายปีทำให้หญิงสาวเผลอหวังอยู่ลึก ๆ ว่าเวลาอาจช่วยเจือจางความเกลียดชังบางอย่างลงบ้างดูเหมือนเธอจะคิดผิด
ไม่เพียงไม่จางลง มันกลับเข้มข้นขึ้นเสียด้วยซ้ำ
“ของในกระเป๋าทั้งหมดเป็นของฉันค่ะ ถ้าคุณไม่สบายใจจะเปิดดูก็ได้ ฉันไม่มีของมีค่าของบ้านหลังนี้อยู่ในนั้นแม้แต่ชิ้นเดียว และที่ฉันกำลังย้ายของก็เพราะทราบว่าคุณจะกลับมา ฉันเลยคิดว่าตัวเองควรย้ายไปอยู่ห้องเล็กด้านหลังสักพัก จนกว่าจะหาที่พักใหม่ได้ ไม่ใช่เพราะกำลังขนสมบัติของใครหนีไปอย่างที่คุณกำลังกล่าวหา” บัวบูชาตอบยาวชัดเจน แม้น้ำเสียงยังคงสุภาพ แต่ความเจ็บที่ถูกดูหมิ่นทำให้ปลายประโยคแข็งขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
ภูเบศร์มองเธออยู่อีกครู่หนึ่งหญิงสาวตรงหน้าเปลี่ยนไปจากเด็กสาวผอมบางในความทรงจำของเขามาก
บัวบูชาในวันนี้โตเป็นผู้หญิงเต็มตัว ผมยาวสีดำถูกรวบง่าย ๆ ไว้ด้านหลัง ใบหน้าที่เมื่อก่อนมักก้มหลบสายตาเขาดูหวานละมุนขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดกลับเป็นดวงตาคู่นั้น
เธอยังมองเขาตรง ๆไม่แสดงท่าทีรู้สึกผิดราวกับครอบครัวของเธอไม่เคยสร้างบาดแผลอะไรให้ครอบครัวเขาเลย
“ไม่จำเป็นต้องเปิดหรอกครับ ผมยังไม่อยากเสียเวลาเช็กทีละชิ้นว่าอะไรเป็นของคุณ อะไรเป็นของบ้าน เพราะถ้าคนตั้งใจจะเอาอะไรไปจริง ๆ ก็คงไม่โง่พอจะวางไว้บนสุดให้เจ้าของเปิดเจอในสามวินาทีแรกอยู่แล้ว” ภูเบศร์กล่าวพร้อมก้าวเข้ามาใกล้ทีละน้อย แววตาคมกริบไม่ละจากใบหน้าของหญิงสาวแม้แต่วินาทีเดียว
บทล่าสุด
#39 บทที่ 39 ตอนที่39 ไม่ได้จับผิดอะไร
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#38 บทที่ 38 ตอนที่38 น่าจะกลับไปอ่านสัญญา
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#37 บทที่ 37 ตอนที่37 แยกไม่ออกว่าต่างกันตรงไหน
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#36 บทที่ 36 ตอนที่36 หัวใจเหมือนถูกบีบจนเจ็บ
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#35 บทที่ 35 ตอนที่35 เสี้ยววินาที
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#34 บทที่ 34 ตอนที่34 ไม่มีใครติดค้างใคร
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#33 บทที่ 33 ตอนที่ 33 ภรรยาในทะเบียน
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#32 บทที่ 32 ตอนที่32 เพียงสร้างแรงกดดัน
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#31 บทที่ 31 ตอนที่31 เปลี่ยนรหัสผ่านคอมพิวเตอร์ใหม่
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#30 บทที่ 30 ตอนที่30 มันเป็นสิ่งปนเปื้อน
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
กลรักเมียแต่ง
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













