บทนำ
แต่วังหลวงที่แสนสงบเงียบในจินตนาการ กลับเป็นได้เพียงความฝันข้าวฟ่าง ดูท่าว่าศึกใหม่จะหนักหนากว่าศึกครั้งเก่าเสียอีก
บท 1
"ยิ่งกว่าเจอศัตรูบนทางแคบเสียอีก ได้! ในเมื่อชัดเจนกันมาเสียขนาดนี้ ข้าก็จะยอมตามน้ำดูสักครา อืม...ข้าเลือกนาง"
.....
กระดาษตัดและผ้าแดงมงคล ถูกตกแต่งประดับประดาเต็มจวนแม่ทัพเฉิน ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป ต่างพากันวิจารณ์เซ็งแซ่ ว่าอ๋องตะพาบตาบอดหรือไร จึงนึกตกแต่งสตรีวิปลาสจวนนี้เป็นชายา
"เร็วเข้า ช่วยกันจับนางเร็ว กรมวังมาถึง จะเสียเรื่องเอา ยืนรออันใดอีก รีบไปจับนางสิ!"
"เจ้าค่ะ/ขอรับ ฮูหยิน"
"ฮ่าๆ บ้านเราสวยจังเลย สีแดงเต็มไปหมด ขนมเยอะแยะเลย อะไรกัน พวกเจ้าจะแย่งข้าหรือ เก่งจริงก็ตามให้ทันสิ ฮ่าๆ จับข้าให้ได้สิ"
ร่างบางวิ่งฉวยขนมที่ตั้งวาง จนหกเกลื่อนกระจายเต็มพื้น ทั่วทั้งจวนเฉินพากันวุ่นวายกันยกใหญ่ ด้วยเพราะต้องคอยไล่จับคุณหนูใหญ่ เฉินซีเวย เพื่อให้นางอยู่อย่างสงบ รอเกี้ยวเจ้าสาวมารับตัวเข้าวัง งานนี้ฮูหยินใหญ่ต้องเหนื่อยลงแรงไปไม่น้อย เพราะจะได้กำจัดเศษซากเสี้ยนหนามที่เหลือ ให้พ้นหูพ้นตาไปเสียที
"ท่านแม่ นางบ้าซีเวยไยจึงได้แต่งกับอ๋องเล่า ไยท่านจึงสนับสนุนให้นางได้มีที่พึ่งพิงที่ดีเช่นนี้ด้วย"
เฉินเฟยเจิน น้องสาวต่างมารดาของซีเวย ทำหน้าไม่พอใจ แม้นางจะเป็นลูกภรรยาเอก ที่มีเพียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งความรัก เงินทอง และบริวาร แต่ก็ยังคอยเฝ้าอิจฉาพี่สาวเสียจริตมาตลอด นี่ก็อาจเป็นเพราะแม่ทัพเฉินกวงผู้เป็นบิดา ที่ดูเหมือนจะเอ็นดูพี่สาวมากกว่านาง
"เจ้าจะรู้อะไร วังหลวงนั้นหาใช่ที่ดีไม่ เมื่อเข้าวังไปก็ไร้ซึ่งอิสระ นางแต่งไปก็เป็นเพียงชายารอง แม้แต่จดหมายยังไม่อาจรับส่งได้ เจ้ายังคิดว่าสถานที่เช่นนั้น จะดีได้อยู่อีกหรือ"
"จริงของท่านนะ ท่านแม่ แต่ว่า...ต่อไป นางจะมีอาภรณ์ที่งดงามกว่าข้า เครื่องประดับที่แวววาวกว่าของข้า แค่คิด ข้าก็ทรมานใจแล้ว ท่านแม่ ข้าควรทำอย่างไรดี" เฟยเจินดีดดิ้นกระทืบเท้า หน้าบูดหน้างอ ด้วยแรงริษยาเผาผลาญจิตใจ
"เด็กโง่ คนที่จะมอบอาภรณ์เลอค่าให้เจ้าได้ หาใช่มีแค่คนในวังไม่ ด้วยความงามของเจ้าที่สืบทอดมาจากข้า ย่อมจะทำให้เจ้าต้องตาบุตรคหบดีมากมายในเมืองนี้แน่ ไม่คนใดก็คนหนึ่ง นางเป็นพี่สาวเจ้า หากนางไม่แต่งออก เจ้าจะแต่งได้หรือ หากนางแต่งกับคนขายหมู เจ้าก็จะแต่งกับบุรุษที่เหนือกว่าได้ลำบาก สิ่งที่ข้าพยามยามทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อเจ้า เข้าใจหรือยัง"
"ได้ยินเช่นนี้ข้าก็สบายใจ แม้นางจะได้แต่งกับองค์ชาย ก็เป็นเพียงแค่ชายารอง ฮึ ไม่ต่างจากมารดานางแม้แต่น้อย อีกหน่อย คงขื่นขมจนต้องปลิดชีพตนตามมารดานางไปเป็นแน่ฮ่าๆๆ"
เฟยเจินกระหยิ่มเย้ยกับเรื่องราวรันทดของ สวีซิ่ว มารดาของซีเวย หรืออนุสุดรักของบิดาตน จนทำให้มารดานางอิจฉา วางอุบายชั่วร้าย สร้างความอัปยศแปดเปื้อนให้แก่สวีซิ่ว จนต้องอับอายและลาโลกไปก่อนวัยอันควร
"กำจัดซีเวยได้แล้ว ข้าก็เบาใจ จากนี้ก็มีเพียงช่วยเจ้าหาสามีที่ดี เป็นเมียเอกของบุรุษสูงศักดิ์ ไม่ก็มั่งคั่งสักคน ทำให้เขารักและยอมตามใจเจ้า ไม่ใช่อย่างพ่อเจ้า ช่วยเหลือพึ่งพาอะไรก็ไม่ได้ ตำแหน่งก็ใหญ่โต กับแค่ให้ช่วยหาตำแหน่งดึงน้าเจ้าเข้ากองทัพด้วย ก็ยังทำไม่ได้"
พูดมาให้ขัดใจ 'เลี่ยงหรู'หรือฮูหยินใหญ่ก็ทำหน้าตาไม่สบอารมณ์ เมื่อได้เอ่ยกล่าวถึงเรื่องนี้ นางพยายามมานาน เพื่อที่จะให้น้องชายเกกมะเหรกของนาง ได้มีตำแหน่งในกองทัพ ตามที่บิดามารดาฝากฝังไว้ก่อนตาย แต่แม่ทัพเฉินผู้เป็นสามี ก็หาเรื่องบ่ายเบี่ยงและปฏิเสธในทุกทีไป
"ท่านเก็บท่านน้าไว้ใช้ที่นี่ก็ดีอยู่แล้วนี่เจ้าคะ ล้มเลิกความคิดที่จะให้เขามีตำแหน่งเสียเถิด เข้าไปก็ตายเปล่า"
"อืม มันก็จริงของเจ้า"
"เรื่องท่านน้า ท่านก็พอเท่านี้เถอะ หลายปีมานี้ ท่านก็ได้ครองรังสาริกา* เพราะเขา แค่ใช้เงินตอบแทนมากหน่อย นี่ต่างหากจึงจะเป็นสิ่งที่เขาต้องการอย่างแท้จริง"
"ก็ถูกอีก แต่เอ๊ะ! ข้ามิใช่พิราบนะ"
"โอ๊ะ เปล่าๆ ท่านแม่ ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น ท่านเป็นฮูหยินใหญ่ เป็นภรรยาเอก เป็นสาริกามาตั้งแต่ต้น จะเปรียบเป็นดังพิราบได้อย่างไร" เฟนเจินรีบพลิกลิ้นทันที เมื่อรู้ว่าตนได้กล่าวพลาด แม้มันจะเป็นเรื่องจริงแต่มารดานางก็ไม่อาจทนฟังได้
"ฮูหยินใหญ่! เจินเอ๋อร์ รับขนมจากข้าที!"
เมื่อสิ้นเสียงตะโกนดัง บรรดาขนมมงคลน้อยใหญ่ทั้งอ่อนและแข็ง ก็ลอยร่วงโปรยปรายลงมาจากฟ้า ดังเทพลูกเห็บประทานพร
"โอ๊ยๆๆ! ทำอะไรของเจ้า นางบ้าซีเวย" สองแม่ลูกล้มกองเพราะหลบลูกเห็บมงคลรสหวาน ยามนี้สิ่งที่พวกนางต้องการคือระบายอารมณ์แค้น
"ตีนาง!"
"ไม่ได้นะ เฟยเจิน หากนางบาดเจ็บขึ้นมา อาจจะเป็นผลเสียกับเราก็ได้นะลูก" ผู้เป็นมารดาสั่งห้าม ด้วยยังคำนึงถึงบารมีอ๋องสาม ที่กำลังจะเป็นเจ้าชีวิตคนใหม่ของซีเวย
"จะกลัวอันใด นางหนังหนาจะตาย ทุบตีแทบกระอัก ยังไม่เห็นรอยช้ำเลยสักนิด ตีนาง!"
เลี่ยงหรูพยักหน้าเห็นด้วยตามคำลูกสาว เพราะไม่ว่าซีเวยจะถูกพวกนางเล่นงานหนักถึงเพียงใด ก็มีแผลและรอยช้ำไม่เกิน 3 วัน
"จับได้แล้วเจ้าค่ะ"
"ดี ส่งไม้มาให้ข้า ข้าจะจัดการนางเพื่อเป็นการส่งท้ายสั่งลา"
"เจินเอ๋อร์ อย่าตีข้า ข้าให้ขนมเจ้าเยอะแยะเลยนะ อย่าตีข้าเลย" หญิงสาวมีสีหน้ากังวลกวาดกลัว เมื่อรู้ตัวว่าต้องถูกทำร้าย
"ฮึ ซีเวย จากนี้คงไม่มีผู้ใดคอยรับไม้ในมือข้าแล้ว เช่นนั้น วันนี้ ข้าคงต้องตีให้คุ้มเสียหน่อย ต่อให้เจ้าจะป่าวประกาศฟ้องใคร ก็หาได้มีผู้ใดเชื่อคำหญิงจริตฟั่นเฟือนเช่นเจ้า"
รอยยิ้มซ่อนมีดนัยน์ตาอำมหิต พร้อมไม้ในมือที่ง้างสูง เฟยเจินเหวี่ยงมือจนสุดกำลัง เล็งฟาดไปยังเจ้าสาวร่างเล็กภายใต้อาภรณ์แดง
"โอ๊ย!"
บทล่าสุด
#136 บทที่ 136 พระชายาเจ็ด
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2025#135 บทที่ 135 ตอนพิเศษ ขบวนสุดท้าย
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2025#134 บทที่ 134 ตอนพิเศษ นักเขียนเลื่องชื่อ
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2025#133 บทที่ 133 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2025#132 บทที่ 132 ลงนามหย่า
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2025#131 บทที่ 131 วันที่ต้องเผชิญหน้า
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2025#130 บทที่ 130 ตำนานรักพระชายาบ้าแห่งตำหนักอ๋อง
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2025#129 บทที่ 129 วิธีเปิดทาง
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2025#128 บทที่ 128 ประตูสีแดง
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2025#127 บทที่ 127 เสียสละ
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2025
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













