บทนำ
"หงหลินซิน" ท่านหญิงอับโชคแห่งหยุนหนาน ที่ต้องเดินทางมาทำพิธีล้างความโชคร้ายที่เมืองหลวง ณ "อารามหย่งอัน" โดยคำสั่งของฝ่าบาทที่ส่งเขา....
"จินอวี้หาน" ราชครูหนุ่มซึ่งควบตำแหน่ง "ที่ปรึกษา"ส่วนพระองค์ของฝ่าบาท ราชครูผู้เย็นชา ดุดันและเข้มงวดในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
เมื่อทั้งคู่มาพบกัน ต่างฝ่ายก็ไม่ชอบหน้ากันเท่าใดนัก
จินอวี้หาน : "ก็แค่สตรีน่าคาญเพียงคนเดียวทำให้ข้าต้องมาทำหน้าที่ไร้สาระนี่ถึงสามเดือน เสียเวลายิ่งนัก"
หงหลินซิน : “มาถึงก็สั่งโน่นสั่งนี่ทำนั่นทำนี่ไม่ถามความเห็นข้าสักคำ เป็นคนที่มีนิสัยขัดกับหน้าตาจริง ๆ”
เมื่อความไม่ชอบหน้า แต่เมื่อทั้งสองต้องอยู่ร่วมกันในอารามถึงสามเดือน ความสัมพันธ์จึงค่อย ๆ พัฒนาขึ้น(กับผีน่ะสิ)
บท 1
เมืองหลวงแคว้นชิงโจว
“นั่นอย่างไรขบวนรถม้าของ “ท่านหญิงหง” ท่านหญิงอับโชคเมืองหยุนหนานที่พึ่งถูกหงชิงอ๋องส่งเข้ามาชำระล้างโชคร้ายที่อารามหย่งอัน"
“ตายจริง เห็นว่าคู่หมั้นที่จะหมั้นหมายของนางสองคนจู่ ๆ ก็ตายอย่างไร้เหตุผล คนที่สามเกรงว่าจะอับโชคเลยชิงแต่งงานกับสตรีอื่นสุดท้ายถูกนางจับได้จึงได้พากันหนี”
เสียงซุบซิบของเหล่าชาวบ้านยังคงดังแว่วเข้ามาในรถม้าของสตรีสูงศักดิ์ นับตั้งแต่เข้าประตูเมืองหลวงมาก็ไม่พ้นคำนินทาเหล่านี้ซึ่งเป็นเรื่องจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง
“เฮ้อ อันปากคนไม่ว่าจะอยู่หนใดเรื่องของผู้อื่นย่อมน่าสนใจเสมอเลยสินะ”
“คุณหนูท่านไม่โกรธพวกเขาหรือเจ้าคะ ข้าฟังแล้วยังรู้สึกโกรธแทนท่านเลย”
“เจ้าจะโกรธไปทำไมกันในเมื่อเราต่างก็รู้ดีว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร อีกอย่าง… ในที่สุดข้าก็ได้มาเมืองหลวงจริง ๆ เสียที”
“คุณหนู เบาหน่อยเจ้าค่ะท่านอย่าลืมสิเจ้าคะว่าท่านป่วยอยู่”
“จริงด้วย ๆ แคก แคก”
รถม้าผ่านเข้าเมืองมาแล้วจนถึงด้านหน้า "อารามหย่งอัน" ซึ่งเป็นที่ที่นางต้องมาพักอยู่ประมาณสี่เดือนนับจากนี้
“คุณหนู อารามอยู่ข้างหน้าแล้วเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นรีบเอาผ้าผูกหน้ามาให้ข้าเร็ว ๆ เข้า”
“เจ้าค่ะ”
เมื่อรถม้าของนางจอดก็พบว่ามีคนของราชสำนักที่ส่งมาเพื่อต้อนรับนางอยู่สองสามคนพร้อมกับทหารอารักขาเกือบยี่สิบนาย อย่างไรเสียนางก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพระราชนัดดาของฝ่าบาทเพราะบิดาของนางคือท่านอ๋องหงเจวี๋ย ซึ่งเป็นพระอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
“ยินดีต้อนรับท่านหญิงหง”
เมื่อขุนนางในชุดเต็มยศยืนรอต้อนรับอยู่ตรงหน้าพร้อมกับกล่าวคำต้อนรับแต่ในรถม้ากลับเงียบกริบจนทุกคนล้วนแปลกใจจึงได้หันมาพูดคุยกันอีกครั้ง
“ใต้เท้าเจิ้ง นี่มันยังไงกันละนี่หรือว่าคันนี้จะไม่ใช่”
“แต่ข้าว่าใช่นะเพราะตราประจำพระองค์ของท่านอ๋องอยู่ด้านหน้ารถม้านี่”
ขุนนางหนุ่มรูปงามในชุดสีน้ำเงินเข้มแบบเต็มยศ เดินก้าวออกมาพร้อมกับเดินไปตรงหน้ารถม้าอีกครั้ง
“ข้าน้อย “จินอวี้หาน” รับราชโองการฝ่าบาทให้มารอต้อนรับท่านหญิงหงขอรับ”
ประตูรถม้าเปิดออกมาหลังจากที่ “จินอวี้หาน”พูดจบ สตรีที่เดินออกมาเป็นสาวใช้พร้อมกับเปิดประตูรอให้สตรีในชุดสีม่วงอ่อนพร้อมกับสวมผ้าปิดใบหน้าเหลือเพียงดวงตามองออกมายังขุนนางทั้งสามคนที่กำลังยืนต้อนรับอยู่
“เนี่ยถงเจ้าดูสิ ข้าเป็นถึงท่านหญิงแต่ว่าฝ่าบาทกลับส่งขุนนางมารับเพียงแค่สามคน เห็นทีข่าวที่ว่าข้าเป็นสตรีอับโชคคงจะลุกลามเข้าไปถึงวังหลวงกระมัง”
“คุณหนู เบาเสียงหน่อยเจ้าค่ะ”
“หงหลินซิน” หันไปกระซิบกับสาวใช้ข้างกาย เมื่อนางเดินลงมาจึงได้รีบสั่งให้ขุนนางและคณะต้อนรับทั้งหมดเงยหน้าขึ้น
“ทุกท่านตามสบายเถอะไม่ต้องมากพิธี”
เมื่อขุนนางหนุ่มตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมามอง “หงหลินซิน” ก็ต้องตกตะลึงในความหล่อคมคาย ใบหน้าที่หมดจดจมูกคมดุจพญาอินทรี คิ้วดุจหมึกและสายตาพิฆาตนารีตรงหน้าทำเอานางเริ่มใจสั่นระรัวขึ้นมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“ท่านหญิง!!”
“เนี่ยถง” สาวใช้รีบเข้ามาพยุงนางในทันทีเพราะหลินซินที่ยืนไม่อยู่เมื่อเห็นหน้าของราชครูหนุ่มตรงหน้าแต่เขาเพียงแค่มองนางนิ่ง ๆ เพียงสงสัยว่านางอาจจะเดินทางนานจนไม่สบายเพราะข่าวที่เขาได้รับรายงานมา ท่านหญิงหงผู้นี้ค่อนข้างอ่อนแอ ขี้โรคและยังอับโชคจึงต้องเดินทางมาทำพิธีขับไล่โชคร้ายที่อารามหย่งอัน
“ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไร”
“ท่านหญิงคงจะเดินทางนาน ใยพวกเจ้ายังไม่รีบไปเตรียมน้ำให้ท่านหญิงอาบกันอีก”
“เจ้าค่ะท่านราชครู”
สาวใช้สี่คนที่ตามเหล่าขุนนางมารีบร้อนวิ่งเข้าไปด้านในก่อนที่ขุนนางที่เหลือจะหันมามองหน้าท่านหญิงอีกครั้ง แม้ว่าจะมีผ้าขาวผูกใบหน้าครึ่งหนึ่งเอาไว้แต่พวกเขาก็พอจะรู้ว่าท่านหญิงหงผู้นี้คงจะรูปงามอยู่ไม่น้อย
“ขอบคุณทุกท่านที่มาต้อนรับ ที่จริงไม่จำเป็นต้องลำบากถึงเพียงนี้ ข้ามาที่นี่ก็เพียงแค่… รักษาอาการป่วยเท่านั้น”
“ข้าน้อยรับบัญชาฝ่าบาทให้มาดูแลองค์หญิงและอยู่ร่วมพิธีกรรมกับโหรหลวงตลอดช่วงสามเดือนนี้”
“ท่านหรือ ท่านคือ…”
“ขอแนะนำตัวอีกครั้ง ข้าน้อยจินอวี้หานเป็นราชครูและที่ปรึกษาส่วนพระองค์ของฝ่าบาท ส่วนอีกสองท่านคือใต้เท้าเจิ้งซางกรมพิธีการ ดูแลเรื่องการจัดพิธีขับไล่ความชั่วร้ายและที่พักให้ท่านหญิง อีกท่านคือใต้เท้าเสิ่นเจี๋ย ดูแลเรื่องความเรียบร้อยเรื่องการเงิน หากท่านหญิงต้องการเบิกจ่ายหรือต้องการสิ่งใดเพิ่มก็แจ้งกับใต้เท้าเสิ่นได้เลย ส่วนข้าน้อยจินอวี้หานจากนี้จะรับหน้าที่ดูแลความสะดวกสบายและอารักขาท่านตลอดเวลาที่ท่านพำนักอยู่ที่เมืองหลวง”
“ขอบคุณใต้เท้าทั้งสามมาก”
“ท่านหญิงเดินทางมาเหนื่อย ๆ พักสักหน่อยจะดีกว่าเชิญตามข้าน้อยมาทางนี้”
“ขอบคุณ”
ใต้เท้าเจิ้งและใต้เท้าเสิ่นเดินทางกลับไปที่ประจำของตนเองโดยมิได้ตามจินอวี้หานมาด้วย ขุนนางหนุ่มผู้นี้แม้จะอายุน้อยแต่กลับพูดจาคล่องแคล่วและดูมีความรู้มากกว่าที่หงหลินซินจะกล้าพูดเล่นกับเขา
“หากท่านหญิงต้องการสิ่งใดเพิ่มก็แจ้งข้าได้ ข้าน้อยจะให้คนจัดหามาให้ตามที่ท่านต้องการ ฝ่าบาททรงกำชับมาแล้วว่าท่านหญิงต้องพักอยู่ที่นี่ด้วยความสะดวกสบายที่สุด”
“ขอบคุณใต้เท้าจิน แล้วถ้าหากข้าอยากจะไปเดินเล่นในเมือง จะสามารถทำได้หรือไม่”
“เรื่องนั้น… ย่อมได้แต่ทุกครั้งต้องมีคนออกไปด้วย”
“อะไรนะ ออกไปเองไม่ได้เช่นนั้นก็ลำบากแล้วสิ”
“ท่านหญิง ทุกอย่างฝ่าบาทคำนึงถึงความปลอดภัยของท่านหญิงมาก่อนเสมอ โปรดเข้าใจด้วย”
“ก็ได้ ๆ เช่นนั้นถ้าจะไปก็ต้องไปกับท่านแบบนี้ก็ใช้ได้แล้วใช่หรือไม่”
“เอ่อ… เรื่องนี้ข้าคิดว่า...”
“หากไม่ได้ท่านก็แค่หลับตาข้างเดียวแล้วปล่อยข้าไป มิเช่นนั้นข้าก็จะ…”
“ท่านหญิง หากท่านต้องการออกไปเดินเล่น ข้าน้อยย่อมพาไปได้แต่คงต้องแจ้งล่วงหน้าสักหน่อย”
“น่าเบื่อเสียจริง ช่างเถอะว่าแต่ไหนล่ะที่พักของข้า”
“เชิญทางนี้”
หงหลินซินเดินตามเขาไปอย่างว่าง่ายจนถึงตำหนักด้านหลังที่มีต้นดอกเหมยที่กำลังบานอยู่ตรงหน้า ตำหนักที่แยกออกมาน่าอยู่และดูเรียบง่ายแต่ด้านในกลับตกแต่งอย่างหรูหราและเป็นส่วนตัวโดยมีทหารองครักษ์ของวังหลวงเฝ้าอยู่ด้านนอก
“เรือนนี้งดงามยิ่งนัก”
“ฝ่าบาทพิถีพิถันเลือกที่นี่ก่อนจะสั่งให้คนสร้างเรือนพักส่วนตัวให้ท่านหญิงเพื่อพักผ่อนระหว่างที่ท่านพักอยู่ในเมืองหลวง หวังว่าจะถูกใจ”
“ขอบคุณท่านราชครูจินถูกใจข้ามากเลย ดอกเหมยงั้นหรือ”
“ฝ่าบาททรงใส่พระทัยเพราะทรงทราบมาจากท่านอ๋องว่าท่านหญิงชื่นชอบดอกเหมยและชอบดื่มชาดอกเหมยในฤดูเหมันต์มากที่สุดดังนั้นจึงได้จัดเตรียมให้ท่านเป็นพิเศษ”
“ฝ่าบาททรงใส่พระทัยจริง ๆ เช่นนั้นเมื่อใดข้าจะได้เข้าเฝ้าพระองค์งั้นหรือ”
“เรื่องนั้นต้องให้ฝ่าบาทมีรับสั่งมาก่อนแล้วข้าน้อยจะพาท่านหญิงไปเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยตัวเอง”
“อ้อ งั้นหรือ ไม่เป็นไรข้าเองก็ไม่ได้รีบขนาดนั้นว่าแล้วท่านราชครูพักอยู่ที่นี่ด้วยงั้นหรือ”
ดวงตากลมโตของหงหลินซินทำเอาราชครูจินหันไปมองด้วยความเผลอตัว แม้จะเห็นแค่ดวงตาเขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าท่านหญิงหงผู้นี้มิใช่คนที่พูดยากอะไรและยังดูเป็นมิตรมากกว่าที่คิดเอาไว้ก่อนจะชี้ไปทางเรือนพักข้าง ๆ ซึ่งขวางเพียงแค่รั้วต้นดอกเหมยกั้นเท่านั้น
“ระหว่างที่ท่านหญิงพักอยู่ที่อารามหย่งอัน ข้าน้อยก็จะอยู่อารักขาท่านที่เรือนข้าง ๆ ดังนั้นไม่ต้องห่วงเพราะรอบ ๆ อารามแห่งนี้ยังมีองครักษ์ “เฟินหลิน” คอยอารักขาตลอดเวลา"
บทล่าสุด
#60 บทที่ 60 ตอนที่ 60 ( ตอนพิเศษ 3)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#59 บทที่ 59 ตอนที่ 59 (ตอนพิเศษ 2)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#58 บทที่ 58 ตอนที่ 58 (ตอนพิเศษ 1)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#57 บทที่ 57 เจ้าบ่าวคลั่งรัก (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#56 บทที่ 56 ตอนที่ 56 ค่ำคืนที่อบอุ่น (NC)
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#55 บทที่ 55 ตอนที่ 55 พยานในเหตุการณ์
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#54 บทที่ 54 ตอนที่ 54 แผนการล้อมจับ
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#53 บทที่ 53 ตอนที่ 53 คนที่โง่คือเจ้า
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#52 บทที่ 52 ตอนที่ 52 แลกเปลี่ยนตัวประกัน
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#51 บทที่ 51 ตอนที่ 51 วางแผนการรับศึก
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
สัญญารักประธานร้าย
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รักไม่หลอก
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง













