Sinful Passion ลับหลัง

Sinful Passion ลับหลัง

Sweet_Moon · เสร็จสิ้น · 144.5k คำ

743
ยอดนิยม
793
การดู
0
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

เขาเข้ามาหลอกลวงเธอและทิ้งเธอ หักหลังเธออย่างไม่ไยดี จนวันหนึ่งทั้งสองคนวนมาเจอกันอีกครั้ง เธอที่เคยอ่อนแอตอนนั้นกลับกลายเป็นเข้มแข็งและบอกตัวเองเสมอว่าได้อย่าหวั่นไหวไปกับเขา เพราะเขานั่นอันตรายและร้ายกาจมากจนเธอตามเขาไม่ทัน และเขาไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสิ่งที่เขาเคยทำกับเธอมันทำให้เธอต้องทุกข์ทรมานมากแค่ไหน ขอแค่เขาปล่อยเธอไปและไม่มายุ่งเกี่ยวกันอีกก็พอ

บท 1

Sinful Passion ลับหลัง

INTRO

ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีเหตุและผลของมัน

เหตุผลของเขาทำให้เธอต้องเกลียด

เหตุผลของเธอทำให้เขาต้องจำ

เสียงเพลงและแสงสีจากหลอดไฟภายในคลับแห่งหนึ่งหรือที่เรียกกันว่า ‘Cub Zack’ Rule’ คลับชื่อดังที่มีนักท่องเที่ยวคนดังและคนมีฐานะถึงจะสามารถมานั่งที่นี่ได้ ตรงโซนวีไอพีผมที่กำลังนั่งคลอเคลียกับสาวน้อยที่นั่งอยู่ข้างกัน มือหนึ่งถือแก้วเหล้าใส่วิสกี้ผสมวอดก้าไปนิดหน่อยด้วยเพราะเหตุผลส่วนตัวที่ชอบกินเหล้าแบบนี้ สายตาของผมตวัดไปมองคนที่นั่งตรงข้ามกำลังจับจ้องมองผมด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่ทว่าสีหน้าเนือยๆ ของมันก็ทำให้ผมรู้สึกไม่ชอบใจจำต้องผละจากหน้าอกหน้าใจของสาวน้อยที่ใหญ่เต็มเต้า

“มองหน้ากูเหมือนมีเรื่องจะถาม” กระดกแก้ววิสกี้กรอกผ่านลำคอพลางวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกจนเกิดเสียงดังขึ้น “สงสัยอะไรให้ถามครับ”

“อือ” ตอบกลับมาแค่นี้ก็ตวัดขาไขว่ห้างและคีบบุหรี่เข้าปากเพื่อสูบเอานิโคตินเข้าปอด “ติดหญิง”

เลิกคิ้วขึ้นด้วยสีหน้ามึนงง ถ้าพูดเอาจริงคือผมติดผู้หญิงทุกคนที่เข้าหาหรือพร้อมจะนอนกับผมทั้งนั้น ทว่าสิ่งที่ ‘รามเกียรติ์’ เพื่อนสนิทแสนเย็นชาของผมถามขึ้นนี่สิ มันคงไม่ได้หมายถึงผู้หญิงที่ผมควงด้วยใช่ไหม

“อะไรของมึงวะ ถามก็ถามไปเลยดิ!” ผมเบนสายตาไปมองร่างสูงที่นั่งทำหน้าหงุดหงิดใส่ไอ้ราม ‘ลี้เทียน’ เพื่อนของผมที่กวักมือเรียกหญิงสาวที่นัดแนะจะไปกินตับกันคืนนี้มานั่งข้างกัน

“อะไรของพวกมึงวะเนี่ย?” เพราะเริ่มจะไม่พอใจกับสิ่งที่พวกมันสงสัย ไอ้เทียนจึงเป็นฝ่ายถามผมเอง ก็ดีนะถ้าฟังไอ้รามผมคงต้องนั่งรอมันทั้งคืนกว่าจะเปิดปากพูดได้เหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วง

“เห็นช่วงนี้มึงติดสาว”

“สัด!” ด่าไอ้เทียนที่อมยิ้มออกมา “กูคนไม่ใช่หมา”

“เออ” มันยกยิ้มมุมปากก่อนจะเบ้ปากชี้หน้าผมทั้งที่มือก็ถือแก้วไวน์ไว้ด้วย “น้องที่มึงไปหาบ่อยๆ อะ เวลาอยู่กับพวกกูพอน้องโทรมาก็ไปหานี่ยังไงวะ?”

พอมันพูดผมก็ยิ่งมึนหนักเข้าไปอีก พลางใช้ความคิดอยู่สักพักผมก็เบิกตาขึ้นชี้หน้าพวกมันสองตัว “อ๋อ เจ้าเอย”

“หึ” ไอ้รามหัวเราะในลำคอก่อนจะหันไปคุยอะไรกับผู้หญิงของตัวเองต่อ

“ยังไงวะ ตัวจริงอ่อ”

“ตัวจริงเหี้ยไรล่ะ! คนนั้นกูนับเป็นน้อง ไม่นับเป็นผู้หญิงควง”

“น้องที่... ท้องติดกันงี้ปะ” ไอ้เทียนยังคงดึงดันให้ผมกับเจ้าเอยเป็นแบบนั้น จนผมหยิบหมอนที่พิงอยู่ปาใส่หน้ามันด้วยความเร็วชนิดที่ว่ามันต้องคว้าไว้ไม่ทัน แต่มันดันคว้าไว้ทันไงครับ “มึงโมโห กูว่าจริง”

“ไอ้เหี้ยเทียน”

“แล้วยังไง?” เป็นไอ้รามที่เอ่ยคำพูดเนือยๆ ของตัวเองขึ้น คนอย่างมันคือเนือยทุกอย่างแม้แต่หน้าตา การกระทำแต่ยกเว้นเรื่องบนเตียงนะที่ไม่ได้เนือยอย่างที่เป็นอยู่ “ตอบดิ”

“พวกมึงจะคาดคั้นอะไรกูวะ ก็บอกอยู่ว่าน้องๆ” ผมถอนหายใจอย่างหงุดหงิดก่อนจะดันร่างที่อยู่ข้างกายออกห่าง พวกมันทำให้ผมอารมณ์เสียนะเนี่ยเอาจริง “เจ้าเอยเคยเป็นผู้หญิงที่กูอยากจะ...”

“เอา” อยากจะลุกขึ้นไปถีบปากไอ้เทียนนะเอาจริง แต่ผมก็ทำได้เพียงชูนิ้วกลางให้แทน

“ไม่ใช่” จะให้พูดยังไงดีวะ? คือเมื่อก่อนที่ไอ้วินเพื่อนในคลาสของผมอยากจะพาไปรู้จักกับเพื่อนแฟน ตอนนั้นคือเห็นเจ้าเอยก็มีความรู้สึกอยากจะจับกด แต่ไปๆ มาๆ ความรู้สึกนั้นมันก็หายไปเพราะเธอไม่เหมือนคนอื่นไง เธอไม่ได้ต้องการเข้าหาผมออกจะผลักไสด้วยซ้ำมันก็เลยกลายเป็นว่าผมไม่เคยคิดอยากจะมีเซ็กส์กับเธอ แต่รู้สึกว่าอยากจะรู้จักด้วยแค่นั้น “เจ้าเอยมีแฟนแล้ว”

“อ้าว อด” ไอ้เทียนส่าหน้าไปมาก่อนจะชูนิ้วทั้งสองข้างขึ้นทำเป็นรูปกากบาท “ลับหลังแฟนน้องเขา ก็เอาได้”

“กูไม่ใช่มึง”

“แต่ก็เคยทำ” ผมเบนสายตาไปมองไอ้รามที่ยักไหล่ก่อนจะซุกหน้าลงกับลำคอหญิงสาวข้างกายตัวเองจนผมเบ้ปาก

“มึงมากกว่าที่ทำ” พอผมพูดแบบนี้ไอ้รามก็หรี่สายตามองผมทั้งที่ริมฝีปากยังคงดูดดึงที่ลำคอของหญิงสาว “ลับหลังเมีย มึงก็ทำอยู่ตอนนี้”

“มึงพูดถูกไอ้ไฟ” รอยยิ้มของไอ้เทียนผุดขึ้นก่อนจะหยิบหมอนเขวี้ยงใส่ไอ้ราม “เมียมึงป่านนี้คงนอนร้องไห้อยู่แน่ๆ ที่ผัวมามั่วแบบนี้”

“เลิกพูด” ดูเหมือนเรื่องของเมียจะทำให้ไอ้รามรู้สึกหงุดหงิด “รำคาญ”

“ระวังเถอะ ปล่อยเมียแบบนี้หมาตัวอื่นคาบไปแดกจะรู้สึก” ผมยักคิ้วให้กับไอ้เทียนที่พูดได้ตรงใจผมมาก จนไอ้รามออกอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ในบรรดากลุ่มเรามีไอ้รามคนเดียวที่มีแฟนแล้วแถมยังคบกันนานจนผมรู้สึกสงสารแฟนมันด้วยซ้ำที่ต้องทนคบกับคนเจ้าชู้แบบมัน เพราะดูแล้วไอ้รามไม่หยุดง่ายๆ ด้วยนะเหมือนกับผมและไอ้เทียนเนี่ยล่ะ

“ใครจะกล้ากับรามเกียรติ์” คำพูดที่ออกแนวหยิ่งผยองทำให้ผมเบ้ปากก่อนจะเทวิสกี้ลงแก้ว พลางล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบบ้าง “ของกู ยุ่งก็เท่ากับตาย”

“ครับๆ คุณรามเกียรติ์” ไอ้เทียนลุกขึ้นก่อนจะโค้งศีรษะให้ไอ้ราม

“แต่มึงก็เกินไป” เป็นผมบ้างที่เอ่ยคำพูดขึ้นเรียกสายตาไอ้รามให้หันมามองกัน “มองเมียเป็นของตายแบบนั้น มันโอเคเหรอวะ?”

“เรื่องของกู” มันเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่พวกผมพูดถึงเมียมัน สิ่งที่มันทำคือการปล่อยเลยตามเลยเหมือนกับว่าเมียคือของตายที่ไม่ว่ามันจะทำอะไรอยู่ ณ เวลานี้ เมียก็คือสิ่งเดียวที่มันจะมีเธออยู่เสมอทุกที่และทุกเวลา

“สงสารแอลฉิบหายที่มีผัวแบบมึง”

“สงสารตัวเองก่อนเถอะ” ผมยิ้มขำทันทีเมื่อมองมันทั้งสองคนเถียงกันไปมา แต่เอาจริงนะ ไอ้เทียนมันจะแพ้ไอ้รามเสมอเพราะด้วยความเนือยของมันเนี่ยล่ะ “ตกลงเจ้าเอยนี่ยังไง?”

หันมาเล่นงานผมต่อเพื่อตัดบทเรื่องของตัวเองไป ผมสูบบุหรี่ก่อนจะวาดวงแขนกอดหญิงสาวข้างกายที่คืนนี้คงหนีไม่พ้นได้เสพสมกับเธอแน่นอน

“ไม่ยังไง” ตอบกลับก่อนจะกระซิบที่ข้างใบหูบอกให้เธอไปรอผมที่รถปอร์เช่สีดำเลขทะเบียน ฟฟ xxxx จากนั้นผมก็มองบั้นท้ายที่นุ่มมือเดินจากไป “เจ้าเอยเป็นแฟนกับพี่ที่รู้จักของกู”

“อ๋อ” พอตอบกลับแบบนี้ไอ้เทียนก็ถึงบางอ้อ “พี่หินใช่มะ?”

“อือ มึงคิดว่ากูจะแย่งของพี่ตัวเองได้ลงหรือเปล่าล่ะ”

“ไม่อะ เอาจริงกูก็ไม่กล้ากับพี่หิน... หุ่นหล่อล่ำขนาดนั้น” เพราะไอ้เทียนเองก็มักจะเอารถไปซ่อมที่อู่ของพี่หินบ่อยๆ จึงได้รู้จักกันผ่านผมเนี่ยล่ะ

“พี่หินคนดี” ผมสบตากับไอ้รามที่เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าฉงนใจ อาจจะเพราะทุกคนรอบข้างที่รู้จักกับเขาจะรู้ว่าพี่หินเป็นคนดีจริงๆ ดีแบบพวกเลวๆ อย่างผมอายอะ

“เรารู้จักคนดีๆ อย่างพี่หิน ทำไมไม่ซึมซับความดีพี่เขามามั้งวะ?” ข้อนี้ไอ้เทียนสงสัยก่อนจะกอดอกทำหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองตั้งคำถาม “หรือพวกเราแม่งเลวเกิน”

“มีสิทธิ์”

จากนั้นพวกเราสามคนก็นั่งคุยกันสักพัก ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง แต่พรุ่งนี้เช้าก็ต้องเจอกันอยู่ดีเพราะเรียนมหาลัยเดียวกันแถมยังคณะเดียวกันอีกต่างหาก นี่อาจจะเป็นเพราะฟ้าบันดาลล่ะมั้งที่ให้คนเลวๆ อย่างพวกผมสามคนมาเจอกัน

บนเตียงนอนที่ยับยู่ยี่ ตามด้วยเครื่องแต่งกายที่สวมใส่อยู่กระจัดกระจายอยู่รอบห้อง ผมนอนหอบหายใจก่อนจะหันไปมองสบตากับหญิงสาวที่นอนอยู่ข้างกัน เมื่อฝ่ามือบอบบางกำลังเคลื่อนต่ำไปยังน้องชายของผมที่อ่อนแรงหลังจากที่จัดหนักจัดเต็มไปสองรอบ “เอาอีกนะคะพี่ไฟ”

“ไม่” ตอบกลับพลางลุกขึ้นนั่งก่อนจะยกมือเสยผมตัวเองขึ้น มองท่อนแขนของตัวเองซึ่งมีรอยสักไปถึงข้อศอกทั้งสองข้าง ไหนจะบนเรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนี่อีกแทบจะไม่เหลือที่ให้เห็นเนื้อขาวๆ ของตัวเองเลย “ถุงหมดก็จบ”

“แต่ว่า...”

“ฉันไม่สดกับคนที่นอนด้วยครั้งคราว ชัดนะ” ลุกขึ้นยืนทั้งที่เปลือยเปล่าก่อนจะก้มลงเก็บเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมาสวมเพื่อเตรียมตัวกลับคอนโด

“งั้นพี่ไฟค้างกับจิ๊บนะ” ตวัดสายตาไปมองเธอที่นั่งเปลือยเปล่าอยู่ด้วยสีหน้าที่อ้อนวอนอย่างเห็นได้ชัด “นะคะ”

สองมือจับมือผมเขย่าไปมา จึงทำได้เพียงโน้มใบหน้าลงไปกดจูบบนหน้าผากและเคลื่อนริมฝีปากไปยังใบหูของเธอขบเม้มส่งท้ายด้วยคำพูดที่เป็นดั่งมีดแหลมๆ ทิ่มแทงตัวเธอ

“คืนนี้คืนสุดท้ายของเธอ”

“!” ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อผมขยับมาส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ทว่ากลับแฝงไปด้วยยาพิษที่เล่นงานคนตรงหน้าให้ตายทั้งเป็นได้

“ฉันเบื่อเธอแล้ว จบนะ”

เพราะผมมีกฎของตัวเองเสมอ ทุกคนรู้ดีว่าการนอนกับผมคือเป็นแค่ชั่วคราว ต้องยอมรับให้ได้ห้ามดึงดันที่จะไปต่อกับผม เซ็กส์ก็คือเซ็กส์ ไม่มีอย่างอื่นเข้ามาร่วมด้วยและผมก็ไม่ได้อยากจะสานสัมพันธ์กับใครเพียงเพราะเห็นใจหรอก

เอาจบ... เบื่อก็แค่แยกย้าย ก็เท่านั้น

ผมมาถึงคอนโดใจกลางเมืองกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นที่สูงสุดของคอนโดที่สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ได้รอบเมือง แสงสีจากตึกราบ้านช่องทำให้ผมปลื้มปริ่มกับการมองเห็นอะไรแบบนี้ ถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวออกจนเหลือเพียงกางเกงยีนเอวต่ำพลางเดินตรงไปยังห้องครัวแบบฝรั่งที่มีเคาน์เตอร์ อ่างล้างจานครบ ทว่าครัวกลับไม่เคยได้ใช้งานเลยสักครั้งผมเปิดตู้เย็นหยิบกระป๋องเบียร์ออกมาสามกระป๋อง สาวเท้าไปยังโซฟาเบจสีแดงเพลิงขนาดใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งและหยิบรีโมทขึ้นมาเปิดทีวีที่กำลังถ่ายทอดสดฟุตบอลอยู่

ครืด~

สมาร์ทโฟนสีน้ำเงินรุ่นล่าสุดที่เพิ่งวางไป แต่ผมก็ได้ครอบครองเป็นเจ้าของดังขึ้นด้วยการเตือนว่ามีคนโทรเข้ามาแบบไร้เสียง ผมวางกระป๋องเบียร์ลงบนโต๊ะและหยิบขึ้นมาดูปลายสายก็ถอนหายใจกลอกตาไปมา ไม่อยากจะรับเลยเอาจริงนะ... แค่เห็นคำว่า ‘Dad’ ก็พาให้อารมณ์ที่ดีก่อนหน้านั้นหายวับไปกับตา ลุกขึ้นเดินไปหยุดที่ระเบียงกระจกก่อนจะเอนตัวพิงขอบกำแพงเลื่อนรับสายก่อนที่ปลายสายจะวางไปและอาจจะโทรกลับมาอีกหลายครั้งจนกว่าผมจะรับมัน

“อะไร?”

(“นี่คือคำทักทายของแกเหรอ”)

“อือ” ตอบกลับพลางล้วงมืออีกข้างหยิบซองบุหรี่ขึ้นมาเคาะก่อนจะคาบไว้ที่ริมฝีปากและหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดจนเห็นแสงสีสมพร้อมกับควันที่ลอยเด่นเข้าจมูก “พูดมาดิ”

(“แก”)

“ไม่พูดจะวาง มีอะไรให้ทำเยอะแยะ”

(“กลับบ้าน”) พ่นควันบุหรี่เป็นวงกลมพลางยกยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นเงาสะท้อนของตัวเองเหมือนกับอีกด้านหนึ่งคือปีศาจร้ายที่พร้อมจะปั่นประสาทผู้เป็นบิดา

“เพื่อ?” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “กลับไปดูพ่อเอาผู้หญิงอะเหรอ”

(“ไอ้ไฟ!”) น้ำเสียงเข้มดังแผดเข้ามาจนผมต้องยกสายออกและแนบหูตัวเองอีกครั้ง

“หมายถึงเอาผู้หญิงเข้าบ้าน?” หัวเราะออกมาเมื่อได้กวนประสาทคนเป็นพ่อที่ผม... เกลียดเขา แต่ไหนแต่ไรจนผมอายุสิบแปด ผมก็ย้ายมาอยู่ที่คอนโดของตัวเองด้วยทรัพย์สมบัติของผู้เป็นแม่ที่ทิ้งไว้ให้เยอะพอที่จะเลี้ยงผมไปจนแก่ตายด้วยซ้ำ เงินทองของพ่อ... บาทเดียวผมก็ไม่คิดจะแตะต้องด้วยซ้ำ

(“ฉันสั่ง แกต้องทำ”)

“พ่อคิดว่าพ่อเป็นใคร ถึงกล้ามาสั่งคนอย่างผม”

(“ฉันเป็นพ่อแกไง ต่อให้แกจะไม่รับฉัน... แต่แกก็ใช้นามสกุลธาดาวรากุล!”) นามสกุลที่ยิ่งใหญ่แบบนั้น ถ้าผมเลือกได้ผมก็จะไม่ใช้หรอกนะ ใช้ให้มาทวงบุญคุณกันน่ะเหรอ? เหอะ น่าขำสิ้นดี

“งั้นก็จ้างดิ” ผมกัดริมฝีปากตัวเองเมื่อปลายสายเงียบไป “จ้างกลับบ้านสักสองล้าน”

(“...”)

“ได้ใช่ไหมครับคุณชนะทิศ” พ่อยังคงไม่ตอบอะไรจนผมหัวเราะออกมาให้เขาได้ยิน “แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกมั้ง ให้ลูกมันไม่น่าเสียดายหรอก... ทีเอาเงินไปบำเรอพวกอีตัวไม่เห็นจะเสียดาย”

เมื่อพ่อไม่พูดอะไรผมก็กดวางสายทันทีเพราะรู้ว่าผมไม่เคยต้องการเงินของเขาหรอก และเขาก็ไม่เคยให้เงินผมสักบาทด้วยเหมือนกันอาจจะเพราะว่าต้องการให้ผมไปอ้อนวอนขอร้องเพื่อขอเงิน แต่ฝันไปเหอะพ่อ! คนอย่าง ‘ชนรพ’ ไม่มีทางอ้อนวอนขอร้องใครแม้แต่พ่อตัวเอง

มองเวลาตอนนี้ก็ตีหนึ่งกว่าแล้วพรุ่งนี้มีเรียนด้วยผมจึงอาบน้ำและสวมเพียงบ็อกเซอร์สีดำตัวเดียวเพื่อนอนพักผ่อน ทว่าก็มีเสียงกดกริ่งที่หน้าห้องดังขึ้นซะก่อน ฉงนใจนิดหน่อยว่าใครกันที่มาเอาป่านนี้ถ้าหากเป็นผู้หญิงที่ควงด้วยจะไม่มีทางมาที่นี่เด็ดขาดเพราะผมย้ำพวกเธอชัดเจน เมื่อลุกขึ้นไปยังหน้าประตูและดูตาแมวก็พบว่าเป็นนิติที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ของคอนโดนี่นา

“มีอะไรครับ?” เปิดประตูขึ้นมองสบตากับคนตัวเล็กที่ยืนทำหน้าอึ้งอยู่ พลางใช้สายตากวาดมองไปทั่วเรือนร่างของผมที่เต็มไปด้วยรอยสักลวดลายที่ปะติดปะต่อไม่ได้ ผมอยากสักอะไรผมก็สักเติมๆ ไปมันถึงได้เยอะแบบนี้ไง

“อะ เออ... ของคุณชนรพค่ะ” ซองสีน้ำตาลถูกยื่นมาตรงหน้าผมจึงรับมาพลิกดูไปมาว่าใครกันที่ส่งเอกสารอะไรมาดึกดื่นขนาดนี้ แต่ก็ไม่มีบอก “บอกว่าเป็นของคุณชนะทิศค่ะ”

“อ๋อ” นี่เขาคิดจะเล่นอะไรอีกวะเนี่ย? ผมพยักหน้ารับก่อนจะมองใบหน้าเล็กที่ทำหน้าไม่ถูกเหมือนเห็นผมยิ้มให้ “เพิ่งมาใหม่เหรอครับ?”

“ค่ะ” ตอบกลับพลางเบือนสายตาหนีผม “ฉัน... ไปก่อนนะคะ”

“ขอบคุณนะครับ” เธอเดินจากไปด้วยความเขินอายจนผมรู้สึกดีเลยนะ “จะกินดีไหมวะ?”

ตั้งคำถามกับตัวเองพลางปิดประตูลงเปิดซองเอกสารล้วงเอาของข้างในออกมาก็พบกับเช็คเงินสดจำนวนสองล้านบาทลงชื่อกำกับเรียบร้อยเพื่อพร้อมนำไปขึ้นเงิน ผมเบ้ปากก่อนจะยัดเช็คเงินสดลงกลับไปตามเดิม มองตัวเองในกระจกสะท้อนที่มันบ่งบอกเลยว่าตอนนี้ผมกำลังรู้สึกยังไงกับสิ่งที่พ่อทำในตอนนี้

“โอเค ไปก็ไป”

แล้วเจอกันพ่อ... อยากเจอผมนักใช่ไหม? ได้เจอสมใจแน่

“มึงกับไอ้รามเข้าเรียนก่อนเลย พอดีกูมีธุระต้องกลับบ้านหน่อยอะ” เช้านี้ผมแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาแบบไม่เป็นระเบียบตามสไตล์ของตัวเองคือเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอกและปลดกระดุมลงสามเม็ด สวมกางเกงยีนเอวต่ำสีดำรองเท้าผ้าใบสีขาวก่อนจะถือปลายสายคุยกับไอ้เทียนที่สงสัยถึงมหาลัยแล้ว ระหว่างที่เดินออกจากคอนโดผมก็หันไปฉีกยิ้มให้กับพนักงานสาวคนใหม่ที่น่ากิน เธอยิ้มกลับให้ผมก่อนจะก้มหน้าลงทำงานราวกับเขินอาย

เรื่องอ่อยแบบตรงๆ ผมถนัดนักล่ะ! ผู้หญิงทุกคนพร้อมจะเดินตามด้วยซ้ำ ยกเว้นเพียงเจ้าเอยคนเดียว

(“กลับบ้าน? กูถามจริง”) ไอ้เทียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อสักเท่าไหร่ ก็แหงสิ มันรู้ดีว่าผมกับพ่อไม่ลงรอยกันนี่นา (“มึงคงไม่ไปกวนประสาทคุณลุงอีกนะ”)

“ไอ้เทียน มึงเห็นกูเป็นยังไงเนี่ย”

(“เป็นคนเหี้ย”) ตอบแบบไม่มีคิดสักนิดจนผมถึงกับอยากจะหักเลี้ยวรถไปมหาลัยทันทีเพื่อไล่เตะมัน (“เออ ตามนั้น... คืนนี้เจอกันปะ”)

“ได้ คลับเฮียตามเดิม”

เมื่อวางสายจากไอ้เทียนไปรถของผมก็ขับเลี้ยวเข้ามาในซอยที่จะเข้าบ้าน บ้าน... ที่ผมไม่อยากกลับมาเพราะเหตุผลหลายๆ อย่าง หนึ่งในนั้นอาจจะเป็นเพราะว่าพ่อและบ้านหลังนี้มันไม่มีความสุขอีกต่อไปสำหรับผมนะ ทันทีที่รถจอดลงผมก็หรี่สายตามองรถตู้และลุงเข้มที่กำลังขนกระเป๋าสัมภาระของใครก็ไม่รู้เยอะแยะเต็มไปหมดลงจากรถ

“ของใครครับลุงเข้ม?” ร่างสูงผอมหันมามองผมพลางฉีกยิ้มให้อย่างดีใจก่อนจะเดินตรงมาหา

“คุณไฟ ลุงดีใจจังครับที่คุณไฟมา” ผมทำได้เพียงยิ้มอ่อนให้กับท่านที่ตั้งแต่เด็กคงจะมีลุงเข้มกับป้าแต้วล่ะมั้งที่ดูแลผมมากกว่าพ่อแท้ๆ ของตัวเอง “ของ... คุณผู้หญิงคนใหม่ของคุณท่านครับ”

“อ๋อ” แบบนี้เองสินะถึงได้ให้ผมมาที่บ้าน เมื่อได้ฟังคำตอบก็เดินตรงเข้าบ้านแน่นอนว่าผมขึ้นบันไดไปด้านบนเพราะไม่ได้อยากจะเห็นผู้หญิงคนใหม่ของพ่อสักเท่าไหร่ ผู้หญิงที่เข้ามาไม่มีใครอยู่อึดอยู่ทนสักทีเพราะพ่อเองก็ไม่ได้ต่างจากผมนักหรอกนะ

พ่อเป็นยังไงผมก็เป็นแบบนั้นล่ะ... เชื้อมันไม่ทิ้งแถว ลูกไม้ก็หล่นไม่ไกลต้น คำพวกนี้ใช้ได้หมด

ผมไม่เคาะประตูห้องทำงานของพ่อเลยเปิดประตูเข้าไปจึงได้เห็นร่างสูงใหญ่ที่แม้จะอายุห้าสิบสามปีแล้ว ทว่าความหนุ่ม ความหล่อแบบฉบับหนุ่มใหญ่ยังคงอยู่ สายตาของเขาตวัดมองผมขณะกำลังเซ็นเอกสารแฟ้มสุดท้ายและโยนไปบนพื้นข้างตัว “ไม่มีใครสอนมารยาทหรือไงว่าเข้าห้องคนอื่นต้องเคาะก่อน?”

“พอดีแม่ตายก็ไม่เลยไม่มีใครสอน” ตอบกลับและทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา “ส่วนพ่อก็...”

“อะไร?” ผมยักไหล่ไหวพลางหยิบคุกกี้บนโต๊ะมากินและเทชามะลิหอมๆ เพราะตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยนะ “แกผอมลงหรือเปล่า”

“ปกติ” เรียกมาเพื่อมาทักกันแบบนี้เนี่ยนะ “ไม่ต้องกลัวติดโรคหรอก ผมป้องกัน ตรวจสุขภาพทุกเดือน”

“ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น” เสียงถอนหายใจแบบเหนื่อยหน่าย ตามด้วยแว่นสายตาที่ถอดออกก่อนจะยกนิ้วชี้กับนิ้วโป้งนวดไปยังขมับของตัวเอง “แกไปสักอะไรมาเยอะแยะแบบนั้น สกปรกจริงๆ”

“เรื่องของผม ร่างกายผม พ่อเฉยๆ เหอะ” พอไม่รู้จะพูดต่อว่าอะไรผมพ่อก็พยักหน้าแบบเสียไม่ได้ “ว่าแต่ที่เรียกผมมาคือมาให้รู้จักกับเมียใหม่หรือไง?”

“...”

“พ่อรู้ใช่ปะว่าผมไม่ได้ยินดีเลยถ้าพ่อจะมีเมียใหม่หรือมีเมียอีกกี่คน ถ้าจะเรียกมาดูทีหลังแค่บอกก็พอ เสียเวลาไปเรียน” ตะคอกพ่อด้วยสีหน้าหงุดหงิดก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“แกไม่คิดบ้างเหรอว่าที่ฉันเรียกแกมาเพราะว่าเป็นห่วง” ผมชะงักเท้าที่กำลังจะเดินไปหน้าประตู รู้สึกถึงริมฝีปากของตัวเองที่เจ็บและรสชาติฝาดๆ ของเลือด คิ้วของผมกระตุกเข้าหากันก่อนจะหลับตาลงไล่ความรู้สึกนั้นออกไป

“ห่วงเหรอ? นี่อย่าบอกนะว่ากำลังคิดว่าตัวเองอยากจะเล่นบทบาทเป็นพ่อที่ดีขึ้นมางั้นสิ” หันไปมองสบตากับพ่อที่จับจ้องผมไม่วางตา สายตาที่มองผมตั้งแต่หัวจรดปลายเท้ามันเป็นสายตาที่เรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความห่วงใย ผมรู้สึกแบบนั้นได้ยังไงกันวะ! ไม่ดิ สายตาแบบนั้นมันคือสายตาที่เฉยชาของเขาต่างหาก “หยุดเล่นละครเป็นพ่อดีเด่นสักทีเหอะ”

“...”

“มันน่าสมเพช” แต่ก่อนที่ผมจะเดินออกไปจากห้องผมก็ไม่ลืมที่จะล้วงกระเป๋าเสื้อตัวเองหยิบเอาเช็ดเงินสดไปวางบนโต๊ะคืนให้กับเขา “เอาไปเหอะ ผมไม่ได้ต้องการ”

“แต่แกบอก” ผมเลิกคิ้วขึ้นส่ายหน้าไปมา “แกจะเอายังไงไฟ?”

“ไม่เอาไง” ยกแขนพาดอกยักไหล่ไหวพร้อมด้วยริมฝีปากที่ยกขึ้น “แค่เลิกยุ่งกับผม ให้ผมอยู่ตัวคนเดียวก็พอ”

“แต่แกเป็นลูกฉัน!”

“เพิ่งจะคิดได้หรือไง?!” เป็นผมบ้างที่ตะคอกเขากลับ พ่อลุกขึ้นเท้ามือลงกับโต๊ะสะดุ้งตกใจกับการกระทำของผมบ้าง “เมื่อก่อนทำอะไรไว้บ้าง คิดดิ! แล้วตอนนี้จะยังอยากเป็นพ่ออ่อ ฝันอยู่หรือไงคุณชนะทิศ”

“ไอ้... ไฟ”

“สนใจเมียใหม่ของตัวเองเหอะ” ผมหันหลังเปิดประตูออกไปก็พบเข้ากับร่างบอบบางตรงหน้า เธอคนนี้สวยใช้ได้เลยล่ะแต่อายุก็น่าจะประมาณสามสิบกว่าๆ ยืนจับจ้องผมพลางกลืนน้ำลายลงคอ ข้างกันมีป้าแต้วยืนทำหน้าไม่ดีอยู่ด้วย

“พิม” พ่อเดินแทรกผมไปหาผู้หญิงคนนั้น ภาพตรงหน้าที่เห็นทำให้ผมรู้สึกแค้นใจอย่างมาก... แค้นเขาที่ตอกย้ำภาพเดิมๆ ให้ผมจดจำ เขาไม่เคยสนใจใครหรอกนอกจากตัวเองแม้แต่แม่ของผมก็เถอะ “ชอบห้องของเราไหมครับ?”

ถามกลับแต่ผู้หญิงที่ชื่อพิมไม่ตอบอะไรเอาแต่จับจ้องมองผมที่ยกยิ้มมุมปากพลางเหยียดสายตามองหล่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า “เดี๋ยวนี้ตาต่ำถึงขนาดไปคว้าเอาผู้หญิงหากินมาทำเมียแล้วเหรอ?”

“อะ ไอ้ไฟ!” เพราะการเห็นเขาเป็นแบบนี้มันคือความสุขอย่างหนึ่งของผม การได้เอาคืนในสิ่งที่เขาทำไว้กับแม่แค่นี้มันน้อยไปด้วยซ้ำนะ “แก... จะไปไหนก็ไปเลยไป!”

“อะไรของพ่อวะ เรียกมาเสร็จก็ไล่กลับ” ผมเท้าเอวมองเขาอย่างเอาเรื่อง “เรียกมาโชว์เมียใหม่ให้ดูไม่ใช่เหรอ?”

“คุณไฟคะ” ป้าแต้วเดินมาทาบมือลงบนท่อนแขนผม พลางส่ายหน้าไปมาจำต้องเบือนหน้าหนีเพราะอย่างน้อยผมก็เกรงใจป้าแต้วคนของแม่ที่ดูแลผมและแม่เป็นอย่างดีมาตลอด “ไปเรียนนะคะ”

ผมดุนดันลิ้นในโพรงปากก่อนจะเดินหนีพวกเขาออกไป ทั้งที่ใจมันเจ็บหนึบกับการกระทำของเขา ก่อนจะลงบันไดก็หันไปมองกรอบรูปของแม่ที่ยังคงติดอยู่ จึงเบนสายตาไปมองพ่อที่เดินจูงมือเมียใหม่มาผมก็คว้ารูปของแม่ขนาดใหญ่ลงมา “ไอ้ไฟ แกจะทำอะไร?!”

“รูปแม่ จะติดไว้ทำซากไรวะถ้าจะทำตัวแบบนี้อยู่อะ!”

“คุณไฟ อย่านะคะ!”

เพล้ง

บนพื้นเต็มไปด้วยเศษกระจกแตกกระจายละเอียดเต็มพื้น ผมเงยหน้าสบตากับพ่อที่กำมือเข้าหากันสีหน้าแดงก่ำไปด้วยความโกรธ แต่ผมก็ก้มลงดึงรูปภาพของแม่ออกมาม้วนๆ ถือไว้ในมือเพื่อนำไปติดไว้ที่คอนโดของตัวเอง

“น้าพิมคะ” น้ำเสียงใสดังขึ้นจากด้านหลัง ผมค่อยๆ หันหน้ากลับไปมองคนที่มาเยือนอีกคน ทว่า... ร่างบอบบางที่อยู่ในชุดนักศึกษา ผมสีดำยาว ใบหน้าสวยคมแต่กลับไร้ซึ่งความรู้สึก จับจ้องมองไปยังพื้นและเลื่อนสายตามามองผม ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นไม่ต่างจากผมเลยสักนิด

หัวใจเต้นแรงอยู่แล้ว ณ เวลานี้กลับเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้เห็นหน้าของคนที่มาเยือน

หึ ให้ตายเหอะไฟ... มีอะไรให้เล่นสนุกอีกแล้วสิ!

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

เกลียดรัก

เกลียดรัก

474.5k การดู · เสร็จสิ้น · พราวนภา
คนบางคนมักจะให้ความสำคัญต่อคนที่ตัวเองเกลียด
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ

พลาดรักร้ายนายวิศวะ

351.6k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"เธอมันก็แค่น้องสาวของผู้หญิงขายตัว ที่หาวิธีทำให้ฉันสนใจไม่ได้ เธอก็วิ่งไปหาคนอื่น"

"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที

"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด

"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ

"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"

"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด

!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด

ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน

"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ

คลั่งรักร้ายนายวิศวะ

390.9k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"ไง...หลบหน้าผัวมาหลายวัน" คนตัวโตกดเสียงมาอย่างไม่น่าฟัง ยิ่งเธอขัดขืนเขายิ่งเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือ

"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน

"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"

"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด

"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน

"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก

"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น

"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ

Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ

2.2m การดู · เสร็จสิ้น · Tiwa ทิวา
“ว้าว นี่พี่ชอบนิ่มจริงเหรอเนี่ย” ที่พูดไปก็แค่ติดตลก ไม่อยากให้พี่เขาเครียด
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE

(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE

685.4k การดู · เสร็จสิ้น · ลำเจียก
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกันฉันก็ปฏิญาณกับตัวเองเลยว่าจะเอาเด็กคนนี้มาเป็นแฟนให้ได้ แต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะเขาไม่ชายตามองผู้หญิงเอ็กซ์อึ้มแบบฉันเลย
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ

พันธะร้ายนายวิศวะ

479.9k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"_" ใครๆ ก็คิดว่าฉันโสด จะพูดยังไงดีละ มันพูดได้ไม่เต็มปากนะ "

"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง

"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย

***********************

เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล

"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก

" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้

เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ

"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย

ขย่มรักมาเฟีย

505.6k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
"ถ้าคุณจำรสชาติที่ผมมอบให้ไม่ได้....ผมก็จะทบทวนความทรงจำให้กับคุณเอง...ว่าเราเคยทำอะไรกันมาบ้าง..."

"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."

"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."

"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"

"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"

"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"

"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น

ลิขิตรักนายสุดหื่น

473.4k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
เมื่อเธอโดนนอกใจจากคนที่รัก จึงหนีไปเริ่มต้อนชีวิตใหม่ที่ดูไบ และเธอก็ได้เจอกับหนุ่มอาหรับสุดแซ่บ ที่มายั่วยวนหลอกล่อให้เธอมีเซ็กส์ที่เร่าร้อนกับเขา และเขายังต้องการให้เธอท้องลูกของเขาอีก....

เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา

บ่วงรักบ่วงเสน่หา

143k การดู · เสร็จสิ้น · เตชิตา
แพรพลอย ศิลารวีหรือ ลูกแพร ดาราสาวเจ้าบทบาท นางร้ายอันดับหนึ่งของวงการบันเทิงซึ่งถูกจับตามองพฤติกรรมเพราะไม่มีใครทราบว่าเธอมีน้องสาวฝาแฝด และทุกครั้งที่เกิดข่าวคาว ๆ ขึ้นกับเธอ จึงไม่มีใครคิดว่าคนที่ก่อจะเป็นน้องสาวฝาแฝดที่ตั้งใจใส่ร้ายพี่สาวเพราะความเกลียดชัง ลูกแพรไม่เคยคิดออกมาแก้ข่าวเพราะคิดว่าในเมื่อเธอไม่ได้ทำสักวันหนึ่งทุกคนต้องเข้าใจ จนกระทั่งต้องมาพบกับ อสิรวิส วิษณุวัส ผู้ชายเอาแต่ใจ ปากร้าย บ้าอำนาจที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเธอเพราะความเข้าใจผิด อสิรวิส ซีอีโอหนุ่มแห่งบริษัทเดินเรือวิษณุวัส เขาเป็นชายหนุ่มที่มั่นคงในความรัก ซื่อสัตย์ รักษาสัญญา รวมถึงเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับคนที่รักได้ทุกอย่างทำให้เขายังเป็นห่วงอดีตคนรักที่เลิกรากันไป แม้ว่าจะเป็นเพราะฝ่ายหญิงทิ้งเขาไปแต่งงานกับดาราหนุ่มรูปหล่อ ความรู้สึกเจ็บแค้นของเขากลับทุ่มไปที่ดาราหนุ่มที่แย่งเธอไป ทำให้เขาฝังใจและเกิดเป็นความเกลียดอาชีพนักแสดงรวมถึงคนในวงการบันเทิงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และนั่นเป็นต้นเหตุให้เขาเกลียดแพรพลอย ความเข้าใจผิดก่อให้เกิดเรื่องราวมากมายที่ทำร้ายหัวใจของดาราสาวจนเจ็บช้ำ
พิษรักคุณหมอ

พิษรักคุณหมอ

337.9k การดู · เสร็จสิ้น · เพียงเม็ดทราย
"มีนอยากกินน้ำอุ่นค่ะ" "ที่ห้องไม่มีน้ำอุ่นหรอก เอาอย่างอื่นแทนไหม...อุ่นเหมือนกัน" นอกจากฝีมือผ่าตัดคุณหมอฟันยังเหลี่ยมจัดอีกด้วย
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน

“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน

โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้อนรักคุณอามาเฟีย

ร้อนรักคุณอามาเฟีย

171.7k การดู · เสร็จสิ้น · รดามณีนัฐฐ์
เมื่อพี่ชายเสียชีวิต มาเฟียหนุ่มต้องกลายเป็นคุณอาอย่างกะทันหัน! และสาวน้อยวัยย่างเข้า18ปี ลูกสาวบุญธรรมของพี่ชาย ต้องมาเป็นหลานสาวมาเฟียแบบไม่ทันตั้งตัว จะเป็นยังไง? เมื่อคุณอาคิดจะกินหลานสาวนอกไส้!