บทนำ
บท 1
ถ้าชีวิตมันจะสวยแล้วซวยซ้ำซวยซ้อนได้ขนาดนี้แป้งหอมคนนี้ขอไม่เกิดมาสวยแล้วไม่ต้องซวยจะได้ไหม คนบ้าอะไรวะคะเกิดมามีแต่เรื่องซวยๆ เฮงซวย!
เฮ้อ! สวัสดีค่ะฉันชื่อแป้งหอมค่ะ แป้งหอมชื่อไทยๆ น่าร้าก น่ารัก แต่ทำไมใครๆ ก็เอาแต่เรียกว่า “อีหอม” ก็ไม่รู้ ไม่เห็นมันจะดูสุภาพตรงไหน แต่ก็ช่างมันเถอะหอมไปเปลี่ยนคำเรียกติดปากของทุกคนไม่ได้หรอก
แต่ขอร้องว่าใครที่เพิ่งรู้จักน้องได้โปรดเรียกน้องว่าแป้งหอมให้เต็มยศด้วยนะคะ อีหอมนี่ปล่อยให้พวกที่รู้จักกันมานานมันเรียกแบบถ่อยๆ ไปเถอะ หอมขี้เกียจตีปากคนพวกนั้นให้เรียกหอมดีๆ แล้ว
แป้งหอมคนนี้เป็นนักศึกษาสาวสวยที่ไม่หมวยเพราะถ้าหมวยก็คงไม่ชื่อไทยๆ ว่าอีหอม เอ้ย!แป้งหอม หรอก ฉันเป็นสาวไทยแท้ๆ พ่อแม่เป็นคนอยุธยาโดยกำเนิดแต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าบรรพบุรุษเป็นชาวอโยธยาแท้หรือว่าย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศราชหรอกนะ ซึ่งเรื่องนี้ก็ช่างมันเถอะไม่ได้เกี่ยวกับปัจจุบัน อีหอมแค่อยากเม้าท์อะไรนิดหน่อยให้หายเซงจากความซวยที่กำลังเจอ!
เอาล่ะค่ะนอกเรื่องมาสักพักแล้ว ฉันชื่อแป้งหอม อันนี้รู้กันแล้วเนาะ เป็นนักศึกษาค่ะ เรียนมหาลัยดัง อยู่ชั้นปริญญาตรีปีที่ 3 ซึ่งปกติก็สวยอยู่แล้วแต่ก็ตามสเต็ปความสวยของสาวมหาลัย ตอนเรียนม. 6 ก็จะมั่นหน้าหน่อยว่าพี่นี่แหละสวย~ แต่พอเข้าเรียนปี 1 ความสวยที่มั่นหน้าก็โดนรุ่นพี่กลบ น้องปี 1 เฟรชชี่วัยใสก็กลายเป็นอีเด็กกกพโหลกกะลาทันที ปี 2 ก็ดีหน่อยหัดแต่งหน้าแต่งตา พอปี 3 ความสวยก็จะพร่างพราวมากหน่อย และความซวยก็เช่นกัน
สงสัยกันใช่ไหมคะว่าฉันจะบ่นเรื่องความซวยอะไรกันนักหนา คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ...
ตั้งแต่วันแรกที่ฉันเกิดมาอีแป้งหอมก็พาความซวยมาให้ครอบครัวเพราะวันที่ฉันเกิดเป็นวันเดียวกันกับวันที่แม่...แม่วัว ใช่ค่ะแม่วัวไม่ใช่แม่ฉัน ไม่ต้องตกใจเพราะแรกเริ่มชีวิตของแป้งหอมมันไม่ได้ซวยดราม่าขนาดนั้น พ่อฉันเลี้ยงวัวค่ะ ทำฟาร์มโคราคาแพงแสนแพง
มันมีแม่วัวตัวหนึ่งของพ่อที่มันราคาแพงมาก ผสมพันธุ์กับพ่อวัวพันธ์ดีที่จ่ายไปมหาศาลเพื่อให้ได้น้ำเชื้อของมันมา พ่อเฝ้าทะนุถนอมดั่งลูกในอุทรจนวันที่แม่ฉันปวดท้องจะคลอดทุกคนก็โอละพ่อแห่ไปลุ้นการกำเนิดของอีหอมกันแทบทั้งฟาร์ม ซึ่งไม่มีคนเฝ้าแม่วัวตัวนั้นตัวที่มันราคาหลักหลายแสน เพราะไม่มีใครคิดว่ามันจะทะลึ่งอยากคลอดลูกวันเดียวกันกับที่แม่คลอดแป้งหอม!
สรุปพอฉันลืมตาออกมาดูโลกทุกคนก็โล่งใจที่อีเด็กน้อยหน้าตาน่ารักคนนี้เกิดมาโดยปลอดภัยแถมยังครบ 32 ไม่เป็นภาระใครในการเลี้ยงดูในภายภาคหน้าแน่นอน ทีนี้ก็กลับฟาร์มกันไงคะ พอกลับไปก็เห็นซากวัวที่นอนสิ้นใจพร้อมลูกน้อยในท้องที่มันคลอดออกมาไม่ได้เพราะมันเป็นท้องแรกแถมเบบี๋ในท้องก็ตัวใหญ่จนมันคลอดเองไม่ไหว
แป้งหอมเกิดมาพร้อมความซวยเพราะนอกจากจะไม่คาบช้อนเงินช้อนทองตอนออกมายังทำให้แม่วัวที่เป็นความหวังความภาคภูมิใจของพ่อต้องสิ้นใจไปด้วย เรื่องนี้ไม่มีใครโทษฉันหรอกนะคะเพียงแต่ฉันมารู้เรื่องทีหลังและคิดว่าตัวเองเกิดมาพร้อมความซวยจริงๆ ไม่งั้นในแต่ละวันเดือนปีอีหอมไม่เจอแต่เรื่องซวยๆ หรอก อย่างวันนี้ก็เช่นกัน!
“เอาไง? จะยืนทำหน้าเหมือนคุยกับตัวเองอีกนานไหม?”
“เอ่อ...” คนตรงหน้ารู้ได้ไงว่าฉันยืนคุยกับตัวเอง ขนาดฉันยังไม่รู้เลย นี่ฉันกำลังคิดว่าฉันคุยกับใครสักคนอยู่นะคะ
“...ไม่เอ่อสิวะ เอาไงพูดมา” คนตรงหน้าฉันขมวดคิ้วนิดหน่อยแล้วก็กอดอกมองหน้าฉัน ท่าทางเขาจะโมโหหนักน่าดู
“คือ...มันซ่อมแพงไหมคะ” ฉันมองแผลที่รถคันสีดี่จอดอยู่ริมฟุตบาทก่อนจะเงยหน้าถามเขา อันที่จริงจะไม่หวั่นเลยถ้ามันเป็นรถญี่ปุ่น แต่นี่รถซุปเปอร์คาร์ราคาหลายสิบล้าน อีหอมเอ้ย!ซวย! ซวย! ซวย!
“แพง” เขาตอบนิ่งๆ สายตาหงุดหงิดปนดุดันมองมาที่ฉันยิ่งทำให้ฉันกลัวจนตัวลีบ
“คือ...หอม” หอมจะหาเงินจากที่ไหนมาจ่าย T__T
“แต่เรื่องแพงไม่แพงช่างแม่งเหอะ เธอตอบมาก่อนเป็นบ้าอะไรอยู่ดีๆ เดินมาเตะรถคนอื่น ฮะ?” เขาถามกึ่งจะดุฉัน แต่ฉันมั่นใจว่าถ้าฉันเป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิงเอวบางร่างน้อยหน้าตาสะสวยแบบนี้ฉันอาจจะโดนต่อยไปแล้วก็ได้ นี่ขนาดสวยยังไม่ค่อยช่วยอะไรเลย
แต่จะช่วยได้ยังไงล่ะหอมในเมื่ออยู่ดีๆ มึงก็ตะโกนเกรี้ยวกราดเป็นบ้าเป็นหลังแล้วพุ่งมาเตะรถเขาด้วยรองเท้าส้นสูงหัวแหลมปรี๊ดเต็มแรงจนประตูข้างคนขับมันบุบ ต้องแรงควายแรงช้างแค่ไหนอ่ะแป้งหอมรถแข็งแรงระดับซุปเปอร์คาร์ถึงบุบได้ด้วยแรงจากส้นตีนมึงแค่ครั้งเดียว T__T
“คือ...”
“จะคือจะเอ่ออีกนานไหม? ตอบมาเธอเป็นบ้าอะไร” เขาดูหงุดหงิดนะคะ แต่ถ้าเป็นฉันๆ ก็หงุดหงิดที่มีอีบ้าที่ไหนก็ไม่รู้วิ่งมาเตะรถเขาแบบนี้
“คือ...” ฉันมองหน้าเขาแล้วก็ตอบไม่ได้อีกนั่นแหละ เหตุผลโคตรปัญญาอ่อน ไม่กล้าตอบจริงๆ แกล้งเป็นไบโพล่าร์เลยดีไหมแป้งหอม แต่ถ้าเป็นไม่เนียนเกิดเขาเอาเรื่องจับไปตรวจขึ้นมาซวยซ้ำซวยซ้อนแน่มึง ท่าทางเขายิ่งดูไม่ใช่คนรวยธรรมดาซะด้วย
“จะพูดแค่คำว่าคืออีกนานไหม คืออีกรอบฉันจะจัดการเธอให้เละคามือเลย” เขาดูหงุดหงิดอีกแล้วนะคะ แม่~ หอมกลัว~ T__T
“คือ...” ฮือ~ หอมไม่ได้อยากพูดแต่หอมพูดอะไรอย่างอื่นไม่ออก ไม่ใช่ว่าปากมันหนักแต่ปากมันสั่น
“เฮ้ย! เธอแม่งฟังรู้เรื่องรึเปล่าวะ แค่ตอบมาเหตุผลที่ทำให้เธอเป็นบ้ามาเตะรถฉัน ตอบมา!”เขาไม่ได้ตะคอกใส่จนเสียงดังแต่ก็ขึ้นเสียงอยู่ดี เล่นเอาฉันสะดุ้งแล้วก็หลับตาปี๋ก่อนจะรีบตอบออกไปรัวๆ
“คือๆๆๆ หอมเพิ่งอกหักมาค่ะ แฟนที่คบมา 4 เดือนมันหนีไปมีกิ๊ก แถมกิ๊กแฟนหอมมันยังเป็นผู้ชาย ชายรุกด้วยนั่นหมายความว่าแฟนหอมมีผัว หอมรับไม่ได้ก็เลยขาดสติเหมือนคนบ้าแบบเมื่อกี้ค่ะ” ฉันรีบร่ายความจริงให้เขาฟังด้วยความตกใจกลัวปนลืมตัว จนพอพูดจบถึงได้สติว่าความจริงแล้วฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายทั้งหมดก็ได้ พอได้สติก็เลยรีบลืมตามองเขา มองผู้ชายที่ยืนมองหน้าฉันนิ่งๆ แถมหน้าเขาก็ยังนิ่งมากเช่นกัน
“...ปัญญาอ่อน”
#PANGHOM END
#COOPER TALK
“...ปัญญาอ่อน”
“คะ?”
อ่าส์!
วันนี้มันวันอะไรกันวะ ทั้งที่ทั้งวันมีแต่เรื่องดีแท้ๆ แต่ทำไมผมต้องมาซวยจอดรถคุยโทรศัพท์อยู่ดีๆ ก็มียัยบ้าที่ไหนก็ไม่รู้วิ่งมาเตะรถ
เตะแม่งก็โคตรแรง เล่นซะบุบไปทั้งประตู แรงเยอะฉิบหาย ตัวเล็กๆ แต่ไม่รู้ไปกินช้างกินควายที่ไหนมาถึงได้เตะรถที่แข็งแรงมากอย่างซุปเปอร์คาร์ทีเดียวแล้วประตูบุบไปทั้งแถบ
และที่สำคัญรถคันนี้มันเป็นของไอ้ชัตเตอร์ไม่ใช่ของไอ้คูเปอร์ แม่งเอ้ย! ไอ้พี่เวรมันต้องเล่นผมตายคาตีนมันแน่ๆ โคตรซวย! ทั้งที่ผมจะไม่จอดรถคุยโทรศัพท์อยู่แล้วเชียว แต่อยู่ดีๆ ก็ทะลึ่งเป็นคนดีไม่อยากใช้โทรศัพท์ระหว่างขับรถ แต่จอดคุยโทรศัพท์ได้แค่ประมาณ 30 วินาทีก็เกิดเรื่อง ความคิดดีๆ ที่นานๆ จะโผล่มาจากหัวกูทำไมพอมันโผล่มาแล้วต้องเกิดเรื่องด้วย แบบนี้ถ้าไม่ให้เรียกว่าซวยจะให้เรียกว่าอะไรดีวะ!
“เธอแม่งทำให้ฉันโคตรซวยเพราะเรื่องปัญญาอ่อนของเธอ” ผมเลิกอึ้งกับคำอธิบายของเธอก่ออนที่จะพูดกับเธอด้วยความเอือมระอา ไอ้เรื่องซ่อมรถมันไม่ใช่ปัญหาหรอกครับถ้ามันเป็นรถของผม แต่ผมบอกแล้วไงว่านี่ไม่ใช่รถไอ้คูเปอร์แต่เป็นรถไอ้ชัตเตอร์ แถมยังเป็นรถที่ไอ้คูเปอร์เอามาขับทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยปากยืมห่าอะไรเลยสักคำกับไอ้ชัตเตอร์
แม่งเอ้ย! ทำไมยัยนี่ไม่มาเตะวันที่ผมยืมไอ้ชัตเตอร์มาดีๆ วะ อย่างน้อยผมก็คงแค่โดนด่าแต่คงไม่หนักถึงขั้นโดนมันกระทืบเพราะมันไม่ใช่ความผิดของผมที่จะไปห้ามคนบ้าอย่างยัยนี่ทัน ทำไมต้องมาเตะในวันที่ผมแอบเอามา แม่งโคตรสร้างความผิดให้ผมเลยยัยเฮงซวย!
เลือกเตะวันที่ผมขับรถของผมเองก็ได้ หรือถ้าจะให้ดีไม่ต้องเป็นบ้ามาเตะรถใครหรือเตะหมาตัวไหนเลยยิ่งดี!
โว้ย!
ยิ่งมองหน้ายัยนี่ที่ยืนหน้าซีดน้ำตาคลอผมยิ่งหงุดหงิด หน้าตาแม่งโคตรสวย สวยเหี้ยๆ สวยฉิบหาย สวยแบบโคตรพ่อโคตรแม่สวย สวยไม่เกรงใจใคร แต่จะสวยแล้วมาพร้อมกับความบรรลัยแบบนี้ผมก็ไม่ได้พิศวาสหรอกครับ
“คือ...หอมขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ” แม่งทำหน้าสลดสำนึกผิดให้ตายก็ไม่ช่วยให้ไอ้คูเปอร์คนนี้หลุดพ้นจากส้นตีนไอ้ชัตเตอร์ได้หรอก
“เธอแม่ง...อ่าส์! หงุดหงิด!” ปกติกับผู้หญิงไม่ต้องสวยขนาดนี้ก็ได้ จะหน้าตาบ้านๆ หรือเหมือนนางพันธุรัตน์ผมก็ใจดีด้วยเสมอ แต่กับยัยนี่แม่งใจดีไม่ลงเลยว่ะ
ยิ่งภาพตอนที่เธอเดินทำหน้าหงุดหงิดอะไรมาก็ไม่รู้ผมมองเห็นเธอพอดีระหว่างที่ผมกำลังคุยโทรศัพท์ ใครจะไม่มองวะสวยขนาดนี้ ทั้งที่ผมกำลังคุยกับมีญ่า นางเอกที่กำลังฮอตมากตอนนี้แต่ยัยนี่ดันเรียกสายตาผมให้มองเธอจนแทบคุยกับมีญ่าไม่รู้เรื่อง อารมณ์ผมตอนนั้นเหมือนโดนสะกดเลยครับ แต่แค่แป๊บเดียวยัยนี่ก็เรียกสติผมกลับมาพร้อมกับเสียงตะโกนของผมที่ลั่นรถตอนที่เธอง้างส้นตีนเตะรถผมเหมือนคนเป็นไบโพล่าร์
แม่งเอ้ย!
ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์เมื่อกี้ก็ยิ่งอารมณ์เสีย ผู้หญิงอะไรวะเนี่ย!
“เดี๋ยวหอมชดใช้ค่าเสียหายให้นะคะ หอมขอโทษจริงๆ ค่ะ” เธอสบตาผมหน้าซีดปากสั่น ยิ่งโดนผมว่าเธอก็ยิ่งสั่น ทำท่าเหมือนลูกนกลูกกาน่าสงสารน่าเอ็นดู แต่ทำไมกูเอ็นดูยัยนี่ไม่ลงเลยวะ
“ชดใช้? เธอชดใช้ให้ฉันไม่ได้หรอกยัยงี่เง่า” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดกึ่งเหวี่ยงใส่เธอ พอผมตอบกลับไปยัยนี่ก็มองผมด้วยสายตาที่ดูไม่ค่อยพอใจผมเท่าไหร่
“หอมเป็นคนทำ ต่อให้จนแล้วค่าซ่อมมันแพงแค่ไหนก็ต้องหามาจ่ายให้ได้คะ” เธอตอบกลับมาเสียงแข็งนิดหน่อย ดูก็รู้ว่าไม่พอใจคำพูดของผม
เรื่องค่าซ่อมรถมันไม่ใช่ปัญหา ประกันชั้นหนึ่งมันมีอยู่แล้ว หรือถ้ายัยนี่จะมีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าซ่อมได้ก็ตามสบาย แต่ที่ผมบอกว่าชดใช้ให้ผมไม่ได้คือการที่เธอจะไปรับส้นตีนจากไอ้ชัตเตอร์แทนผมไม่ได้ต่างหาก ผมไม่ได้ดูถูกว่าเธอไม่มีปัญญาหาเงินมาชดใช้อย่างที่เธอกำลังเข้าใจ แต่ช่างแม่งเถอะผมไม่มีอารมณ์มาอธิบายอะไรทั้งนั้น
“เธอแม่ง...สมองทำงานยังไงวะ” ใช่ครับผมไม่มีอารมณ์มาอธิบายสิ่งที่เธอกำลังเข้าใจผิด เพราะอารมณ์ผมตอนนี้มีแค่อยากด่าเธอให้สาสมกับความบ้าระห่ำเมื่อกี้
“ก็อธิบายไปแล้วไงคะว่ามันเกิดจากอะไร หอมขอโทษจริงๆ หอมไม่ได้ตั้งใจ” เธอสลดลงอีกรอบแต่ผมยังอารมณ์ขึ้นอยู่เหมือนเดิม ยิ่งบอกว่าไม่ได้ตั้งใจผมยิ่งขึ้น
“ไม่ได้ตั้งใจ?” ผมถามทวนคำพูดของเธอด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิมเยอะ
“ค่ะ หอมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ยัยนี่พอเห็นผมลดน้ำเสียงลงก็รีบพยักหน้ารับรัวๆ สีหน้าเธอดูดีขึ้นมานิดหน่อยคงเพราะเมื่อกี้ผมไม่ได้ตะคอกหรือใส่อารมณ์เหมือนหลายๆ ประโยคก่อนหน้านี้
“ถ้าเธอตั้งใจรถฉันไม่กระเด็นไปกลางถนนเลยเหรอยัยแรงควาย” แม่งพูดมาได้ไม่ได้ตั้งใจ มีแต่คนบ้าเท่านั้นล่ะครับที่เที่ยวเดินเตะข้าวของๆ คนอื่นโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งยัยนี่ไม่ได้มีอาการของคนบ้า คนบ้าที่ไหนจะใส่ชุดนักศึกษา แต่งหน้า ทำผมสวยฉิบหายได้ขนาดนี้
“วะ ว่าไงนะคะ?” เธออึ้งครับ ทำหน้าอึ้งเบิกตากว้างขึ้นแล้วก็ถามผม สีหน้าท่าทางและน้ำเสียงของเธอบึ่งบอกชัดเจนว่าอึ้งมาก
“ยัย แรง ควาย” ผมเน้นคำพูดช้าๆ ชัดๆ ให้เธอได้ยินชัดเจนอีกครั้งด้วยความหมั่นไส้
“ก็บอกอยู่ว่าไม่ได้ตั้งใจ เห็นยอมให้ด่าก็ด่าไม่หยุดแบบนี้เลยเหรอคะ แล้วอะไรคือแรงควาย? แรงควายส้นตีนอะไรไอ้หัวหงอก!”
บทล่าสุด
#53 บทที่ 53 EP. 53 . . . THE END
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#52 บทที่ 52 EP. 52
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#51 บทที่ 51 EP. 51
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#50 บทที่ 50 EP. 50
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#49 บทที่ 49 EP. 49
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#48 บทที่ 48 EP. 48
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#47 บทที่ 47 EP. 47
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#46 บทที่ 46 EP. 46
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#45 บทที่ 45 EP. 45
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026#44 บทที่ 44 EP. : 44
อัปเดตล่าสุด: 8/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
สัญญารักประธานร้าย
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (เซต..วิศวะ)
*** เมื่อเพื่อนสนิทชายหญิงมาอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน มันจะมีคนหนึ่งที่คิดไม่ซื่อ จ้องจะงาบเพื่อนอยู่ตลอด มาลุ้นกันว่าฝ่ายไหนจะเปิดก่อน แล้วคนเปิดก่อนจะได้เปรียบจริงหรือเปล่า? ***
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













