บทนำ
บท 1
Sinful Passion ลับหลัง
INTRO
ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีเหตุและผลของมัน
เหตุผลของเขาทำให้เธอต้องเกลียด
เหตุผลของเธอทำให้เขาต้องจำ
เสียงเพลงและแสงสีจากหลอดไฟภายในคลับแห่งหนึ่งหรือที่เรียกกันว่า ‘Cub Zack’ Rule’ คลับชื่อดังที่มีนักท่องเที่ยวคนดังและคนมีฐานะถึงจะสามารถมานั่งที่นี่ได้ ตรงโซนวีไอพีผมที่กำลังนั่งคลอเคลียกับสาวน้อยที่นั่งอยู่ข้างกัน มือหนึ่งถือแก้วเหล้าใส่วิสกี้ผสมวอดก้าไปนิดหน่อยด้วยเพราะเหตุผลส่วนตัวที่ชอบกินเหล้าแบบนี้ สายตาของผมตวัดไปมองคนที่นั่งตรงข้ามกำลังจับจ้องมองผมด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่ทว่าสีหน้าเนือยๆ ของมันก็ทำให้ผมรู้สึกไม่ชอบใจจำต้องผละจากหน้าอกหน้าใจของสาวน้อยที่ใหญ่เต็มเต้า
“มองหน้ากูเหมือนมีเรื่องจะถาม” กระดกแก้ววิสกี้กรอกผ่านลำคอพลางวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกจนเกิดเสียงดังขึ้น “สงสัยอะไรให้ถามครับ”
“อือ” ตอบกลับมาแค่นี้ก็ตวัดขาไขว่ห้างและคีบบุหรี่เข้าปากเพื่อสูบเอานิโคตินเข้าปอด “ติดหญิง”
เลิกคิ้วขึ้นด้วยสีหน้ามึนงง ถ้าพูดเอาจริงคือผมติดผู้หญิงทุกคนที่เข้าหาหรือพร้อมจะนอนกับผมทั้งนั้น ทว่าสิ่งที่ ‘รามเกียรติ์’ เพื่อนสนิทแสนเย็นชาของผมถามขึ้นนี่สิ มันคงไม่ได้หมายถึงผู้หญิงที่ผมควงด้วยใช่ไหม
“อะไรของมึงวะ ถามก็ถามไปเลยดิ!” ผมเบนสายตาไปมองร่างสูงที่นั่งทำหน้าหงุดหงิดใส่ไอ้ราม ‘ลี้เทียน’ เพื่อนของผมที่กวักมือเรียกหญิงสาวที่นัดแนะจะไปกินตับกันคืนนี้มานั่งข้างกัน
“อะไรของพวกมึงวะเนี่ย?” เพราะเริ่มจะไม่พอใจกับสิ่งที่พวกมันสงสัย ไอ้เทียนจึงเป็นฝ่ายถามผมเอง ก็ดีนะถ้าฟังไอ้รามผมคงต้องนั่งรอมันทั้งคืนกว่าจะเปิดปากพูดได้เหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วง
“เห็นช่วงนี้มึงติดสาว”
“สัด!” ด่าไอ้เทียนที่อมยิ้มออกมา “กูคนไม่ใช่หมา”
“เออ” มันยกยิ้มมุมปากก่อนจะเบ้ปากชี้หน้าผมทั้งที่มือก็ถือแก้วไวน์ไว้ด้วย “น้องที่มึงไปหาบ่อยๆ อะ เวลาอยู่กับพวกกูพอน้องโทรมาก็ไปหานี่ยังไงวะ?”
พอมันพูดผมก็ยิ่งมึนหนักเข้าไปอีก พลางใช้ความคิดอยู่สักพักผมก็เบิกตาขึ้นชี้หน้าพวกมันสองตัว “อ๋อ เจ้าเอย”
“หึ” ไอ้รามหัวเราะในลำคอก่อนจะหันไปคุยอะไรกับผู้หญิงของตัวเองต่อ
“ยังไงวะ ตัวจริงอ่อ”
“ตัวจริงเหี้ยไรล่ะ! คนนั้นกูนับเป็นน้อง ไม่นับเป็นผู้หญิงควง”
“น้องที่... ท้องติดกันงี้ปะ” ไอ้เทียนยังคงดึงดันให้ผมกับเจ้าเอยเป็นแบบนั้น จนผมหยิบหมอนที่พิงอยู่ปาใส่หน้ามันด้วยความเร็วชนิดที่ว่ามันต้องคว้าไว้ไม่ทัน แต่มันดันคว้าไว้ทันไงครับ “มึงโมโห กูว่าจริง”
“ไอ้เหี้ยเทียน”
“แล้วยังไง?” เป็นไอ้รามที่เอ่ยคำพูดเนือยๆ ของตัวเองขึ้น คนอย่างมันคือเนือยทุกอย่างแม้แต่หน้าตา การกระทำแต่ยกเว้นเรื่องบนเตียงนะที่ไม่ได้เนือยอย่างที่เป็นอยู่ “ตอบดิ”
“พวกมึงจะคาดคั้นอะไรกูวะ ก็บอกอยู่ว่าน้องๆ” ผมถอนหายใจอย่างหงุดหงิดก่อนจะดันร่างที่อยู่ข้างกายออกห่าง พวกมันทำให้ผมอารมณ์เสียนะเนี่ยเอาจริง “เจ้าเอยเคยเป็นผู้หญิงที่กูอยากจะ...”
“เอา” อยากจะลุกขึ้นไปถีบปากไอ้เทียนนะเอาจริง แต่ผมก็ทำได้เพียงชูนิ้วกลางให้แทน
“ไม่ใช่” จะให้พูดยังไงดีวะ? คือเมื่อก่อนที่ไอ้วินเพื่อนในคลาสของผมอยากจะพาไปรู้จักกับเพื่อนแฟน ตอนนั้นคือเห็นเจ้าเอยก็มีความรู้สึกอยากจะจับกด แต่ไปๆ มาๆ ความรู้สึกนั้นมันก็หายไปเพราะเธอไม่เหมือนคนอื่นไง เธอไม่ได้ต้องการเข้าหาผมออกจะผลักไสด้วยซ้ำมันก็เลยกลายเป็นว่าผมไม่เคยคิดอยากจะมีเซ็กส์กับเธอ แต่รู้สึกว่าอยากจะรู้จักด้วยแค่นั้น “เจ้าเอยมีแฟนแล้ว”
“อ้าว อด” ไอ้เทียนส่าหน้าไปมาก่อนจะชูนิ้วทั้งสองข้างขึ้นทำเป็นรูปกากบาท “ลับหลังแฟนน้องเขา ก็เอาได้”
“กูไม่ใช่มึง”
“แต่ก็เคยทำ” ผมเบนสายตาไปมองไอ้รามที่ยักไหล่ก่อนจะซุกหน้าลงกับลำคอหญิงสาวข้างกายตัวเองจนผมเบ้ปาก
“มึงมากกว่าที่ทำ” พอผมพูดแบบนี้ไอ้รามก็หรี่สายตามองผมทั้งที่ริมฝีปากยังคงดูดดึงที่ลำคอของหญิงสาว “ลับหลังเมีย มึงก็ทำอยู่ตอนนี้”
“มึงพูดถูกไอ้ไฟ” รอยยิ้มของไอ้เทียนผุดขึ้นก่อนจะหยิบหมอนเขวี้ยงใส่ไอ้ราม “เมียมึงป่านนี้คงนอนร้องไห้อยู่แน่ๆ ที่ผัวมามั่วแบบนี้”
“เลิกพูด” ดูเหมือนเรื่องของเมียจะทำให้ไอ้รามรู้สึกหงุดหงิด “รำคาญ”
“ระวังเถอะ ปล่อยเมียแบบนี้หมาตัวอื่นคาบไปแดกจะรู้สึก” ผมยักคิ้วให้กับไอ้เทียนที่พูดได้ตรงใจผมมาก จนไอ้รามออกอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ในบรรดากลุ่มเรามีไอ้รามคนเดียวที่มีแฟนแล้วแถมยังคบกันนานจนผมรู้สึกสงสารแฟนมันด้วยซ้ำที่ต้องทนคบกับคนเจ้าชู้แบบมัน เพราะดูแล้วไอ้รามไม่หยุดง่ายๆ ด้วยนะเหมือนกับผมและไอ้เทียนเนี่ยล่ะ
“ใครจะกล้ากับรามเกียรติ์” คำพูดที่ออกแนวหยิ่งผยองทำให้ผมเบ้ปากก่อนจะเทวิสกี้ลงแก้ว พลางล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบบ้าง “ของกู ยุ่งก็เท่ากับตาย”
“ครับๆ คุณรามเกียรติ์” ไอ้เทียนลุกขึ้นก่อนจะโค้งศีรษะให้ไอ้ราม
“แต่มึงก็เกินไป” เป็นผมบ้างที่เอ่ยคำพูดขึ้นเรียกสายตาไอ้รามให้หันมามองกัน “มองเมียเป็นของตายแบบนั้น มันโอเคเหรอวะ?”
“เรื่องของกู” มันเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่พวกผมพูดถึงเมียมัน สิ่งที่มันทำคือการปล่อยเลยตามเลยเหมือนกับว่าเมียคือของตายที่ไม่ว่ามันจะทำอะไรอยู่ ณ เวลานี้ เมียก็คือสิ่งเดียวที่มันจะมีเธออยู่เสมอทุกที่และทุกเวลา
“สงสารแอลฉิบหายที่มีผัวแบบมึง”
“สงสารตัวเองก่อนเถอะ” ผมยิ้มขำทันทีเมื่อมองมันทั้งสองคนเถียงกันไปมา แต่เอาจริงนะ ไอ้เทียนมันจะแพ้ไอ้รามเสมอเพราะด้วยความเนือยของมันเนี่ยล่ะ “ตกลงเจ้าเอยนี่ยังไง?”
หันมาเล่นงานผมต่อเพื่อตัดบทเรื่องของตัวเองไป ผมสูบบุหรี่ก่อนจะวาดวงแขนกอดหญิงสาวข้างกายที่คืนนี้คงหนีไม่พ้นได้เสพสมกับเธอแน่นอน
“ไม่ยังไง” ตอบกลับก่อนจะกระซิบที่ข้างใบหูบอกให้เธอไปรอผมที่รถปอร์เช่สีดำเลขทะเบียน ฟฟ xxxx จากนั้นผมก็มองบั้นท้ายที่นุ่มมือเดินจากไป “เจ้าเอยเป็นแฟนกับพี่ที่รู้จักของกู”
“อ๋อ” พอตอบกลับแบบนี้ไอ้เทียนก็ถึงบางอ้อ “พี่หินใช่มะ?”
“อือ มึงคิดว่ากูจะแย่งของพี่ตัวเองได้ลงหรือเปล่าล่ะ”
“ไม่อะ เอาจริงกูก็ไม่กล้ากับพี่หิน... หุ่นหล่อล่ำขนาดนั้น” เพราะไอ้เทียนเองก็มักจะเอารถไปซ่อมที่อู่ของพี่หินบ่อยๆ จึงได้รู้จักกันผ่านผมเนี่ยล่ะ
“พี่หินคนดี” ผมสบตากับไอ้รามที่เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าฉงนใจ อาจจะเพราะทุกคนรอบข้างที่รู้จักกับเขาจะรู้ว่าพี่หินเป็นคนดีจริงๆ ดีแบบพวกเลวๆ อย่างผมอายอะ
“เรารู้จักคนดีๆ อย่างพี่หิน ทำไมไม่ซึมซับความดีพี่เขามามั้งวะ?” ข้อนี้ไอ้เทียนสงสัยก่อนจะกอดอกทำหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองตั้งคำถาม “หรือพวกเราแม่งเลวเกิน”
“มีสิทธิ์”
จากนั้นพวกเราสามคนก็นั่งคุยกันสักพัก ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง แต่พรุ่งนี้เช้าก็ต้องเจอกันอยู่ดีเพราะเรียนมหาลัยเดียวกันแถมยังคณะเดียวกันอีกต่างหาก นี่อาจจะเป็นเพราะฟ้าบันดาลล่ะมั้งที่ให้คนเลวๆ อย่างพวกผมสามคนมาเจอกัน
บนเตียงนอนที่ยับยู่ยี่ ตามด้วยเครื่องแต่งกายที่สวมใส่อยู่กระจัดกระจายอยู่รอบห้อง ผมนอนหอบหายใจก่อนจะหันไปมองสบตากับหญิงสาวที่นอนอยู่ข้างกัน เมื่อฝ่ามือบอบบางกำลังเคลื่อนต่ำไปยังน้องชายของผมที่อ่อนแรงหลังจากที่จัดหนักจัดเต็มไปสองรอบ “เอาอีกนะคะพี่ไฟ”
“ไม่” ตอบกลับพลางลุกขึ้นนั่งก่อนจะยกมือเสยผมตัวเองขึ้น มองท่อนแขนของตัวเองซึ่งมีรอยสักไปถึงข้อศอกทั้งสองข้าง ไหนจะบนเรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนี่อีกแทบจะไม่เหลือที่ให้เห็นเนื้อขาวๆ ของตัวเองเลย “ถุงหมดก็จบ”
“แต่ว่า...”
“ฉันไม่สดกับคนที่นอนด้วยครั้งคราว ชัดนะ” ลุกขึ้นยืนทั้งที่เปลือยเปล่าก่อนจะก้มลงเก็บเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมาสวมเพื่อเตรียมตัวกลับคอนโด
“งั้นพี่ไฟค้างกับจิ๊บนะ” ตวัดสายตาไปมองเธอที่นั่งเปลือยเปล่าอยู่ด้วยสีหน้าที่อ้อนวอนอย่างเห็นได้ชัด “นะคะ”
สองมือจับมือผมเขย่าไปมา จึงทำได้เพียงโน้มใบหน้าลงไปกดจูบบนหน้าผากและเคลื่อนริมฝีปากไปยังใบหูของเธอขบเม้มส่งท้ายด้วยคำพูดที่เป็นดั่งมีดแหลมๆ ทิ่มแทงตัวเธอ
“คืนนี้คืนสุดท้ายของเธอ”
“!” ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อผมขยับมาส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ทว่ากลับแฝงไปด้วยยาพิษที่เล่นงานคนตรงหน้าให้ตายทั้งเป็นได้
“ฉันเบื่อเธอแล้ว จบนะ”
เพราะผมมีกฎของตัวเองเสมอ ทุกคนรู้ดีว่าการนอนกับผมคือเป็นแค่ชั่วคราว ต้องยอมรับให้ได้ห้ามดึงดันที่จะไปต่อกับผม เซ็กส์ก็คือเซ็กส์ ไม่มีอย่างอื่นเข้ามาร่วมด้วยและผมก็ไม่ได้อยากจะสานสัมพันธ์กับใครเพียงเพราะเห็นใจหรอก
เอาจบ... เบื่อก็แค่แยกย้าย ก็เท่านั้น
ผมมาถึงคอนโดใจกลางเมืองกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นที่สูงสุดของคอนโดที่สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ได้รอบเมือง แสงสีจากตึกราบ้านช่องทำให้ผมปลื้มปริ่มกับการมองเห็นอะไรแบบนี้ ถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวออกจนเหลือเพียงกางเกงยีนเอวต่ำพลางเดินตรงไปยังห้องครัวแบบฝรั่งที่มีเคาน์เตอร์ อ่างล้างจานครบ ทว่าครัวกลับไม่เคยได้ใช้งานเลยสักครั้งผมเปิดตู้เย็นหยิบกระป๋องเบียร์ออกมาสามกระป๋อง สาวเท้าไปยังโซฟาเบจสีแดงเพลิงขนาดใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งและหยิบรีโมทขึ้นมาเปิดทีวีที่กำลังถ่ายทอดสดฟุตบอลอยู่
ครืด~
สมาร์ทโฟนสีน้ำเงินรุ่นล่าสุดที่เพิ่งวางไป แต่ผมก็ได้ครอบครองเป็นเจ้าของดังขึ้นด้วยการเตือนว่ามีคนโทรเข้ามาแบบไร้เสียง ผมวางกระป๋องเบียร์ลงบนโต๊ะและหยิบขึ้นมาดูปลายสายก็ถอนหายใจกลอกตาไปมา ไม่อยากจะรับเลยเอาจริงนะ... แค่เห็นคำว่า ‘Dad’ ก็พาให้อารมณ์ที่ดีก่อนหน้านั้นหายวับไปกับตา ลุกขึ้นเดินไปหยุดที่ระเบียงกระจกก่อนจะเอนตัวพิงขอบกำแพงเลื่อนรับสายก่อนที่ปลายสายจะวางไปและอาจจะโทรกลับมาอีกหลายครั้งจนกว่าผมจะรับมัน
“อะไร?”
(“นี่คือคำทักทายของแกเหรอ”)
“อือ” ตอบกลับพลางล้วงมืออีกข้างหยิบซองบุหรี่ขึ้นมาเคาะก่อนจะคาบไว้ที่ริมฝีปากและหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดจนเห็นแสงสีสมพร้อมกับควันที่ลอยเด่นเข้าจมูก “พูดมาดิ”
(“แก”)
“ไม่พูดจะวาง มีอะไรให้ทำเยอะแยะ”
(“กลับบ้าน”) พ่นควันบุหรี่เป็นวงกลมพลางยกยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นเงาสะท้อนของตัวเองเหมือนกับอีกด้านหนึ่งคือปีศาจร้ายที่พร้อมจะปั่นประสาทผู้เป็นบิดา
“เพื่อ?” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “กลับไปดูพ่อเอาผู้หญิงอะเหรอ”
(“ไอ้ไฟ!”) น้ำเสียงเข้มดังแผดเข้ามาจนผมต้องยกสายออกและแนบหูตัวเองอีกครั้ง
“หมายถึงเอาผู้หญิงเข้าบ้าน?” หัวเราะออกมาเมื่อได้กวนประสาทคนเป็นพ่อที่ผม... เกลียดเขา แต่ไหนแต่ไรจนผมอายุสิบแปด ผมก็ย้ายมาอยู่ที่คอนโดของตัวเองด้วยทรัพย์สมบัติของผู้เป็นแม่ที่ทิ้งไว้ให้เยอะพอที่จะเลี้ยงผมไปจนแก่ตายด้วยซ้ำ เงินทองของพ่อ... บาทเดียวผมก็ไม่คิดจะแตะต้องด้วยซ้ำ
(“ฉันสั่ง แกต้องทำ”)
“พ่อคิดว่าพ่อเป็นใคร ถึงกล้ามาสั่งคนอย่างผม”
(“ฉันเป็นพ่อแกไง ต่อให้แกจะไม่รับฉัน... แต่แกก็ใช้นามสกุลธาดาวรากุล!”) นามสกุลที่ยิ่งใหญ่แบบนั้น ถ้าผมเลือกได้ผมก็จะไม่ใช้หรอกนะ ใช้ให้มาทวงบุญคุณกันน่ะเหรอ? เหอะ น่าขำสิ้นดี
“งั้นก็จ้างดิ” ผมกัดริมฝีปากตัวเองเมื่อปลายสายเงียบไป “จ้างกลับบ้านสักสองล้าน”
(“...”)
“ได้ใช่ไหมครับคุณชนะทิศ” พ่อยังคงไม่ตอบอะไรจนผมหัวเราะออกมาให้เขาได้ยิน “แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกมั้ง ให้ลูกมันไม่น่าเสียดายหรอก... ทีเอาเงินไปบำเรอพวกอีตัวไม่เห็นจะเสียดาย”
เมื่อพ่อไม่พูดอะไรผมก็กดวางสายทันทีเพราะรู้ว่าผมไม่เคยต้องการเงินของเขาหรอก และเขาก็ไม่เคยให้เงินผมสักบาทด้วยเหมือนกันอาจจะเพราะว่าต้องการให้ผมไปอ้อนวอนขอร้องเพื่อขอเงิน แต่ฝันไปเหอะพ่อ! คนอย่าง ‘ชนรพ’ ไม่มีทางอ้อนวอนขอร้องใครแม้แต่พ่อตัวเอง
มองเวลาตอนนี้ก็ตีหนึ่งกว่าแล้วพรุ่งนี้มีเรียนด้วยผมจึงอาบน้ำและสวมเพียงบ็อกเซอร์สีดำตัวเดียวเพื่อนอนพักผ่อน ทว่าก็มีเสียงกดกริ่งที่หน้าห้องดังขึ้นซะก่อน ฉงนใจนิดหน่อยว่าใครกันที่มาเอาป่านนี้ถ้าหากเป็นผู้หญิงที่ควงด้วยจะไม่มีทางมาที่นี่เด็ดขาดเพราะผมย้ำพวกเธอชัดเจน เมื่อลุกขึ้นไปยังหน้าประตูและดูตาแมวก็พบว่าเป็นนิติที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ของคอนโดนี่นา
“มีอะไรครับ?” เปิดประตูขึ้นมองสบตากับคนตัวเล็กที่ยืนทำหน้าอึ้งอยู่ พลางใช้สายตากวาดมองไปทั่วเรือนร่างของผมที่เต็มไปด้วยรอยสักลวดลายที่ปะติดปะต่อไม่ได้ ผมอยากสักอะไรผมก็สักเติมๆ ไปมันถึงได้เยอะแบบนี้ไง
“อะ เออ... ของคุณชนรพค่ะ” ซองสีน้ำตาลถูกยื่นมาตรงหน้าผมจึงรับมาพลิกดูไปมาว่าใครกันที่ส่งเอกสารอะไรมาดึกดื่นขนาดนี้ แต่ก็ไม่มีบอก “บอกว่าเป็นของคุณชนะทิศค่ะ”
“อ๋อ” นี่เขาคิดจะเล่นอะไรอีกวะเนี่ย? ผมพยักหน้ารับก่อนจะมองใบหน้าเล็กที่ทำหน้าไม่ถูกเหมือนเห็นผมยิ้มให้ “เพิ่งมาใหม่เหรอครับ?”
“ค่ะ” ตอบกลับพลางเบือนสายตาหนีผม “ฉัน... ไปก่อนนะคะ”
“ขอบคุณนะครับ” เธอเดินจากไปด้วยความเขินอายจนผมรู้สึกดีเลยนะ “จะกินดีไหมวะ?”
ตั้งคำถามกับตัวเองพลางปิดประตูลงเปิดซองเอกสารล้วงเอาของข้างในออกมาก็พบกับเช็คเงินสดจำนวนสองล้านบาทลงชื่อกำกับเรียบร้อยเพื่อพร้อมนำไปขึ้นเงิน ผมเบ้ปากก่อนจะยัดเช็คเงินสดลงกลับไปตามเดิม มองตัวเองในกระจกสะท้อนที่มันบ่งบอกเลยว่าตอนนี้ผมกำลังรู้สึกยังไงกับสิ่งที่พ่อทำในตอนนี้
“โอเค ไปก็ไป”
แล้วเจอกันพ่อ... อยากเจอผมนักใช่ไหม? ได้เจอสมใจแน่
“มึงกับไอ้รามเข้าเรียนก่อนเลย พอดีกูมีธุระต้องกลับบ้านหน่อยอะ” เช้านี้ผมแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาแบบไม่เป็นระเบียบตามสไตล์ของตัวเองคือเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอกและปลดกระดุมลงสามเม็ด สวมกางเกงยีนเอวต่ำสีดำรองเท้าผ้าใบสีขาวก่อนจะถือปลายสายคุยกับไอ้เทียนที่สงสัยถึงมหาลัยแล้ว ระหว่างที่เดินออกจากคอนโดผมก็หันไปฉีกยิ้มให้กับพนักงานสาวคนใหม่ที่น่ากิน เธอยิ้มกลับให้ผมก่อนจะก้มหน้าลงทำงานราวกับเขินอาย
เรื่องอ่อยแบบตรงๆ ผมถนัดนักล่ะ! ผู้หญิงทุกคนพร้อมจะเดินตามด้วยซ้ำ ยกเว้นเพียงเจ้าเอยคนเดียว
(“กลับบ้าน? กูถามจริง”) ไอ้เทียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อสักเท่าไหร่ ก็แหงสิ มันรู้ดีว่าผมกับพ่อไม่ลงรอยกันนี่นา (“มึงคงไม่ไปกวนประสาทคุณลุงอีกนะ”)
“ไอ้เทียน มึงเห็นกูเป็นยังไงเนี่ย”
(“เป็นคนเหี้ย”) ตอบแบบไม่มีคิดสักนิดจนผมถึงกับอยากจะหักเลี้ยวรถไปมหาลัยทันทีเพื่อไล่เตะมัน (“เออ ตามนั้น... คืนนี้เจอกันปะ”)
“ได้ คลับเฮียตามเดิม”
เมื่อวางสายจากไอ้เทียนไปรถของผมก็ขับเลี้ยวเข้ามาในซอยที่จะเข้าบ้าน บ้าน... ที่ผมไม่อยากกลับมาเพราะเหตุผลหลายๆ อย่าง หนึ่งในนั้นอาจจะเป็นเพราะว่าพ่อและบ้านหลังนี้มันไม่มีความสุขอีกต่อไปสำหรับผมนะ ทันทีที่รถจอดลงผมก็หรี่สายตามองรถตู้และลุงเข้มที่กำลังขนกระเป๋าสัมภาระของใครก็ไม่รู้เยอะแยะเต็มไปหมดลงจากรถ
“ของใครครับลุงเข้ม?” ร่างสูงผอมหันมามองผมพลางฉีกยิ้มให้อย่างดีใจก่อนจะเดินตรงมาหา
“คุณไฟ ลุงดีใจจังครับที่คุณไฟมา” ผมทำได้เพียงยิ้มอ่อนให้กับท่านที่ตั้งแต่เด็กคงจะมีลุงเข้มกับป้าแต้วล่ะมั้งที่ดูแลผมมากกว่าพ่อแท้ๆ ของตัวเอง “ของ... คุณผู้หญิงคนใหม่ของคุณท่านครับ”
“อ๋อ” แบบนี้เองสินะถึงได้ให้ผมมาที่บ้าน เมื่อได้ฟังคำตอบก็เดินตรงเข้าบ้านแน่นอนว่าผมขึ้นบันไดไปด้านบนเพราะไม่ได้อยากจะเห็นผู้หญิงคนใหม่ของพ่อสักเท่าไหร่ ผู้หญิงที่เข้ามาไม่มีใครอยู่อึดอยู่ทนสักทีเพราะพ่อเองก็ไม่ได้ต่างจากผมนักหรอกนะ
พ่อเป็นยังไงผมก็เป็นแบบนั้นล่ะ... เชื้อมันไม่ทิ้งแถว ลูกไม้ก็หล่นไม่ไกลต้น คำพวกนี้ใช้ได้หมด
ผมไม่เคาะประตูห้องทำงานของพ่อเลยเปิดประตูเข้าไปจึงได้เห็นร่างสูงใหญ่ที่แม้จะอายุห้าสิบสามปีแล้ว ทว่าความหนุ่ม ความหล่อแบบฉบับหนุ่มใหญ่ยังคงอยู่ สายตาของเขาตวัดมองผมขณะกำลังเซ็นเอกสารแฟ้มสุดท้ายและโยนไปบนพื้นข้างตัว “ไม่มีใครสอนมารยาทหรือไงว่าเข้าห้องคนอื่นต้องเคาะก่อน?”
“พอดีแม่ตายก็ไม่เลยไม่มีใครสอน” ตอบกลับและทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา “ส่วนพ่อก็...”
“อะไร?” ผมยักไหล่ไหวพลางหยิบคุกกี้บนโต๊ะมากินและเทชามะลิหอมๆ เพราะตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยนะ “แกผอมลงหรือเปล่า”
“ปกติ” เรียกมาเพื่อมาทักกันแบบนี้เนี่ยนะ “ไม่ต้องกลัวติดโรคหรอก ผมป้องกัน ตรวจสุขภาพทุกเดือน”
“ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น” เสียงถอนหายใจแบบเหนื่อยหน่าย ตามด้วยแว่นสายตาที่ถอดออกก่อนจะยกนิ้วชี้กับนิ้วโป้งนวดไปยังขมับของตัวเอง “แกไปสักอะไรมาเยอะแยะแบบนั้น สกปรกจริงๆ”
“เรื่องของผม ร่างกายผม พ่อเฉยๆ เหอะ” พอไม่รู้จะพูดต่อว่าอะไรผมพ่อก็พยักหน้าแบบเสียไม่ได้ “ว่าแต่ที่เรียกผมมาคือมาให้รู้จักกับเมียใหม่หรือไง?”
“...”
“พ่อรู้ใช่ปะว่าผมไม่ได้ยินดีเลยถ้าพ่อจะมีเมียใหม่หรือมีเมียอีกกี่คน ถ้าจะเรียกมาดูทีหลังแค่บอกก็พอ เสียเวลาไปเรียน” ตะคอกพ่อด้วยสีหน้าหงุดหงิดก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“แกไม่คิดบ้างเหรอว่าที่ฉันเรียกแกมาเพราะว่าเป็นห่วง” ผมชะงักเท้าที่กำลังจะเดินไปหน้าประตู รู้สึกถึงริมฝีปากของตัวเองที่เจ็บและรสชาติฝาดๆ ของเลือด คิ้วของผมกระตุกเข้าหากันก่อนจะหลับตาลงไล่ความรู้สึกนั้นออกไป
“ห่วงเหรอ? นี่อย่าบอกนะว่ากำลังคิดว่าตัวเองอยากจะเล่นบทบาทเป็นพ่อที่ดีขึ้นมางั้นสิ” หันไปมองสบตากับพ่อที่จับจ้องผมไม่วางตา สายตาที่มองผมตั้งแต่หัวจรดปลายเท้ามันเป็นสายตาที่เรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความห่วงใย ผมรู้สึกแบบนั้นได้ยังไงกันวะ! ไม่ดิ สายตาแบบนั้นมันคือสายตาที่เฉยชาของเขาต่างหาก “หยุดเล่นละครเป็นพ่อดีเด่นสักทีเหอะ”
“...”
“มันน่าสมเพช” แต่ก่อนที่ผมจะเดินออกไปจากห้องผมก็ไม่ลืมที่จะล้วงกระเป๋าเสื้อตัวเองหยิบเอาเช็ดเงินสดไปวางบนโต๊ะคืนให้กับเขา “เอาไปเหอะ ผมไม่ได้ต้องการ”
“แต่แกบอก” ผมเลิกคิ้วขึ้นส่ายหน้าไปมา “แกจะเอายังไงไฟ?”
“ไม่เอาไง” ยกแขนพาดอกยักไหล่ไหวพร้อมด้วยริมฝีปากที่ยกขึ้น “แค่เลิกยุ่งกับผม ให้ผมอยู่ตัวคนเดียวก็พอ”
“แต่แกเป็นลูกฉัน!”
“เพิ่งจะคิดได้หรือไง?!” เป็นผมบ้างที่ตะคอกเขากลับ พ่อลุกขึ้นเท้ามือลงกับโต๊ะสะดุ้งตกใจกับการกระทำของผมบ้าง “เมื่อก่อนทำอะไรไว้บ้าง คิดดิ! แล้วตอนนี้จะยังอยากเป็นพ่ออ่อ ฝันอยู่หรือไงคุณชนะทิศ”
“ไอ้... ไฟ”
“สนใจเมียใหม่ของตัวเองเหอะ” ผมหันหลังเปิดประตูออกไปก็พบเข้ากับร่างบอบบางตรงหน้า เธอคนนี้สวยใช้ได้เลยล่ะแต่อายุก็น่าจะประมาณสามสิบกว่าๆ ยืนจับจ้องผมพลางกลืนน้ำลายลงคอ ข้างกันมีป้าแต้วยืนทำหน้าไม่ดีอยู่ด้วย
“พิม” พ่อเดินแทรกผมไปหาผู้หญิงคนนั้น ภาพตรงหน้าที่เห็นทำให้ผมรู้สึกแค้นใจอย่างมาก... แค้นเขาที่ตอกย้ำภาพเดิมๆ ให้ผมจดจำ เขาไม่เคยสนใจใครหรอกนอกจากตัวเองแม้แต่แม่ของผมก็เถอะ “ชอบห้องของเราไหมครับ?”
ถามกลับแต่ผู้หญิงที่ชื่อพิมไม่ตอบอะไรเอาแต่จับจ้องมองผมที่ยกยิ้มมุมปากพลางเหยียดสายตามองหล่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า “เดี๋ยวนี้ตาต่ำถึงขนาดไปคว้าเอาผู้หญิงหากินมาทำเมียแล้วเหรอ?”
“อะ ไอ้ไฟ!” เพราะการเห็นเขาเป็นแบบนี้มันคือความสุขอย่างหนึ่งของผม การได้เอาคืนในสิ่งที่เขาทำไว้กับแม่แค่นี้มันน้อยไปด้วยซ้ำนะ “แก... จะไปไหนก็ไปเลยไป!”
“อะไรของพ่อวะ เรียกมาเสร็จก็ไล่กลับ” ผมเท้าเอวมองเขาอย่างเอาเรื่อง “เรียกมาโชว์เมียใหม่ให้ดูไม่ใช่เหรอ?”
“คุณไฟคะ” ป้าแต้วเดินมาทาบมือลงบนท่อนแขนผม พลางส่ายหน้าไปมาจำต้องเบือนหน้าหนีเพราะอย่างน้อยผมก็เกรงใจป้าแต้วคนของแม่ที่ดูแลผมและแม่เป็นอย่างดีมาตลอด “ไปเรียนนะคะ”
ผมดุนดันลิ้นในโพรงปากก่อนจะเดินหนีพวกเขาออกไป ทั้งที่ใจมันเจ็บหนึบกับการกระทำของเขา ก่อนจะลงบันไดก็หันไปมองกรอบรูปของแม่ที่ยังคงติดอยู่ จึงเบนสายตาไปมองพ่อที่เดินจูงมือเมียใหม่มาผมก็คว้ารูปของแม่ขนาดใหญ่ลงมา “ไอ้ไฟ แกจะทำอะไร?!”
“รูปแม่ จะติดไว้ทำซากไรวะถ้าจะทำตัวแบบนี้อยู่อะ!”
“คุณไฟ อย่านะคะ!”
เพล้ง
บนพื้นเต็มไปด้วยเศษกระจกแตกกระจายละเอียดเต็มพื้น ผมเงยหน้าสบตากับพ่อที่กำมือเข้าหากันสีหน้าแดงก่ำไปด้วยความโกรธ แต่ผมก็ก้มลงดึงรูปภาพของแม่ออกมาม้วนๆ ถือไว้ในมือเพื่อนำไปติดไว้ที่คอนโดของตัวเอง
“น้าพิมคะ” น้ำเสียงใสดังขึ้นจากด้านหลัง ผมค่อยๆ หันหน้ากลับไปมองคนที่มาเยือนอีกคน ทว่า... ร่างบอบบางที่อยู่ในชุดนักศึกษา ผมสีดำยาว ใบหน้าสวยคมแต่กลับไร้ซึ่งความรู้สึก จับจ้องมองไปยังพื้นและเลื่อนสายตามามองผม ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นไม่ต่างจากผมเลยสักนิด
หัวใจเต้นแรงอยู่แล้ว ณ เวลานี้กลับเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้เห็นหน้าของคนที่มาเยือน
หึ ให้ตายเหอะไฟ... มีอะไรให้เล่นสนุกอีกแล้วสิ!
บทล่าสุด
#33 บทที่ 33 #ไฟเผาแพง :: CHAPTER 32 [100%] THE END
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#32 บทที่ 32 #ไฟเผาแพง :: CHAPTER 31 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#31 บทที่ 31 #ไฟเผาแพง :: CHAPTER 30 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#30 บทที่ 30 #ไฟเผาแพง :: CHAPTER 29 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#29 บทที่ 29 #ไฟเผาแพง :: CHAPTER 28 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#28 บทที่ 28 #ไฟเผาแพง :: CHAPTER 27 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#27 บทที่ 27 #ไฟเผาแพง :: CHAPTER 26 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#26 บทที่ 26 #ไฟเผาแพง :: CHAPTER 25 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#25 บทที่ 25 #ไฟเผาแพง :: CHAPTER 24 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#24 บทที่ 24 #ไฟเผาแพง :: CHAPTER 23 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
พ่ายใจรัก
คนถูกว่าจูบไม่เป็นสับปะรดน้ำตาไหลพรั่งพรูด้วยความเจ็บใจ จนเผลอเงื้อมือเรียวขึ้นอีกครั้งอย่างลืมตัว
“ถึงคุณอยากจะตบผม แต่ผมคงไม่นึกอยากจะจูบคุณอีกหรอกครับคุณบุษบามินตรา”
“คุณ...มันเป็นพวกรังแกผู้หญิง”
“แล้วคุณคิดว่าหน้าผมมีไว้ให้ตบเล่นๆ หรือไงครับ คุณตบผมได้ผมก็จูบคุณได้เหมือนกัน และรู้เอาไว้เถอะ ว่าคุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมจูบแล้วไม่ได้เกิดอารมณ์พิศวาสอะไรขึ้นมาเลยสักนิด” เทวินทร์ตอกกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือนพอกัน แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าที่พูดออกไปไม่ได้เป็นความจริง
เจ้าของดวงหน้างดงามจ้องหน้าเขาอย่างขุ่นเคืองใจ น้ำตาพานหยุดไหลเอาดื้อๆ นึกอยากจะตะกุยหน้าขาวๆ นั่นให้เป็นรอยนัก
ผู้ชายอะไรปากเสียแถมยังหลงตัวเอง!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ลุ้นรักซีอีโอร้าย (Inevitable Love)
"ถ้ากลัวผมจะทำเหรอ?" ซีอีโอหนุ่มย้อนถามถามด้วยน้ำเสียงเรียกร้องสิทธิ์เต็มที่ "สรุปว่าเด็กในท้องนี่... ลูกของผมใช่ไหม?"
หนึ่งคืนที่ผิดพลาด... กลายเป็นความลับที่ตราตรึงไปชั่วนิรันดร์
‘ไพลิน พิทักษ์โยธิน’ ทายาทสาวพันล้าน คืนสุดท้ายในลอนดอนควรเป็นการเฉลิมฉลองการเรียนจบที่แสนหวาน แต่เธอกลับตื่นขึ้นมาบนเตียงของชายแปลกหน้าพร้อมกับความสาวที่สูญสลายไป
ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีคำขอโทษ มีเพียงความละอายและความเจ็บปวดที่เธอฝังลึกไว้เพียงลำพัง
จนกระทั่งรอยผิดพลาดในคืนนั้นเริ่มงอกเงยขึ้นในครรภ์!
‘มาร์คัส แกร์ริสัน’ ซีอีโอหนุ่มผู้ยืนอยู่บนยอดของอาณาจักรเทคโนโลยีโรโบติกส์ระดับโลก เขาเป็นทั้งอัจฉริยะและปริศนา ร่ำรวยแต่เย็นชา ปิดกั้นหัวใจจากความรักมานานนับปี
ทว่าหญิงสาวแปลกหน้าในคืนนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงรอยเล็บที่สลักลึกบนแผ่นหลังและความโหยหาที่กัดกินใจเขาจนไม่อาจลบเลือน
เมื่อโชคชะตาเหวี่ยงทั้งคู่ให้มาเจอกันอีกครั้งในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจ มาร์คัสจำเจ้าของรอยเล็บบนแผ่นหลังได้แม่นยำตั้งแต่วินาทีแรก
ยิ่งเห็นหน้าท้องที่เริ่มนูนเด่น เขาก็ยิ่งมั่นใจว่านั่นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
(ของหวง) มาเฟีย BAD
มาเฟียตระกูลใหญ่ทำธุรกิจบังหน้าแต่เบื้องหลังสีเทา ไม่เคยเกรงกลัวใคร ภายนอกดูเป็นคนเกี้ยวกราดดุร้าย
หนุ่มเจ้าสำราญ เบื่อง่าย เปลี่ยนผู้หญิงขึ้นเตียงเป็นว่าเล่น อยากได้ใครก็ต้องได้….ถ้าไม่ยอมก็แค่ฉุด
‘ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยเธอไปแต่ถ้าเจอกันอีกเมื่อไหร่เตรียมตัวเอาไว้เพราะฉันจะ….ลากเธอขึ้นเตียง’
————————-
เอิงเอย
เด็กสาววัยใส คืนนั้นที่คลับเธอถูกขโมยจูบแรกไป แถมยังตื่นขึ้นมาภายในห้องที่ไม่คุ้นเคย จำแม้แต่หน้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้เพราะความเมา โชคดีที่เสื้อผ้าติดอยู่ที่ตัวครบไม่มีชิ้นไหนถูกถอดออกไป
‘ไอ้โรคจิต! ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นโรคจิตที่ชอบลวนลามผู้หญิงไปทั่วแน่ๆ น่าขยะแขยงที่สุด ถ้าเจออีกจะเตะให้คว่ำเลย!!’
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?













