บทนำ
เธอ... มอบทั้งกายและใจให้เขาด้วยความรักและภักดี แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้รับมันเป็นเพียงแผนการเท่านั้น
ส่วนใครอีกคน... ก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อแย่งของที่ควรจะเป็นของเธอกลับคืนมา
บท 1
ตอนที่1 เจ้านาย
รินรดา
“รินเดี๋ยวช่วยเลื่อนนัดวันนี้ให้ฉันด้วยนะ” เสียงรองประธานบริษัทหรือเจ้านายของฉันเดินออกมาบอกขึ้นด้วยท่าทางรีบร้อน
“เอ่อ บอสมีธุระอะไรด่วนมากเลยเหรอคะ พอดีมีนัดของลูกค้าท่านหนึ่งที่เลื่อนไม่ได้จริงๆ น่ะค่ะ” ฉันบอกเจ้านายออกไปอย่างกังวลเพราะว่าลูกค้าท่านนี้ต้องเดินทางไปต่างประเทศพรุ่งนี้แล้ว หากต้องเลื่อนก็อาจจะเกิดปัญหาตามมาได้
“ช่างเขาไป วันนี้ฉันรีบจริงๆ” แล้วเจ้านายของฉันก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังอย่างไม่สนใจอะไรอีก พร้อมกับยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเหมือนรีบร้อนจริงๆ
“แต่...” ฉันกำลังจะแย้งอย่างไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ แต่ผู้เป็นนายก็แทรกขึ้นอย่างไม่คิดจะฟังกันเลยสักนิด
“งั้นฉันไปก่อนนะ วันนี้ไม่เข้าบริษัทแล้ว” ว่าจบเขาก็รีบเดินออกไปอย่างรีบร้อนทันที ทำให้ฉันได้แต่มองตามหลังไปอย่างจนปัญญากับเหตุการณ์นี้
เขาไม่รู้หรือไงว่าถ้าพลาดงานกับลูกค้าท่านนี้จะเกิดปัญหาอะไรขึ้น ถึงแม้จะไม่ได้ร้ายแรงถึงกับเสียลูกค้าท่านนี้ไปเลย แต่มันก็ยังคงส่งผลไม่ดีต่องานได้อย่างง่ายดาย แล้วไหนจะเรื่องที่อาจจะตามมาทีหลังอีกด้วย
“เฮ้อ! ทำไมชอบหาเรื่องให้ถูกตำหนิตลอดแบบนี้คะ” ฉันได้แต่บ่นกับตัวเองออกมาถึงคนที่พึ่งเดินออกไปด้วยความเป็นห่วงและกังวลใจไม่น้อย
ฉัน ริน หรือ รินรดา อายุ 27 ปี นิสัยของฉันก็ทั่วๆ ไป ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นหรือน่าสนใจเท่าไหร่ ไม่ค่อยสู้คนหรือชอบมีปัญหาอะไร และยังติดเป็นคนมองโลกในแง่ดีอีกต่างหาก แต่ก็ไม่ได้ซื่อบื้อจนดูโง่แล้วก็ยอมใครไปทุกเรื่องด้วยเช่นกัน
ฉันทำงานเป็นเลขาที่นี่ตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ ซึ่งถือว่าเจ้านายของฉันที่นี่เป็นผู้มีพระคุณของฉันเลยก็ว่าได้ เพราะตอนนั้นบ้านฉันกำลังลำบาก และเป็นช่วงที่ฉันเรียนจบใหม่ๆ กำลังหางานทำพอดี แล้วก็ได้ที่นี่รับไว้ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์อย่างไม่อยากจะเชื่อ
ฉันอาศัยอยู่กับยายสองคน เพราะพ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตอนที่ฉันสอบปลายภาคเทอมสุดท้ายพอดี คือจุดที่ทำให้ฉันตั้งตัวไม่ทันและลำบากมาก และที่เจ้าของบริษัทนี้กล้ารับฉันก็เพราะว่าพ่อฉันเคยขับรถให้ท่านประธานใหญ่ และท่านยังช่วยเรื่องทุนการศึกษาของฉันมาตลอดอีกต่างหาก ซึ่งอาจจะด้วยความซื่อสัตย์ของพ่อฉันมั้ง เลยทำให้ท่านประธานเอ็นดูและรับฉันเข้าทำงานที่นี่เลย
ฉันจัดการโทรยกเลิกพร้อมกับขอโทษขอโพยลูกค้าที่ทำการนัดไว้แล้วแท้ๆ แต่ต้องเปลี่ยนแปลง ยังดีที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลยถือว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ก็หนีไม่พ้นลูกค้าคนสำคัญที่เขาผิดหวังกับการทำงานครั้งนี้ และแน่นอนว่าเรื่องนี้คงต้องถึงหูท่านประธานอย่างแน่นอน
ครืดด!!! หลังจากจัดการเรื่องยกเลิกนัดเสร็จฉันก็นั่งทำงานต่อทันที แต่นั่งได้ไม่นานเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น
“สวัสดีค่ะ” ฉันกรอกเสียงลงไปตามหน้าที่ และแทบไม่ต้องรอปลายสายพูดฉันก็เดาได้ว่าต้องเป็นใคร
(ริน มาหาฉันที่ห้องเดี๋ยวนี้) น้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจพร้อมไปด้วยอำนาจสั่งออกมาอย่างตรงไปตรงมา และมันก็ไม่ผิดไปจากที่ฉันคิดไว้เลยสักนิด
“ค่ะท่านประธาน” ฉันรับคำอย่างว่าง่ายก่อนจะวางสายลงแล้วถอนหายใจออกมากับความเหนื่อยหน่ายเพื่อเตรียมพร้อมกับการตอบคำถามของท่านประธานใหญ่
“ท่านประธานรออยู่แล้ว เข้าไปเลยจ้ะ” เสียงของพี่เพียงแขเลขาของท่านประธานพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเหมือนปกติหลังจากเห็นหน้าฉันอย่างรู้กัน
“ค่ะ” ฉันตอบกลับด้วยรอยยิ้มแห้งๆ ที่แสนจะฝืนเฝื่อนออกมา ก่อนจะตรงไปเคาะประตูห้องเป็นการขออนุญาต และก็ตามมาด้วยเสียงจากเจ้าของห้องที่ดังออกมาฉันจึงเปิดประตูเข้าไปก่อนจะเดินก้มหน้าตรงไปหยุดหน้าโต๊ะ มือประสานกันไว้ด้านหน้าจนแทบจะลืมหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองท่านประธานด้วยซ้ำ
“รู้ใช่ไหมว่าฉันเรียกมาทำไม” ท่านประธานถามขึ้นอย่างเข้าประเด็นทันที เพราะไม่มีเรื่องไหนจะรอดพ้นหูตาของท่านประธานใหญ่ไปได้ง่ายๆ
“ทราบค่ะ” ฉันตอบรับเสียงเบานิดหน่อยเหมือนเป็นความผิดของตัวเอง แล้วเรื่องที่ว่าก็ไม่ใช่อะไรหรอก มันเรื่องที่บอสของฉันไม่ได้ไปพบลูกค้าคนสำคัญแล้วหนีงานไปไหนก็ไม่รู้ยังไงล่ะ
“แล้วมันไปไหน” ท่านประธานถามขึ้นอีกครั้งถึงบุคคลที่เรากำลังพูดถึงอยู่
แล้วที่ใช้สรรพนามแบบนี้ไม่ต้องตกใจหรอก ก็บอสของฉันมีสถานะเป็นลูกชายคนโตของท่านประธานใหญ่นั่นเอง หรือพูดง่ายๆ บอสของฉันทำงานในตำแหน่งรองประธานอยู่ตอนนี้
“ไม่ทราบค่ะ บอสบอกแค่ว่ามีธุระสำคัญมากแล้วก็รีบออกไป” ฉันบอกท่านออกไปตามตรงเพราะเจ้านายฉันก็รู้ดีเหมือนกันว่าฉันต้องรายงานพ่อของเขา ทำให้บางเรื่องยิ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องงานเขาจะไม่พูดบอกฉันเลย ทิ้งภาระมาให้ฉันหาข้ออ้างและข้อแก้ตัวต่อหน้าท่านประธานด้วยตัวเองบ่อยๆ แบบนี้
“ทีหลังเรื่องสำคัญขนาดนี้ต้องบอกฉัน เข้าใจไหม” ท่านประธานพูดขึ้นอีกครั้งเหมือนบอกเล่าแต่คนฟังอย่างฉันกลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกตำหนิยังไงก็ไม่รู้
“ค่ะ หนูต้องขอโทษท่านด้วยนะคะ” ฉันยกมือไหว้ท่านออกไปพร้อมคำขอโทษราวกับตัวเองทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอและเป็นคนผิด
ก็อย่างที่บอกว่าจริงๆ ฉันก็ต้องรายงานการทำงานให้ท่านประธานทราบทุกครั้งที่ท่านต้องการรู้นั่นแหละ แต่บอสสั่งไว้ว่าห้ามบอกอะไรท่านประธานถ้าไม่อยากเดือดร้อน ให้ฉันหาข้ออ้างที่ไม่ส่งผลต่อเขาเอาเอง
อีกอย่างเรื่องลูกค้าของบอสก็มักเป็นความรับผิดชอบของบอสด้วยตัวเอง จริงๆ ท่านประธานมักจะไม่ค่อยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเท่าไหร่เพราะหลายอย่างเจ้านายฉันก็ทำงานได้อย่างดีมีความน่าเชื่อถือ เพียงแต่ลูกค้ารายนี้บังเอิญเป็นคนสนิทกับท่านประธานด้วยไง เรื่องนี้ก็เลยมาถึงหูท่านประธานเข้าแบบนี้
“เอาเถอะ มันไม่ใช่ความผิดเธอหรอก ฉันรู้จักสันดานลูกชายฉันดี” ท่านประธานพูดขึ้นอย่างตัดบทรู้กัน เพราะฉันเองก็ไม่ได้มีสิทธิ์ไปบงการอะไรเขาได้จริงๆ นั่นแหละ
“.....” ฉันก้มหน้ารับฟังท่านแต่โดยดีไม่รู้จะพูดอะไร
“กลับไปทำงานได้แล้ว” เมื่อท่านไม่ได้คำตอบที่ต้องการก็ไล่ฉันกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองคืนอย่างไม่ได้กล่าวโทษอะไรฉันมาก
“ค่ะ” ฉันก้มหัวให้ท่านประธานก่อนจะเดินออกจากห้องมาด้วยจังหวะที่มั่นคงทั้งที่อยากจะวิ่งหนีออกมามากแค่ไหนก็ตาม
แต่อย่างน้อยก็ดีที่ท่านประธานเป็นคนมีเหตุผลเสมอแม้ท่าทางภายนอกของท่านจะดูน่ากลัวไปนิดหนึ่งก็ตาม แต่ท่านก็ไม่เคยดุว่าตำหินฉันพร่ำเพรื่อเพียงเพราะไม่พอใจหรือทำงานพลาด แต่ท่านเลือกจะโทษต้นเหตุอย่างลูกชายท่านแทน
บทล่าสุด
#40 บทที่ 40 พิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#39 บทที่ 39 ถึงเวลา(จบ)
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#38 บทที่ 38 ไม่ใจอ่อน
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#37 บทที่ 37 โอกาส
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#36 บทที่ 36 เพื่อคนๆ นั้น
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#35 บทที่ 35 เจ็บเจียนตาย
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#34 บทที่ 34 ผู้หญิงโง่ๆ
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#33 บทที่ 33 ไม่เปิดใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#32 บทที่ 32 ง้อ
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026#31 บทที่ 31 งัดบ้าน
อัปเดตล่าสุด: 3/14/2026
คุณอาจชอบ 😍
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ปะป๊าของพริกหวานคือท่านประธานสุดหล่อ
เขาตื่นมาพร้อมความว่างเปล่า... จำอะไรไม่ได้แม้แต่หน้าผู้หญิงที่นอนด้วย
ส่วนเธอตื่นมาพร้อมความทรงจำที่ฝังใจ... และ 'หนึ่งชีวิต' ที่กำลังก่อตัวขึ้นในครรภ์
เมื่อความลับเริ่มปิดไม่มิด ยลลดาจึงตัดสินใจหนีไปพร้อมโซ่ทองคล้องใจ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกายหอมกรุ่นที่ทำให้เพลิงกัลป์แทบคลั่ง ทว่าสามปีต่อมา... โชคชะตากลับเหวี่ยง 'เครื่องจักรทำงาน' คนเดิมให้มาอยู่ตรงหน้า พร้อมเด็กหญิงตัวจิ๋วที่มีดวงตาคมกริบเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียว
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
สัญญารักประธานร้าย
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด













