บทนำ
นางเอกที่ชอบเที่ยวเล่นเอาแต่ใจและเป็นนางร้ายในสายตาคนทั้งเมือง กับพระเอกที่เย็นชา ปากร้ายและไม่สนใจสตรีโดยเฉพาะสตรีเช่นนางเขายิ่งอยากหนีห่าง แต่ผู้ใดจะคิดว่าเมื่อยามที่ทั้งคู่พบภัยประชิดตัว นางกลับเผยอีกด้านหนึ่งออกมาจนเขาประทับใจและเปลี่ยนความคิดที่มีกับนางแต่เดิมไป ....ยิ่งรู้จัก ยิ่งตกหลุมรักไปเรื่อย ๆ จนไม่อาจเสียนางไป
“ลู่หลิงเฟย” บุตรสาวคนเล็กของหมอหลวงในสำนักหมอหลวงในราชสำนัก มีความรู้มากแต่ไม่ชอบร่ำเรียนเอาแต่เที่ยวเล่นและมักตกหลุมรักคนง่าย ร่าเริง มีน้ำใจ เอาแต่ใจ ชอบบุรุษหน้าตาดี
“ข้าอยากแต่งงานกับบุรุษผู้นั้น ข้าจะโยนลูกบอลแพรนี้ให้กับเขา”
“หยางหลินอี้” ท่านอ๋องแม่ทัพแห่งแดนประจิม ปม้จะรูปงามดุจหยกประดับแต่ก็โหดเหี้ยมไร้ปรานี พูดจาขวานผ่าซากแม้แต่ฮ่องเต้ยังทรงเกรงพระทัย เงียบขรึม ดุดันรักสงบ เกลียดที่สุดคือ “สตรีไร้แก่นสาร”
“สตรีผู้นั้นเป็นบุตรสกุลใด เหตุใดจึงหน้าไม่อายเช่นนี้ เที่ยวเล่นไร้สาระไปวันๆ น่ารำคาญยิ่งนัก!!”
บท 1
แคว้นต้าซ่ง รัชสมัยฮ่องเต้ จวินอวี้หลาง
“คุณหนู มาแล้วเจ้าค่ะ ๆ”
“เร็วเข้าอาลี่จะไม่ทันแล้ว ขบวนกองทัพแห่งแดนประจิมจะเข้ามาถึงในเมืองแล้วข้าได้ยินเสียงกลองดังแล้ว”
“คุณหนูเจ้าคะ ทางนั้นเจ้าค่ะ คุณหนูจางรออยู่ชั้นสองเจ้าค่ะ”
“ลู่หลิงเฟย” บุตรีคนเล็กของท่านหมอหลวงในราชสำนักเดินกึ่งวิ่งขึ้นบันไดในโรงน้ำชาชื่อดังเพื่อไปยังห้องส่วนตัวชั้นสองของโรงน้ำชาแห่งนี้ซึ่งนางสั่งให้สาวใช้มาจับจองเอาไว้ วันนี้คือวันที่กองทัพแดนประจิม ได้รับชัยชนะกลับมาจากทำศึกใหญ่นอกชายแดนตะวันตก
“หลิงเฟย ทางนี้”
“ชิงชิง ข้ามาแล้ว”
ลู่หลิงเฟยวิ่งไปยังห้องนั้นทันที สตรีวัยเดียวกับนางอีกสองสามคนรออยู่ในนั้น ล้วนแต่เป็นสหายที่เติบโตมาพร้อมกัน “จางชิงชิง” เป็นบุตรของขุนนางขั้นสี่ในราชสำนักในกรมคลัง
ตำแหน่งของบิดานางนับว่าไม่ได้สูงมากแต่เพราะลู่หลิงเฟยมิได้เลือกคบคนที่ฐานะ นางเป็นมิตรกับทุกคนที่เป็นมิตรกับนาง
“มาแล้ว ๆ พวกเขามาแล้ว หลิงเฟยเจ้าเตรียมลูกบอลแพรนั่นมาด้วยงั้นหรือ”
“เจ้าไม่รู้อะไร ปีนี้ข้าก็สิบแปดแล้วนะย่อมอยากหาบุรุษที่เหมาะสมท่านพ่อบอกเองว่าข้าโตแล้ว”
“เจ้าคงไม่คิดที่จะ….โยนให้พวกเขาที่นี่ในวันนี้หรอกนะ”
“ก็ไม่แน่หากว่าพวกเขาน่าสนใจ”
“แต่ว่าเจ้ากับคุณชายหลานผู้นั้นพึ่งถอนหมั้น…”
“ใครสนใจเจ้า “หลานจางหยวน” นั่น ช่างเขาสิเขาเป็นผู้ทำผิดต่อข้าเอง แม้ว่าจะไม่รู้ว่าสตรีที่เขาลุ่มหลงผู้นั้นเป็นใครแต่ถอนหมั้นแล้วก็คือคืนอิสรภาพให้กับข้า เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าไม่สนใจเรื่องนี้มานานแล้ว”
“เช่น..เช่นนั้นหรอกหรือ”
จางชิงชิง ยิ้มพร้อมกับทำสีหน้าแปลก ๆ แต่หลิงเฟยที่ตื่นเต้นกับขบวนกองทัพนั้นมิได้สนใจนาง ในตอนนี้ขบวนทหารราบเริ่มเดินผ่านตรงที่พวกนางอยู่แล้ว
มวลดอกไม้ที่โปรยลงมามาจากที่ต่าง ๆเพื่อต้อนรับขบวนกองทัพที่ยิ่งใหญ่นี้ทำให้คนทั้งเมืองต่างมาร่วมยินดี
“นั่นอย่างไร ๆ ท่านอ๋องมีชื่อผู้นั้น”
“เข้าคือผู้ใดงั้นหรือ”
ลู่หลิงเฟยตะโกนถามสตรีอีกห้องหนึ่งถัดจากห้องของนางอย่างนึกสนใจ บุรุษหนุ่มในชุดเกราะสีเงินด้านล่าง สวมกวานสีเงินประดับทับทิม ผมของเขารวมตึงทิ้งปลายราวหางม้าไว้ด้านหลังดูสง่างามยิ่งนัก แต่นางมองเห็นเขาไกล ๆ เพราะยังมาไม่ถึง
“แม่นาง ท่านผู้นั้นคือท่านอ๋องแม่ทัพแดนประจิม ท่านอ๋อง "หยางหลินอี้" ผู้มีชื่อเสียงเกรียงไกรไปทั้งใต้หล้าท่านไม่เคยได้ยินชื่อของเขางั้นหรือ"
“หยางหลินอี้ ใบหน้าดุจหยกประดับ ดวงตาดุจพยัคฆ์ดุดันราวราชสีห์ผู้นั้นน่ะหรือ”
“มาแล้ว ๆ ท่านอ๋อง ทางนี้เพคะ”
เสียงตะโกนร้องเรียกให้ท่านอ๋องหันไปดังขึ้นรอบทิศเมื่อบุรุษหนุ่มในชุดเกราะสีเงินควบอาชาสีน้ำตาลเข้มที่ดุดันทรงอำนาจไม่ต่างจากผู้ที่กำบังเหียนมันอยู่ “หยางหลินอี้” มองไปรอบ ๆ ตัวแต่ส่วนใหญ่เขาเห็นเพียงสตรีที่ยืนตะโกนเรียกทำให้เขาเริ่มหงุดหงิด
“จื่อรุ่ย เหตุใดเจ้ามิได้บอกข้าว่าในขบวนต้อนรับจะมีพวกสตรีวิกลจริตเหล่านี้มากมาย หากเป็นเช่นนี้ข้าคงเข้าเมืองมาก่อนโดยไม่ต้องร่วมในขบวนกองทัพ”
“ท่านอ๋องจะทำเช่นนั้นหาได้ไม่นะพ่ะย่ะค่ะ ครั้งนี้ราษฎรต่างเฝ้ารอให้การต้อนรับพระองค์ จะทำลายความตั้งใจและน้ำใจของชาวบ้านหรือพ่ะย่ะค่ะ อีกอย่างเป็นพระบัญชาของฝ่าบาทที่ให้จัดการต้อนรับพระองค์ตั้งแต่หน้าเมืองจนเข้าประตูวังหลวง นาน ๆ ต้าซ่งจะมีเรื่องน่ายินดีเหตุใดพระองค์จึงไม่ชอบ ที่นี่มีแต่สตรีชนชั้นสูงทั้งนั้น หากว่าพระองค์ประสงค์จะ…”
“หุบปาก ข้าเพียงแค่ถามเล็กน้อยเจ้าก็ตอบเสียยืดยาว ข้าเวียนหัว”
“หลิงเฟย ท่านอ๋องมาแล้วนั่นอย่างไร”
ลู่หลิงเฟยมองไปยังอาชาสีน้ำตาลเข้มนั้นก่อนที่จางชิงชิง จะบอกแล้ว นางเพ่งมองไปยังบุรุษหนุ่มที่ควบอาชาอยู่อย่างเหม่อลอย แม้บุรุษที่นางพบเจอมาก่อนหน้านี้จะมีผู้ที่หน้าตาหล่อเหลาเพียงใดแต่กลับสู้ความองอาจรูปงามของท่านอ๋องที่อยู่ตรงหน้านี้ไปได้เลย
“ขะ…ข้า…ข้าชอบเขา”
จางชิงชิงรู้ดีว่าลู่หลิงเฟยต้องถูกใจท่านอ๋องผู้นี่แน่แต่หลิงเฟยไม่เคยทราบสมญานามท่านอ๋องผู้นี้ แม้ว่าจะรูปงามแต่ปากร้ายและขวานผ่าซาก
ครั้งหนึ่งเขาปฏิเสธองค์หญิงแคว้นเสวียนต่อหน้าพระพักตร์อย่างไร้ซึ่งเยื่อใยจนองค์หญิงผู้นั้นต้องรีบกลับแคว้นเพราะความอับอาย ครั้งนี้ลู่หลิงเฟยก็ต้องพบเหตุการณ์เช่นเดียวกัน
จางชิงชิงลอบยิ้มเยาะในใจ นางแทบจะไม่ต้องออกแรงเพื่อให้ลู่หลิงเฟยสนใจท่านอ๋องเลยเพราะเดิมทีลู่หลิงเฟยผู้นี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องชอบบุรุษหน้าตาดีอยู่แล้ว
“ข้าอยากแต่งงานกับบุรุษผู้นั้น ข้าจะโยนลูกบอลแพรปักนี้ให้กับเขา”
ลู่หลิงเฟยหันมาหยิบลูกบอลแพรปักสีแดงสดที่ประดับด้วยพู่เอาไว้ รอเพียงท่านอ๋องเข้าใกล้จุดที่นางอยู่นางจะโยนให้เขา จางชิงชิงหันไปจับแขนลู่หลิงเฟยเอาไว้
“หลิงเฟยจะดีหรือต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้หากเขาปฏิเสธจะทำเช่นไร”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย หากไม่รับก็จะได้รู้ว่าไม่รับก็จบมิใช่หรือ เหตุใดต้องคิดมากด้วยเล่า”
“แต่ลูกบอลแพรปักมีไว้เพื่อเลือกคู่ หากเจ้าโยนลงไปแล้วเช่นนี้มันจะไม่เป็นการ…ข้าหมายถึงหลังจากนี้เจ้าจะหาคู่ยากน่ะสิ”
“เอาน่าไม่ลองก็ไม่รู้นี่จริงหรือไม่”
หลิงเฟยยิ้มและหันไปมองท่านอ๋องผู้สง่างามบนหลังอาชาผู้นั้นราวต้องมนต์ สตรีหลายคนเริ่มขานเรียกนามของเขาทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมามองพวกนาง
“เขามองมาแล้ว ๆ รูปงามเสียยิ่งนัก”
“รูปงามมาก ๆจริง ๆ”
หลิงเฟยเฝ้าชื่นชมบุรุษหนุ่มผู้นั้น ชั่วพริบตานั้นเองราวกับเขาและนางได้สบตากันชั่วครู่ ชิงชิงกระทุ้งสีข้างให้นางรู้สึกตัวเมื่อท่านอ๋องเริ่มขี่ม้าเข้ามาใกล้ ๆ
“หลิงเฟยโยนไปเลย ท่านอ๋องผู้นั้นเขาส่งสายตาให้เจ้า เขาต้องชอบเจ้าอย่างแน่นอน”
“รออีกนิด ให้เขาเข้ามาใกล้อีกหน่อย”
“เจ้าดูสิ ห้องถัดไปจากนี้อีกสองห้องคือ “หลี่ฟางอิ่ง” ดูเหมือนว่านางจะเตรียมโยนลูกบอลแพรปักให้ท่านอ๋องเช่นกัน หากว่าเจ้าไม่รีบละก็”
“งั้นหรือนางช่างกล้านัก ไม่ได้ ๆ ข้าจะแพ้ไม่ได้”
“ใจเย็น ๆ เขามาแล้ว”
“ท่านอ๋องเพคะ โปรดรับไว้ด้วย!!”
ลู่หลิงเฟยตะโกนไปยังด้านล่างด้วยเสียงที่ดังพอที่จะทำให้บุรุษหนุ่มตรงหน้าหันมามองนางได้ เมื่อเขาหันมามองนางครั้งนี้สองสายตาสบตากันทันที
แม้ว่าจะไกลแต่หลิงเฟยรู้สึกราวกับว่านางไม่อยากทำสิ่งใดนอกจากจะยืนอยู่ตรงนี้และมองใบหน้าดุจหยกประดับนั้นไปนาน ๆ
“หลิงเฟย!! บอลของเจ้า!!”
ท่านอ๋องเองก็หันไปถามองครักษ์ประจำตัวของเขาทันที ด้วยตัวเขาที่ออกศึกอยู่นอกเมืองมาร่วมครึ่งปีไม่คุ้นชินกับสายตาคนมากมายเช่นนี้
มองไปที่ใดก็เหมือนกันหมด มีเพียงนางที่ยืนอยู่ชั้นสองของโรงน้ำชาหรือโรงเตี๊ยมเขาก็ไม่แน่ใจและเรียกเขา รอยยิ้มนั้นเขาเห็นไม่ชัดเพราะกลีบดอกไม้ที่โปรยมาตลอดทำให้เขาเริ่มเวียนหัว
“สตรีผู้นั้นเป็นบุตรสกุลใด เหตุใดจึงหน้าไม่อายเช่นนี้ เที่ยวเล่นไร้สาระไปวัน ๆ น่ารำคาญยิ่งนัก!!”
“กระหม่อมเองก็ไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ แต่ว่าดูเหมือนว่านาง….ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ นั่นนางจะ…จะโยนสิ่งนั้นมาให้พระองค์”
“อะไร เจ้าหมายถึงสิ่งใดกัน”
“รับด้วยเพคะ!!”
ลูกบอลแพรปักสีแดงของลู่หลิงเฟยถูกโยนลงไปจากชั้นสองของโรงน้ำชา ท่านอ๋องที่หันไปพอดีด้วยสัญชาตญาณเมื่อมีสิ่งใดถูกโยนมาเขาก็จะรับเอาไว้ รวมถึง….
“กรี๊ด!! ท่านอ๋องรับลูกบอลแพรของแม่นางผู้นั้นแล้ว!!”
โอ๊ะ…โอ รับแล้วก็ต้องแต่งสินะท่านอ๋อง เอาแล้ววว……
บทล่าสุด
#58 บทที่ 58 ตอนพิเศษ 8 ข่าวดีวังบูรพา 2
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#57 บทที่ 57 ตอนพิเศษ 7 ข่าวดีวังบูรพา 1
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#56 บทที่ 56 ตอนพิเศษ 6 พระราชพิธีมงคลสมรสจวิ้นอ๋อง 2
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#55 บทที่ 55 ตอนพิเศษ 5 พระราชพิธีมงคลสมรสจวิ้นอ๋อง 1
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#54 บทที่ 54 ตอนพิเศษ 4 หลังงานสังสรรค์
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#53 บทที่ 53 ตอนพิเศษ 3 เสด็จเยือนชิงโจว
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#52 บทที่ 52 ตอนพิเศษ 2 ตำหนักอ้ายฟาง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#51 บทที่ 51 องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ : ตอนพิเศษที่ 1
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#50 บทที่ 50 ตอนพิเศษที่ 4 ครอบครัวที่สมบูรณ์
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026#49 บทที่ 49 ตอนพิเศษที่ 3 จอมเห่อแห่งต้าซ่ง
อัปเดตล่าสุด: 3/3/2026
คุณอาจชอบ 😍
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รักไม่หลอก
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!













