บทนำ
ภีมวัจน์×นัฐธฤทธิ์×แอริค
ภีมวัจน์ นักธุรกิจหนุ่มที่มีดีเพียงรูปร่างหน้าตาบริหารบริษัทในเครือตัวเองจนเกือบล้มละลายเขาเลยต้องหาที่พึ่งให้ตัวเองยืนพื้นได้มั่นคงอีกครั้ง จึงยอมรับข้อเสนอจากผู้บังเกิดเกล้าตกลงหมั้นหมายกับ นัฐธฤทธิ์ ลูกชายของเพื่อนสนิทพ่อเพื่อเอาตัวรอด รายนั้นเป็นถึงผอ.ศูนย์ศิลปะดีกรีไม่ธรรมดาทั้งเก่งและรวยใครบ้างจะไม่อยากได้ไว้เป็นเครื่องประดับบารมี สวมบทบาทสุภาพบุรุษบังหน้าหลอกเล่นกับใจของอีกฝ่ายเพื่อขยี้ความบริสุทธิ์จนได้แต่งงานกัน
เขามองการแต่งงานเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ไม่ได้รักหรือพิศวาสอีกฝ่ายมากไปกว่านั้น ด้อยค่าภรรยาในทะเบียนเปรียบเสมือนเครื่องมือสนองความใคร่ในแต่ละคืนก็เท่านั้น ทว่าคำลวงของเขาทำให้ นัฐธฤทธิ์ เชื่อสนิทใจว่าสามีที่ตนรักคือเทพบุตร จนมารู้ในตอนท้ายที่สุดว่าเขาคือสัตว์ร้าย...
บท 1
บทที่1
พบหน้าคู่หมั้นครั้งแรก.
@ศูนย์ศิลปะ
พิพิธภัณฑ์ศูนย์ศิลปะขนาดใหญ่ถูกก่อสร้างอยู่ใจกลางเมืองกรุง แต่ละปีจะจัดตั้งนิทรรศการโอ่อ่าอลังการเป็นจุดเด่นน่าสนใจดึงดูดกลุ่มนักศึกษาทุกเพศทุกวัยเดินเข้ามาเที่ยวชมงานศิลปะที่มีความหมาย และยังได้รับเกียรติจากคุณนัฐธฤทธิ์ประธานศูนย์ศิลปะมากล่าวเปิดงาน สื่อข่าวหลายสำนักให้ความสนใจเป็นอย่างมากกับข่าวลือที่ว่าประธานศูนย์ศิลปะกำลังจะประกาศแต่งงานกับนักธุรกิจจบนอกอย่างภีมวัจน์ ไม่ว่าสื่อช่องไหนที่เล่นข่าวของทั้งคู่เรตติ้งรายการเป็นต้องพุ่งทะยาน
( นั่นไงๆ คุณนัฐเดินมาแล้ว )
เสียงของผู้สื่อข่าวหญิงรายหนึ่งตะโกนบอกเพื่อนร่วมทีมตนให้จับตามองไปยังเป้าหมายหลักอย่างคุณนัฐธฤทธิ์ที่เดินอย่างสง่าผ่าเผยมาพร้อมกับชายฉกรรจ์อีกสองท่านขนาบข้างกาย เขาทั้งสูงโปร่งรูปร่างดูดีและยังมีใบหน้าที่งดงามหวานราวน้ำผึ้ง ตัดทรงผมWolf Cut เข้ากับรูปลักษณ์ได้อย่างเพอร์เฟค จมูกสันทรงหยดน้ำริมฝีปากกระจับสวยจนผู้หญิงยังต้องอาย ไม่ว่าจะมองมุมไหนนัฐธฤทธิ์ลูกชายคนเดียวของตระกูลคุณนาลักษณ์ก็ดูดีไปหมดไร้ที่ติเตียน ยิ่งเป็นสิ่งของบนเรือนร่างที่สวมใส่ก็ติดแบนด์เนมทั้งนั้นคิดเป็นเงินราวๆ ไม่ต่ำกว่า10ล้านบาท
แซ๊ะ!
แซ๊ะ!
แซ๊ะ!!
ทันทีที่เข้ามาในงานเสียงซัตเตอร์กดดังไม่เว้นช่องว่างรวมไปถึงแสงแฟลชที่มาจากกล้องผู้สื่อข่าวหลายสำนัก สร้างความรำคาญใจให้แก่ประธานศูนย์นัฐธฤทธิ์ถึงได้ยกฝ่ามือขึ้นมาป้องกันแสงจ้า นั่นจึงทำให้การ์ดที่คอยยืนคุ้มกันรีบห้ามปรามนักข่าวสำนักนั้นทันที ก่อนจะถูกสั่งไม่ให้ถามทำไม
“ สวัสดีทุกท่านนะครับ วันนี้ถือว่าเป็นเกียรติอย่างมากที่พี่ๆ นักข่าวหลายสำนักให้ความสนใจกับงานศิลปะทุกชิ้นที่นำมาจัดแสดง ก็อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า จุดประสงค์ที่นัฐจัดตั้งงานนี้ขึ้นมาเพราะอะไร ส่วนตัวนัฐชอบและหลงรักในงานศิลปะมาก เพราะมันจรรโลงจิตใจของมนุษย์ ช่วยให้มนุษย์มีจิตใจที่อ่อนโยนไม่หยาบกระด้างและก็...สงบครับ ”
นัฐธฤทธิ์กล่าวเปิดงานได้อย่างสวยงามพร้อมกับรอยยิ้มหวานละมุนละไม ก่อนจะมีนักข่าวหญิงท่านนึงถามแทรกขึ้นมานอกประเด็น จากสีหน้าที่แต้มไปด้วยรอยยิ้มกับหุบลงโดยอัตโนมัติ
( ไม่ทราบคุณนัฐกับคุณภีมจะมีข่าวดีกันเมื่อไหร่คะ เห็นข่าวลือบอกว่าแอบไปคุยเรื่องงายหมั้นกันแล้วนี่จริงใช่มั้ยคะ )
“ ... ”
( กำหนดการจะถูกจัดขึ้นเมื่อไหร่คะเร็วๆ นี้หรือเปล่า แล้วถ้าแต่งไปแล้วทั้งสองบริษัทจะรวมเข้ากันเลยไหมคะ )
“ ผมว่าคุณถามนอกเรื่องนะ วันนี้เป็นวันเปิดงานนิทรรศการคุณมาถามนอกประเด็นทำไม ”
( เอ่อ...คือว่า )
“ แล้วเรื่องงานหมั้นมันเป็นเรื่องส่วนตัวของในครอบครัว คุณรู้มาได้ยังสำนักข่าวไหนผมขออนุญาตไม่ให้คุณสัมภาษณ์ต่อนะครับ ”
ทันทีที่นัฐธฤทธิ์พูดจบการ์ดก็รีบนำตัวนักข่าวท่านนั้นออกไปพร้อมกับเสียงโวยวายถามแต่เรื่องเดิมๆ สายตาพราวประกายมองจิกหญิงสาวคนนั้นจนออกไปพ้นห้องจัดแสดง ก่อนสถานการณ์จะกลับมาสู่โหมดปกติ ในฐานะที่เขาเป็นประธานศูนย์ศิลปะเขายังคงให้สัมภาษณ์จนคำกล่าวไปถึงเปิดงานอย่างเป็นทางการ
นักศึกษาทุกเพศทุกวัยต่างหลั่งไหลกันเข้ามาชมงานมากมาย เขาได้แต่ยืนกอดอกมองดูเด็กๆ อยู่ห่างๆ จนกระทั่งมีใครคนนึงกำลังเดินเข้ามาภายในงาน ทำให้ผู้สื่อข่าวหลายสำนักแตกตื่นกันอีกครั้งรีบยกกล้องขึ้นมาถ่ายกันจ้าละหวั่น
ความแพรวพราวออร่าของอีกบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญมาในงานพุ่งทะยานมาแต่ไกล ภีมวัจน์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงดีกรีนักเรียนนอกเพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานบริษัทขนส่งทางเรือแทนบิดาเมื่อไม่นานมานี้ และยังเป็นเจ้าของสายการบิน SPW Airline ชื่อดังในประเทศไทยที่เอ่ยชื่อออกไปใครๆ ต่างก็ต้องร้องอ๋อ
ของดีที่เขามีมันฟ้องอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาใครเห็นเป็นต้องกรี๊ดกร๊าดเพราะเรียกได้ว่าเขาเป็นต้นแบบผู้ชายในฝันของผู้หญิงหลายคน ไม่ใช่แค่ฮอตในหมู่แวดวงไฮโซแต่หน้าตาของเขายังหว่านเสน่ห์ไปทั่วทั้งวงการ
“ เหอะ! ”
นัฐธฤทธิ์ยืนกอดอกมองดูรัศมีของชายคู่หมั้นกำลังเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า ดูท่าทางยียวนกวนประสาทกิริยาแบบนี้เขาไม่เคยชอบเลยสักครั้ง
“ จัดงานใหญ่โตแบบนี้ขาดคนสำคัญอย่างพี่ได้ยังไงครับน้องนัฐ...เอาจริงดิ จะไม่ชวนกันหน่อยเหรอ ”
ภีมวัจน์โน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูว่าที่คู่หมั้นอย่างถือวิสาสะ และใช้มือของตนจัดแต่งคอเสื้อให้คนน้องแสดงให้เห็นถึงท่าทีความห่วงใยจนใครๆ ก็ต่างพากันอิจฉาตาร้อน
ฟรึ่บ!
“ เอามือไป อย่ามาทำรุ่มร่ามนัฐไม่ชอบ ”
ทว่า ร่างเล็กรู้สึกไม่อินกับการกระทำแบบนี้จึงใช้มือปัดออกอย่างไม่ชอบใจ
“ หึ...นัฐไม่ชอบแต่ดูเหมือนว่านักข่าวพวกนั้นชอบนะ ”
แต่ดูเหมือนการกระทำของนัฐธฤทธิ์เมื่อครู่กลับสร้างความประทับใจให้พวกนักข่าวยกกล้องขึ้นมาถ่ายเก็บภาพทีเด็ดไปตีความหมายกันเองว่ามันดูน่ารัก
นัฐเปรยตามองนักข่าวตามที่อีกฝ่ายพูดถึงเขาคนนั้นกำลังเขียนพาดหัวข่าวของพวกเราสองคนอย่างขะมักเขม้น ร่างเล็กทำได้แค่ค้อนสายตามองอีกฝ่ายพลางถอนหายใจ เพราะทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อย และก็ดูเหมือนว่าคนที่คอยสร้างเรื่องคงชอบใจอยู่ไม่น้อย ถึงได้ยิ้มระรื่นโบกไม้โบกมือหัวเราะเล่นกับกล้องไม่เลิก เขาเลยจะทิ้งให้คนพี่ยืนอยู่ตรงนี้คนเดียวให้ได้หน้าสมใจไปเลย
“ ถ้าชอบก็ยืนรับหน้าคนเดียวไปล่ะกัน! นัฐขอตัว ”
ร่างเล็กปลีกตัวเดินออกไปภีมวัจน์จะคว้ามือไว้ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“ เดี๋ยวสิ! ”
ภีมวัจน์ไม่ทันได้บอกเรื่องสำคัญให้น้องฟัง รายนั้นก็ชิ่งเดินหนีไปก่อน ทำเหมือนกับไม่อยากรับฟังเรื่องที่เขาจะพูด
“ พยศไปเถอะ...ได้แต่งงานกันเมื่อไหร่ฉันจะสยบนายเอง ”
ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังบางที่เดินหายออกไป พร้อมกับย้ำเตือนกับตัวเองในใจว่าอีกไม่นานเขาจะปราบพยศกวางน้อยตรงหน้าให้สิ้นลาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายรูปหล่อ หลายครั้งที่คนน้องทำนิสัยเหมือนไม่ชอบขี้หน้าเขา จนบางครั้งภีมวัจน์เองรู้สึกอึดอัดไม่แพ้กันคงไม่ใช่แค่น้องฝ่ายเดียวหรอก
จะทำยังไงได้ล่ะก็เราสองคนถูกจับให้หมั้นหมายกันตั้งแต่เด็กเขาเองก็ไม่ได้พิศวาสอีกฝ่ายเท่าไรนักหรอก ถ้าไม่ประสบปัญหาใหญ่บริษัทขนส่งที่เขาบริหารอยู่ใกล้ล้มละลายเต็มทน ไหนจะสายการบินที่พึ่งเกิดปัญหาจนทำให้หุ้นตกลงมากระทันหัน เขาจะไม่ยอมฝืนทนหลับหูหลับตาตกลงแต่งงานกับผู้ชายอวดดีอย่างนัฐธฤทธิ์เด็ดขาด ที่เขาคอยตามตื้ออยู่ทุกวันนี้ก็แค่อยากให้เหยื่อใจอ่อนก็เท่านั้นเอง แต่ถ้ายังแข็งทั้งนอกและในแบบนี้วิธีเข้าหาแบบปกติคงใช้ไม่ได้อีกต่อไป...
ร่างเล็กปลีกตัวออกมาจากฝูงชนมากมายเพื่อมานั่งหาความสงบหลบอยู่ตรงทางบันไดหนีไฟ พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจุดประสงค์ที่ภีมวัจน์มาวันนี้ทำไมเขาจะเดาไม่ออกมาว่าต้องการอะไรถ้าไม่อยากได้หน้าเซนต์มันบอกแบบนั้น
ภีมวัจน์และนัฐธฤทธิ์รู้จักกันตั้งแต่เด็กเพราะพ่อเราทั้งสองเป็นเพื่อนกัน แค่คำว่าถูกชะตาเราทั้งคู่โดนจับหมั้นหม้ายกันด้วยปากเปล่าในตอนที่ยังเป็นเด็กแต่ไม่คิดจริงจัง จากนั้นเราทั้งคู่ก็ต่างคนต่างแยกย้ายไปใช้ชีวิตพี่เขาก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ นั่นคือจุดที่เราไม่ได้ติดต่อกันเลย เพิ่งได้มาเจอกันวันงานเลี้ยงต้อนรับพี่ภีมกลับบ้านหลังจากไปใช้ชีวิตอยู่ที่ชิคาโกจนอายุครึ่งคน จากนั้นก็ได้ข่าวจากปากพ่อมาบ้างว่าพี่เขารับตำแหน่งประธานบริษัทบริหารงานแทนพ่อธุรกิจทั้งสองเครือภีมวัจน์ล้วนแต่ดูแลเองทั้งสิ้น
ทว่า ทางฝั่งนั้นเป็นคนติดต่อพ่อมาคุยเรื่องสัญญาในวัยเด็ก การหมั้นหมายบ้าบออะไรนั่นจนเขาเกือบลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ ทางนั้นยืนยันว่าจะทำตามคำพูดที่ให้สัญญาไว้ นัฐธฤทธิ์เองก็ไม่ได้รู้สึกยินดีอะไรทั้งนั้นงงด้วยซ้ำ มันคือการจับคลุมถุงชนด้วยซ้ำ
นิสัยใจคอพี่ภีมเป็นไงเขาก็ไม่รู้ โลกนี้มันเปลี่ยนไปแล้วจะมองแค่เขาดูดีเพียงผิวเผินก็เป็นไปไม่ได้.... ร่างเล็กนั่งอยู่ตรงทางลงบันไดเอาศรีษะพิงราวเหล็กคิดอะไรเรื่อยเปื่อย
“ แฮ่ก!!แค่กๆ ”
ทว่า นั่งคิดอะไรไปเพลินๆ กับมีบางอย่างมาทำให้เขาหยุดคิดก็เพราะได้กลิ่นควันบุหรี่ลอยมาเตะจมูก เจ้าของใบหน้าหวานพยายามจ้องมองตำแหน่งละอองสีเทาลอยขึ้นมาชั้นที่เขานั่งอยู่ ก่อนจะชะโงกออกไปดูให้เห็นกับตาว่าใครกันที่มาทำเสียบรรยากาศ
“ นี่!!..นักศึกษาใครอนุญาตให้นายเข้ามาสูบบุหรี่ในนี้ ”
“ !! ”
ฟึ่บ
เจ้าของต้นตอของกลิ่นนั้นเป็นเพียงนักศึกษาชายหนุ่มที่หลบมาสูบบุหรี่ในที่ลับตาคน พอรู้ว่ามีคนจับได้เขาก็รีบทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นและใช้เท้ายีทันทีเพื่อไม่ให้เกิดประกายไฟ
“ รู้มั้ยว่ามันอันตรายแค่ไหน ป้ายก็เขียนชัดเจนนะว่าห้ามสูบ ”
“ .... ”
“ นี่นักศึกษาผู้ใหญ่พูดก็หันมาคุยสิ..ยืนหันหลังให้กันแบบนี้มันไร้มารยาทนะรู้มั้ย ”
ร่างเล็กยืนเอามือค้ำเอว ริมฝีปากหยักก็พร่ำบ่นบอกไปด้วยความโมโห อีกฝ่ายก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหันหน้ามาเจรจา มีเพียงเสียงตอบกลับมาเบาๆ เป็นภาษาอังกฤษ
“ Sorry for making you uncomfortable, I won't do it again next time. ” ( ขอโทษที่ทำให้คุณไม่สบายใจ ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกในครั้งต่อไป )
พูดจบประโยคนักศึกษาชายคนนั้นก็เดินลงไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้นัฐธฤทธิ์ยืนหงุดหงิดอารมณ์เสียกับวาจาห้วนไร้หางเสียงเช่นนี้
“ เด็กสมัยนี้ไร้มารยาทจริงๆ ”
นัฐธฤทธิ์พรูลมหายใจออกมาพลางกรอกตามองบน เด็กหนุ่มคนนั้นพูดอย่างกับว่าเราคงมีโอกาสได้พบกันอีกซึ่งความเป็นไปได้แทบเป็นศูนย์ ใครมันจะอยากเจอคนไร้มารยาทแบบนี้อีกรอบกันล่ะ แต่ฟังจากสำเนียงพูดอังกฤษดูคล่องเหมือนไม่ใช่คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาพยายามไม่ถือสาแต่มันก็อดโมโหไม่ได้จริงๆ
บทล่าสุด
#73 บทที่ 73 จากนี้ไปจนนิรันดร (END)
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#72 บทที่ 72 เรื่องเหนือการควบคุมNc
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#71 บทที่ 71 แค้นที่ได้รับการชำระแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#70 บทที่ 70 หลักฐานมัดตัว
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#69 บทที่ 69 พลั้งพลาด
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#68 บทที่ 68 รางวัลตุ๊กตาทอง
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#67 บทที่ 67 สร้างภาพปิดบังความชั่วร้าย
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#66 บทที่ 66 รู้สึกกลัวบ้างแล้วหรือยัง
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#65 บทที่ 65 แผนซ้อนแผน
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#64 บทที่ 64 ทลายกำแพง
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง













