บทนำ
ทาสที่ไม่มีทางหนีเขาไปไหนพ้นด้วยคำว่าบุณคุณ และความรัก
บท 1
“เอามานี่!” เด็กชายวัยแปดขวบกระชากของเล่นชิ้นใหม่ในมือของเด็กสาวออกไปทันที
“นั่นของน้ำมนต์นะคะ” เด็กหญิงในวัยหกขวบร้องบอกเมื่อของเล่นตัวเองถูกแย่งไป
“แต่นี่มันเงินแม่ฉัน” เสียงเอาแต่ใจดังขึ้นบอกความจริงของเด็กไม่รู้ภาษา
“แต่คุณท่านซื้อให้น้ำมนต์” เสียงแผ่วเบาดังขึ้นอย่างหวาดกลัว
“แต่ฉันไม่ให้เล่น!” ใบหน้าดื้อรั้นเอาแต่ใจปรากฏขึ้นอย่างไม่ยอมสนใจสิ่งใด
“พี่ภีม น้ำมนต์ขอคืน” เด็กน้อยร้องขอหวังให้อีกฝ่ายเห็นใจและคืนของเล่นให้กับเธอ
“อยากได้เหรอ” แล้วท่าทีกับน้ำเสียงก็เปลี่ยนขณะถาม
“ค่ะ น้ำมนต์อยากได้” เด็กน้อยรีบตอบกลับไปอย่างไม่รอช้า ดีใจที่จะได้ของเล่นกลับคืนมา
“งั้นฉันคืนให้ก็ได้”
“พี่ภีม! ฮึก!!” เด็กหญิงร้องไห้ออกมาทันที ที่ตุ๊กตาตัวใหม่ของเธอถูกดึงผมจนหลุดออกหมดด้วยฝีมือลูกชายเข้าของบ้าน
“ฮ่า!! ๆ ๆ อยากได้ก็เอาไปเลย ยัยเด็กไม่มีแม่ ฮ่า!! ๆ ๆ” เสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้นพร้อมกับเรียกขานเด็กน้อยตรงหน้าอย่างที่ตนรับรู้มาตลอด
เด็กไม่มีแม่
“ตาภีมแกล้งน้องทำไม” คุณหญิงผกามาศที่ลงมาจากด้านบนของบ้านได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กหญิงน้ำมนต์ก็รีบเดินเข้าไปดู ก่อนจะได้เห็นว่าลูกชายตนแกล้งเด็กหญิงคนนั้นจนร้องไห้
“ไม่ได้แกล้งสักหน่อยครับ” เด็กชายตอบกลับอย่างไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง
“ก็แม่เห็นอยู่ว่าเราทำตุ๊กตาน้องพัง”
“ภีมก็แค่อยากเล่นตุ๊กตาดูบ้างก็แค่นั้นเอง” คำแก้ตัวฟังไม่ขึ้นดังออกอย่างไม่คิดยอมรับง่าย ๆ
“เหรอลูก งั้นแม่หักค่าขนมลูกอาทิตย์นี้เอาไปซื้อตุ๊กตาให้น้องคืนแล้วกัน น้ำมนต์ไปหาป้าสำรวมไปลูก” คุณหญิงผกามาศไม่ได้เข้าข้างลูกชายตัวเองสักนิด ในเมื่อทำผิดแล้วไม่ยอมรับก็ต้องถูกลงโทษไม่ให้เสียคน
“ค่ะ” เด็กน้อยตอบรับอย่างรู้ภาษา เดินก้มหน้าเจียมตัวออกไปทันที
“ทำไมคุณแม่ต้องเอาเงินภีมไปซื้อของเล่นให้เด็กบ้านั่นด้วย!” เสียงโวยวายของลูกชายดังขึ้นอย่างไม่ยอมรับกับสิ่งที่แม่ทำ ไม่มีเหตุผลเลยสักนิดที่เขาต้องเสียเงินให้ค่าของเล่นเด็กไม่มีแม่นั่น
“ตาภีม! แม่ไม่เคยสอนให้ลูกพูดไม่เพราะแบบนี้นะ” คุณผกามาศดุลูกชายออกมาอีกครั้งกับนิสัยเอาแต่ใจจนก้าวร้าวขึ้นทุกวันทั้งที่ตนไม่เคยสอนให้ลูกเป็นแบบนี้
“ก็แม่จะเอาเงินภีมไปซื้อของให้คนอื่น!” เขายังโต้เถียงแม่ตัวเองอย่างไม่ยอมรับเพราะคิดว่าไม่ผิด
“ก็เราเกเรก่อน แม่ต้องลงโทษ”
“ภีมโกรธแม่แล้ว!” ว่าจบภีมก็วิ่งหนีขึ้นห้องนอนของตนไปด้วยความโกรธและน้อยใจ
ตกเย็นภีมที่ออกมาเล่นสนามหลังบ้านอีกครั้งตามประสาเด็ก ก็เห็นน้ำมนต์นั่งซ่อมตุ๊กตาตัวนั้นอยู่ จึงเดินเข้าไปหาอย่างไม่รอช้า
พลั่ก! ตุบ!
“ฮึก! พี่ภีมผลักน้ำมนต์ทำไมคะ ฮึก!” น้ำมนต์ตกจากเก้าอี้เพราะฝีมือของภีมก่อนจะถามเสียงสะอื้นด้วยความรู้สึกเจ็บ
“ฉันไม่มีน้อง อย่าสะเออะมาเรียกฉันว่าพี่!” เสียงดังของเด็กชายภีมดังขึ้นอย่างไม่ยอมรับน้องสาวตรงหน้า
“แต่คุณท่านบอกให้น้ำมนต์เรียกพี่ภีม ฮึก!” เด็กน้อยบอกออกไปตามที่ได้ถูกสอนมา
“แต่ฉันไม่ให้เธอเรียก!” เด็กชายภีมย้อนกลับในทันที ยิ่งกับคนที่เขาไม่ชอบไม่มีทางให้เธอเรียกเขาแบบนี้เด็ดขาด
“แล้วพี่ภีมจะให้น้ำมนต์เรียกว่าอะไร” เด็กน้อยไร้เดียงสาถามขึ้นอย่างไม่รู้
“เรียกฉันว่าคุณ แล้วอย่าให้ฉันได้ยินเธอเรียกว่าพี่อีก ยัยเด็กไม่มีแม่!” คำสั่งเอาแต่ใจดังขึ้นตามแบบที่ได้ยินแม่บ้านเรียกแม่ของเขา แล้วภีมก็เดินหนีเข้าบ้านไปทันทีอย่างไม่สนใจ
“ฮึก! ฮือ!!” น้ำมนต์ได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ที่สนามหญ้าหลังบ้านคนเดียวอย่างไม่เข้าใจกับอะไรสักอย่าง
ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติที่เธอเจอมาตั้งแต่จำความได้ว่าเธอจะถูกพี่ภีมแกล้งเธอมาตลอดเวลาทั้งที่หลายครั้งเธอก็อยู่ของเธอดี ๆ ไม่ว่าเขาจะเข้ามาดึงผม ผลักเธอแรง ๆ แย่งของเล่นที่เขาไม่ได้อยกาเล่น หรือแม้แต่ขนมที่เขาไม่ได้อยากกินด้วยซ้ำ
ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณท่านทั้งสองของบ้านอยู่พี่ภีมจะไม่ค่อยกล้าแกล้งเธอเท่าไหร่ แต่ส่วนมากท่านก็ไม่ค่อยอยู่เพราะท่านมีงานที่ต้องดูแล นั่นเลยทำให้น้ำมนต์มักถูกภีมแกล้งบ่อย ๆ
สิบสามปีต่อมา...
“คุณแม่ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ! ผมไม่ยอม!!” ร่างสูงสมส่วนของชายหนุ่มในวัยยี่สิบเอ็ดปีเถียงกับผู้เป็นแม่ของตนอย่างไม่พอใจกับสิ่งที่ท่านทำโดยไม่ถามเขา
“แล้วทำไมแม่จะทำไม่ได้ ห้องเราตั้งใหญ่ ให้น้องไปอยู่ด้วยคนจะเป็นอะไร” คุณผกามาสเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวกับท่าทางของลูกชายผู้เอาแต่ใจของตนเลยสักนิด
“ก็ผมอยากอยู่คนเดียว ทำไมต้องให้คนอื่นมาอยู่ด้วย!” เขายังคงโต้แย้งออกมาอย่างไม่ยอม พื้นที่ส่วนตัวของเขาไม่ต้อนรับใครที่เขาไม่ชอบขี้หน้า
“น้ำมนต์ก็เป็นน้องเรานะลูก ไม่ใช่คนอื่น” แต่คุณผกามาศก็แย้งลูกชายออกไป สอนให้ลูกชายเห็นเด็กสาวเป็นน้องมาตลอด แต่อีกฝ่ายกลับไม่เปิดใจสักครั้ง
“แต่ผมไม่นับเด็กนั่นเป็นน้อง!” ร่างสูงว่าพลางหันไปหาร่างบางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผู้เป็นแม่ของตนด้วยสายตาดุดันและเกลียดชัง ไม่ชอบขี้หน้ายังไงก็ยังไม่ชอบแบบนั้นมาตลอด
“ถ้าภีมไม่ให้น้องไปอยู่ด้วย งั้นแม่ก็จะซื้อคอนโดให้น้องใหม่อีกห้อง” คุณผกามาศสรุปขึ้นอย่างเด็ดขาดตามที่ลูกชายต้องการ
“คุณแม่!” แต่พอภีมได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับร้องเรียกแม่เสียงหลง ไม่คิดว่าแม่จะเสียเงินเพราะเด็กนี่ไม่หยุดแบบนี้
“จะเอายังไงบอกแม่มา แม่จะได้จัดการเรื่องทุกอย่างให้เสร็จก่อนจะเปิดเทอม” คุณผกามาศไม่สนใจท่าทางของลูกชาย ให้เลือกตามที่ต้องการและตนจะแก้ไขปัญหาตามที่ลงตัวในแบบของตน
“คุณแม่อยากให้ไปอยู่ก็แล้วแต่คุณแม่เลยครับ ผมจะทำอะไรได้!” คำประชดประชันดังขึ้นอย่างไม่พอใจ ว่าจบภีมก็เดินหนีแม่ขึ้นห้องเหมือนอย่างเคย
“คุณท่านไม่ต้องลำบากก็ได้ค่ะ น้ำมนต์อยู่บ้านก็ได้” น้ำมนต์ไม่อยากเห็นทุกคนในบ้านมีปัญหากันเพราะตัวเอง เธอจึงหันไปพูดกับคุณผู้หญิงขึ้นอย่างเกรงใจ
“บ้านกับมหาลัยมันไกลกัน น้ำมนต์ไปอยู่กับพี่เค้าน่ะดีแล้ว จะได้ไม่เหนื่อยด้วย” ถ้ามันใกล้กว่านี้เธอก็คงไม่ขัด แต่ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกลเลยไม่อยากให้เด็กสาวลำบากกับการเดินทาง กลัววันไหนเลิกดึกกว่าจะถึงบ้านก็อันตรายได้
“แต่...”
“ไม่ต้องแต่หรอก ฉันจัดการทุกอย่างให้แล้ว น้ำมนต์ไม่ต้องกังวล” รู้ดีว่าเด็กสาวตรงหน้าเจียมเนื้อเจียมตัวแค่ไหนจึงตัดบทขึ้นอย่างเอ็นดูสงสาร
“ขอบคุณค่ะ” น้ำมนต์ยกมือไหว้ผู้มือพระคุณของตนเองด้วยความรักและเคารพ
หนึ่งปีต่อมา...
น้ำมนต์
“น้ำมนต์วันนี้ไปกินไอติมกับพวกฉันก่อนแล้วค่อยกลับนะ” กัสจังเพื่อนสนิทของฉันเอ่ยชวนเมื่อหมดคาบเรียนในเวลาบ่าย
“แต่เรา...”
“ไปเหอะ นี่พึ่งจะบ่ายสามเอง กลับห้องก่อนห้าโมงเย็นแน่” หมวยชวนอีกคน
“อืมงั้นก็ได้” ฉันตอบตกลงเพื่อนออกไปด้วยความเกรงใจ เพราะฉันไม่ค่อยได้ไปไหนกับเพื่อนเท่าไหร่ ครั้งนี้ก็เลยไม่อยากปฏิเสธเพราะเพื่อนชวนตลอด อีกอย่างวันนี้เค้าคนนั้นเลิกเรียนตอนห้าโมงเย็นด้วยคงจะทัน
“ดีมาก งั้นไปกัน!” แล้วเพื่อนทั้งสองก็ชวนฉันไปร้านเบเกอรี่ใกล้ ๆ มหาลัยทันที
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อน้ำมนต์ ตอนนี้เรียนปี2 มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง นิสัยฉันเป็นคนไม่ค่อยสู้คน ไม่ค่อยทันคนเท่าไหร่ ก็เลยมักถูกรังแกอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะจากเค้าคนนั้น
ฉันเป็นเด็กกำพร้า พ่อกับแม่แยกทางกันตอนที่แม่ท้องฉัน แต่พอวันที่แม่คลอดฉันท่านก็จากไปเพราะท่านร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว คุณท่านเจ้าของบ้าน(พ่อแม่ของภีม)ที่แม่ฉันเป็นแม่บ้านอยู่ ท่านก็เลยรับเลี้ยงฉัน เพราะท่านมีลูกชายคนเดียว ท่านอยากได้ลูกสาวอีกคน ฉันก็เลยได้เรียนที่ดี ๆ รับสิ่งของดีๆ แบบนี้มาตลอด
“วันนี้คนเยอะจัง” กัสจังพูดเมื่อเดินมาถึงในร้านที่ส่วนใหญ่ก็มีแต่นักศึกษามหาลัยฉันนั่นแหละ เพราะที่นี่เป็นร้านที่น่านั่งมาก มีมุมให้เลือกนั่งทั้งนั่งเล่น ติวหนังสือ หรือเม้ามอยส์
“อืม ไปนั่งตรงนั้นดีกว่า ว่างพอดี” แล้วหมวยก็เดินนำไปที่ว่างที่มองเห็นทันที แต่ใครจะรู้ว่าโลกมันแคบจริง ๆ
“นั่นลูกคนใช้บ้านภีมนี่คะ” เสียงพี่โบว์รุ่นพี่ฉันหนึ่งปีและยังเป็นคนสำคัญของคุณภีมดังขึ้น ทำให้ฉันชะงักและยืนก้มหน้าไม่กล้าเดินไม่กล้าสบตาหรือเถียงเค้าต่อตามสัญชาตญาณ
“อืม” เสียงตอบรับเรียบนิ่งที่ฉันจำได้ดีแม้ไม่ต้องมองหน้า นั่นยิ่งทำให้หัวใจฉันเต้นแรงกว่าเดิม
“ไม่คิดว่าเลิกเรียนแล้วจะอู้งานมาเที่ยวเล่นแบบนี้นะคะ” พี่โบว์ยังคงพูดออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยชอบฉันเท่าไหร่
“หมวยน้ำมนต์มันยืนอยู่นี่แล้วมึงปวดคอบ้างไหมวะ” เสียงกัสจังถามหมวยออกไปโดยที่ฉันก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่
“ก็ไม่นะมึง” หมวยตอบกลับมา
“ก็แสดงว่าไม่ได้หนักหัวมึงไง งั้นกูว่ามันไปหนักหัวคนอื่นเข้าแล้วว่ะ” แล้วกัสจังก็พูดออกมา พอพูดแบบนี้ฉันก็เริ่มเข้าใจความหมายที่กัสจังกำลังสื่ออยู่
“คงงั้น ไม่งั้นไม่เสือก” หมวยตอบกัสจังแล้วหันไปส่งยิ้มให้พี่โบว์ สองคนนี้จริง ๆ ก็เป็นคนตรง ๆ แรง ๆ นั่นแหละ ถ้าฉันไม่มีหมวยกับกัสจังคงแย่กว่านี้
“เราไปนั่งกันเถอะ” ฉันไม่อยากให้เพื่อนมีปัญหาเพราะฉัน ก็เลยชวนเพื่อนเดินออกจากตรงนี้เพื่อเป็นการสงบศึก และเพื่อนฉันก็รู้ว่าฉันลำบากใจก็เลยยอมเดินมานั่งด้วยกันโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ไม่น่ารีบมาเลย”
“เราไม่อยากให้มีเรื่อง” ฉันบอกเพื่อนออกไปอย่างลำบากใจ
“แต่มันหาเรื่องแกก่อน”
“แกก็รู้ว่าตอนนี้เรามีแกสองคนช่วย แต่เรากลับคอนโดไปเราไม่มีใครช่วย” ฉันอธิบายให้เพื่อนได้ฟัง เพราะหลายครั้งอยู่กับเพื่อนฉันสามารถผ่านเหตุการณ์ลำบากใจมาได้ง่าย ๆ แต่พออยู่คนเดียว ก็แค่คนขี้ขลาดคนหนึ่ง
“เออ! มันก็ถูกของแก” หมวยพูดอย่างเถียงไม่ออก
“ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าให้สู้กลับไปบ้าง” กัสจังเลยพูดอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่เพราะรู้ว่าฉันนิสัยยังไง
“พวกแกก็รู้ว่าเราไม่กล้า” ฉันอยากกล้า แต่มันไม่มีเลยสักนิดหรือเศษเสี้ยวเดียว อาจเพราะฉันเติบโตมาอย่างที่รู้ตัวว่าไม่มีครอบครัวหรือใคร อีกทั้งฐานะตัวเองก็ต่ำต้อย มันเลยทำให้ฉันรู้ว่าบางครั้งการสู้ ก็จะยิ่งส่งผลร้ายแรงให้ตัวเองอย่างจัดการไม่ได้
“แกต้องสู้บ้าง พวกแบบนี้ยิ่งไม่ตอบโต้มันยิ่งได้ใจ อีกอย่างถ้าพวกนั้นทำอะไร แกก็ฟ้องคุณท่านเลยสิ ยังไงพวกท่านก็เอ็นดูแกอยู่แล้ว” กัสจังพูดสอนอย่างเป็นห่วง เรื่องของฉันเพื่อนรู้หมดแหละ เพราะฉันไม่ได้ปิดบังอะไร
“เราไม่อยากทำให้คุณท่านไม่สบายใจ” นี่คือคนที่ฉันให้ความสำคัญที่สุดในชีวิต ฉันไม่อยากให้พวกท่านต้องกังวลหรือลำบากใจอะไร
“แต่ตัวเองก็ต้องทุกข์ใจเนี่ยเหรอ” หมวยว่าออกมาอย่างเหนื่อยใจ
“ฉันไม่เป็นไร แค่นี้เอง” ฉันชินแล้ว อีกอย่างมันก็ไม่ได้หนักหนาหรือร้ายแรงจนถึงขั้นเลือกตกยางออกหรือทำให้อับอายจนไม่มีที่ยืน
“เห้อ! ถ้าเค้าชอบรังแกแกมาก แกมาอยู่กับฉันก็ได้นะ ที่คอนโดฉันมีห้องว่าอีกตั้งสองห้อง” หมวยพูดอย่างเสนอทางเลือกที่เคยเสนอแล้วแต่ฉันปฏิเสธ
“ขอบใจพวกแกมากนะ ตอนนี้ฉันยังโอเค” ฉันปฏิเสธออกมาด้วยรอยยิ้มให้เพื่อน ฉันไม่อยากรบกวนหรือทำให้ใครลำบาก อีกอย่างเรื่องที่ฉันเจอฉันก็ยังทนไหว
“อืม ๆ งั้นกินไอติมดับอารมณ์กันดีกว่า”
“ป่ะกลับกัน” หลังจากกินไอติมกันเสร็จ กัสจังก็พูดขึ้น
“อืม” แล้วพวกเราก็เดินออกจากร้านเพื่อแยกย้ายกลับบ้าน แต่ตอนฉันเดินออกมาไม่เห็นคุณภีมนั่งอยู่ในร้านแล้ว เค้าคงจะกลับไปแล้วนั่นแหละ
“ป่ะน้ำมนต์ เจอกันนะหมวย” กัสจังเรียกฉันขึ้นรถก่อนจะหันไปโบกมือลาหมวย
“ขับรถดี ๆ นะ” ฉันลาหมวยอีกคน
“เค ไว้เจอกัน” แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันขึ้นรถ โดยฉันจะกลับกับกัสจังเกือบทุกวัน เพราะคอนโดกัสจังผ่านคอนโดที่ฉันอยู่
จริง ๆ แล้วคุณท่านก็ให้คุณภีมรับส่งฉันด้วยแหละ แต่ก็อย่างว่าคุณภีมเกลียดฉันอย่างกับอะไร เค้าไม่เคยให้ฉันนั่งรถเค้าหรอก แต่ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเค้าหรอกนะ ฉันเองก็ไม่อยากรบกวนหรือลำบากใจไปเหมือนกันถ้าต้องรับความช่วยเหลือจากเขา ฉันเข้าใจว่าเค้าเกลียดฉันมาก ฉันก็ได้แต่ทำใจยอมรับกับสถานะที่เค้าให้ฉันแบบนี้
บทล่าสุด
#46 บทที่ 46 ตอนจบ
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#45 บทที่ 45 ปล่อยสามีฉัน
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#44 บทที่ 44 ฉันรักเธอ
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#43 บทที่ 43 ฉันต้องการเธอกับลูก
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#42 บทที่ 42 ฉันจะนอนกับลูก
อัปเดตล่าสุด: 1/29/2026#41 บทที่ 41 ท้อง
อัปเดตล่าสุด: 1/28/2026#40 บทที่ 40 ตามหา
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#39 บทที่ 39 ขอย้าย
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#38 บทที่ 38 ยังไม่พร้อม
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#37 บทที่ 37 ชุดที่ใส่แล้วมีอารมณ์
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ













