บทนำ
ผู้ชายคนนี้พร้อมจะฟาดฟันให้เธอย่อยยับแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ทั้งๆ ที่เธอคือว่าที่น้องสะใภ้
หรือเขารังเกียจว่าเธอจน ไม่คู่ควรกับคนในตระกูลเดชธรเจ้าของไร่ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่
เขาจึงกีดกันเธอกับน้องชายเขาทุกวิถีทาง
แม้ภัคธีมาพยายามจะไม่ข้องแวะกับเขา หากทว่าในที่สุด
โชคชะตาก็กลั่นแกล้ง ให้ต้องตกไปอยู่ในบ่วงพันธนาการของเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภัคธีมาจึงได้แต่นับวันรอ…
รอวันที่กริชผู้แข็งกร้าวอย่างเขาจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ
แต่ครั้นเมื่อถึงเวลาจริงๆ มันกลับไม่ง่ายเลย
เพราะหัวใจที่แสนอ่อนไหวถูกบ่วงเสน่หาร้อยรัดเอาไว้อย่างแน่นหนา
บท 1
บทที่ 1
แสงสีส้มอมแดงของพระอาทิตย์ในยามเย็น ส่องสะท้อนมายังอาชาไนยสองตัวที่ตอนนี้ยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกบัวตองซึ่งกำลังบานสะพรั่ง จนทำให้ภูเขาทั้งลูกแทบจะถูกปกคลุมด้วยสีเหลืองอร่าม เหล่าผีเสื้อบินโฉบเชยชมความงามของดอกบัวตองดอกนั้นดอกนี้ บางทีก็หยุดดอมดมดอกไม้สีเหลืองนั้นเนิ่นนานเป็นพิเศษ คล้ายกับจะหลอกล่อให้เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังรอให้พ่อมารับกลับบ้านต้องวิ่งเข้ามาจับ ครั้นพอเธอเข้าใกล้ มันก็โบยบินขึ้นสู่อากาศ ทำให้เท้าเล็กๆ ต้องขยับวิ่งตามไปเรื่อยๆ
“ฮะๆ รอด้วยเจ้าผีเสื้อ!”
เสียงหัวเราะที่ใสกังวานราวกับระฆังแก้ว บวกกับภาพการวิ่งเล่นอย่างร่าเริง เรียกความสนใจจากเด็กชายวัยเก้าขวบที่กำลังถูกพี่เลี้ยงสอนให้หัดขี่ม้า กับหนุ่มน้อยวัยสิบเจ็ดคนหนึ่งที่นั่งอย่างสง่างามอยู่บนหลังม้าสีดำอีกตัว ท่าทางของเขาบ่งบอกถึงความเป็นผู้ใหญ่เกินวัย และมาดอันแสนองอาจนั้นทำให้รู้โดยปริยายว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาทั่วไป
“อุ๊ย! ฮือๆๆๆ”
เสียงหัวเราะของเด็กหญิงกลายเป็นเสียงอุทานและเสียงร้องไห้ เมื่อเท้าเล็กๆ ภายใต้รองเท้าผ้าใบถูกเกี่ยวด้วยเถาของดอกบัวตอง ทำให้ร่างเล็กเสียหลักล้มคะมำลงเต็มแรง
หนุ่มน้อยวัยสิบเจ็ดที่จ้องมองร่างเล็กอยู่หลายนาทีกำลังจะขยับลงจากหลังม้า เพื่อปลอบโยนให้เธอหายจากความเจ็บและตกใจ ทว่าน้องชายของเขานั้นไวกว่า เขาจึงได้แต่นั่งมองอยู่เงียบๆ บนหลังม้าดังเดิม
“เป็นยังไงบ้าง เจ็บมากมั้ย”
“เจ็บค่ะ เจ็บมาก...” เด็กหญิงตอบเสียงสั่นเครือ ก่อนจะยกมือเล็กขึ้นเช็ดน้ำตาป้อยๆ ออกจากแก้ม ภาพนั้นช่างเป็นภาพที่ชวนให้อยากปกป้องและปลอบโยนยิ่งนัก
“มาเดี๋ยวพี่เป่าให้นะ” เด็กชายดึงมือเล็กเข้าไปหาตัว พร้อมกับเป่าลมหายใจใส่ทันที “เพี้ยง! แค่นี้ก็หายเจ็บแล้ว”
เด็กหญิงที่กำลังร้องไห้หยุดชะงัก ใบหน้ากลมแป้นที่เปื้อนหยาดน้ำใสเงยขึ้นมองคนที่กำลังปลอบตัวเองด้วยแววตาอันแสนไร้เดียงสา ทว่าความไร้เดียงสานั้นเจือมาด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจและซาบซึ้งระคนกัน
“ขอบคุณค่ะพี่วิน”
“พี่มีช็อกโกแล็ตด้วยนะ รับรองว่ากินแล้วจะหายเจ็บเป็นปลิดทิ้งเลย”
ช็อกโกแล็ตรสนมที่ถูกห่อด้วยกระดาษฟอยสีขาวถูกยื่นให้เด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ตรงหน้า เธอรับไปแล้วแกะใส่ปาก ทันทีที่กลิ่นหอมๆ ของนมกับรสชาติหวานๆ ของช็อกโกแลตแตะลิ้น ปากเล็กๆ ก็คลี่ยิ้มออกมาจนตาหยีให้เห็นอีกครั้ง
“ขอบคุณค่ะพี่วิน ขิมหายเจ็บแล้วจริงๆ ด้วย”
“ชอบไหม...”
“ชอบค่ะ ช็อกโกแล็ตของพี่วินอร่อยจัง”
“งั้นวันหลังพี่เอามาฝากอีกนะ”
“ขอบคุณพี่วินมากนะคะ”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก แค่เห็นขิมยิ้มได้เหมือนเดิมพี่ก็ดีใจแล้ว” เด็กชายส่งยิ้มละไมให้ ในขณะที่เด็กหญิงก็ยิ้มตอบด้วยแววตาใสบริสุทธิ์ ทว่าคนที่นั่งมองอยู่บนหลังม้ากลับมีใบหน้าที่เคร่งขรึมลง จากนั้นเท้าแข็งแรงจึงเตะเบาๆ ข้างตัวม้าพร้อมกับกระตุกเชือก ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น อาชาไนยสีดำก็วิ่งไปในทิศทางเดียวกับที่พระอาทิตย์กำลังจะอัสดง คนที่มองตามจึงเห็นเพียงเงาทะมึนซึ่งค่อยๆ ลับหายไปจากสายตา
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้ารูปไข่ของ ‘ภัคธีมา รัตนไชยกุล’ ในทันทีที่รถแท็กซี่จากสนามบินวิ่งเข้าสู่อาณาเขตของไร่ทหัยรัตน์ ซึ่งเป็นอาณาเขตเล็กๆ ขนาดแค่สิบไร่ เรียกได้ว่าเล็กมากแบบเทียบไม่ติดฝุ่นเลยกับไร่อันกว้างใหญ่ไพศาลที่อยู่ข้างๆ กัน ทว่ามันไม่ใช่ประเด็นที่หญิงสาวให้ความสำคัญแต่อย่างใด สิ่งสำคัญมากกว่าความใหญ่โตของบ้านหรืออาณาบริเวณใดๆ ก็คือคนที่รอเธออยู่ที่บ้านต่างหาก
ภัคธีมากลับบ้านครั้งนี้โดยไม่ได้บอกใครล่วงหน้า กลับมาแบบปุบปับเพราะเก็บความดีใจเอาไว้คนเดียวไม่ไหว อยากจะแจ้งข่าวดีกับคนที่เธอรักด้วยตัวเอง ในยามที่ดีใจหรือเสียใจคราใด คนที่อยากพบมากที่สุดก็มีเพียงสามคน นั่นก็คือ...พ่อ น้ารส และ ‘พี่วิน’ ซึ่งล้วนแต่เป็นคนสำคัญของเธอทั้งนั้น
มือบางยื่นค่าแท็กซี่ไปให้กับโชเฟอร์ จากนั้นก็ก้าวลงจากรถพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองบ้านหลังขนาดกลางแบบสองชั้นที่ถูกสร้างขึ้นจากความฝันของคนเป็นแม่ ถึงแม้ตอนนี้แม่จะไปอยู่บนสวรรค์แล้ว ทว่าบ้านก็ยังเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นจากพ่อกับน้าที่เติมเต็มให้แก่เธอจนล้นเปี่ยมเสมอมา
“ยัยขิม!” เสียงของผู้เป็นน้าอุทานขึ้นอย่างดีใจ ก่อนจะก้าวยาวๆ เข้าไปกอดร่างบางของหลานสาวไว้แนบอก
“น้ารส...” ภัคธีมากอดตอบด้วยความดีใจระคนตื่นเต้นและอบอุ่นที่ได้กลับบ้านอีกครั้งหลังจากไม่ได้กลับมานานกว่าสามเดือน
“ยัยขิม!” เสียงอุทานชื่อเล่นของภัคธีมาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังจากปากของบุรุษซึ่งเดินตามมธุรสออกมาจากบ้าน
“พ่อ...” ร่างบางผละจากอ้อมกอดของน้า แล้วเข้าไปซุกกับอกอุ่นๆ ของบิดาซึ่งเป็นผู้ชายที่เธอรักมากที่สุดบ้าง
“มาได้ยังไง ทำไมไม่โทร.บอกพ่อกับน้ารสก่อน จะได้ไปรับ”
“ไม่อยากให้รู้ไงคะว่ามา พ่อกับน้ารสจะได้เซอร์ไพรส์ไง ขิมมีข่าวดีมาบอกด้วยนะคะ”
“ข่าวดี?” คิ้วของอยุทธเลิกขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงถาม ภัคธีมาจึงยิ้มหวานแล้วเอ่ยตอบ
“ลูกสาวพ่อกำลังจะได้เป็นนักร้องแล้วค่ะ”
“มะ...หมายความว่า…”
บทล่าสุด
#103 บทที่ 103 บทที่ 103 จบบริบูรณ์
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#102 บทที่ 102 บทที่ 102
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#101 บทที่ 101 บทที่ 101
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#100 บทที่ 100 บทที่ 100
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#99 บทที่ 99 บทที่ 99
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#98 บทที่ 98 บทที่ 98
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#97 บทที่ 97 บทที่ 97
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#96 บทที่ 96 บทที่ 96
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#95 บทที่ 95 บทที่ 95
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#94 บทที่ 94 บทที่ 94
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ภรรยา(เก่า)ของมาเฟีย - เมีย (น้อย) ของมาเฟีย
"ไง ไม่ได้เจอกันหลายปี" เสียงทักทายแสนเย็นชานั้นทำเอาเธอยืนขาแข็งไปหมด
"ทำไมถึงจับฉันมาล่ะ"
"ไม่รู้สินะ ก็แค่มีเรื่อง...อยากเคลียร์นิดหน่อย"
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”













