บทนำ
ในขณะที่พิมฐาผู้ลงมือพรากชีวิตอันบริสุทธิ์ของทั้งสองไปยังคงลอยหน้าลอยตา
ในเมื่อเวรกรรมทำงานช้าขนาดนี้ เขา... ก็จะเป็นเวรกรรมให้เธอมันเสียเอง!
"ต่อจากนี้ไม่ว่าเธอจะพาตัวเองไปเป็นของใคร จำไว้ว่าครั้งหนึ่ง กลางดงกล้วยกลางวันแสก ๆ อย่างนี้
ฉันเป็นคนแรกที่ได้เห็นและครอบครองเธอทุกสัดส่วน เธอสวยสะอาดไม่แพ้ผู้หญิงทุกคนที่ฉันเคยผ่านมา
แต่ความสวยของเธอไม่ได้ประกันได้หรอกนะว่าในใจของเธอจะดีงามน่าชื่นชมเหมือนร่างกาย"
นิยายเรื่องนี้ค่อนข้างหน่วง โปรดอ่านตัวอย่างก่อนตัดสินใจซื้อนะคะ
บท 1
บทนำ
ล้อของเตียงฉุกเฉินบดพื้นหินอ่อนของโรงพยาบาลเสียงดังเอี๊ยดแข่งกับเสียงฝีเท้าของแพทย์ บุรุษและนางพยาบาลที่ช่วยกันยกเตียงลงจากรถพยาบาลหลังได้รับแจ้งเหตุรถชนต้นไม้ข้างทางและมีผู้บาดเจ็บสาหัสหนึ่งรายคือหญิงสาวที่นอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่บนเตียงที่กำลังถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
“พริม พริมช่วยทิพย์ด้วยนะลูก”
เสียงขอร้องอ้อนวอนของสาวิตรีมารดาผู้ป่วยที่มีความสนิทสนมกับหนึ่งในทีมแพทย์เป็นอย่างดีดังขึ้นพร้อมกับที่เจ้าของเสียงได้วิ่งเข้ามากอดแขนของแพทย์หญิงพิมฐา
“พริมจะช่วยทิพย์ให้สุดความสามารถเลยนะคะแม่”
แพทย์สาวบอกอย่างรีบร้อนก่อนจะวิ่งตามเข้าไปในห้อง ทันทีที่เธอเข้าไปถึง ไฟสีเหลืองอำพันถูกเปิดจนแสงสว่างจ้าส่องร่างบอบช้ำของหญิงสาวโดยแพทย์หญิงที่ได้ชื่อว่าฝีมือดีในโรงพยาบาลแห่งนี้ เธอรีบสวมถุงมือก่อนจะคลี่ดูม่านตาของคนเจ็บอย่างรวดเร็ว...การรักษา[1]จึงเริ่มขึ้น
“เตรียมทำ ICD”
คุณหมอรีบสั่งแล้วสูดจมูกลึก ยกมือขึ้นมาปาดน้ำตา มองคนเจ็บด้วยแววตาที่แทบจะไม่มีความหวัง ทั้งร่างกายนั้นบอบช้ำและเสียเลือดมาก ปอดของเธอฉีกขาด สีข้างด้านซ้ายมีแผลยาวและลึกจนเห็นอวัยวะภายใน กระดูกขาหักเป็นสองท่อน ใบหน้าสวยเสียโฉมจากการถูกกระจกบาดลึก สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือระบายเลือดออกจากปอดให้เร็วที่สุด
เสี้ยววินาทีต่อมาเซตเจาะปอดถูกเตรียมพร้อมโดยการทำงานของทีมเวิร์คพร้อมกันนั้นพยาบาลอีกคนก็สังเกตสัญญาณชีพของคนเจ็บตลอดเวลา
กระบวนการเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงไม่ถึงสองนาที พยาบาลชายได้นำเครื่องช่วยหายใจแบบครอบจมูกใส่ให้คนบาดเจ็บทันท่วงที แพทย์หญิงลงมือเย็บปิดแผลทั้งบนใบหน้าและลำตัวให้อย่างทะมัดทะแมง แต่บาดแผลนั้นใหญ่มากคนเจ็บจึงคล้ายจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
“ชีพจรอ่อนมากค่ะคุณหมอ”
พยาบาลคนหนึ่งรีบรายงานขณะที่หมอกำลังเตรียมทำหัตถการ ทว่าสัญญาณชีพของผู้ป่วยไม่กระเตื้อง
“ชีพจรหยุดเต้นค่ะคุณหมอ”
สายตาแพทย์หญิงมองมอนิเตอร์ที่แสดงการเต้นของชีพจรคนไข้ด้วยความตกใจ ไม่ใช่ไม่ชินสถานการณ์ แต่เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับผู้ประสบเหตุที่ทำให้ใจเต้นไม่เป็นส่ำ มือไม้สั่นจนทำอะไรไม่ถูก
หญิงสาวคนนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เพื่อนรัก’ และเพื่อนอย่างเธอก็คงทำใจไม่ได้เมื่อต้องเห็นเพื่อนหมดลมหายใจไปต่อหน้าต่อตา ขณะนั้นแพทย์หนึ่งในทีมพบว่าสาเหตุที่หัวใจหยุดเต้นคือการที่เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ จึงมีความจำเป็นต้องทำการผ่าตัดเปิดซี่โครงของผู้ป่วยออกเพื่อกระตุ้นหัวใจให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ ก่อนการผ่าตัดจึงได้ให้สาวิตรีเซ็นยินยอมในการรักษาก่อนเริ่มกระบวนการ
ยาชาเฉพาะที่ถูกฉีดเข้าที่หน้าอกของคนเจ็บ เพียงไม่นานบริเวณนั้นก็ถูกกรีดด้วยมีผ่าตัดตามแนวขวางตั้งแต่โคนรักแร้ข้างหนึ่งจรดอีกข้าง ภาพที่เห็นทำให้แพทย์หญิงพิมฐาแทบทรุด มิใช่เพราะเธอไม่มีประสบการณ์แต่มันเป็นสิ่งยากที่จะทำใจได้ยามเห็นสภาพของคนที่ตัวเองรักเป็นแบบนี้ น้ำตาที่กลั้นเอาไว้เริ่มเก็บไม่อยู่เสียแล้ว
เธออยากจะร้องไห้ยิ่งนัก...แต่คงทำไม่ได้เพราะหน้าที่ตรงหน้ายิ่งใหญ่กว่าความรู้สึกอื่นใด
โพรงอกของคนเจ็บถูกแหวกออกจากกันพร้อมกับที่แพทย์หญิงพิมฐาได้ล้วงเข้าไปในร่างกายนั้น คลำหาหัวใจของเพื่อนสนิทด้วยหัวใจที่เต้นรัว ขณะเดียวกันเลือดที่ห้อมล้อมมือนั้นได้ถูกถ่ายออกจากบาดแผลอย่างสม่ำเสมอ ความรู้สึกตอนจับโดนก้อนเนื้อในอกซ้ายของคนเจ็บที่ไม่มีแรงกระตุกเลยทำให้เธอปวดร้าวใจแทบขาด
“ลองกระตุ้นดูครับหมอพริม”
นายแพทย์อีกคนได้แนะนำ ขณะที่พยาบาลช่วยกันถ่างปากแผลออกจากกัน หญิงสาวจึงเริ่มบีบที่หัวใจเบา ๆ มองมอนิเตอร์ไปด้วย ทำอย่างนั้นหลายครั้งอย่างสม่ำเสมอ หวังให้ปาฏิหาริย์ช่วยให้เพื่อนเธอปลอดภัย แต่แพทย์สาวก็ถึงกับหัวใจหล่นวูบเมื่อมองดูเครื่องอิเล็กโทรคาร์ดิโอกราฟพบว่าชีพจรยังไม่มีทีท่าว่าจะไต่ขึ้นชาร์จเลยจนนิดเดียว สิ่งที่รับรู้พาให้เธอน้ำตาคลอเบ้าจนมองภาพพร่าเลือน สองขาก็อ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว ถึงกระนั้นเธอจะอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด ทุกวินาทีที่เสียไปสำคัญกับชีวิตตรงหน้ามากมายนัก หญิงสาวจึงบีบหัวใจก้อนนั้นถี่ขึ้น
“อย่าเป็นอะไรนะทิพย์ ขอร้อง...อย่าเป็นอะไร”
แพทย์หญิงพึมพำพลางมองมอนิเตอร์อีกครั้งและภาวนาในใจขอให้ปาฏิหาริย์มีจริง...แต่ใครก็รู้ว่ามันช่างหายากยิ่งนัก !
เธอออกแรงกระตุกที่หัวใจของเพื่อนสนิทอีกหลายครั้ง และภาวนาให้ชีพจรของฝ่ายนั้นเต้นเสียทีเพราะหากเวลาล่วงผ่านนานกว่านี้มันอาจจะสายเกินไป
แต่แล้วทุกคนก็ต้องขอบคุณสวรรค์เมื่อกราฟชีพจรเริ่มเต้นอีกครั้งหนึ่ง
“ชีพจรกลับมาเต้นแล้วค่ะคุณหมอ”
พยาบาลรายงานด้วยน้ำเสียงยินดี เธอเลยผ่อนลมหายใจออกอย่างโล่งอก
“เตรียมเย็บแผลเลยครับคุณพยาบาล”
นายแพทย์อีกคนหนึ่งบอก แพทย์หญิงพิมฐาที่เสร็จสิ้นภารกิจอมยิ้มน้ำตาคลอ มองหน้าเพื่อนด้วยความหวังที่เปี่ยมล้นก่อนจะลงมือเย็บแผลให้ ใช้เวลาร่วมชั่วโมงช่วยเหลือชีวิตในครั้งนี้
“ปลอดภัยแล้วนะทิพย์”
เธอกระซิบบอกข้างหูเพื่อนสนิทแผ่วเบาขณะที่เหล่าพยาบาลและผู้ช่วยแพทย์กำลังนำเครื่องมือไปล้างทำ
ความสะอาด แพทย์ในทีมต่างก็ออกไปพักผ่อนด้านนอก คงเหลือแต่เธอที่ยังคงอยู่ข้าง ๆ คนเจ็บไม่ไปไหน
แพทย์หญิงหทัยทิพย์ และแพทย์หญิงพิมฐาขึ้นชื่อเรื่องฝีมือในโรงพยาบาลแห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นเพื่อนที่สนิทกันตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยม และหทัยทิพย์ก็กำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
พิมฐาจับมือเพื่อนรักเบา ๆ น่าแปลกที่เพียงแค่เธอวางมือลงไปบนมือช้ำ นิ้วมือทั้งห้าก็งอเข้าหากันและบีบมือเธอไว้แน่น หญิงสาวตกใจและมองเพื่อนสนิทแทบในทันที เธอได้สติแล้ว
นี่หรือที่เรียกว่าปาฏิหาริย์ !
ช่างเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากทีเดียว ที่ผ่านมาไม่เคยมีคนไข้รายไหนรู้สึกตัวได้เร็วและฝืนความเจ็บได้เช่นทิพย์ ส่วนมากการฟื้นตัวเร็วที่สุดของผู้ป่วยกรณีนี้คือ ๕-๗ วัน ซึ่งในระหว่างนั้นจะต้องอยู่ในหอผู้ป่วยอภิบาลเป็นระยะสำคัญที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนโลหิต
การดูแลจึงต้องการการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดกลับมาทำหน้าที่ได้อย่างปกติ นี่ยังไม่รวมกับอาการบอบช้ำซึ่งต้องใช้เวลาร่วมอาทิตย์ในการฟื้นตัว ถ้าหลังจากนั้นแล้วไม่ดีขึ้นก็เป็นที่รู้กันดีในหมู่สายงานเดียวกัน...แต่หทัยทิพย์กลับใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง! และเดาว่าอีกไม่นานเจ้าหล่อนจะต้องเจ็บมากกว่าเดิมเมื่อยาชาหมดฤทธิ์
อะไรทำให้หัวใจของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เข้มแข็งได้ถึงเพียงนี้...แรงฮึดไหนที่ทำให้เพื่อนรักของเธอกลายเป็น
คนเหล็ก...แต่ก็นั่นแหละมันเป็นเรื่องที่ดีทั้งสองอย่าง
“พะ...พะ...พริม” เสียงแผ่วเบาของหทัยทิพย์เล็ดลอดออกมาจากลำคอได้
“ทิพย์ฟื้นแล้ว”
“พริม”
“จ๊ะ ว่าไงทิพย์”
พิมฐาเอียงหูฟังอย่างตื่นเต้น ทว่าเมื่อจับใจความในสิ่งที่ทิพย์พูดได้แล้ว ดวงตาทั้งสองก็เบิกกว้างพร้อมกับมวลน้ำที่ไหลออกมาอาบปรางแก้ม หญิงสาวมองใบหน้าอ้อนวอนของเพื่อนรักด้วยความรู้สึกใจหาย
“ไม่! พริมจะไม่ทำเด็ดขาด...พริมทำไม่ได้”
“พ...ริม...ต้อง...ทำ”
เสียงบอกของหทัยทิพย์แทบจะไม่หลุดออกมาจากลำคอ ทว่าพิมฐาไม่ยอมฟัง หญิงสาวพยายามถอยห่างออกมาทีละก้าวทว่าหทัยทิพย์ก็เอื้อมมือมาจับแขนเธอเอาไว้
“ทิพย์ปล่อยพริมนะ ทิพย์ปล่อย”
หญิงสาวแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนเจ็บอย่างหทัยทิพย์จะมีแรงมาฉุดรั้งตนได้ถึงเพียงนี้
“ขอ...โทษ นะพริม”
“อย่านะทิพย์ อย่านะ...อย่า!”
วินาทีนั้นพิมฐาเห็นร่างจมกองเลือดลุกออกจากเตียงได้ดั่งคนปกติ ใบหน้าที่เหวอะหวะของหทัยทิพย์ดูบิดเบี้ยวผิดไปจากเดิม ดวงตาทั้งสองข้างมีเลือดไหลก่อนจะหลุดออกมาข้างหนึ่งทำเอาคนไปไหนไม่ได้ต้องกรีดร้องไม่เป็นภาษา
หล่อนเพิ่งสังเกตเห็นตอนนั้นเองว่าใบหน้าของเพื่อนรักมีหนอนชอนไชและยังส่งกลิ่นเหม็นของน้ำเหลืองออกมาชวนวิงเวียน บัดนั้นห้องทั้งห้องก็ไร้ซึ่งแสงสว่างจากดวงไฟ ดวงตาข้างหนึ่งที่ถลนออกมานอกเบ้าจ้องมองมาอย่างโกรธแค้น ก่อนจะยกสองมือขึ้นมาบีบคอเธออย่างแรงจนหายใจไม่ออก
“ฉันจะฆ่าแกนังพริม ฉันจะฆ่าแก แกมันนังฆาตกร! ฉันจะฆ่าแก”
เสียงขู่นั้นเยือกเย็น ก้องกังวานเหมือนถูกขยายด้วยระบบเสียงเซอร์ราวด์รอบทิศทาง แววตาอาฆาตมาดร้ายของหทัยทิพย์มุ่งหมายจะเอาชีวิตให้จงได้
พิมฐากลัวมากจนเหงื่อแตกพลั่ก สองเท้ายันผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ ดวงหวานซีดเผือดอย่างคนที่เผชิญกับความกลัวมาเนิ่นนาน อีกทั้งสองมือยังบีบคอตัวเองเสียจนกลัวว่าจะขาดใจตายเสียเดี๋ยวนั้น
“อย่าทิพย์ อย่า...พริมกลัวแล้ว หยุดนะทิพย์!!! ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย”
[1] การรักษาหทัยทิพย์...เป็นเพียงเหตุการณ์ที่ผู้เขียนสมมติขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของตัวละครเท่านั้น มิได้อ้างอิงหรือยึดตามหลักทางการแพทย์แต่อย่างใด
บทล่าสุด
#42 บทที่ 42 อวสาน
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#41 บทที่ 41 คนที่อยู่ในใจ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#40 บทที่ 40 วอดวาย
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#39 บทที่ 39 จะแน่สักกี่น้ำ
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#38 บทที่ 38 แผนสูง
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#37 บทที่ 37 เจ็บแต่ต้องทน
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#36 บทที่ 36 เข้าอีกทาง
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#35 บทที่ 35 บังเอิญ โลกกลม...หรือพรหมแกล้ง
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#34 บทที่ 34 เมื่อกรรมติดจรวด
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026#33 บทที่ 33 อิสรภาพของเธอ พินาศของเขา
อัปเดตล่าสุด: 3/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
รักไม่หลอก
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”













