บทนำ
บท 1
สำหรับเรื่องนี้จะเป็นเซ็ตติ้ง omegaverse โดยมีคำเรียกต่าง ๆ ดังนี้
๑.นิลกาฬ หรือ อัลฟ่า ชนชั้นสูงสุดของสังคม
๒.เพทาย หรือ เบต้า ชนชั้นกลางทางสังคม
๓.โกเมน หรือ โอเมก้า ชนชั้นล่างสุดของสังคม
บทที่ 1 สัญญาเลือด
แสงอาทิตย์อัสดงลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้มะค่าเก่าคร่ำคร่า สาดส่องลงบนเรือนกายกำยำของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ กล้ามเนื้อแน่นเป็นมัด ขณะที่ร่างสูงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อกกท่ามกลางห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่กลับแผ่พลังอำนาจลึกลับอย่างน่าสะพรึงกลัว ธูปหอมปล่อยควันสีหม่นลอยวนเวียนสร้างบรรยากาศเข้มขลัง ขณะที่เสียงลมพัดผ่านใบไม้ด้านนอกห้องดังเป็นเสียงกระซิบแผ่วเบาเสริมสร้างความเงียบสงัดให้ยิ่งหนักแน่นขึ้น
เสือไพร หลับตาพริ้ม ใบหน้าคมเข้มไร้ซึ่งริ้วรอยแห่งความกังวล ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่าทางสงบเยือกเย็นราวสายน้ำไหล เขาเพ่งสมาธิปล่อยให้จิตใจว่างเปล่าเพื่อรับรู้ถึงพลังงานลี้ลับรอบกาย
ฉับพลันร่างเล็กของกุมารทองก็ปรากฏตัวขึ้น เด็กชายผมจุกสองข้างมีผิวกายขาวซีด ดวงตาสีดำขลับนั่งไขว่ห้างอยู่บนคานไม้ ไม่นานมันก็ล่องลอยลงมาอยู่บนพื้นไม้ข้าง ๆ เสื่อกกก่อนจะส่งเสียงกระซิบเบา ๆ ราวกับลมพัดผ่านใบหู
“มีคนมาหาจ้ะพ่อ” ความเงียบสงัดถูกตัดขาดด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาข้างหู เสือไพรขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนกายแม้แต่น้อย
“ใคร” เสียงทรงอำนาจของเสือใหญ่เอ่ยถาม
“กำนันเดชจ้ะ แต่มีดวงวิญญาณดวงหนึ่งตามติดมาด้วยนะจ๊ะ”
“...” เสือไพรขมวดคิ้วแน่น รอยย่นเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นระหว่างคิ้วเข้ม ดวงตาคมกริบที่ปกติสงบนิ่งกลับฉายแววความสงสัยปะปนอยู่กับความเยือกเย็นที่คุ้นเคย ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันประหนึ่งกำลังประมวลผลสิ่งที่ได้ยิน เพราะชุมโจรแห่งนี้ไม่ใช่จะมีภูตผีวิญญาณหลุดเข้ามาได้ง่าย ๆ ใบหน้าคมคายที่ไร้ริ้วรอยกลับแสดงออกถึงความคิดที่ซับซ้อนเสมือนมีม่านบาง ๆ ของความระมัดระวัง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังก้องไปทั่วเรือนไม้โบราณ เสือไพรลุกขึ้นยืนอย่างสง่า ผ่านม่านอาทิตย์อัสดงที่สาดส่องลงมาจากช่องหน้าต่าง ร่างสูงใหญ่ของเขาเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าแต่ทรงพลัง ราวกับเสือร้ายที่กำลังเตรียมล่าเหยื่อ เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหัวบันไดไม้ชั้นบนของเรือน
นัยน์ตาสีรัตติกลาลจับจ้องมองไปยังลานบ้านด้านล่างก็พลันเห็นร่างผอมชะลูดของกำนันเดชที่ยืนตะโกนเรียกอยู่ตรงริมรั้วไม้หน้าบ้าน เสียงแหบพร่าของเขาแทบจะหายไปกับเสียงลมพัดผ่านใบไม้ แต่เสือไพรกลับได้ยินชัดเจน แม้จะอยู่บนชั้นสองของเรือนก็ตาม
ความเงียบสงัดถูกตัดขาดด้วยเสียงตะโกนนั้น แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเสือไพรมากกว่าเสียงตะโกน คือเงาดำสีจาง ที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังกำนันเดช มันลอยเลื่อนช้า ๆ คล้ายกับเงาของสิ่งมีชีวิตที่ไร้รูปร่าง แต่กลับแผ่รังสีแห่งความเย็นยะเยือกออกมา
ดวงตาของเสือไพรหรี่ลง ความสงบเยือกเย็นบนใบหน้าคมเข้มค่อย ๆ จางหายไปแทนที่ด้วยความระแวดระวัง และความรู้สึกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เขาเงื้อมมือขึ้น นิ้วแกร่งชี้ลงไปยังลานบ้าน พร้อมกับร่ายมนตร์โบราณ เสียงท่องอักขระนั้นแผ่วเบาแต่กลับทรงพลังอำนาจ ประหนึ่งเสียงคำรามของพญาช้างสาร ไม่นานอักขระโบราณก็พลันปรากฏขึ้นเป็นแสงสีทองอ่อน ๆ ล้อมรอบตัวเรือน สร้างกำแพงพลังงานล่องหน ป้องกันไม่ให้สิ่งชั่วร้ายใด ๆ เข้ามาภายในอาณาเขตของเขา
ในขณะเดียวกันเงาสีดำอีกหลายเงาปรากฏขึ้นที่ริมรั้ว พวกมันเป็นเงาของผีเลี้ยงผู้พิทักษ์ของเสือไพร เงาเหล่านั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับแมลงเม่า คอยเฝ้าระวังและข่มขู่ ไม่ให้วิญญาณเร่ร่อนหรือสิ่งชั่วร้ายใด ๆ กล้าเข้ามาใกล้บริเวณบ้าน
เสียงตะโกนแหบพร่าของกำนันเดชยังคงดังอยู่ริมรั้วบ้าน “เสือไพร! เสือไพร! ข้ามาขอความช่วยเหลือ!”
“ไอ้ครั้นเอ็งพาใครมาเรือนข้า” เสือไพรเอ่ยถามหนึ่งในลูกสมุนของตนที่นำคนแปลกหน้าเข้ามายังชุมแห่งนี้
“คนจะมากู้เงินจ้ะเสือไพร”
“เออข้ารับรู้แล้ว เอ็งกลับไปก่อน” เสือไพรเอ่ยสั่ง ก่อนที่ครั้นจะเดินกลับไปเรือนของตน ทิ้งให้ชายวัยกลางคนยืนอยู่นอกรั่วกั้นผู้เดียว
“เอ็งเป็นใคร”
“ขออภัยที่รบกวนในยามเย็นเช่นนี้ ข้ากำนันเดช”
เสือไพรไม่ตอบเพียงแต่จ้องมองอีกฝ่ายอย่างพินิจ ดวงตาคมกริบราวกับจะทะลุปรุโปร่งเข้าไปในจิตใจของกำนัน ความเงียบปกคลุมไปทั่ว เพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้และเสียงกระซิบแผ่วเบาของกุมารทองที่ยังคงเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ทำให้เสือไพรเอ่ยถามออกมา
“แล้วมาทำไม” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของเสือไพรดังขึ้น คำพูดสั้น ๆ แต่กลับหนักแน่นราวกับคำพิพากษา นัยน์ตาสีรัตติกาลจับจ้องไปยังร่างของนิลกาฬเฒ่า
“ข้ามีธุระสำคัญจะขอความช่วยเหลือจากท่านเสือไพร” กำนันเดชตอบเสียงสั่น น้ำเสียงแสดงถึงความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
เสือไพรหรี่ตาลง ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วอีกครา เงาดำด้านหลังของกำนันเดชยังคงเคลื่อนไหวช้า ๆ ราวกับกำลังรอจังหวะ แต่เสือไพรไม่สนใจ เขากำลังประเมินสถานการณ์และรอจังหวะที่เหมาะสม
“กำนันเดชเองหรือ เชิญกำนันเดชขึ้นบนเรือนมาก่อนเถอะ” คำพูดนั้นไม่ใช่เพียงคำอนุญาตธรรมดา แต่เป็นการกระทำเชิงไสยเวทย์เพื่อเปิดประตูให้กำนันเดชเข้ามา แต่ปิดกั้นไม่ให้เงาดำที่ตามเขามาเข้ามาได้
เวลาเดียวกันนั้นอักขระโบราณที่ล้อมรอบเรือนส่องแสงเจิดจ้าขึ้นเล็กน้อย เสริมสร้างกำแพงพลังงานให้แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่เงาดำที่อยู่ด้านหลังกำนันเดชสั่นไหวอย่างรุนแรงมันพยายามแทรกซึมเข้ามา แต่ก็ถูกกำแพงพลังงานนั้นผลักดันออกไป มันส่งเสียงครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวดก่อนจะหายลับสายตาไป
กำนันเดชก้าวเท้าอย่างลังเล ร่างกายผอมแห้งของเขาสั่นไหวราวกับใบไม้ถูกพายุพัด เมื่อขึ้นมาถึงชานบ้านเขาก็ทรุดตัวลงนั่ง ท่าทางอ้ำอึ้ง มือไม้เกร็ง สายตาหลบไปทางอื่นไม่กล้าสบตาเจ้าของเรือนไม้ ผ้าขาวม้าที่คาดเอวดูยับยู่ยี่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่สบายใจอย่างที่สุด ความเงียบปกคลุมไปทั่ว มีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้และเสียงจิ้งหรีดร้องไกล ๆ เป็นเสียงประกอบความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เสือไพรจ้องมองกำนันเดชอย่างพิจารณา ความสงบเยือกเย็นบนใบหน้าคมเข้มของเขาไม่ได้แปลงเปลี่ยน แต่ดวงตาคมกริบกลับฉายแววเฉียบคม ความเงียบยาวนานทำให้กำนันเดชยิ่งรู้สึกอึดอัด เหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผม
“มีธุระอะไร รีบพูดมา” เสียงทุ้มต่ำของเสือไพรดังขึ้น
กำนันเดชสะดุ้ง รีบเช็ดเหงื่อที่หน้าผากก่อนจะพูดเสียงตะกุกตะกัก “ขะ…ข้า…เอ่อ…” เขาอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา
“ข้าต้องการจะกู้เงินจากท่านเสือไพร”
ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง เสือไพรไม่แสดงสีหน้าใด ๆ เพียงแต่จ้องมองกำนันเดชอย่างจับผิดและรอให้เขาพูดต่อ
“หะ…ห้าหมื่น” กำนันเดชพูดเสียงแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเสียงของตัวเองจะดังไป มือไม้ของเขายังคงเกร็งด้วยความกังวลใจอย่างที่สุด
ความเงียบตามมาหลังคําขอยืมเงินจำนวนมหาศาลของกํานันเดช นัยน์ตาพยัคฆ์ของเสือไพรเบิกกว้างเล็กน้อยในชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม
“ห้าหมื่นมันมากเกินไป ปกติคนมาขอกู้ไม่เกินสองหมื่น กำนันจะเอาไปทำอะไรถึงขนาดนั้น” เสียงทุ้มต่ำของเสือไพรแฝงไปด้วยความสงสัย
กำนันเดชหน้าซีดเผือด “ครอบครัวของภรรยาข้ามีเรื่องเดือดร้อนต้องใช้เงินจำนวนมาก ข้าเลยอยากจะมาหยิบยืมจากเสือไพรเสียหน่อย หวังว่าเสือไพรจะเมตตาข้ากับภรรยา”
“ข้าว่ากำนันกลับไปเถอะ เรื่องของครอบครัวเมีย ไยกำนันต้องเอาตัวเองไปเดือดร้อนด้วย ข้าไม่เห็นว่ามันจะจำเป็นเลยสักนิด”
“เสือไพร...ข้าขอร้องเถอะนะ ช่วยหน่อยเถิดพ่อเสือ ข้าสัญญาว่าจะหาเงินมาคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์แน่นอน” กํานันเดชที่นั่งอยู่กระสับกระส่ายเอ่ยเสียงอ้อนวอน หากไม่ได้เงินจำนวนนี้เขาก็ไม่มีหน้าไปพบภรรยาที่บ้านหรอก
เสือไพรนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม “แล้วกำนันจะเอาอะไรมาเป็นหลักประกันล่ะ ข้าไม่ใช่จะให้กำนันหยิบยืมไปเปล่า ๆ หรอกนะ”
“...” กำนันเดชก้มหน้าลง มือไม้เกร็ง ย้อนนึกไปถึงสมบัติต่าง ๆ มากมายที่ตัวเองเคยมี แต่ตอนนี้ทั้งหมดนั้นหายไปสิ้นแล้ว เพราะจันทร์ฉายมีแต่เรื่องจำเป็นต้องใช้เงิน โฉนดที่ดินแปลงต่าง ๆ ถูกนำออกไปจำนอง สร้อยทองทั้งของตนและของเมียคนแรก ถูกจันทร์ฉายเอาไปขายทิ้งจนไม่เหลืออะไรสักชิ้น
เสือไพรเงียบไปครู่หนึ่งมองดูกำนันเดชที่นั่งก้มหน้า อย่างคนหมดหนทาง เขาเห็นใจแต่จะให้อีกฝ่ายหยิบยืมเงินจำนวนมากขนาดนั้นมันก็ใช่ที เขาเป็นโจร แม้เงินจะได้มาจากการปล้นผู้อื่น แต่จะให้ใครต่อใครเทียวยืมมากมายขนาดนั้นเห็นทีจะป่วยการเอาเสียเปล่า ๆ
“ถ้าไม่มีหลักประกัน ข้าก็ให้ไม่ได้ กำนันกลับไปเถอะ”
กำนันเดชเม้มปากเข้าหากันด้วยความลังเล มองดูใบหน้าคมคายของผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเสือร้ายอย่างโจ่งแจ้งก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยต่อ
“ถ้าเสือไพรต้องการหลักประกัน ข้ามีลูกชายชื่อไตรฉัตรเป็นโกเมน เขาเป็นลูกติดของเมียข้า หน้าตาก็พอดูได้ทีเดียว หากพ่อเสือไพรยินยอมให้ข้าหยิบยืมเงิน ข้าก็จะเอาเขามาเป็นหลักประกัน”
“โกเมนหรือ กำนันจะให้ข้าเอามันมาเป็นภาระอีกงั้นรึ กำนันก็รู้ดีว่าชุมโจรแห่งนี้มีคนมากพอแล้ว” เสียงทุ้มต่ำของเสือหนุ่มเอ่ยขึ้นบ้าง
เพราะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าหากเอาโกเมนเข้ามาในชุมโจรแห่งนี้ดูท่าแล้วจะเป็นตนเองที่เดือดร้อนมากกว่าได้ผลประโยชน์ เพราะโกเมนคือเพศรองที่คอยยั่วยวนนิลกาฬและเพทายให้ลุ่มหลง ประหนึ่งดอกไม้อาบยาพิษก็มิปาน
“ไตรฉัตรเป็นเด็กดี ฉลาดและขยัน เขาจะไม่เป็นภาระให้พ่อเสือไพรแน่นอน ข้าสัญญาว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ให้หมด” กำนันเดชยืนยันเสียงหนักแน่น
เสือไพรเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาคมกริบของเขากวาดมองใบหน้าที่ซีดเผือดของนิลกาฬเฒ่า ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาในความคิด เหตุเพราะกำนันเดชเคยรู้จักกับพ่อของตนมาก่อน และพ่อก็เคยเล่าถึงความดีความชอบของกำนันเดช ความซื่อสัตย์ ความมีน้ำใจ และการช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นอยู่เสมอ แม้จะอยู่ในยุคสมัยที่คนส่วนใหญ่ต่างแสวงหาแต่ประโยชน์ส่วนตน
ความทรงจำเหล่านั้นทำให้ความเย็นชาในดวงตาของเสือไพรค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความลังเลและความรู้สึกสงสาร
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นเดินหายไปยังมุมหนึ่งของห้อง ที่ซึ่งเขาเก็บเงินที่ได้มาจากการปล้นสะดมเอาไว้ เสือไพรหยิบถุงผ้าใบใหญ่ขึ้นมา ภายในบรรจุเงินจำนวนมาก จากนั้นก็เดินกลับมาวางไว้ตรงหน้ากำนันเดช เงินกองโตนั้นสะท้อนแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาบนชานเรือน ดูราวกับภูเขาเงินที่รอให้กำนันเดชหยิบฉวยไป
“นี่เงินห้าหมื่นที่กำนันต้องการ”
“ขอบคุณมากจ้ะเสือไพร ขอบคุณมากจริง ๆ”
“แต่ข้ามีข้อแม้...” เสือหนุ่มหยุดคำชั่วครู่
“กำนันต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุจำนวนเงิน วันเวลาที่ยืม และวันเวลาที่ต้องคืน พร้อมทั้งหลักประกัน หากกำนันผิดสัญญา…ข้าจะไม่ไว้หน้าใครหน้าไหนทั้งนั้น”
นิลกาฬวัยกลางคนเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ด้วยความลังเล เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าไม่มีอะไรที่จะได้มาเปล่า ๆ และรู้ดีอยู่แก่ใจว่าถ้าตนผิดสัญญากับเสือร้ายจะมีผลร้ายแรงตามมา กระนั้นเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วก็มีแต่ต้องเดินหน้าต่อไป
“ข้าจะทำ”
เสือไพรหยิบหนังสือกู้ยืมออกมา เพราะบ่อยครั้งนักที่มีใครต่อใครมาหยิบยืมเงินจากตน ไม่แปลกที่เขาจะทำหนังสือสัญญาเก็บเอาไว้ ทว่าหนังสือสัญญาทุกฉบับนี้เสือไพรได้ร่ายเวทย์กำกับเอาไว้ หากมันผู้ใดผิดสัญญาก็จะมีอันเป็นไปตกตายภายในสามวันเจ็ดวัน
“กำนันคงจะรู้ว่าถ้าผิดสัญญาต้องเจอกับอะไรนะ” คำพูดนั้นหาใช่คำขู่แต่อย่างใด ทว่ามันกับเป็นสิ่งย้ำเตือนให้ผู้ที่กล้าเข้ามายืมเงินเขาถึงในชุมโจรนี้ตระหนักรู้กับการกระทำของตนว่ามันมีผลที่จะตามมา
กำนันเดชเหงื่อตกสายตาสั่นระริกเหลือบมองกริชที่วางอยู่บนสัญญา เขาเผลอกำผ้าขาวม้าอย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นมือสั่นเทาก็ค่อย ๆ หยิบมันขึ้นมาแล้วใช้ปลายแหลมของกริชเฉือนนิ้วมือของตนจนเลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมา เพียงชั่วอึดใจก็ตัดสินใจปั๊มลายนิ้วมือตนลงไปในกระดาษลงอาคม
บทล่าสุด
#76 บทที่ 76 เมียเสือไพร 28/2 THE END
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#75 บทที่ 75 เมียเสือไพร 28/1
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#74 บทที่ 74 จงรักภักดีเหมือนผีที่อยู่ในหม้อ 27/2
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#73 บทที่ 73 จงรักภักดีเหมือนผีที่อยู่ในหม้อ 27/1
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#72 บทที่ 72 ผูกพันธะ NC + 26/3
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#71 บทที่ 71 ผูกพันธะ 26/2
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#70 บทที่ 70 ผูกพันธะ 26/1
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#69 บทที่ 69 เลือดขึ้นหน้า 25/3
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#68 บทที่ 68 เลือดขึ้นหน้า 25/2
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#67 บทที่ 67 เลือดขึ้นหน้า 25/1
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
รักระรินใจ
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป













