บทนำ
“บุษบารัญจวน” ประกอบไปด้วยนิยาย 5 เรื่องด้วยกัน คือ สาบกุหลาบ, กระดังงาร่อนไฟ, คาวกลิ่นราตรี, ชบาดง และ หอมดอกซ่อนชู้
บท 1
แสงสีส้มที่เริ่มจะลาลับไปจากขอบฟ้าทำให้บรรยากาศจ้อกแจ้กจอแจเมื่อครู่ใหญ่ๆ คลายลง ผู้คนที่พายเรือสัญจรไปมาในลำคลองสายนี้เริ่มบางเพราะต่างฝ่ายต่างรีบจะกลับให้ถึงบ้านถึงเรือนก่อนค่ำ ใครโชคดีบ้านอยู่ไปทางหน้าตลาดก็ยังพายเรือไม่ได้เร่งรีบมากนัก หากแต่ใครโชคร้ายที่บ้านอยู่ค่อนไปทางวัดแต่ดันทำธุระเสียจนเกือบค่ำก็ได้แต่จ้ำอ้าวๆ ไม่รอใคร เพราะรู้กันทั่วว่าผีหน้าวัดน่ะดุใช่เล่น ใครทะเล่อทะล่ากลับค่ำหรือแค่ยามโพล้เพล้ได้โดนหลอกจับไข้หัวโกร๋นกันมานักต่อนักแล้ว
น้ำเต็มตลิ่งเพราะใกล้เดือนสิบสองมาทุกทีทำให้สายลมที่โชยพัดมาหอบเอาความเย็นชื่นใจมาด้วย เธอจึงชอบที่จะมานั่งรับลมอยู่บริเวณหัวเรือ ไม่ว่าใครจะพูดถึงเรื่องผีสางกันเท่าไร เธอก็ไม่กลัว เธอกลัวความร้อนมากกว่า หลายปีแล้วที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในลำเรือ เพราะตั้งแต่เตี่ยและแม่เลือกที่จะค้าขายทางน้ำทำให้เธอที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวต้องติดสอยห้อยตามมาด้วย จากเด็กหญิงจนกลายเป็นสาวเต็มตัว ความอุดอู้อยู่เพียงในลำเรือพูดไปก็คงจะไม่มีใครเข้าใจ
ยามต้องทนมองหญิงสาวหลากหลายคนลงเล่นน้ำในท่าหน้าบ้านของตนเอง เธอให้นึกอิจฉาพวกหล่อนนัก อิจฉาที่พวกหล่อนเป็นลูกหลานคนไทย จึงมีที่มีทางให้ทำกิน แม้ไม่ต้องมีบ้านใหญ่โตเท่าเจ้าของห้างร้านหรือเจ้าของโรงสี แต่พวกหล่อนก็ยังมีที่ว่างให้วิ่งเล่นซุกซนหรือเล่นตามประสาสาวน้อยวัยกำดัด ไม่เหมือนเธอ
เตี่ยของเธอเข้ามาในเมืองไทยช้ากว่าบรรดาพี่น้องทำให้จะหยิบจับอะไรก็ดูจะพบทางตันไปเสียหมด แต่ก็ต้องนับว่าเตี่ยไม่ยอมแพ้หลังจากที่ได้ตบแต่งกับแม่เพราะเถ้าแก่โรงสีที่เป็นญาติห่างๆ ชักพาไปดูตัว เตี่ยก็ทำงานเล็กๆ น้อยๆ ในโรงสีทำให้มีเงินเก็บพอที่จะซื้อหาเรือเอี้ยมจุ๊นและต่อเสริมจนเป็นเรือขายของชำขนาดปานกลางขึ้นมาได้
แม้จะขัดใจแม่ที่เตี่ยไม่คิดจะซื้อที่สร้างบ้านใหม่ให้แม่มีความทัดหน้าเทียมตาผู้อื่น แต่กลับนำมาซื้อเรือ แต่เมื่อนึกถึงคำที่เตี่ยบอกให้เชื่อใจแม่ก็ยอมที่จะย้ายจากบกมาสู่น้ำ เพราะยังไงเสียสาวจีนอย่างแม่ก็ยังต้องถือว่าสามีเป็นใหญ่ แม้จะเป็นลูกจีนที่เกิดในเมืองไทยก็ตาม สำหรับแม่อาจจะคิดแบบนั้น แต่สำหรับเธอ ‘ผัว’ ตามที่แม่มักจะย้ำเตือนว่าต้องให้เตี่ยและแม่ดูให้ เธอจะไม่ยอมทำอะไรตามใจผัวเด็ดขาด ผัวน่ะสิที่ต้องทำอะไรตามใจเธอทุกอย่าง
"เหมยกุ้ยเอ๊ย! เหมยกุ้ย!"
"จ๋าแม่ ฉันอยู่นี่"
‘เหมยกุ้ย’ ขานรับเสียงเรียกของแม่ที่ดังมาจากด้านในของตัวเรือ ใบหน้างดงามปานดวงจันทร์วันเพ็ญมีแววเย็นชาในขณะที่ดวงตาฉายแววเร่าร้อนทะยานอยากหันมองแม่ แม่ที่มีใบหน้า รูปร่างและเรือนกาย ใกล้เคียงกับเธอราวกับเป็นพี่น้องมากกว่าจะเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด แม่ที่อดทนอยู่ในลำเรือแต่ไม่ใช่เธอแน่ที่จะทนตลอดไป
ยิ่งนึกถึงความคับแคบที่แค่เรียกเบาๆ ก็ได้ยินจนทั่ว เธอยิ่งอยากจะไปให้พ้นจากที่นี่ เพราะลำเรือไม่ได้กว้างขวางมากนัก จากตรงกลางค่อนมาทางด้านหน้าใช้เป็นที่จัดวางสินค้าประเภทกะปิ น้ำปลา น้ำตาลปึก เกลือ ส่วนจากตรงกลางไปจนถึงท้ายยกพื้นขึ้นมาเป็นที่นอนและครัวแบบง่ายๆ ที่บริเวณท้ายเรือ
ยามเธอเป็นเหมยกุ้ยตัวน้อยๆ ของแม่ เธอดีใจที่ได้นอนอยู่ในอ้อมกอดของแม่ในทุกคืนแม้ว่ากลางดึกเมื่อแม่คิดว่าเธอหลับไปแล้ว แม่จะลุกเข้าไปในครัวซึ่งเตี่ยใช้เป็นที่หลับนอนก็ตาม ก่อนความรู้สึกคล้ายเรือไหวโยกอยู่ทุกคืนวันราวกับว่ามีเรือใหญ่กว่าหรือเรือข้าวแล่นผ่าน แต่น่าแปลกที่เธอไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือเลยสักนิด มีแต่เสียง...
แต่เมื่อเธอตัวเท่าแม่ ความอบอุ่นนั้นกลับกลายเป็นร้อนจนนอนหายใจหายคอไม่สะดวก และแม่ที่เพิ่งจะสามสิบต้นๆ ก็ดูราวจะเข้าไปในครัวบ่อยครั้ง จนบางครั้งเธอต้องขายของอยู่เพียงคนเดียวเพราะแม่กับเตี่ยขยันกันทำเรือสั่นได้ไม่เว้นกลางวันกลางคืน คงจะมีเพียงช่วงหลังที่อาการเรือสั่นหายไปหลังจากเรือถูกโจรปล้น
ดวงตาสวยหวานมองเหม่อไปบนฝั่ง เธอโหยหาที่จะไปอาศัยนอนบนผืนดิน แม้ว่ามันจะใกล้กันเพียงกระดานไม้พาดผ่าน และเรือของเตี่ยที่จอดอยู่ใต้สะพานไม้แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เธอจะขึ้นไป แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะขึ้นไปอยู่ตามลำพัง ต้องมีคนพาเธอขึ้นไป
"เหมยกุ้ย ทำบัญชีให้เตี่ยเขาหรือยัง ประเดี๋ยวเตี่ยก็จะกลับมาแล้วนะ"
เหมยฮัวเลิกผ้าม่านสีหม่นที่ใช้สำหรับปิดกั้นสายตาคนภายนอกในยามค่ำคืนขึ้นมองลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอ ใบหน้าเศร้าแต่แววตาโชนแสงคู่นั้นเธอรู้ดีว่าดอกกุหลาบแรกแย้มดอกนี้ต้องการอิสระมากมายเพียงใด ก็คงเหมือนกันกับเธอ เหมยกุ้ยในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากเธอในยามนั้น แค่รู้ว่าจะมีผู้ชายมาดูตัว เธอก็สั่นไปทั้งร่าง แรงขับเคลื่อนภายในร้องสั่งให้รีบไปจากครอบครัวให้ไวที่สุด ไปสู่อิสระที่เธอต้องการ ไปสู่โลกใหม่ที่ไกลกว่าบ้านและโรงสี และรสสัมผัสจากชายก็ทำให้เธอต้องยอมทุกอย่างที่เขาต้องการ
บทล่าสุด
#142 บทที่ 142 ดอกไม้ของครอบครัว (จบบริบูรณ์)
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#141 บทที่ 141 บอกสิว่าไม่ต้องการเฮีย
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#140 บทที่ 140 กระเจิดกระเจิง
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#139 บทที่ 139 ซ่อนกลิ่นหอมแรง
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#138 บทที่ 138 ร้องขอทุกวัน
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#137 บทที่ 137 ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#136 บทที่ 136 เสี่ยใหญ่
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#135 บทที่ 135 ยากินแล้วบ่มีลูก
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#134 บทที่ 134 ความสุขมิรู้ลืม
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025#133 บทที่ 133 สวรรค์ผัวคนที่ 3
อัปเดตล่าสุด: 10/30/2025
คุณอาจชอบ 😍
ลุงคนนี้เป็นมาเฟีย
"ฉันบอกบอกไง"
"ก็หนูชอบลุง"
"กลับไปตั้งใจเรียนซะ"
เธอไม่ได้หันไปตอบอะไร เธอแค่คิดว่า น้ำหยดลงหินทุกวัน หินบอกโอเค"
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เจ้าพ่อมาเฟีย
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!













