บทนำ
ในขณะที่พิมฐาผู้ลงมือพรากชีวิตอันบริสุทธิ์ของทั้งสองไปยังคงลอยหน้าลอยตา
ในเมื่อเวรกรรมทำงานช้าขนาดนี้ เขา... ก็จะเป็นเวรกรรมให้เธอมันเสียเอง!
"ต่อจากนี้ไม่ว่าเธอจะพาตัวเองไปเป็นของใคร จำไว้ว่าครั้งหนึ่ง กลางดงกล้วยกลางวันแสก ๆ อย่างนี้
ฉันเป็นคนแรกที่ได้เห็นและครอบครองเธอทุกสัดส่วน เธอสวยสะอาดไม่แพ้ผู้หญิงทุกคนที่ฉันเคยผ่านมา
แต่ความสวยของเธอไม่ได้ประกันได้หรอกนะว่าในใจของเธอจะดีงามน่าชื่นชมเหมือนร่างกาย"
นิยายเรื่องนี้ค่อนข้างหน่วง โปรดอ่านตัวอย่างก่อนตัดสินใจซื้อนะคะ
บท 1
บทนำ
ล้อของเตียงฉุกเฉินบดพื้นหินอ่อนของโรงพยาบาลเสียงดังเอี๊ยดแข่งกับเสียงฝีเท้าของแพทย์ บุรุษและนางพยาบาลที่ช่วยกันยกเตียงลงจากรถพยาบาลหลังได้รับแจ้งเหตุรถชนต้นไม้ข้างทางและมีผู้บาดเจ็บสาหัสหนึ่งรายคือหญิงสาวที่นอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่บนเตียงที่กำลังถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
“พริม พริมช่วยทิพย์ด้วยนะลูก”
เสียงขอร้องอ้อนวอนของสาวิตรีมารดาผู้ป่วยที่มีความสนิทสนมกับหนึ่งในทีมแพทย์เป็นอย่างดีดังขึ้นพร้อมกับที่เจ้าของเสียงได้วิ่งเข้ามากอดแขนของแพทย์หญิงพิมฐา
“พริมจะช่วยทิพย์ให้สุดความสามารถเลยนะคะแม่”
แพทย์สาวบอกอย่างรีบร้อนก่อนจะวิ่งตามเข้าไปในห้อง ทันทีที่เธอเข้าไปถึง ไฟสีเหลืองอำพันถูกเปิดจนแสงสว่างจ้าส่องร่างบอบช้ำของหญิงสาวโดยแพทย์หญิงที่ได้ชื่อว่าฝีมือดีในโรงพยาบาลแห่งนี้ เธอรีบสวมถุงมือก่อนจะคลี่ดูม่านตาของคนเจ็บอย่างรวดเร็ว...การรักษา[1]จึงเริ่มขึ้น
“เตรียมทำ ICD”
คุณหมอรีบสั่งแล้วสูดจมูกลึก ยกมือขึ้นมาปาดน้ำตา มองคนเจ็บด้วยแววตาที่แทบจะไม่มีความหวัง ทั้งร่างกายนั้นบอบช้ำและเสียเลือดมาก ปอดของเธอฉีกขาด สีข้างด้านซ้ายมีแผลยาวและลึกจนเห็นอวัยวะภายใน กระดูกขาหักเป็นสองท่อน ใบหน้าสวยเสียโฉมจากการถูกกระจกบาดลึก สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือระบายเลือดออกจากปอดให้เร็วที่สุด
เสี้ยววินาทีต่อมาเซตเจาะปอดถูกเตรียมพร้อมโดยการทำงานของทีมเวิร์คพร้อมกันนั้นพยาบาลอีกคนก็สังเกตสัญญาณชีพของคนเจ็บตลอดเวลา
กระบวนการเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงไม่ถึงสองนาที พยาบาลชายได้นำเครื่องช่วยหายใจแบบครอบจมูกใส่ให้คนบาดเจ็บทันท่วงที แพทย์หญิงลงมือเย็บปิดแผลทั้งบนใบหน้าและลำตัวให้อย่างทะมัดทะแมง แต่บาดแผลนั้นใหญ่มากคนเจ็บจึงคล้ายจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
“ชีพจรอ่อนมากค่ะคุณหมอ”
พยาบาลคนหนึ่งรีบรายงานขณะที่หมอกำลังเตรียมทำหัตถการ ทว่าสัญญาณชีพของผู้ป่วยไม่กระเตื้อง
“ชีพจรหยุดเต้นค่ะคุณหมอ”
สายตาแพทย์หญิงมองมอนิเตอร์ที่แสดงการเต้นของชีพจรคนไข้ด้วยความตกใจ ไม่ใช่ไม่ชินสถานการณ์ แต่เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับผู้ประสบเหตุที่ทำให้ใจเต้นไม่เป็นส่ำ มือไม้สั่นจนทำอะไรไม่ถูก
หญิงสาวคนนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เพื่อนรัก’ และเพื่อนอย่างเธอก็คงทำใจไม่ได้เมื่อต้องเห็นเพื่อนหมดลมหายใจไปต่อหน้าต่อตา ขณะนั้นแพทย์หนึ่งในทีมพบว่าสาเหตุที่หัวใจหยุดเต้นคือการที่เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ จึงมีความจำเป็นต้องทำการผ่าตัดเปิดซี่โครงของผู้ป่วยออกเพื่อกระตุ้นหัวใจให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ ก่อนการผ่าตัดจึงได้ให้สาวิตรีเซ็นยินยอมในการรักษาก่อนเริ่มกระบวนการ
ยาชาเฉพาะที่ถูกฉีดเข้าที่หน้าอกของคนเจ็บ เพียงไม่นานบริเวณนั้นก็ถูกกรีดด้วยมีผ่าตัดตามแนวขวางตั้งแต่โคนรักแร้ข้างหนึ่งจรดอีกข้าง ภาพที่เห็นทำให้แพทย์หญิงพิมฐาแทบทรุด มิใช่เพราะเธอไม่มีประสบการณ์แต่มันเป็นสิ่งยากที่จะทำใจได้ยามเห็นสภาพของคนที่ตัวเองรักเป็นแบบนี้ น้ำตาที่กลั้นเอาไว้เริ่มเก็บไม่อยู่เสียแล้ว
เธออยากจะร้องไห้ยิ่งนัก...แต่คงทำไม่ได้เพราะหน้าที่ตรงหน้ายิ่งใหญ่กว่าความรู้สึกอื่นใด
โพรงอกของคนเจ็บถูกแหวกออกจากกันพร้อมกับที่แพทย์หญิงพิมฐาได้ล้วงเข้าไปในร่างกายนั้น คลำหาหัวใจของเพื่อนสนิทด้วยหัวใจที่เต้นรัว ขณะเดียวกันเลือดที่ห้อมล้อมมือนั้นได้ถูกถ่ายออกจากบาดแผลอย่างสม่ำเสมอ ความรู้สึกตอนจับโดนก้อนเนื้อในอกซ้ายของคนเจ็บที่ไม่มีแรงกระตุกเลยทำให้เธอปวดร้าวใจแทบขาด
“ลองกระตุ้นดูครับหมอพริม”
นายแพทย์อีกคนได้แนะนำ ขณะที่พยาบาลช่วยกันถ่างปากแผลออกจากกัน หญิงสาวจึงเริ่มบีบที่หัวใจเบา ๆ มองมอนิเตอร์ไปด้วย ทำอย่างนั้นหลายครั้งอย่างสม่ำเสมอ หวังให้ปาฏิหาริย์ช่วยให้เพื่อนเธอปลอดภัย แต่แพทย์สาวก็ถึงกับหัวใจหล่นวูบเมื่อมองดูเครื่องอิเล็กโทรคาร์ดิโอกราฟพบว่าชีพจรยังไม่มีทีท่าว่าจะไต่ขึ้นชาร์จเลยจนนิดเดียว สิ่งที่รับรู้พาให้เธอน้ำตาคลอเบ้าจนมองภาพพร่าเลือน สองขาก็อ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว ถึงกระนั้นเธอจะอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด ทุกวินาทีที่เสียไปสำคัญกับชีวิตตรงหน้ามากมายนัก หญิงสาวจึงบีบหัวใจก้อนนั้นถี่ขึ้น
“อย่าเป็นอะไรนะทิพย์ ขอร้อง...อย่าเป็นอะไร”
แพทย์หญิงพึมพำพลางมองมอนิเตอร์อีกครั้งและภาวนาในใจขอให้ปาฏิหาริย์มีจริง...แต่ใครก็รู้ว่ามันช่างหายากยิ่งนัก !
เธอออกแรงกระตุกที่หัวใจของเพื่อนสนิทอีกหลายครั้ง และภาวนาให้ชีพจรของฝ่ายนั้นเต้นเสียทีเพราะหากเวลาล่วงผ่านนานกว่านี้มันอาจจะสายเกินไป
แต่แล้วทุกคนก็ต้องขอบคุณสวรรค์เมื่อกราฟชีพจรเริ่มเต้นอีกครั้งหนึ่ง
“ชีพจรกลับมาเต้นแล้วค่ะคุณหมอ”
พยาบาลรายงานด้วยน้ำเสียงยินดี เธอเลยผ่อนลมหายใจออกอย่างโล่งอก
“เตรียมเย็บแผลเลยครับคุณพยาบาล”
นายแพทย์อีกคนหนึ่งบอก แพทย์หญิงพิมฐาที่เสร็จสิ้นภารกิจอมยิ้มน้ำตาคลอ มองหน้าเพื่อนด้วยความหวังที่เปี่ยมล้นก่อนจะลงมือเย็บแผลให้ ใช้เวลาร่วมชั่วโมงช่วยเหลือชีวิตในครั้งนี้
“ปลอดภัยแล้วนะทิพย์”
เธอกระซิบบอกข้างหูเพื่อนสนิทแผ่วเบาขณะที่เหล่าพยาบาลและผู้ช่วยแพทย์กำลังนำเครื่องมือไปล้างทำ
ความสะอาด แพทย์ในทีมต่างก็ออกไปพักผ่อนด้านนอก คงเหลือแต่เธอที่ยังคงอยู่ข้าง ๆ คนเจ็บไม่ไปไหน
แพทย์หญิงหทัยทิพย์ และแพทย์หญิงพิมฐาขึ้นชื่อเรื่องฝีมือในโรงพยาบาลแห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นเพื่อนที่สนิทกันตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยม และหทัยทิพย์ก็กำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
พิมฐาจับมือเพื่อนรักเบา ๆ น่าแปลกที่เพียงแค่เธอวางมือลงไปบนมือช้ำ นิ้วมือทั้งห้าก็งอเข้าหากันและบีบมือเธอไว้แน่น หญิงสาวตกใจและมองเพื่อนสนิทแทบในทันที เธอได้สติแล้ว
นี่หรือที่เรียกว่าปาฏิหาริย์ !
ช่างเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากทีเดียว ที่ผ่านมาไม่เคยมีคนไข้รายไหนรู้สึกตัวได้เร็วและฝืนความเจ็บได้เช่นทิพย์ ส่วนมากการฟื้นตัวเร็วที่สุดของผู้ป่วยกรณีนี้คือ ๕-๗ วัน ซึ่งในระหว่างนั้นจะต้องอยู่ในหอผู้ป่วยอภิบาลเป็นระยะสำคัญที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนโลหิต
การดูแลจึงต้องการการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดกลับมาทำหน้าที่ได้อย่างปกติ นี่ยังไม่รวมกับอาการบอบช้ำซึ่งต้องใช้เวลาร่วมอาทิตย์ในการฟื้นตัว ถ้าหลังจากนั้นแล้วไม่ดีขึ้นก็เป็นที่รู้กันดีในหมู่สายงานเดียวกัน...แต่หทัยทิพย์กลับใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง! และเดาว่าอีกไม่นานเจ้าหล่อนจะต้องเจ็บมากกว่าเดิมเมื่อยาชาหมดฤทธิ์
อะไรทำให้หัวใจของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เข้มแข็งได้ถึงเพียงนี้...แรงฮึดไหนที่ทำให้เพื่อนรักของเธอกลายเป็น
คนเหล็ก...แต่ก็นั่นแหละมันเป็นเรื่องที่ดีทั้งสองอย่าง
“พะ...พะ...พริม” เสียงแผ่วเบาของหทัยทิพย์เล็ดลอดออกมาจากลำคอได้
“ทิพย์ฟื้นแล้ว”
“พริม”
“จ๊ะ ว่าไงทิพย์”
พิมฐาเอียงหูฟังอย่างตื่นเต้น ทว่าเมื่อจับใจความในสิ่งที่ทิพย์พูดได้แล้ว ดวงตาทั้งสองก็เบิกกว้างพร้อมกับมวลน้ำที่ไหลออกมาอาบปรางแก้ม หญิงสาวมองใบหน้าอ้อนวอนของเพื่อนรักด้วยความรู้สึกใจหาย
“ไม่! พริมจะไม่ทำเด็ดขาด...พริมทำไม่ได้”
“พ...ริม...ต้อง...ทำ”
เสียงบอกของหทัยทิพย์แทบจะไม่หลุดออกมาจากลำคอ ทว่าพิมฐาไม่ยอมฟัง หญิงสาวพยายามถอยห่างออกมาทีละก้าวทว่าหทัยทิพย์ก็เอื้อมมือมาจับแขนเธอเอาไว้
“ทิพย์ปล่อยพริมนะ ทิพย์ปล่อย”
หญิงสาวแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนเจ็บอย่างหทัยทิพย์จะมีแรงมาฉุดรั้งตนได้ถึงเพียงนี้
“ขอ...โทษ นะพริม”
“อย่านะทิพย์ อย่านะ...อย่า!”
วินาทีนั้นพิมฐาเห็นร่างจมกองเลือดลุกออกจากเตียงได้ดั่งคนปกติ ใบหน้าที่เหวอะหวะของหทัยทิพย์ดูบิดเบี้ยวผิดไปจากเดิม ดวงตาทั้งสองข้างมีเลือดไหลก่อนจะหลุดออกมาข้างหนึ่งทำเอาคนไปไหนไม่ได้ต้องกรีดร้องไม่เป็นภาษา
หล่อนเพิ่งสังเกตเห็นตอนนั้นเองว่าใบหน้าของเพื่อนรักมีหนอนชอนไชและยังส่งกลิ่นเหม็นของน้ำเหลืองออกมาชวนวิงเวียน บัดนั้นห้องทั้งห้องก็ไร้ซึ่งแสงสว่างจากดวงไฟ ดวงตาข้างหนึ่งที่ถลนออกมานอกเบ้าจ้องมองมาอย่างโกรธแค้น ก่อนจะยกสองมือขึ้นมาบีบคอเธออย่างแรงจนหายใจไม่ออก
“ฉันจะฆ่าแกนังพริม ฉันจะฆ่าแก แกมันนังฆาตกร! ฉันจะฆ่าแก”
เสียงขู่นั้นเยือกเย็น ก้องกังวานเหมือนถูกขยายด้วยระบบเสียงเซอร์ราวด์รอบทิศทาง แววตาอาฆาตมาดร้ายของหทัยทิพย์มุ่งหมายจะเอาชีวิตให้จงได้
พิมฐากลัวมากจนเหงื่อแตกพลั่ก สองเท้ายันผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ ดวงหวานซีดเผือดอย่างคนที่เผชิญกับความกลัวมาเนิ่นนาน อีกทั้งสองมือยังบีบคอตัวเองเสียจนกลัวว่าจะขาดใจตายเสียเดี๋ยวนั้น
“อย่าทิพย์ อย่า...พริมกลัวแล้ว หยุดนะทิพย์!!! ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย”
[1] การรักษาหทัยทิพย์...เป็นเพียงเหตุการณ์ที่ผู้เขียนสมมติขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของตัวละครเท่านั้น มิได้อ้างอิงหรือยึดตามหลักทางการแพทย์แต่อย่างใด
บทล่าสุด
#42 บทที่ 42 อวสาน
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#41 บทที่ 41 คนที่อยู่ในใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#40 บทที่ 40 วอดวาย
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#39 บทที่ 39 จะแน่สักกี่น้ำ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#38 บทที่ 38 แผนสูง
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#37 บทที่ 37 เจ็บแต่ต้องทน
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#36 บทที่ 36 เข้าอีกทาง
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#35 บทที่ 35 บังเอิญ โลกกลม...หรือพรหมแกล้ง
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#34 บทที่ 34 เมื่อกรรมติดจรวด
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#33 บทที่ 33 อิสรภาพของเธอ พินาศของเขา
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พิษรักร้าย Toxic love
"ออกไป ถ้าไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกห้องคนอื่นในยามวิกาล" นินิวบอกริกมาเสียดังด้วยสีหน้าโกรธจัด ที่ริกเข้าห้องเธออย่างถือวิสะ
"ไม่ไป ในเมื่อที่นี่คือห้องเมียฉัน ทำไมฉันต้องออก" ร่างสูงบอกมาด้วยเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
"ห้องฉันไม่ใช่ห้องของยัยโมเน่ เมียคนปัจจุบันของพี่ ถ้าพี่ยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่บ้างก็ออกไปจากห้องฉันคะ" แต่ริกกับไม่สนใจคำพูดนินิวเลยซักนิด ร่างสูงเดินเข้ามาหาคนตรงหน้า นินิวที่เห็นเช่นนั้นถึงกับจับที่ชายผ้าขนหนูเอาไว้แน่นขึ้น เพราะคนตรงหน้านั่นดูอันตรายสำหรับเธอ
"อย่านะพี่ริก เรื่องของเรามันจบไปแล้ว" นินิวบอกมาด้วยเสียงสั่นเพราะสายตาที่เขามองเธอมามันน่ากลัวมากจริงๆ
"ชอบฉันไม่ใช่เหรอ เอาฉันแล้วจะไปอ่อยคนอื่น อีกทำไม ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอจูบกับไอ้ไทม์"
"ในเมื่อพี่เห็นเช่นนั้น พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียสิ ฉันจะอ่อยจะจูบกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกพี่ไม่กี่ร้อยครั้งแล้วว่าเราเลิกกันแล้ว เพราะพี่มันเลว ฉันเลยไม่อยากได้พี่แล้ว "
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
ภรรยา(เก่า)ของมาเฟีย - เมีย (น้อย) ของมาเฟีย
"ไง ไม่ได้เจอกันหลายปี" เสียงทักทายแสนเย็นชานั้นทำเอาเธอยืนขาแข็งไปหมด
"ทำไมถึงจับฉันมาล่ะ"
"ไม่รู้สินะ ก็แค่มีเรื่อง...อยากเคลียร์นิดหน่อย"
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”













