บทนำ
"หมิงอันเฟย" ศิษย์สาวอันดับหนึ่งของสำนักเทียนซู หนีลงเขาเพราะจดหมายจากบิดาที่จะจับนางหมั้นหมายกับบุรุษที่นางไม่พึ่งใจ ด้วยนิสัยรักสนุก ชอบท่องเที่ยว ดื้อดึง นางจึงหนีมายังเมืองฉินโจว แคว้นฉิน จนได้พบกับเขาโดยบังเอิญ
"เซียวฟู่เฉิน" ชินอ๋องแห่งฉินโจวที่ถูกคนรักและพี่ชายแท้ ๆ หักหลัง เขากลายเป็นคนเย็นชา ไม่ไว้ใจผู้ใดอีกเลยแต่เมื่อพบกับนาง เขากลับเริ่มถูกละลายพฤติกรรมไปทีละน้อยจนต้องตามหานางไปถึง
"หอต้าหรง" หรือองค์กรลับที่ทำงานเป็นสายสืบทั่วทุกแคว้น มาสาขาตามที่ต่าง ๆ ถึงสิบกว่าแห่ง เขายื่นเงื่อนไขให้นางเป็น "พระชายา" ให้เขา ที่หอต้าหรง หากอยากได้เงิน ที่พักและอาหาร ต้องทำงานแลก อันเฟยจึงยอมตอบรับเงื่อนไขของท่านอ๋องผู้นี้แต่ว่าใครจะรู้....
"ยิ่งใกล้ ยิ่งอยากสัมผัส...."
"ยิ่งอยู่ห่างสายตา กลับยิ่งมองหา"
"ยิ่งเห็นคนอื่นเข้าใกล้ ก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิด"
สุดท้ายก็ระเบิดอารมณ์จนเผอทำร้ายคนจนได้ เอ๊า!!....พระเอกผู้เย็นชาของชั้น
บท 1
สำนักฝึกวิชา “เทียนซู” แคว้นหงหนาน
“อันเฟย!!”
“อาจารย์หญิง!!”
สตรีอ่อนวัยหันมาพร้อมกับดาบในมือที่ยังฝึกอยู่ในมือเมื่ออาจารย์หญิงเดินมาเรียก นางจึงได้เก็บดาบและเดินเข้ามาหาผู้ที่เรียกนางเมื่อสักครู่
“อาจารย์หญิง ท่านมีเรื่องด่วนอันใดหรือเจ้าคะ”
“มีจดหมายจากท่านพ่อของเจ้าพึ่งส่งมาถึงก็เลยรีบนำมาให้เจ้า”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
“หมิงอันเฟย” รับจดหมายจากอาจารย์หญิงมาอ่านใต้ต้นดอกเหมยปลายฤดูหนาวของหงหนาน นางเป็นศิษย์ "สำนักเทียนซู" สำนักอันดับหนึ่งที่เก่งกาจเรื่องการใช้ดาบและอาวุธลับ
วิชาที่โดดเด่นมากที่สุดคือการฝึกพลังปราณคู่กับดาบที่กล้าแข็งไร้ผู้ใดเทียบได้ พลังปราณของพวกนางสามารถโยกย้ายสิ่งของได้และขับพิษบางอย่างได้
สำนักนี้อยู่ในแคว้นหงหนานที่เก่งเรื่องวิชายุทธ์ สำนักนี้จึงมีชื่อเสียงดังไปทั่วสามแคว้นที่อยู่ติดกัน แคว้นฉินนักรบบนหลังอาชาที่องอาจปราศจากผู้รุกล้ำมานานกว่าศตวรรษ เก่งกาจด้านการรบและการใช้อาวุธ และแคว้นเป่ยหยางผู้เก่งเรื่องการปรุงยาและเลี้ยงสัตว์ในเขตทุ่งหญ้า
“อะไรเนี่ย…ฝันไปเถอะ!!”
หมิงอี้เฟยทำหน้าราวกับฝันร้ายกำลังจะมาเยือนในไม่ช้า ใช่แล้วอีกไม่กี่วันนางก็จะได้ลงจากเขา ที่จริงควรจะไปจากที่นี่ได้แล้วเพราะนางร่ำเรียนจบไปมากกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เพราะนิสัยชอบฝึกฝนและรักสำนักนางจึงขอบิดาอยู่ที่นี่ต่อ แต่เมื่อจดหมายฉบับล่าสุดที่ถูกส่งมาถึงนางทำให้นางตัดสินใจลงจากเขาทันที
“เอี้ยนซือ ส่งให้ถึงมือพี่ใหญ่ข้าด้วยล่ะ”
จดหมายอีกหนึ่งฉบับถูกส่งไปกับเหยี่ยวสาวที่นางเลี้ยงเอาไว้ เหยี่ยวตัวนี้มากับนางครั้งแรกที่ขึ้นเขามาร่ำเรียนที่สำนักเทียนซู และตอนนี้อันเฟยก็เดินมายังห้องของอาจารย์หญิง “เนี่ยเจิน” อาจารย์ใหญ่ที่คอยดูแลนางอยู่ แต่ตอนนี้อาจารย์หญิงเข้านอนแล้วนางจึงวางจดหมายเอาไว้ที่บนโต๊ะทำงานแทน
“ขออภัยที่ศิษย์มิได้เอ่ยลาด้วยตนเอง อาจารย์โปรดอภัยด้วย”
นางวางจดหมายเอาไว้เรียบร้อยก็หันหลังเดินจากมาทันทีพร้อมกับลงเขาเทียนซูไปเงียบ ๆ มุ่งตรงไปยังชายแดนที่ติดกับหงหนานทางเหนือนั่นก็คือเมือง “ฉินโจว” เมืองหลวงของแคว้นฉินที่อยู่ใกล้หงหนานมากที่สุด
เมืองฉินโจว
เสียงอึกทึกของเมืองหลวงที่คึกคักตั้งแต่ยามเช้าและบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างแดนที่เริ่มเข้ามาตั้งแผงร้านค้าทำให้ถนนรอบเมืองหลวงเริ่มแคบลงทุกที แต่อันเฟยกลับชอบบรรยากาศที่คึกคักเช่นนี้เพราะนาน ๆ นางจะได้มีโอกาสลงจากเขาสักทีเมื่อเดินเข้ามายังเมืองหลวงนางจึงเริ่มเดินไปตามเส้นทางจนกระทั่งพบจุดหมายตรงหน้า
“โรงเตี๊ยมต้าหรง ใช่แล้วที่นี่แหละ”
อันเฟยเดินเข้าไปพร้อมกับมองหาผู้ที่นางจะพอสื่อสารได้ ไม่นานก็มีชายสูงอายุ หลังค่อมนิด ๆ ที่ดูท่าทางราวกับผู้ที่มีหน้าที่จัดการในร้านเดินเข้ามาหานาง
“แม่นางท่านนี้ ต้องการห้องพักหรือมากินข้าวหรือขอรับ”
“อะฮึ่ม!! คือว่า….นี่”
นางยกป้ายหยกรูปหงส์ที่มีดวงตาสีแดงทับทิมชูให้ชายผู้นั้นดูพร้อมกับเอ่ยคำบางอย่างขึ้น
“ใบหลิวลู่ลม ต้นสนเปลี่ยนทิศ” / อันเฟย
“บรรพตกลืนตะวัน” / เสี่ยวเอ้อร์
“จันทราผลัดปฐพี พันลี้ใช้เพียงประโยคเดียว” / อันเฟย
“คุณหนูเชิญทางนี้เลยขอรับ”
“ขอบคุณ”
ชายผู้นั้นเดินนำทางนางขึ้นไปยังชั้นสองของโรงเตี๊ยมและเลี้ยวไปยังทางซ้ายมือจนสุดทางก่อนจะเปิดประตูให้นางเข้าไปพบกับผู้ที่ทำหน้าที่คุมหอต้าหรงด้านใน
“คุณหนู เชิญท่านยกป้ายหยกอีกครั้ง”
นางทำตามที่ชายผู้นั้นสั่ง คนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะบัญชีเงยหน้าขึ้นมามองนางนิ่งพร้อมกับรับป้ายหยกของนางมาส่องไฟดู ตรงดวงตาทับทิมสีแดงเริ่มเปลี่ยนสีและเกิดอักษรคำว่า “หมิง” ที่สะท้อนไปยังผนังเขาจึงรีบส่งป้ายนั้นคืนให้นางพร้อมคำนับให้
“มิทราบว่าคุณหนูต้องการสิ่งใดขอรับ”
“ข้าขอเบิกเงินสักหน่อย”
“แต่ว่า…นายท่านสั่งเอาไว้ จะเบิกเงินต้องทำงานแลกไม่มียกเว้น”
“ทำงานงั้นหรือ แล้ว…มีงานใดที่น่าทำบ้างเล่า”
“….ท่านรอสักครู่”
เขาหันไปรื้อเอากล่องงานที่รับมาซึ่งแยกออกเป็นสามกล่องและนำมาวางตรงหน้านาง
“นี่อะไรกันน่ะ”
“สามกล่องนี้คืองานที่มีให้ท่านเลือกขอรับ กล่องแรกเป็นงานง่าย ๆ รับส่งเอกสาร แก้ปัญหาผัว ๆ เมีย ๆ แต่ค่าตอบแทนก็จะไม่เกินสิบตำลึง”
“สิบตำลึง!! ซื้อเหล้าดี ๆ ยังไม่ได้เลย แล้วกล่องกลางนี่เล่า”
“งานนี้จะเสี่ยงขึ้นมาหน่อย ช่วยทางการสืบคดีอย่างลับ ๆ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรมากแต่สถานที่ที่จะไปคือพวกบ่อนการพนัน หอนางโลม และโรงสุรา เป็นเหมือนนางนกต่อและปลอมตัวเพื่อช่วยทางการจับคนร้าย ราคาค่าจ้างก็จะอยู่ไม่เกินสองร้อยตำลึง”
“ทำไมมันต่างกันละ”
ครั้งนี้เองที่อันเฟยหยิบแต่ละแผ่นขึ้นมาดู
"งานไม่ยาก ปลอมเป็นนักดนตรี นางรำ นางโลมแล้วไปเอาหลักฐานในตัวคนร้ายและมอบทางการ ผู้จ้างวาน “ฟู่”
พวกท่านให้ผู้จ้างลงชื่อเช่นนี้จะไม่เป็นภัยหรอกหรือ"
“คุณหนูไม่ต้องห่วง ชื่อเหล่านี้ล้วนแต่เป็นชื่อปลอมทั้งสิ้นและทางเราเก็บทุกอย่างเป็นความลับขอรับ”
“อ้าว เช่นนี้แล้วจะจ่ายเงินอย่างไรกัน”
“ก่อนพวกเขามาว่าจ้างต้องวางเงินก่อนขอรับ ที่เหลือรับตอนปิดงานแน่นอนว่าหอต้าหรงของเราย่อมรู้จักผู้จ้างวานทุก ๆ คนดีขอรับ”
“เช่นนั้นก็ถือว่ารอบคอบ ว่าแต่…คนหนึ่งรับได้กี่งาน จำกัดหรือไม่”
“นั่นขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้รับงาน”
“สองกล่องนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีผู้ใดหยิบเท่าใดเลยนะ”
นางหมายถึงกล่องที่หนึ่งและกล่องที่สาม ผู้ดูแลบัญชีกล่าวตอบนางด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแต่แฝงเลศนัย แม้ว่านางจะคุยกับเขาไม่นานแต่ก็พอรู้ว่าคนผู้นี้คงพูดเล่นด้วยไม่ได้ เขาดูจริงจังราวกับพวกเสนาบดีหรืออำมาตย์ในวังหลวงก็มิปาน
“นั่นเพราะมันง่ายเกินไป อีกกล่องก็…ยากเกินไปจึงไม่ค่อยมีผู้ใดสนใจขอรับ”
“จะยากสักเพียงใดกัน ….อะไรนี่…ฆ่าคน!! แล้วยังมี วางยาพิษ….เดี๋ยวนะเรื่องนี้มันผิดกฎหมายนี่”
“ฆ่าคนที่สมควรฆ่าจึงฆ่า เป็นผู้ที่ทางการต้องการ เป็นนักโทษที่ก่อคดีร้ายแรง วางยาพิษที่ไม่ได้ทำให้ถึงตายเพียงแค่ข่มขู่ คุณหนูท่านควรอ่านเงื่อนไขให้ครบ”
“อ้อ เหลียนฮุย ฆ่าคนตายเก้าศพล้วนเป็นผู้หญิงงั้นหรือ เจ้าสารเลวนี่…”
“ฆาตกรต่อเนื่องก่อคดีข่มขืนแล้วฆ่าสตรีในเมืองหลวงมาเกือบสองเดือนแล้วที่ทางการตามจับแต่ก็ยังไม่มีวี่แวว”
“ไอ้คนสารเลว ข้าเอง!! ข้ารับงานนี้”
“คุณหนูท่านแน่ใจงั้นหรือ”
“ข้าแน่ใจงานนี้ข้าไม่เอาเงินรางวัลด้วย คนสารเลวเช่นนี้…สมควรตาย!!”
นางอ่านคดีที่คนผู้นี้ฆ่าเพียงสตรีไปเก้าคน บางคนยังเป็นเด็กที่อายุไม่ถึงสิบหกปีด้วยซ้ำ บางคนก็เป็นบุตรขุนนางในเมืองหลวง และคนสุดท้ายที่มันฆ่าคือสตรีที่พึ่งตั้งครรภ์ได้สามเดือน อันเฟยเดินออกไปพร้อมกับดาบในมือเมื่ออ่านรายละเอียดของคนร้ายแล้ว
“ชุดสีสดใส ทางปากสีแดงและสวมเครื่องประดับที่มีเสียง เจ้าคนนี้ต้องเป็นคนวิปริตเป็นแน่”
อันเฟยจงใจเดินออกมานอกโรงเตี๊ยมแถวตรอกที่เคยบอกว่าคนร้ายมักจะมาฆ่าคนในบริเวณนี้เพราะใกล้กับหอนางโลมและโรงหมักสุรา อันเฟยเดินไปจนสุดตรอกก็ยังไม่พบความผิดปกติ
“นั่นนางเป็นผู้ใดกัน ไม่รู้หรือว่าแถวนี้มีคดีร้ายแรงเกิดขึ้นบ่อย ๆ”
บทล่าสุด
#68 บทที่ 68 ตอนพิเศษที่ 4 ซ่งจิ่นหยาง Vs ฮั่วหลินอี
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#67 บทที่ 67 ตอนพิเศษที่ 3 ฮั่วเทียนอี้ Vs ลี่ฟาง 2
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#66 บทที่ 66 ตอนพิเศษที่ 2 ฮั่วเทียนอี้ Vs ลี่ฟาง 1
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#65 บทที่ 65 ตอนพิเศษ 1 เล่อหมิงคุณหลิงกับฮั่วชิงอัน
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#64 บทที่ 64 ความรักที่ไม่สิ้นสุด (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#63 บทที่ 63 เต้าหู้นี้…ก็อร่อยนะ
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#62 บทที่ 62 เจ้า…ชอบเขาหรือไม่
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#61 บทที่ 61 องค์ชายสามแห่งเป่ยหยาง
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#60 บทที่ 60 นี่ข้า…จำคนผิดงั้นหรือ
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#59 บทที่ 59 ศาลบรรพชน
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026
คุณอาจชอบ 😍
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
คลั่งรักเมียแต่ง
"แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พ่อคิดดีแล้ว"
"นี่คุณพ่อฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงครับ อย่าลืมสิว่าเราทั้งสองเป็นญาติกัน แม้แต่นามสกุลก็ยังใช้นามสกุลเดียวกันเลย"
"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องไปใส่ใจ แค่เตรียมตัวรอเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้นพอ"
"อะไรวะ!!" ชายหนุ่มแสดงอาการฉุนเฉียวโมโหออกมาต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แบบไม่มีความเกรงใจใครเลย
"พาลุงเข้าห้องได้แล้ว" ทัตเทพ เทพประทาน ชายพิการที่นั่งรถเข็นมาได้หลายปีแล้ว เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
"ค่ะคุณลุง" น้ำอิงสาวน้อยที่เติบโตจากบ้านนา ถูกผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงรับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูได้ระยะหนึ่งแล้ว
ที่ทัตเทพอยากให้หลานสาวตัวเองแต่งงานกับลูกชาย เพราะตอนนี้ลูกชายกำลังคบหาอยู่กับผู้หญิงที่ท่านไม่ปลื้ม ทั้งสองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข
เขาพยายามปฏิเสธพ่อมาโดยตลอด จนถึงวันหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยต้องยอมแต่งงานกับเธอไปก่อน เพราะถูกพ่อขู่ว่าจะยกมรดกทั้งหมดให้กับน้ำอิง
"คุณแทนคุณหยุดนะ!" หญิงสาวที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบร่างกายอยู่พยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง
"อยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่เหรอ ฉันก็กำลังจะทำหน้าที่ผัวอยู่นี่ไง ทำไมต้องบอกให้ฉันหยุดด้วย"
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
เสน่หาเลขาของมาเฟีย
นักรบ & จอมใจ
เขา…เหมือนกับคนที่มีอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา
เธอ…เด็กสาวที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคในชีวิต
“ช่วยลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปเถอะค่ะท่านประธาน ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกันนะคะ”
อยู่ดีๆ วันหนึ่งเธอก็ดันไปมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับท่านประธานหน้านิ่งสุดแสนจะเย็นชาที่ทำตัวไม่สนโลกอยู่ตลอดเวลาที่เธอทำงานด้วยมาตลอดระยะเวลาสองปี
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
น้องเมียเอามัน (หลายP)
ความสาวน้อยผู้ไร้ประสบการณ์เรื่องเซ็กจึงตกเป็นของพี่เขย เพราะว่าอารมณ์และความอยากพาไป จนเมื่อไปเที่ยวพบกับชายหนุ่มชื่อมังกรที่โปรไฟล์ดีเริศ แต่เหมือนชีวิตสาวน้อยผู้อาภัพ จะไม่ได้เขาเป็นรักสุดท้าย เพราะเห็นธาตุแท้อันน่าขยะแขยงเสียก่อน
เมื่อความผิดหวังบวกความเสียใจ นำพาให้เธอต้องมาพักใจบ้านเพื่อนแล้วก็เจอกับคนที่ไม่อยากเจอ และอยากรู้ความจริงบางอย่างจากมังกร
เพื่อนรักที่แสนดีก็ช่วยเหลือเธอ จนได้รู้ความจริงที่แสนจะวุ่นวาย เพราะมังกรไปแอบแซ่บกับแฟนพี่ชายของเพื่อนสาว แล้วพี่ชายของเพื่อนสาวก็ดันมาชอบเธอ













