บทนำ
เขารุกรานพื้นที่ส่วนตัว คอยไล่ต้อนจนฉันติดมุม และทำให้อากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นทุกครั้งที่เข้าใกล้ ยิ่งฉันพยายามหนี เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิดจนลมหายใจสะดุด ความนิ่งสนิททว่าคุกคามของเขาช่างอันตรายต่อหัวใจอย่างร้ายกาจ
ฉันควรจะรำคาญ ฉันควรจะถอยห่าง แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเริ่มสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่การถูกเขาตามล่า แต่คือการที่ฉันเริ่มเผลอใจให้คนอันตรายอย่างเขาเข้าแล้วจริงๆ!
"ยิ่งหนี พี่ก็ยิ่งอยากได้ แล้วคิดเหรอว่าคนอย่างพี่จะยอมปล่อยไปง่ายๆ"
บท 1
บทที่
1
พื้นที่อันตราย
สำหรับบางคน มหาวิทยาลัยคือพื้นที่แห่งโอกาสและการแสดงตัวตน แต่สำหรับกัญญาวีร์ หรือ เอย พื้นที่แห่งนี้เปรียบเสมือนสมรภูมิที่เธอต้องเอาชนะด้วยทำตัวให้เหมือนอากาศเพราะไม่อยากเป็นที่สนใจของใครทั้งนั้น
ในเช้าวันจันทร์ที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยความเร่งรีบ กัญญาวีร์ยืนอยู่หน้าตึกคณะบริหารธุรกิจ มือข้างหนึ่งถือลาเต้เย็นไม่ใส่น้ำตาลที่ละลายจนไอน้ำเกาะรอบแก้ว ส่วนดวงตาภายใต้แว่นสายตากรอบหนาสีดำคอยกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง กัญญาวีร์สวมเสื้อนักศึกษาตัวโคร่งที่พรางสัดส่วนของตัวเองไว้จนมิดชิด กระโปรงพลีทยาวเลยเข่าและรองเท้าผ้าใบสีขาวจืดชืด
นี่คือหน้ากากที่กัญญาวีร์สร้างขึ้นมาเพื่อที่จะได้ไม่เป็นที่สนใจมากนัก
ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน กัญญาวีร์ไม่ใช่คนแบบนี้ กัญญาวีร์ในวัยสิบเจ็ดปีคือเด็กสาวที่สดใสที่สุดในโรงเรียนประจำจังหวัด เธอเป็นมือกลองของวงดนตรีโรงเรียน เป็นนักกิจกรรมที่ใครๆ ก็รู้จัก แต่รอยยิ้มเหล่านั้นถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของคนที่เธอเรียกว่า เพื่อนรักเพียงเพราะความอิจฉา ภาพความทรงจำตอนที่ครอบครัวของเธอกำลังแตกแยกตอนที่พ่อทิ้งเธอกับแม่ไป ถูกนำไปบิดเบือนและประจานลงในโลกโซเชียล คำด่าทอที่ไร้ตัวตนแต่เจ็บปวดเจียนตายเหล่านั้นขังเธอไว้ในห้องมืดเป็นเดือนๆ
นั่นคือเหตุผลที่เธอกัดฟันสอบเข้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และสัญญากับแม่ผู้เป็นแสงสว่างเดียวที่เหลืออยู่ว่า เธอจะใช้ชีวิตให้เงียบที่สุด จะไม่ทำตัวเด่นเพื่อดึงดูดศัตรูและจะไม่ยอมให้ใครก้าวข้ามกำแพงเข้ามาทำร้ายใจได้อีก
“เอย!!! ทางนี้ แกทางนี้”
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยปลุกเธอออกจากภวังค์ มันทนา หรือ มะนาว เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เธอยอมให้เห็นตัวตนหลังกำแพง กำลังกวักมือเรียกเธอรัวๆ อยู่ที่ม้านั่งหินอ่อน มะนาวดูตื่นตระหนกจนผิดสังเกต ใบหน้าที่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มบางๆ นั้นซีดเผือด
“มีอะไรนาว ทำไมไม่ไปรอที่โรงอาหารล่ะ” กัญญาวีร์ถามพลางหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ
“เอย!!! ฮือออ ฉันซวยแล้ว แฟลชไดรฟ์งานกลุ่มวิชาอาจารย์สมศรีที่ต้องส่งบ่ายนี้ มันไม่อยู่ในกระเป๋า”
หัวใจกัญญาวีร์หล่นวูบ งานนั้นพวกเราทำกันมาเกือบเดือน
“แกหาดีหรือยัง ลองรื้อดูในช่องเล็กๆ หรือยัง”
“รื้อหมดแล้วเอย ฉันจำได้ว่าเมื่อเช้าฉันเดินลัดจากประตูฝั่งหลังมหาลัยผ่านมาทางคณะวิศวะ แล้วตอนที่วิ่งหนีหมาแถวๆ ลานเกียร์เก่า กระเป๋ามันเปิดอยู่ ฉันว่ามันต้องหล่นตรงนั้นแน่ๆ เลยเอย ช่วยฉันหน่อยนะ ไปเป็นเพื่อนหน่อย ฉันไม่กล้าไปคนเดียวจริงๆ แกก็รู้ว่าแถวนั้นมันถิ่นใคร”
กัญญาวีร์ขมวดคิ้วแน่น ลานเกียร์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์คือเขตอันตรายที่เลื่องชื่อ ไม่ใช่เพราะผีสางเทวดา แต่เป็นเพราะมันคือที่ซ่อนตัวของพวกพยัคฆ์กลุ่มรุ่นพี่ผู้มีอิทธิพลที่ชอบใช้ศาลเตี้ยตัดสินปัญหา
โดยเฉพาะเขาคนนั้น คนที่กัญญาวีร์พยายามหลีกเลี่ยงแม้แต่การได้ยินชื่อ
“ไปแถวนั้นมันเสี่ยง” กัญญาวีร์พยายามแย้ง แต่อาการตัวสั่นของมันทนาทำให้เธอใจอ่อนเสมอ
“เอยถ้าไม่มีงานนี้พวกเราติดเอฟแน่ๆ นะๆ ๆ ๆ ฮึก!!! ฉันสัญญาว่าเราจะรีบไปรีบกลับ จะไม่ให้ใครเห็นหน้าเราเลย นะเอยนะ”
สุดท้ายกัญญาวีร์ก็แพ้สายตาอ้อนวอนนั่นจนได้ กัญญาวีร์ถอนหายใจยาวก่อนจะลุกขึ้นยืน กระชับสายสะพายเป้แน่น
“เออๆ ไปก็ไปแต่บอกก่อนนะ ถ้าเห็นท่าไม่ดี ฉันจะลากแกวิ่งทันที”
ทั้งสองคนเดินเลี่ยงถนนหลักที่ผู้คนพลุกพล่าน ลัดเลาะไปตามทางเดินที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์และซอกตึกที่เชื่อมต่อกับพื้นที่หลังคณะวิศวกรรมศาสตร์ ยิ่งเดินลึกเข้าไป บรรยากาศก็ยิ่งเปลี่ยนไปทันที ความมีชีวิตชีวาของมหาวิทยาลัยค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายของน้ำมันเครื่อง กลิ่นสนิมเหล็กและความเงียบเชียบที่น่าอึดอัด
สัมผัสของอากาศเย็นๆ และกลิ่นสนิมเหล็กที่ลอยมาเตะจมูก ทำให้เศษเสี้ยวความทรงจำที่กัญญาวีร์พยายามสะกดไว้เริ่มสั่นคลอน
สิบปีก่อนที่บ้านคุณยายในต่างจังหวัด เด็กชายตัวโตที่มีแววตาแข็งกร้าวคนหนึ่งเคยมารักษาแผลใจและแผลกายที่บ้านข้างๆ เขาคือคนที่มักจะพกพาเรื่องชกต่อยกลับมาบ้านเสมอ และฉันในวัยเด็กที่ยังไม่ประสีประสา ก็คือคนเดียวที่แอบยื่นผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าหม่นให้เขาเพื่อซับเลือดที่ต้นคอ
‘ไปให้พ้นยัยหนู โลกของฉันมันไม่เหมาะกับเด็กใจดีแบบเธอหรอก’
เสียงแหบพร่านั้นยังคงก้องอยู่ในหัวฉันไม่ได้เห็นหน้าเขามานับสิบปี แต่ทำไมตอนนี้ความรู้สึกหวาดระแวงมันถึงได้รุนแรงนัก
“เอยถึงแล้ว ตรงนั้นแหละลานเกียร์เก่า” มันทนากระซิบเสียงสั่น
ภาพเบื้องหน้าคือลานกว้างปูด้วยอิฐสีแดงเก่าๆ ที่มีเถาวัลย์ขึ้นตามเสาปูนเปลือย รอบๆ เต็มไปด้วยอะไหล่รถยนต์ที่วางระเกะระกะ แต่มันกลับดูขลังและทรงพลังอย่างประหลาด
“เจอไหมนาว” กัญญาวีร์ถามเสียงเบาหวิว สายตาสอดส่ายไปตามซอกตึก
“แป๊บนะเอย เหมือนจะเห็นสีเงินๆ อยู่ตรงนั้น” มันทนาชี้ไปที่ซอกหลืบหลังกำแพงปูนขนาดใหญ่
แต่ก่อนที่กัญญาวีร์และมันทนาจะก้าวไปถึงจุดนั้น เสียงหนึ่งที่กัญญาวีร์ไม่อยากได้ยินที่สุดในชีวิตก็ดังขึ้นจากอีกฟากของกำแพง เสียงทุ้มต่ำที่นิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจสังหาร
“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาให้เห็นหน้าอีก ถ้ายังอยากมีที่เรียนอยู่”
กัญญาวีร์สะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณบอกให้เธอคว้าข้อมือมันทนาเพื่อจะถอยหนี แต่ด้วยความสงสัยที่ฆ่าไม่ตาย กัญญาวีร์กลับเผลอชะโงกหน้าผ่านมุมตึกไปมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้า
หัวใจของกัญญาวีร์เต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกหน้าอก ความเย็นจากกำแพงปูนเปลือยที่เธอใช้พิงหลังซ่อนตัวดูเหมือนจะแผ่ซ่านเข้ามาถึงกระดูก แต่ความอยากรู้อยากเห็นที่น่ากลัวกลับสั่งให้เธอค่อยๆ เบี่ยงหน้าออกไปมองภาพเหตุการณ์ที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
บทล่าสุด
#84 บทที่ 84 สัญญาณแห่งรัก (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#83 บทที่ 83 คำพูดแรกของน้องพริก
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#82 บทที่ 82 เมล็ดพันธุ์ที่เริ่มงอกเงย
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#81 บทที่ 81 คุณพ่อบ้านมาดเซอร์กับแปลงผักที่รัก
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#80 บทที่ 80 ก้าวแรกแห่งชีวิตใหม่
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#79 บทที่ 79 ของขวัญจากหัวใจพยัคฆ์
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#78 บทที่ 78 ปิดบัญชีนางพญาตกอับ
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#77 บทที่ 77 กระชากหน้ากากนางพญา
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#76 บทที่ 76 สงครามกลางที่ประชุม
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026#75 บทที่ 75 จะประสานรอยร้าวอย่างไร
อัปเดตล่าสุด: 4/30/2026
คุณอาจชอบ 😍
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
รักไม่หลอก
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า













