บทนำ
ชีวิตใหม่ในร่างหญิงที่ถูกตราหน้าว่าบ้า ผู้โง่งม ไร้ค่าจะเป็นอย่างไร
นางไม่เพียงแต่เขียนจดหมายหย่าไว้ให้ท่านอ๋องหลังคืนแต่งงานเท่านั้น แต่ยังหนีไปหลังจากตั้งครรภ์ด้วย...
บท 1
มู่จื่อเหยี่ยนที่นอนจมอยู่กลางกองเลือดฟื้นขึ้นมา
ขณะที่นางลืมตาขึ้นมา ตรงหน้าปรากฏแสงสีแดงเข้มทำให้ตาพร่ามัวไปชั่วขณะ บนชุดแต่งงานสีแดงชาดมีคราบโลหิตสีแดงสดติดอยู่ เกี้ยวแต่งงานที่โคลงเคลงไปมาไม่หยุด ทำให้นางรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์
ที่นี่คือที่ใดกัน?
ไม่รอให้นางได้ตั้งสติ ทันใดนั้นด้านนอกเกี้ยวก็มีเสียงแหลมเสียดหูดังเข้ามา
“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว เจ้าสาวตายแล้ว!”
จากนั้นหญิงรับใช้สูงวัยหลายคนก็พากันกรูเข้ามา รีบแหวกม่านของเกี้ยวเจ้าสาว แล้วลากร่างของมู่จื่อเหยี่ยนลงมา
มีเสียง“ปัง”ดังขึ้น มีดเปื้อนเลือดเล่มหนึ่งตกลงบนพื้น
แสงสีขาวเสียดแทงตา มู่จื่อเหยี่ยนหรี่ตาลงเล็กน้อย ในสถานการณ์ที่วุ่นวายนางเหลือบไปเห็นบาดแผลตรงข้อมือ บาดแผลลึกจนเห็นกระดูก
ตรงบาดแผลยังคงมีโลหิตไหลซึมไม่หยุด
เป็นความเจ็บปวดที่ยากจะทนไหว
มู่จื่อเหยี่ยนพยายามที่จะลุกขึ้นยืน แต่เพราะเสียเลือดมาก นางจึงไม่มีเรี่ยวแรงใด ๆ จึงยอมให้หญิงรับใช้สูงวัยท่าทีแข็งกร้าวพวกนั้นลากร่างของนางไป
ในสถานการณ์ที่ชุลมุน มู่จื่อเหยี่ยนได้ยินเสียงเย้ยหยันดังมาจากรอบด้าน
“นั่น คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ลงมือกับตัวเองได้อย่างเลือดเย็นจริง ๆ โลหิตบนเกี้ยวแต่งงานไหลลงมาเป็นทางยาว”
“นางอยากตายทำไมไม่รีบตายไปเสียล่ะ รอให้ถึงหน้าประตูจวนของเยี่ยนอ๋องทำไมกัน
น่าสะอิดสะเอียนเสียจริง คงต้องโชคร้ายไปแปดชั่วอายุคน ต้องแต่งกับสตรีที่หมดลมหายใจไปแล้ว”
“ก่อนหน้านี้ไม่ใช่มู่จื่อเหยี่ยนหรอกหรือที่ร้องไห้คร่ำครวญว่าจะแต่งกับเยี่ยนอ๋อง บังคับให้ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้ ตอนนี้ได้แต่งงานสมใจแล้ว เหตุใดจึงตัดสินใจจบชีวิตลงในเกี้ยวเจ้าสาวล่ะ?”
“ทุกคนต่างรู้ดีว่าเยี่ยนอ๋องชิงชังนางแค่ไหน แม้วันนี้จะแต่งเข้าจวนเยี่ยนอ๋องอย่างราบรื่น แต่ชีวิตหลังแต่งงานก็คงไม่ต่างจากแม่ม่ายสักเท่าใด มีชีวิตราวกับตายทั้งเป็น สู้ตายในเกี้ยวเจ้าสาวยังจะดีกว่า ตายไปแล้วยังมีได้ครองตำแหน่งพระชายาเอกของเยี่ยนอ๋อง ช่างมีหน้ามีตานัก”
เหล่าสาวใช้ด้านหนึ่งก็นินทาไปด้วย ด้านหนึ่งก็ยกร่างของมู่จื่อเหยี่ยนไปด้วย ในห้องหอ จากนั้นก็โยนร่างของนางทิ้งไว้บนเตียง แล้วจากไปอย่างไม่แยแส
มู่จื่อเหยี่ยนรู้สึกปวดหนึบที่ศีรษะ ภาพความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยจำนวนมากปรากฏขึ้นในหัว
นางอึ้งงันอยู่นาน ในที่สุดก็ได้สติแล้วรู้ว่าตังเองได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง
บ่าวที่อยู่ในห้องหอกลัวว่าตนเองจะโชคร้าย เลยพากันออกไปตั้งนานแล้ว
มู่จื่อเหยี่ยนฝืนสังขารลุกขึ้นนั่ง เลิกผ้าคลุมหัวเจ้าสาวสีแดงขึ้นที่อยู่บนศีรษะออก นางมองเห็นบาดแผลอันน่ากลัวที่อยู่ตรงข้อมือของตัวเองอย่างชัดเจน เวลานี้เลือดยังคงไหลไม่หยุด
คมมีดที่กรีดลึกลงไปเช่นนี้ ดูก็รู้ว่าตั้งใจจะจบชีวิต
มู่จื่อเหยี่ยนต้องอดทนต่อความเจ็บปวด นางใช้นิ้วสกัดตำแหน่งเส้นลมปราณสำคัญหลายจุดเพื่อห้ามเลือด จากนั้นนางได้ฉีกทึ้งผ้าสะอาดผืนหนึ่ง เพื่อนำมาพันบาดแผล
ขณะที่มู่จื่อเหยี่ยนกำลังจัดการกับบาดแผลอยู่นั้น ทันใดนั้นด้านนอกประตูก็มีเสียงฝ่าเท้ารีบร้อนดังแว่วมา
หญิงรับใช้วัยกลางคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู หน้าตาตื่นตกใจร้องขอความเมตตา “ท่านอ๋อง โปรดระงับโทสะด้วย”
“ไสหัวไปให้หมด ข้าอยากจะรู้นัก ว่าสตรีนางนั้นต้องการทำอะไรกันแน่!”
พอพูดจบ ร่างของบุรุษสูงใหญ่ใช้เท้าถีบประตูห้องนอนจนเปิดอ้าออก แล้วก้าวเท้าเข้ามาด้านใน
มู่จื่อเหยี่ยนที่ใช้มือพยุงตัวอยู่ตรงขอบเตียง ฝืนเงยหน้าขึ้น ภาพตรงหน้าเลือนราง นางคล้ายกับมองเห็นบุรุษในชุดยาวสีขาวปรากฏตัวต่อหน้า
บุรุษผู้นี้ก็คือเยี่ยนอ๋อง หนานกงรุ่ยหยวนไม่ใช่หรือ?
รอบกายเขาแผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามออกมา เบือนหน้าไปสั่งหญิงรับใช้วัยกลางคนว่า “พวกเจ้าเฝ้าหน้าประตูไว้ให้ดี ไม่มีคำสั่งของข้า ใครก็ห้ามเข้าไป”
หลังจากพูดจบ เขาก็ปิดประตูอย่างแรง
เสียงที่ปิดประตูดังมาก แผ่นหลังของมู่จื่อเหยี่ยนมีเหงื่อเย็นผุดขึ้นมา
หนานกงรุ่ยเหยี่ยนไม่พูดพร่ำทำเพลง เข้ามาก็ใช้มือบีบไปรอบลำคอของนาง แล้วออกแรงกดลงบนเตียงนอนสีแดงสด ท่าทางที่ดุร้ายนั้น ราวกับพวกเขามีความชิงชังฝังลึก
มู่จื่อเหยี่ยนไม่แม้แต่จะสงสัย ชายที่อยู่ตรงหน้านี้อยากจะสังหารนาง
ความทรมานจากการขาดอากาศหายใจ การไร้เรี่ยวแรงจากการเสียเลือด ความรู้สึกประดังเข้ามาภายในอก นางดิ้นรนอย่างไม่รู้ตัว
มู่จื่อเหยี่ยนเค้นเสียงออกมาจากลำคอ “ปล่อย ปล่อยมือ!”
บนเตียงมงคลที่วางเต็มไปด้วยถั่วลิสง เกาลัด และอินทผลัมแดง ระหว่างที่นางกำลังดิ้นรนธัญพืชเหล่านี้ก็ร่วงหล่นลงสู่บนพื้น
คนที่อยู่ด้านนอกกลัวว่าจะถึงขั้นเสียชีวิต เอ่ยเตือนออกมา “ท่านอ๋อง โปรดเมตตาด้วย”
“หุบปากลงให้หมด!” หนานกงรุ่ยหยวนคำรามอย่างโกรธจัด
เดิมทีควรเป็นวันมงคลของทั้งคู่ แต่สถานการณ์ตรงหน้าคือเจ้าตายข้าอยู่ ออกจะเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงไปหน่อย
ในห้องหอขนาดใหญ่ เหลือแค่คู่บ่าวสาวที่ยังไม่ได้กราบไหว้ฟ้าดิน
มู่จื่อเหยี่ยนที่โดนรัดคอเริ่มหายใจไม่ออก ภาพตรงหน้ากลายเป็นเลือนราง เหนือศีรษะของนางมีน้ำเสียงโหดเหี้ยมของบุรุษดังขึ้น
“มู่จื่อเหยี่ยน แผนการของเจ้าช่างเยี่ยมยอดเหลือเกิน! นั่งในเกี้ยวเจ้าสาวแล้วกรีดข้อมือตัวเอง สร้างเรื่องความปั่นป่วนไปทั่วเมือง ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าก็จะสงเคราะห์เจ้าเอง ”
พูดแล้ว เขาก็เพิ่มแรงบีบที่มือ
เพื่อที่จะให้ตนเองมีชีวิตอยู่ต่อ มู่จื่อเหยี่ยนสะกดกลั้นอารมณ์ให้เย็นลง ใช้มือคลำไปยังหัวไหล่ของเขา อาศัยจังหวะที่หนานกงรุ่ยหยวนไม่ทันตั้งตัว หาจุดลมปราณ แล้วใช้กำลังทำหมดจู่โจมลงไป
พริบตานั้นร่างของเขาก็แข็งทื่อ ขยับตัวไม่ได้ ทั่วร่างแข็งทื่อล้มลงไปกับพื้น
มู่จื่อเหยี่ยนกุมลำคอตัวเอง แล้วกระอักไออย่างรุนแรงออกมา “แค่ก ๆ”
ร่างที่นอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น นานทีเดียวกว่าจะค่อย ๆ กลับมาหายใจได้อย่างปกติ
เกือบจะโดนไอ้สารเลวรัดคอตายเสียแล้ว!
ในเวลาเดียวกันนั้น มู่จื่อเหยี่ยนรู้สึกได้ถึงอาการแปลก ๆ ความร้อนค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของตัวเอง
นี่ไม่ใช่สภาวะของการสูญเสียเลือดหรือโดนหรืออาการที่โดนบีบคอ
หรือว่านางโดนวางยาพิษ?
หรือว่าก่อนหน้านี้ที่นางอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวแล้วกรีดข้อมือตัวเอง ไม่ใช่เพราะต้องการฆ่าตัวตาย แต่เพื่อต้องการขับพิษในร่างกายตัวเอง
หนานกงรุ่ยหยวนบันดาโทสะ พูดน้ำเสียงเดือดดาล “เจ้ากล้าลอบทำร้ายข้าหรือ?”
มู่จื่อเหยี่ยนรู้สึกว่าคำพูดของเขาช่างน่าขันนัก เจ้าสามารถรัดคอข้าได้ แต่ข้าไม่สามารถตอบโต้เจ้ากลับงั้นหรือ? กระต่ายที่ตื่นกลัว มันก็กัดคนเป็น เป็นเจ้าที่บีบบังคับข้า
มู่จื่อเหยี่ยนที่เมื่อครู่เกือบโดนรัดคอจนขาดออกเป็นสองท่อน น้ำเสียงของเธอจึงแหบแห้งอย่างมาก
“ตั้งแต่สมัยโบราณมา สตรีต้องให้ความเคารพสามี”
หนานกงรุ่ยหยวนคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดอะไร ถามด้วยเหตุและผลว่า “คนไร้ค่าอย่างเจ้า ไปเรียนเรื่องการสกัดจุดมาจากที่ใดกัน?”
เมื่อครู่หนานกงรุ่ยหยวนออกแรงเต็มที่เพื่อที่จะแก้การสกัดจุด สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังทำให้เส้นลมปราณเขาได้รับบาดเจ็บ และความรู้สึกว่ากำลังภายในตีกลับ
“เจ้าควรออมแรงเอาไว้ คนที่สามารแก้การสกัดจุดของข้าได้คาดว่ายังไม่ลงมาเกิด! ฝีมืออย่างเจ้า รอชาติหน้าก็ยังคงแก้ไม่ได้ ”
เมื่อเวลาผ่านไป ยาที่อยู่ในร่างกายของมู่จื่อเหยี่ยนยิ่งมีฤทธิ์เพิ่มขึ้น ร่างกายนี้ไม่มีแม้แต่กำลังภายใน รอบตัวนางก็ไม่มีสิ่งใดที่จะมาใช้แก้พิษ
หากไม่รีบถอนพิษออก ร่างกายที่ทั้งเล็กและบอบบางของนาง จะต้องมีอันตราถึงชีวิต
มู่จื่อเหยี่ยนที่กำลังอดทนต่อพิษที่อยู่ในร่างของนางอย่างสุดชีวิต ในขณะเดียวกันนางก็เหลือบมองหนานกงรุ่ยเหยี่ยนที่อยู่ด้านข้าง
มนุษย์ที่เผชิญกับสถานการณ์ที่สิ้นหวัง มักจะเจอทางออกเสมอ คนที่อยู่ตรงหน้าคือความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อของนางงั้นหรือ?
หนานกงรุ่ยหยวนถูกนางจ้องจนรู้สึกอึดอัด เขาถามเสียงเย็น “เจ้าคิดจะทำอะไร?”
บทล่าสุด
#1271 บทที่ 1271
อัปเดตล่าสุด: 6/17/2026#1270 บทที่ 1270
อัปเดตล่าสุด: 6/17/2026#1269 บทที่ 1269
อัปเดตล่าสุด: 6/17/2026#1268 บทที่ 1268
อัปเดตล่าสุด: 6/17/2026#1267 บทที่ 1267
อัปเดตล่าสุด: 6/17/2026#1266 บทที่ 1266
อัปเดตล่าสุด: 6/17/2026#1265 บทที่ 1265
อัปเดตล่าสุด: 6/17/2026#1264 บทที่ 1264
อัปเดตล่าสุด: 6/17/2026#1263 บทที่ 1263
อัปเดตล่าสุด: 6/17/2026#1262 บทที่ 1262
อัปเดตล่าสุด: 6/17/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
วิศวะร้ายพ่ายรักยัยตัวป่วน
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป













