บทนำ
เมื่อสงครามได้พรากคนที่รักของทั้งสองฝ่ายไป....
"เจียงลี่หลิน" บุตรสาวหมอเทวดาแห่งเมืองฉางที่ครอบครัวถูกพวกข้าศึกฆ่ายกครอบครัว เหลือเพียงแต่นางคนเดียว....
"เฉินจวินเซียว" ที่สูญเสียท่านลุงและอาจารย์คนแรกไปในการช่วยเหลือ "สกุลเจียง" ที่เคยมีพระคุณต่อสกุลเฉิน ในยามนั้นทั้งคู่ยังเด็ก เขา่จึงเกลียดนางและเรียกนางว่า "ปีศาจน้อย" เพราะนางไม่ต่างกับฆาตรกรที่ฆ่าคนในครอบครัวเขาไป....
“ข้าเกลียดนาง!! นางทำให้ท่านลุงต้องตาย เหตุใดต้องให้นางอยู่ที่นี่!!”
“เซียวเอ๋อร์…นางจะเป็นน้องสาวของเจ้า รักกันเอาไว้”
“ไม่!! ข้าไม่มีทางมีน้องสาว นางคือปีศาจ!!”
..............................................................................
“มาทำอะไรที่นี่ยัยปีศาจน้อย”
เขาถามนางเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยเดินมาตัวคนเดียวที่ลานฝึกด้านหลังจวนซึ่งเป็นสนามขี่ม้าในจวนสกุลเฉิน
“ท่านป้าให้ข้ามาตามท่านพี่ไปกินข้าวเจ้าค่ะ”
“ใครเป็นพี่เจ้า!! ข้าไม่มีน้องสาวอย่าได้เรียกขานข้าเช่นนั้นอีกเป็นอันขาด!!”
บท 1
จวนแม่ทัพเฉิน / เมืองหลวง
“เพี๊ยะ!!”
“ฮูหยินพอเถอะเจ้าค่ะคุณชาย…กลัวแล้วเจ้าค่ะ ได้โปรดสั่งให้หยุดโบยเถิดเจ้าค่ะ”
“แม่นมถง ข้ามิได้สั่งโบยเพราะจะให้เขากลัวแต่ข้าอยากให้เขาจดจำว่าไม่ควรทิ้งน้องให้ยืนตากฝนอยู่ข้างนอกนั่น!!”
เสียงไม้โบยยังดังอยู่อีกสามครั้งจนจบ “เฉินจวินเซียว” ในอายุสิบสองปีหันมามองใบหน้าของมารดาที่ยืนกอดเด็กน้อยในวัยเจ็ดปีเต็มในอ้อมกอด นางร้องไห้และขอร้องมารดาของเขาให้ปล่อยเขาไปแต่มารดาของเขาที่โกรธเพราะเด็กน้อยผู้นั้นเปียกฝนไปทั้งตัว
“ท่านป้าเจ้าคะ อย่าตีคุณชายอีกเลย”
“เด็กน้อยเจ้ารีบเข้าไปข้างในให้อาหลันอาบน้ำให้ ทำร่างกายให้อบอุ่นเร็วเข้า”
“เจียงลี่หลิน” ในวัยเพียงเจ็ดขวบหันมามองผู้เป็นพี่ชายซึ่งทั้งสองมิได้มีความเกี่ยวพันกันทางสายเลือด สายตาที่เขามองนางตอนนี้ยิ่งทวีความเกลียดชังขึ้นมากกว่าเดิม
เขาไม่เคยเห็นว่านางเป็นน้องสาวและไม่เคยพูดจากับนางดี ๆ สักครั้งนับตั้งแต่นางก้าวเข้ามาในจวนสกุลเฉินแห่งนี้
หกเดือนก่อน
“หมายความว่าอย่างไร…. ท่านจะบอกว่าท่านอาจารย์ของข้า…ท่านลุงของข้าตายอยู่ที่เมืองฉางงั้นหรือ แล้วท่านพ่อข้าล่ะท่านแม่ขอรับลูกอยากจะไปหาท่านพ่อกับท่านลุง”
“เซียวเอ๋อร์อย่าทำความวุ่นวาย ท่านพ่อของเจ้ากำลังจะพาท่านลุงกลับมา เจ้าอย่าได้….ฮึก!!”
สกุลเฉินสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อแม่ทัพใหญ่ “เฉินฮ่าว” ที่นำทัพไปปราบข้าศึกแคว้นเว่ยที่เมืองฉางเพื่อช่วยท่านหมอเทวดาและครอบครัว “สกุลเจียง” ของเขาที่ถูกฆ่าล้างตระกูลเนื่องจากข้าศึกต้องการแผ่อำนาจและชิงตำรับยาสกุลเจียงไปรักษากองทัพที่ติดโรคระบาด
เมื่อทราบข่าว เฉินฮ่าวพร้อมกับกองทัพสกุลเฉินจึงเดินทางไปช่วยครอบครัวท่านหมอเทวดานามว่า “เจียงอวี่ซิน” แต่เมื่อไปถึงกลับถูกล้อมและลอบโจมตีจนเกือบเอากองทัพไปทิ้ง
โชคดีที่ “เฉินลู่” น้องชายซึ่งเป็นรองแม่ทัพยกทัพไปช่วยเอาไว้ได้ทันแต่ทว่า…กลับสูญเสียแม่ทัพใหญ่ไปอย่างไม่มีวันกลับ
“ยังมีคนรอด สกุลเจียงคนสุดท้าย…. ฝากนางด้วย”
“พี่ใหญ่!!”
นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของแม่ทัพใหญ่ที่กล่าวเอาไว้ก่อนสิ้นลม เฉินลู่หันมามองหน้าเด็กน้อยที่ตัวสั่นไปทั้งตัวและร้องไห้พร้อมกับถือผ้าเปื้อนเลือดในมือ นางคงช่วยแม่ทัพเอาไว้อย่างเต็มที่ของเด็กน้อยในวัยนี้แล้ว
“ข้าพยายามห้ามเลือดเอาไว้ และ และ…. ให้ท่านลุงดื่มยา แต่ว่า แต่…”
รองแม่ทัพเฉินดึงเด็กน้อยเข้ามากอดพร้อมกับปลอบเอาไว้ว่านั่นไม่ใช่ความผิดของนาง แม้ว่าจะมีนางอยู่หรือไม่ก็มิอาจช่วยชีวิตแม่ทัพใหญ่เฉินฮ่าวได้ บุตรีคนเดียวที่เหลืออยู่ของสกุลเจียงพร้อมกับตำราแพทย์เดินได้เดินทางมากับ “เฉินลู่”หลังจบศึกเมืองฉางที่แคว้นฉินปราบศัตรูได้ในที่สุด
“ข้าเกลียดนาง!! นางทำให้ท่านลุงต้องตาย เหตุใดต้องให้นางอยู่ที่นี่!!”
“เซียวเอ๋อร์ต่อไปนางจะเป็นน้องสาวของเจ้า รักกันเอาไว้”
“ไม่!! ข้าไม่มีทางมีน้องสาว นางคือปีศาจ!!”
“เซียวเอ๋อร์!! เจ้าหยุดนะ แม่นมถงรีบพาลี่หลินเข้าไปข้างในก่อนพานางไปอาบน้ำแต่งตัวให้สะอาด นางคงตกใจแย่แล้วรีบไปเถอะ”
สายตาของเด็กน้อยวัยหกขวบกว่าในวันนั้นมองเด็กชายที่อายุมากกว่านางด้วยความกลัวสุดชีวิต นางไม่รู้ว่าตัวเองทำสิ่งใดผิดจึงทำให้พี่ชายต่างวัยผู้นี้เกลียดนางได้ถึงเพียงนี้
“ข้าทำสิ่งใดผิดหรือเจ้าคะ ข้าก็แค่ช่วยท่านลุงผู้นั้นไม่ได้แต่ข้าก็พยายามแล้ว แต่ว่า….”
“คุณหนูเจ้าคะ อย่าได้คิดมากไปเลยเจ้าค่ะ คุณชายเพียงแค่….”
แม่นมถงพยายามหาคำพูดปลอบใจเด็กน้อยแต่ก็กลืนทุกคำลงไป สภาพนางที่เห็น “เจียงลี่หลิน” ในตอนนี้ ทั้งหวาดกลัวทั้งระแวงและน่าสงสารคนทั้งตระกูลตายหมด ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงคืนเดียวยังติดตาราวกับฝันร้าย
“อย่าคิดอะไรมากเลยนะเจ้าคะ ตอนนี้ท่านต้องเข้มแข็งและรักษาตัวให้แข็งแรงเพื่อที่จะ…มีชีวิตอยู่ต่อไป”
“แต่ข้าอยากไปอยู่กับท่านพ่อท่านแม่ ที่นี่ไม่ใช่บ้านข้าไม่มีใครรักข้า พี่ชายคนนั้นก็ยัง…ไล่ข้าไปอีกข้าไม่อยากอยู่ที่นี่”
“โธ่…คุณหนู”
แม่นมถงอดที่จะเสียน้ำตาให้กับเด็กน้อยไม่ได้ จำได้ว่านางและฮูหยินต้องผลัดกันพานางไปนอนด้วยเพราะว่า “เจียงลี่หลิน” มักจะฝันร้ายและสะดุ้งตื่นขึ้นมาทุกคืนและเป็นเช่นนี้อยู่ราว ๆ สามเดือนกว่าอาการจะดีขึ้น
“พิษที่ท่านลุงโดนจากข้าศึกคือ “พิษเฉวียนอี้” เจ้าค่ะ ใช้ยาที่ข้าผสมอยู่ทาที่แผลและกินยาขวดนี้เป็นเวลาสามวันท่านลุงก็จะดีขึ้น”
“หลินเอ๋อร์ลุงขอบใจเจ้ามากนะ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะสืบทอดวิชาแพทย์ของท่านหมอเจียงมาได้เกือบหมด เอ่อ….”
เฉินฮูหยินรีบตีแขนของสามีทันทีบัดนี้สามีนางได้เลื่อนยศเป็นแม่ทัพเฉินแทนตำแหน่งที่ว่างลงหลังจากพี่ชายของเขาสิ้นชีพไป เด็กน้อยแม้หน้าตาจะสลดลงแต่ก็ยังมีรอยยิ้มมากกว่าเดิม
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านป้า ข้าไม่เป็นอะไรแล้วจริง ๆ”
“หลินเอ๋อร์เด็กดี ท่านพ่อท่านแม่เจ้าต้องภูมิใจในตัวเจ้า อย่าคิดว่าป้าเป็นคนอื่น เจ้าจะเรียกป้าว่าท่านแม่ก็ได้นะ”
“ไม่ดีกว่าเจ้าค่ะท่านป้า ข้าไม่อยาก…สูญเสียใครไปอีกแล้ว”
แม้จะยังเด็กแต่ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่นั้นเป็นแผลในใจของลี่หลินที่มิอาจหาย นางอยู่ที่จวนสกุลเฉินมาได้เกือบสองเดือนแล้วและมักจะเห็น “เฉินจวินเซียว” ฝึกดาบอยู่ที่จวนบ่อย ๆ นางพยายามทำดีกับเขาทุกวิถีทาง
“ท่านพี่เจ้าคะ ท่านป้าให้ข้ายกขนมมาให้…”
“เพล้ง!!”
มือของเด็กชายที่สูงวัยกว่าปัดไปโดนเพราะไม่ทันเห็นนางที่เดินมาด้านหลัง เมื่อเขาเห็นว่าเป็นนางก็หงุดหงิดขึ้นมาในทันที
“ซุ่มซ่ามจริง!! เจ้ามาทำอะไรที่นี่ เกะกะสายตาจริง ๆ จางเต๋อ จางอี้ ไปฝึกที่อื่นเถอะ”
""ขอรับ""
เด็กน้อยถูกทิ้งไว้ที่ลานฝึกอาวุธพร้อมกับจานที่แตกและขนมที่ปั้นเองกับมือบนพื้น นางค่อย ๆ หยิบมันใส่จานและพึ่งสังเกตเห็นว่าที่ฝ่ามือน้อย ๆ นั้นถูกจานบาดเข้า
“ตายจริงคุณหนูเหตุใดจึงได้เป็นเช่นนี้ มาเจ้าค่ะแม่นมจะใส่ยาให้นะเจ้าคะ”
“แม่นมเหตุใดท่านพี่ถึงได้เกลียดข้าเจ้าคะ ท่านพี่โกรธที่ข้าทำท่านลุงของเขาตายหรือเจ้าคะ”
“คุณหนู ท่านพี่มิได้เกลียดท่านเจ้าค่ะ เด็กผู้ชายไม่ชอบเล่นกับเด็กผู้หญิงอยู่แล้วท่านอย่าคิดมากเลยเจ้าค่ะ”
“แต่เขาไม่เคยพูดกับข้าดี ๆ สักครั้งเลย เวลาที่พบกันเมื่อใดเขาก็เรียกข้าว่า…ยัยตัวยุ่ง”
“โถคุณหนูเจ้าคะ นั่นเป็นคำเรียกที่พี่ชายเรียกน้องสาวอยู่แล้วนะเจ้าคะ”
“งั้นหรือเจ้าคะแม่นม”
“ใช่แล้ว ๆ ท่านอย่าได้เคืองท่านพี่ไปเลยนะเจ้าคะ”
ลี่หลินไม่กล้าบอกผู้อื่น ว่าลับหลังเวลาไม่มีผู้รู้เห็น จวินเซียวมิได้เรียกขานนางว่า “ยัยตัวยุ่ง” อย่างที่นางบอกผู้อื่น แต่เขาเรียกนางว่า “ปีศาจน้อย” ด้วยสายตาเกลียดชังอย่างลึกสุดหัวใจ
แม้นางจะเริ่มชินกับสายตาและคำพูดร้ายกาจนี้แล้วแต่ในหัวใจของเด็กน้อยก็เพียงแค่อยากมีเพื่อนเล่นในวัยใกล้เคียงกันเท่านั้น แต่ความปรารถนานี้ของนางไม่เคยได้รับจากบุตรชายแม่ทัพใหญ่เลยสักครั้ง และนับวันความเกลียดนี้ดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
“มาทำอะไรที่นี่ยัยปีศาจน้อย”
เขาถามนางเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยเดินมาตัวคนเดียวที่ลานฝึกด้านหลังจวนซึ่งเป็นสนามขี่ม้าในจวนสกุลเฉิน
“ท่านป้าให้ข้ามาตามท่านพี่ไปกินข้าวเจ้าค่ะ”
“ใครเป็นพี่เจ้า!! ข้าไม่มีน้องสาวอย่าได้เรียกขานข้าเช่นนั้นอีกเป็นอันขาด!!”
บทล่าสุด
#66 บทที่ 66 ตอนพิเศษที่ 3 บุตรทั้ง 3 ของท่านแม่ทัพ
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#65 บทที่ 65 ตอนพิเศษที่ 2 ท่านแม่ทัพป่วย
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#64 บทที่ 64 ตอนพิเศษที่ 1 ฮูหยินขี้งอน
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#63 บทที่ 63 รักนิรันดร์ (ตอนจบ)
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#62 บทที่ 62 งานสมรสแม่ทัพเฉิน
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#61 บทที่ 61 เด็กดีที่ยั่วเก่ง (NC)
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#60 บทที่ 60 จุดจบที่น่าสังเวช
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#59 บทที่ 59 เจ้าไม่โกรธงั้นหรือ
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#58 บทที่ 58 เมื่อครู่นี้เจ้าบอกว่า….
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026#57 บทที่ 57 “ได้เวลาของข้าแล้ว”
อัปเดตล่าสุด: 2/19/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
เสน่หาเลขาของมาเฟีย
นักรบ & จอมใจ
เขา…เหมือนกับคนที่มีอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา
เธอ…เด็กสาวที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคในชีวิต
“ช่วยลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปเถอะค่ะท่านประธาน ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกันนะคะ”
อยู่ดีๆ วันหนึ่งเธอก็ดันไปมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับท่านประธานหน้านิ่งสุดแสนจะเย็นชาที่ทำตัวไม่สนโลกอยู่ตลอดเวลาที่เธอทำงานด้วยมาตลอดระยะเวลาสองปี













