บทนำ
บท 1
#แบล็คฝุ่น
INTRO
‘สีดำ’ เป็นสีแทนสัญลักษณ์ของความลึกลับน่ากลัว ความมีอำนาจ ส่วนมากจะมีความหมายไปทางลบ
ความโกรธ ความตาย การมองโลกในแง่ร้าย การบังคับควบคุม ความมืด และเขาคือผู้ชายที่มืดมน
ตระกูล ‘โภคินกิตติกุล’ เป็นนามสกุลที่ผมใช้มาตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ท่านดนัยกับคุณหญิงล้อมดาวเป็นพ่อกับแม่ของผม แน่นอนว่าตระกูลของเรามีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างอุปกรณ์การตกแต่งบ้านทุกชนิดที่ส่งออกต่างประเทศและมีกิจการอยู่ในทวีปเอเชียและยุโรป
และผมเป็นลูกชายคนโตชื่อ ‘นายบุรธัช โภคินกิตติกุล’ หรือ ‘แบล็ค’ อายุ 25 ปี เกิดวันพุธ (กลางคืน) 14 ก.พ. สูง 185 ซม.
ผมเรียนจบด้านบริหารธุรกิจแต่ไม่คิดจะสานต่องานที่พ่ออยากจะส่งต่อให้ แต่ผมกลับเป็นคนที่ชอบมีอำนาจและชอบการควบคุม ผมไม่ชอบให้ใครมาขีดเส้นทางให้แม้แต่พ่อกับแม่ ดังนั้นผมจึงผันตัวเองมาเป็นผู้มีอิทธิพลในด้านมืด แต่ไม่ใช่แบบผิดกฎหมาย ด้วยเพราะเป็นคนที่มืดมนไม่ชอบค่อยชอบแสงสว่างในตอนเช้า ผมจึงทำงานกลางคืนเปิดคลับเฉพาะที่ถูกกฎหมายและคาสิโนสำหรับคนใหญ่คนโตที่จะเข้ามาเล่นในคลับ
“พี่แบล็ค กลับมาแล้วเหรอครับ?” สายตาคมตวัดหันไปมองร่างสูงที่เตี้ยกว่าผมกำลังอุ้มสุนัขพันธุ์บีเกิ้นเพศผู้อยู่พลางส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน “ทานอะไรมาหรือยังครับ”
“ยัง” ตอบและถอดแจ็กเกตออก ล้วงเอาซองบุหรี่ออกมาพร้อมไฟแช็กก่อนจะเดินสวนไปยังโซนรับแขก “แล้วเรียนยังไงบ้าง?”
“ครับ สนุกดีครับ”
‘กรีน หรือนายกรชวัล โภคินกิตติกุล’ อายุ 20 ปี เป็นน้องชายคนเล็กของบ้าน ซึ่งเขาแตกต่างจากผมเห็นจะว่าได้ ในขณะที่ผมมืดมน แต่กรีนกลับเป็นคนอบอุ่นและจิตใจดี ราวกับได้เห็นแสงสว่างออกจากตัวของน้องชายคนนี้
“พ่อกับแม่ไปไหน?” เพราะออกไปอยู่ที่คอนโด บางครั้งผมมีเวลาก็จะกลับมาที่บ้านเพื่อมาหากรีน เด็กคนนี้จิตใจดีและไม่คิดจะออกไปไหน สำคัญคือมีเจ้าหมาน้อยที่ชื่อ ‘กรรไกร’ ต้องเลี้ยงดูอีก
“ไปอังกฤษครับ เหมือนจะไปทำธุระ”
“แล้วก็แพลนไปเที่ยว” ตอบพลางเอามือป้องไฟแช็กที่กำลังจุดต่อบุหรี่ เมื่อเห็นไฟขึ้นผมก็สูบเอานิโคตินเข้าปอดและพ่นควันออกจากริมฝีปากแดงคล้ำซึ่งเป็นแบบนี้เพราะสูบบุหรี่จัด
“พี่แบล็คทำไมรู้ล่ะครับ?” กรีนทำหน้าฉงนใจ แต่ผมก็ยักไหล่เพราะต่อให้พ่อกับแม่ไม่บอก ผมก็รู้ดีเลยล่ะพวกเราโตกันหมดแล้วถึงได้ไม่เป็นห่วงไปทำงานบวกกับไปเที่ยวด้วย
“ฮ้าว ใครโผล่มาแต่เช้าวะไอ้กรีน!”
น้ำเสียงแหบพร่าดังขึ้นทำให้ผมเอี้ยวใบหน้าขึ้นไปมองบันไดทางขึ้น จึงได้เห็นชายร่างสูงที่เดินเปลือยท่อนบนก้าวลงบันไดพลางเอามือยีศีรษะตัวเองทั้งที่ตายังไม่ลืมดี “พะ พี่เรดครับ”
“อะไรของมึง!” มันตวาดกรีนจนผมนั่งไขว่ห้างและมองมันที่ลงบันไดมา “ใครโผล่ หะ หัว... พะ พี่แบล็ค!”
“เรียกน้องว่ายังไงนะ?”
หรี่สายตามองคนตรงหน้าที่ออกอาการตกใจเมื่อเห็นผม ‘เรด หรือนายเวทิศ โภคินกิตติกุล’ อายุ 23 ปี เรียนจบด้านการถ่ายภาพ แต่กลับไม่คิดจะทำงานหรือทำอะไรที่มันมีประโยชน์ให้กับตัวเองนอกจากทำตัวเล่นไปวันๆ อ่อ มีอีกอย่างที่มันชื่นชอบคือการแข่งรถที่แม่มักจะห้ามมันเสมอ แต่คนอย่างไอ้เรดไม่เคยทำตามที่แม่พูด แถมยังชอบทำตัวก้าวร้าวกับบุพการีและน้องซึ่งแน่นอนว่าผมไม่ชอบ
เราสามคนเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมา อายุจึงไม่ได้ห่างกันมากสักเท่าไหร่ จึงสนิทกันพอควรแต่ยกเว้นไอ้เรดที่ไม่อยากสนิทกับผม เพราะมันชอบขัดคำสั่งผมในหลายๆ เรื่องอย่างเช่นเรื่องการคุยกับน้องด้วยคำหยาบคาย คนอย่างกรีนควรพูดจาดีๆ ด้วยเพราะน้องยังเด็ก สำคัญคือน้องเป็นผู้ชายที่จิตใจดีซึ่งมันต่างกับและไอ้เรดราวกับฟ้าเหว
“มันชินปากนี่นา พี่แบล็คก็น่าจะหยวนๆ ให้ผมนะ”
“มึงจะเรียกใครยังไงก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่กับกรีน” ชี้หน้าไอ้เรดที่ทิ้งตัวนั่งบนโซฟาก่อนจะคว้าเอาซองบุหรี่ของผมไปโดยยังไม่ได้รับอนุญาต พอเห็นผมนิ่งและจับจ้องมันจึงยิ้มแห้งๆ ส่งให้
“ขอมวนหนึ่ง” ทำหน้าอ้อนวอนจนผมขยับตัวและเอื้อมมือไปยังด้านหลัง “เฮ้ยๆ พี่แบล็ค แค่บุหรี่มวนเดียวถึงกับจะยิงน้องเลยเหรอวะ!”
ผมยกยิ้มมุมปากที่เห็นไอ้เรดทำหน้าซีดและหวาดกลัวขนาดนี้ ด้านหลังของผมมีปืนพก EAA Witness Elite Match สีดำ-เงินที่พกติดตัวมาตลอด เพราะทำงานด้านนี้ทำให้ผมถูกจ้องเล่นงานจากคนที่ไม่หวังดี แม้ว่าสิ่งที่ทำจะถูกกฎหมายทุกอย่าง แต่จะมีจำพวกคนที่เปิดสถานที่แบบผิดกฎหมายก็จะขาดรายได้ ทำให้พวกมันจ้องจะทำลายผมและกิจการ
“ถ้าจะยิงผม ยิงไอ้กรรไกรก่อนเลย” ไอ้เรดโบยไปที่หมาพันธุ์บีเกิ้นที่กรีนเลี้ยง
“ได้ไงล่ะครับพี่เรด เกี่ยวอะไรกับกรรไกร”
“ก็ไอ้กรรไกรมันกัดรองเท้าพี่แบล็คจนพัง มึงไม่ได้บอกพี่แบล็คหรือไง!” กรีนหันมามองผมหน้าตาเลิ่กลั่กก่อนจะยกมือไหว้ขอโทษผมแทนกรรไกร
“พี่แบล็คครับ”
“ช่างเถอะ รองเท้าพี่มีอีกเป็นร้อย” ตอบพลางส่งยิ้มให้กรีนก่อนจะลูบศีรษะน้องชายเบาๆ
“อะไรวะ! ทีกับผมจะฆ่า ด่า ไล่เตะ” ไอ้เรดทำหน้าบูดก่อนจะต่อบุหรี่สูบโดยไม่สนใจผมแล้ว “ใช่สิ เรามันไม่ใช่น้องรัก”
“อยากเป็นน้องรักกูปะละ”
“เชอะ ไม่ต้องมาง้อ” มันแลบลิ้นให้ผมก่อนจะเดินเข้าครัวไป บ้านหลังนี้มีกรีนกับไอ้เรดที่ยังอยู่ผมถึงต้องแวะเวียนมาหาน้องบ้าง แม้จะอยู่ที่คลับจนเหมือนเป็นบ้านหลังที่สามรองจากคอนโดส่วนตัว
“ไปทานข้าวกันดีกว่านะครับ พี่แบล็คต้องเข้าคลับด้วยนี่นา”
“อือ”
ผมเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้าย เป็นคนด้านมืดที่หลายคนเกรงกลัว แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกดีทุกครั้งคือการได้อยู่กับน้องชายทั้งสองคน สิ่งเดียวที่ผมไม่อยากให้ใครมาทำลายคือครอบครัว
“พี่แบล็คครับ” ระหว่างที่กำลังสวมรองเท้าอยู่หน้าบ้าน เสียงเรียกของกรีนทำให้ผมหันไปมองและต้องตกใจที่เจ้ากรรไกรกระโดดมาหาผมพร้อมกับแลบลิ้นเลียมายังใบหน้า ซึ่งผมก็เอามือดันใบหน้าของมันออกไป
“ว่าไง?”
“พี่แบล็คระวังตัวด้วยนะครับ” ผมที่กำลังเล่นกับเจ้ากรรไกรถึงกับหยุดชะงักและเงยหน้ามองน้องชายตัวเองที่นั่งลงตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาดูเคร่งเครียดยังไงชอบกล “ความจริงผมไม่ชอบที่เห็นพี่แบล็คทำงานแบบนี้เลย”
“กรีน”
“ตอนนั้นที่พี่แบล็คต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะถูกยิง ผมก็รู้สึกแย่มากๆ”
“ไปนึกถึงเรื่องเมื่อหลายปีก่อนทำไม” หันไปผูกเชือกรองเท้ายี่ห้อดังสีดำราคาแพง ก่อนจะชันตัวยืนเต็มความสูงและโน้มตัวลงไปลูบศีรษะน้องชายคนเล็กที่เงยหน้ามองผม “พี่ดูแลตัวเองได้ แกน่ะตั้งใจเรียนเถอะ”
“ผมรู้ครับว่าห้ามไม่ให้พี่แบล็คเลิกกิจการไม่ได้ แต่พี่แบล็คต้องดูแลตัวเองด้วยนะครับ”
“...”
“ผม พ่อแม่และก็พี่เรดเป็นห่วง” แม้สิ่งที่ทำอยู่มันเสี่ยงอันตรายก็จริง ทำให้ครอบครัวต้องเป็นห่วงแต่ผมก็ไม่มีวันทอดทิ้งกิจการที่ตัวเองสร้างมากับมือหรอก แม้ว่าจะมีใครหลายคนต่างหมายจะเอาชีวิต แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ... เพราะสิ่งเดียวที่สนคือการคุมคนให้อยู่ในอำนาจของตัวเอง นี่คือสิ่งที่ผมต้องการมาตลอด
“มึงอย่ามาปัญญาอ่อนเลยไอ้กรีน” มองร่างเปลือยท่อนบน แถมในมือยังถือแก้วไวน์แกว่งไปมา
“เรียกน้องยังไงนะ?” ผมพูดขึ้นก่อนจะเอื้อมมือไปด้านหลัง
“เฮ้ยๆ พี่แบล็คใจเย็นสิวะ!” ไอ้เรดทำหน้าเหวอทันทีและหลบหลังกรีน “เออน้องกรีนครับ อย่าไปห่วงพี่แบล็คเลยนะครับ มันน่ะหนังเหนียว”
“มึงอยากตายใช่ไหมไอ้เรด!”
“กลัวแล้วโว้ย” มันวิ่งหนีผมไปทันทีทำให้รอยยิ้มผุดขึ้น แต่พอมองไปยังร่างของน้องชายคนเล็กที่เงยหน้ามองผมอยู่ก็พาให้อารมณ์ที่หงุดหงิดจากไอ้เรดดีขึ้น
“แกน่ะอ่อนโยนและเข้มแข็ง เพราะงั้นเชื่อที่พี่พูด”
“...”
“สัญญาว่าจะไม่โดนยิง” ผมสัญญากับกรีน แม้ว่ามันจะเป็นแค่คำลวง แต่ผมก็อยากให้น้องสบายใจซึ่งเห็นรอยยิ้มที่อบอุ่นส่งมาให้ ในขณะที่ผมมืดมน ไอ้เรดร้อนดั่งไฟ แต่กรีนกลับทำให้ผมมีแสงสว่าง ทำให้ไอ้เรดใจเย็นลง น้องชายที่ผมห่วงใยที่สุด กรีนเหมือนมาเติมเต็มให้ผมกับไอ้เรดที่ต่างกันสุดขั้วให้ได้มาเผชิญหน้ากันได้ แม่เคยบอกว่ากรีนเป็นลูกคนเล็กที่ทำให้ครอบครัวมีความสุขและรอยยิ้ม ซึ่งผมคิดว่ามันคือเรื่องจริง “ไปล่ะ ไปนะเจ้ากรรไกร”
ลูบศีรษะเจ้าหมาบีเกิ้นตัวแสบ “ถ้ากัดรองเท้าฉันอีก คราวนี้ฉันจะยิงแก”
เป็นคำขู่ที่ได้ผล แม้แต่หมายังหวาดกลัวคนอย่างผมเลย แล้วคนล่ะถ้าเห็นผมไม่กลัวจนหัวหดหรือไง? และปัจจุบันมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
ณ คลับ Dark Black
เป็นคลับที่ผมตั้งใจทำขึ้นมาด้วยสองมือและหัวของตัวเอง เป็นสถานที่มาผ่อนคลาย ดื่มด่ำกับเสียงดนตรีและเครื่องดื่มหลายชนิด ภายในกว้างขวางมีฟอว์ลไว้สำหรับนักดนตรี ดีเจหรือแม้แต่โชว์เด็ดจากทางคลับซึ่งโชว์จะจัดอยู่ในช่วงเวลาเกือบตีหนึ่งถึงตีสองเท่านั้น คลับของผมจะอนุญาตเพียงแค่แขกที่อายุยี่สิบปีขึ้นไป ต่ำกว่านั้นจะให้นั่งกินน้ำผลไม้อยู่หน้าร้านซึ่งตกแต่งด้วยดอกไม้นานาชนิดและบ่อปลาที่สามารถให้อาหารได้
ด้านหลังของคลับจะเป็นโซนสำหรับผู้ใหญ่มีเงินหนัก คนดังที่อยากจะเสียเงินคือการเปิดคาสิโนอย่างถูกกฎหมาย ผมควบคุมที่นี่ราวกับคืออณาจักรของตัวเอง ลูกน้องของผมจะอยู่ตามทุกมุมเพราะฉะนั้นมีเรื่องชกตีจึงไม่มี หรือถ้าลวนลามก็จะจัดการคนนั้นและไม่ให้มาเหยียบที่นี่อีก ถึงจะเป็นคลับที่ถูกกฎหมายและเถื่อนสักหน่อย แต่ผมก็ทำมันอยู่ในกฎเกณฑ์ที่จะไม่ทำให้ผมต้องเสียชื่อเสียง
“คุณแบล็คครับ” เมื่อกำลังจะเปิดประตูห้องส่วนตัวก็ต้องชะงักเมื่อคนของผมที่ชื่อว่า ‘เขต’ เขาเป็นคนสนิทของผมที่ไว้ใจได้มากที่สุดความจริงผมมีคนสนิทสองคน อีกคนนั้น... “คุณเมษามาครับ”
“มา?” ดึงสติผมด้วยชื่อที่ทำให้ต้องขมวดคิ้ว “มาให้เป็นข่าวหรือไง”
“ผมห้ามแล้วครับ บอกแล้วว่าคุณแบล็คไม่อยู่ แต่เธอบอกจะรอ” ผมพยักหน้ารับก่อนจะเปิดประตูห้องเข้าไปแต่ก็หันไปมองเขตอีกครั้ง
“ไปที่นั้นมายัง”
“ครับ ตามที่คุณแบล็คสั่ง” เขตสบตากับผมก่อนจะถอนหายใจออกมา ผมจึงวางมือไปบนบ่าและบีบเพื่อให้กำลังใจ
“มันผ่านมาล่ะ”
ปกติผมจะไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น แต่เพราะมันมีเรื่องให้ต้องคิดไม่ตกต่างหากจึงลืมมันไปไม่ได้ยิ่งกรีนมันตอกย้ำผมตอนที่โดนยิงแล้ว ก็พาให้คิดมันอยู่เรื่อยๆ ประตูห้องปิดลงสายตาของผมกวาดมองไปยังร่างสวยบอบบางที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงมุมโซฟาด้วยชุดเดรสสีแดงแหวกข้างโชว์เรียวขาสวย ใบหน้าสวยแต่งแต้มอย่างดี ริมฝีปากแดงส่งยิ้มให้กับผม ใบหน้าแบบนี้ที่เห็นได้ตามทีวี หนังสือแฟชั่นหรือแม้แต่โฆษณา เธอก็คือ ‘เมษา’ ดาราในบทบาทนางร้ายสุดเซ็กซี่และโด่งดังที่สุด ณ เวลานี้
“มาทำไมไม่โทรหาฉัน” ถามกลับไปเสียงแข็ง ก่อนจะหยิบบุหรี่จุดสูบขณะยืนพิงขอบโต๊ะทำงาน
“คิดถึงค่ะ ถ่ายละครเสร็จก็รีบมาเลย” เธอลุกขึ้นยืนบนส้นสูงสีดำขนาดสี่นิ้ว สาวเท้าตรงมาหาผมและกวาดนิ้วเรียวมาตามรอยแยกเสื้อของผม “แบล็คคิดถึง ฉันรู้ค่ะ”
“หึ” ผมยกยิ้มมุมปาก เธอเป็นผู้หญิงที่ผมควงด้วยในตอนนี้เนื่องจากผลประโยชน์ด้านธุรกิจเพราะเธอทำให้คลับของผมมีแขกเข้าออกมากจนรายได้มากมายมหาศาล การเป็นข่าวกับเธอมันโคตรดีเลยที่จะโปรโมทคลับและถึงคนใหญ่คนโตให้มาที่นี่ สำคัญคือพ่อของเธอเป็นตัวแปรสำคัญด้วยที่ทำให้ธุรกิจของผมไปได้ดี แม้จะแสร้างไม่อยากเป็นข่าวว่ามันคือทริคที่ผมมักใช้กับเธอก็เท่านั้น “มาแบบนี้ระวังเป็นข่าว”
“ก็ดีสิคะ คนในวงการที่มาจีบฉันจะได้รู้ว่าคนที่ฉันทำความรู้จักอยู่... โหดแค่ไหน” ผมยักไหล่ก่อนจะจิ้มบุหรี่ลงที่เขี่ย พลางโอบแขนทั้งสองรัดเอวเธอให้ขยับมาใกล้ชิดกัน
“ฉันไม่ชอบเป็นข่าว” แค่คำโกหกน่ะ เพราะผมชอบที่นักข่าวมาทำข่าวที่คลับของตัวเองเหมือนกับโปรโมทไปในตัวโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว
“รู้ค่ะ ถ้านักข่าวเข้ามาจริงป่านนี้คนของแบล็คคงจัดการเรียบ” เธอยิ้มมุมปากพลางกดจูบมายังหน้าอกของผม “อยากแล้วค่ะ”
สีหน้าของเธออ้อนวอนจนผมยกยิ้มมุมปาก ผมพลิกตัวกดเธอลงกับโต๊ะทำงานและกวาดเอกสารทั้งหมดลงยกขาทั้งสองข้างแยกออกจากกันและทาบทับส่วนล่างลงไป “หยิบถุงยางแปบ”
หลังจากนั้นคงไม่ต้องพูดถึงว่าจะเกิดอะไรขึ้น ระหว่างผมกับเมษามันก็แค่ผลพลอยได้ ผมไม่ได้รู้สึกรักหรือต้องการให้เธอมายืนข้างๆ เพราะผมไม่เคยต้องการให้ใครมายืนข้างกัน สิ่งเดียวที่ต้องการคือการเอาชนะทุกคนและให้พวกนั้นสยบอยู่แทบเท้า แน่นอนว่าเมษาคือหนึ่งในนั้นที่ยอมอยู่ในกำมือของผม
ใครขัดคำสั่งผมแม้แต่นิด... อย่าหวังว่าจะมีที่ยืน
เช้ามืดหลังจากจัดการเมษาที่นอนสลบอยู่ในห้องพักกึ่งห้องทำงานของผม จึงออกมานั่งดูรายละเอียดของกิจการต่อ กระทั่งเสียงประตูหน้าห้องดังขึ้น เป็นเขตที่เดินเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “มีอะไรแต่เช้า?”
เพราะนี่ก็เป็นเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้าแล้ว “มีคนมาสมัครงานที่คลับครับ”
“แล้วยังไง” ปกติเรื่องนี้ผมจะไม่ยุ่งเพราะมันจะเป็นหน้าที่ของเขตที่ต้องจัดการ และส่งประวัติของคนที่มาสมัครให้ผมอีกทีเนื่องจากเราต้องคัดกรองคนที่จะมาทำงานที่นี่ ต้องไม่ใช่คนของศัตรูที่ส่งมาเพื่อทำลายชื่อเสียงที่นี่
“เธอเป็นเด็กอายุแค่สิบแปดครับ” มือที่กำลังจับปากกาเซ็นเอกสารถึงกับชะงักและเงยหน้าสบตากับเขต “แปลกใช่ไหมครับ? ทั้งที่คลับเราไม่รับพนักงานที่ต่ำกว่ายี่สิบปี”
“...”
“อีกทั้งตอนนี้เราไม่ได้เปิดรับสมัคร แต่เธอขอมาทำที่นี่” ใช่แปลกมาก แปลกจริงๆ นั่นแหละ “ราวกับว่า...”
“จงใจมาที่นี่ตั้งแต่แรก”
ผมวางปากกาลงทันทีและครุ่นคิดเรื่องนี้ไม่ตก ความจริงมันมีเยอะมากคนของฝั่งตรงข้ามถูกส่งมาเพื่อสืบและจ้องจะทำลายชื่อเสียงของ Dark Black แต่ผมก็จัดการได้หมด “เธอ นายกำลังหมายถึงผู้หญิง”
“ครับ” เป็นอีกเรื่องที่ต้องคิดเพราะว่าปกติสายสืบพวกนี้มักจะเป็นผู้ชายที่ฝั่งตรงข้ามส่งมา แต่คราวนี้เป็นผู้หญิงอายุแค่สิบแปดเองงั้นเหรอ? เพิ่งจะจบมัธยมปลายชัดๆ “เอาไงดีครับ หรือพวกมันคิดจะเอาเด็กผู้หญิงมาล่อคุณแบล็ค”
“คิดว่าล่อได้หรือไง?” ผู้หญิงสำหรับผมถ้าไม่มีผลประโยชน์ก็อย่าหวังว่าแบล็คคนนี้จะสนใจ “ไปพามา”
“ครับ? คุณแบล็คเอาจริงเหรอ” เขตทำหน้ามึนงงไม่น้อย โดยปกติถ้าสืบได้จะจัดการแต่ครั้งนี้ผมอยากจะรู้ว่าไอ้ ‘เซ้นส์’ มันคิดจะเอาชนะผมทางไหนถึงได้ส่งเด็กผู้หญิงคนนี้มาในถ้ำเสือ
“ก็ในเมื่อเด็กมันอยากลองของ ก็ลองดู” ยกยิ้มมุมปาก เขตจึงโค้งศีรษะให้ผมและออกจากห้องไป ผมหมุนเก้าอี้ไปยังหน้าต่างที่ถูกปิดตายแต่ทว่ากลับเอารูปวิวเมืองนอกมาติดแทนเพราะผมไม่ค่อยชอบแสงอาทิตย์ในตอนเช้า สิ่งที่ผมชอบคือความมืดมิดที่มีแสงสว่างสลัวๆ ก็เท่านั้น
ส่วนคนที่มันส่งมาผมจะดูแลเป็นอย่างดีเอง...
“คิดจะขี่หลังเสือ แค่คิดจะลงก็ยากแล้ว”
บทล่าสุด
#33 บทที่ 33 #แบล็คฝุ่น :: CHAPTER 32 [100%] THE END
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#32 บทที่ 32 #แบล็คฝุ่น :: CHAPTER 31 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#31 บทที่ 31 #แบล็คฝุ่น :: CHAPTER 30 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#30 บทที่ 30 #แบล็คฝุ่น :: CHAPTER 29 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#29 บทที่ 29 #แบล็คฝุ่น :: CHAPTER 28 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#28 บทที่ 28 #แบล็คฝุ่น :: CHAPTER 27 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#27 บทที่ 27 #แบล็คฝุ่น :: CHAPTER 26 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#26 บทที่ 26 #แบล็คฝุ่น :: CHAPTER 25 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#25 บทที่ 25 #แบล็คฝุ่น :: CHAPTER 24 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#24 บทที่ 24 #แบล็คฝุ่น :: CHAPTER 23 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
รักระรินใจ
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""













