รักกลางครรภ์

รักกลางครรภ์

อิสระ&ชน · เสร็จสิ้น · 108.8k คำ

603
ยอดนิยม
787
การดู
6
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

ผมมันก็แค่...."ของเหลือเดน” ชีวิตและร่างกายแปดเปื้อนด้วยมลทิน ราคีและกลิ่นคาว ใครล่ะจะอยากลดตัวลงมาเพื่อยุ่งเกี่ยวกับคนอย่างผม ?

บท 1

ตอนที่ 1 หนี

เสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่าราวกับเทวดาฟ้าดินจะโกรธเกลียดรังแกคนอย่างผม ทันทีเมื่อผมก้าวขาลงมาจากรถไฟซึ่งมันหอบพาเอาคนไร้ค่าอย่างผมซานซมมาจนถึงกรุงเทพมหานคร โดยที่ผมไม่ต้องเสียเงินสักบาทเพราะมันมีไว้สำหรับบริการประชาชนคนชั้นล่างอย่างผมแบบฟรีๆ

ผมหยิบกระดาษสีขาวซึ่งฉีกมันออกมาจากสมุดเรียนวิชาสังคมศาสตร์หน้าที่ยังว่างอยู่เพราะผมใช้จดบันทึกวิชาเรียนไม่หมดก่อนจบเทอมสุดท้าย บนหน้ากระดาษซึ่งมีรอยยับนั้นผมจดที่อยู่ของรุ่นพี่คนหนึ่งเอาไว้เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ตอนที่เขากลับไปเที่ยวบ้านที่ต่างจังหวัดแล้วผมได้มีโอกาสพูดคุยกัน

กรุงเทพมหานครคือเมืองหลวงอันศิวิไลซ์ที่ผมไม่เคยก้าวเท้าเหยียบมาก่อน ที่นี่ดูทุกอย่างสับสนวุ่นวายไปหมด และยิ่งยากขึ้นเมื่อผมต้องมายืนติดอยู่ตรงป้ายรถเมล์กับน้ำท่วมสูงถึงครึ่งหน้าแข้งในช่วงค่ำที่ฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาต้อนรับผม

ผมหันไปถามคนที่ยืนตากฝนจนตัวเปียกอยู่ข้างๆ ถึงการเดินทางเพื่อไปตามที่อยู่ซึ่งผมจดเอาไว้และผมได้รับคำแนะนำให้เดินทางด้วย “รถเมล์ฟรี” ซึ่งมันเบียดเสียดยัดเยียดกันอย่างน่ากลัว 

ผมยืนมาบนรถเมล์ซึ่งมีผู้โดยสารแออัดเบียดกันจนแทบหายใจไม่ออก ท่ามกลางการจราจรที่แทบไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่าการขึ้นรถเมล์มันเร็วกว่าการเดินด้วยเท้าตรงไหน ผมยืนเมาไปกับกลิ่นเหงื่อ กลิ่นตัว กลิ่นน้ำหอมของคนเมืองจนแทบหายใจไม่ออก

“เอ็นเอสไนท์ บาร์” ผมยกแผ่นกระดาษยับๆ นั้นขึ้นมาแล้วแหงนหน้าอ่านทวนป้ายไฟด้านบนอีกครั้ง

หลังจากใช้ความพยายามฝ่าฟันความกล้าๆ กลัวๆ ถามคนนั้น คนนี้มาตลอดทางในที่สุดผมก็มายืนอยู่หน้าบาร์แห่งหนึ่ง ตัวตึกเป็นคล้ายๆ อาคารพาณิชย์สูงสี่ชั้น มีป้ายไฟขนาดใหญ่ติดเป็นชื่อบาร์เหมือนอย่างในกระดาษที่ผมถืออยู่ สภาพเนื้อตัวของผมเวลานี้มันเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้า กระเป๋าเป้สะพายหลังชุ่มไปด้วยน้ำ ตอนนี้ฝนหยุดแล้วเหลือแค่ละอองฝอยเล็กๆ เท่านั้น

“เอ่อ...ขอโทษครับ ผมมาหาพี่กบ” ผมเดินตัวเปียกไปยืนแหงนคอคุยกับผู้ชายใส่ชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสีดำสองคนท่าทางน่ากลัวตรงประตูทางเข้า

“กบไหน ที่นี่ไม่มีคนชื่อกบ”

“แต่...พี่กบบอกว่าทำงานอยู่ที่นี่...เอ่อ นี่ไงครับผมมีที่อยู่พี่เขาให้ผมไว้”

“นี่ไอ้น้องหลบไปไกลๆ อย่ามาเกะกะทางเข้าร้าน" ผู้ชายหน้าดุคนเดิมยื่นมือมาผลักผมให้ถอยออกไปด้านข้าง

"พี่...แต่ว่าเขาบอกว่าเขาทำงานที่นี่จริงๆ นะ" 

"ถ้าเพื่อนน้องทำงานที่นี่ก็ลองโทรถามเพื่อนสิให้เขาออกมารับแล้วนี่อายุถึงสิบแปดแล้วหรือยัง หัวยังเกรียนอยู่เลย อย่ามายืนแถวนี้เดี๋ยวร้านพี่ก็ซวยหรอก” คนหน้าดุจับไหล่ผมแล้วเหวี่ยงผมออกมาอีกครั้ง

ผมใช้โทรศัพท์มือถือกดเบอร์ตามที่รุ่นพี่ได้เคยให้ผมไว้แต่ไม่มีคนรับสาย ผมไม่รู้จะไปทางไหนดีเพราะใจกลางเมืองหลวงใหญ่โตนี้ผมรู้จักเพียง “พี่กบ” รุ่นพี่โรงเรียนเก่าซึ่งเข้ามาหางานทำในกรุงเทพและเคยออกปากชวนผมให้มาเที่ยวหาได้ที่กรุงเทพ

ผมเพิ่งเรียนจบมัธยมปลายจากโรงเรียนประจำจังหวัดในภาคเหนือของเมืองไทย โดยแรกเริ่มทีเดียวผมก็เป็นเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่ใฝ่ฝันอยากเรียนต่อในรั้วมหาวิทยาลัยแต่เพราะเหตุการณ์บางอย่างทำให้ผมต้องละทิ้งความฝัน ละทิ้งบ้านเกิดเพื่อมุ่งหน้าเข้ามาหางานทำในกรุงเทพ

ผมนั่งมองผู้คนหลายร้อยคนเดินหลั่งไหลหายเข้าไปภายในบาร์แห่งนี้ ซึ่งมันเป็นจุดหมายปลายทางที่ผมตั้งใจมาหาพี่กบ ผมนั่งรออยู่บนทางเท้าหน้าร้านตรงส่วนที่มันเป็นลานจอดรถ จนความหิวเล่นงานผมอย่างหนักเพราะตั้งแต่ขึ้นรถไฟมาเมื่อเช้าผมมีเพียงข้าวเหนียวไก่ย่างราคาถูกยัดใส่เข้าไปภายในกระเพาะผมเท่านั้น ตอนนี้หน้าจอโทรศัพท์มือถือของผมแบตของมันขึ้นขีดสีแดงและตัวเลขบอกเวลาว่ากำลังจะเที่ยงคืนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ความกระวนกระวายวิตกทำให้ผมนั่งไม่ติดเพราะผมยังไม่สามารถติดต่อพี่กบได้

ผมตัดสินใจส่งข้อความเข้าไปยังเบอร์โทรศัพท์ของพี่กบเพื่อบอกให้รู้ว่า ผมมาถึงกรุงเทพแล้วและจะนั่งรออยู่ตรงนี้เพื่อรอให้พี่กบมารับ แต่ทุกอย่างยังคงเงียบหายไม่มีการตอบรับหรือโทรกลับมาจากรุ่นพี่ของผม จนกระทั่งนักเที่ยวกลางคืนเริ่มทยอยเดินกลับออกมาจากร้าน รถยนต์เกือบทั้งหมดถูกขับหายออกไปจนลานจอดรถที่ผมนั่งอยู่ไม่เหลือรถยนต์แม้แต่คันเดียว ป้ายไฟด้านหน้าซึ่งบอกชื่อร้านเอาไว้ถูกปิดลง 

“พี่...” ผมวิ่งแบกกระเป๋าไปดักหน้าผู้ชายตัวโตสองคนซึ่งกำลังจะเดินหายเข้าไปภายในร้าน

“เฮ้ย นี่ยังไม่กลับอีกหรือไงวะ” พี่ผู้ชายชุดดำหน้าดุหันมาถลึงตาใส่ผม

“ตกลงว่าพี่รู้จักพี่กบมั้ย ผมขอร้องล่ะเขาบอกว่าเขาทำงานที่นี่จริงๆ นะ ผมมาจากต่างจังหวัดพี่เข้าไปบอกเขาให้หน่อยว่าผมรออยู่ข้างหน้า”

“บอกว่าไม่มีคนชื่อกบ ทำไมพูดไม่รู้เรื่องวะ” ผู้ชายหน้าดุตะคอกใส่ผมเสียงดังก่อนจะสะบัดแขนแล้วเดินเข้าไปด้านในทิ้งให้ผมยืนสับสนอยู่เพียงลำพัง

ผมยกโทรศัพท์มือถือของผมออกมาทันได้เห็นหน้าจอของมันดับพรึ่บไปต่อหน้าต่อตา ผมไม่กล้าเดินไปไหนเพราะกลัวว่าถ้าพี่กบอ่านข้อความแล้วเดินมาหาผมจะไม่เจอ  ผมถอยกลับไปนั่งรออยู่บนหมอนคอนกรีตกั้นล้อรถตรงหน้าประตูทางเข้าออกร้านเพื่อหวังว่าอย่างน้อยถ้าพี่กบเลิกงานแล้วเดินออกมาจะได้เห็นผมในทันที

แต่ไม่มีใครเดินออกมาจากประตูกระจกทึบบานนี้แม้แต่ผู้ชายหน้าดุสองคนนั้นก็หายไปเลย เวลานี้ไม่เหลือใครแล้ว ไฟทุกดวงถูกดับลง ผมนั่งคุดคู้ดึงหัวเข่าตัวเองขึ้นมากอดเพื่อช่วยให้ตัวเองรู้สึกอุ่นขึ้นแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เสียงท้องร้องอุทธรณ์ขอความเห็นใจจากผมเพราะมันคงต้องการอาหาร ผมกวาดสายตาหันไปรอบตัวเห็นป้ายร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนักก่อนจะหยิบกระเป๋าเงินแบนๆ ของตัวเองออกมาแล้วใช้นิ้วมือเล็กเขี่ยๆ ขอบธนบัตรภายในนับดูเป็นครั้งที่ร้อย ผมมีเงินติดตัวอยู่ไม่ถึงห้าร้อยบาทและไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าผมต้องเจอกับอะไรบ้างความหิวเพียงแค่นี้คงไม่ฆ่าผมให้ถึงกับตาย

เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ดังสนั่นจนผมสะดุ้ง ฝนที่เพิ่งขาดเม็ดไปดูเหมือนมันจะซ้ำเติมผมอีกครั้ง ลมพายุพัดซัดมาจากทุกทิศทางผมลุกขึ้นจากแล้ววิ่งเข้าไปหลบฝนอยู่บริเวณหน้าร้านซึ่งพอมีชายคาให้ผมหลบฝน

ตึง! ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ๆ มีเสียงดังขึ้นมาจากภายในร้านซึ่งด้านในปิดไฟมืดสนิท ผมแนบสายตาจ้องฝ่าความมืดเข้าไปด้านในแต่ก็มองอะไรไม่เห็นเลย

ตึง! อีกครั้งเสียงนั้นดังมาจากด้านในแน่ๆ ผมรวบรวมความกล้าแล้วเดินไปชะโงกหน้าตรงด้านข้างซอกตึกเล็กๆ ก่อนจะเดินเลาะไปจนถึงจุดทิ้งขยะซึ่งมีถังขยะใบใหญ่กว่าตัวผมวางเรียงกันอยู่หลายใบ ข้างๆ นั้นเป็นประตูกระจกบานหนึ่งมีสติ๊กเกอร์แปะเอาไว้เป็นชื่อของบาร์แห่งนี้

ตึง! อีกครั้ง เสียงนั่นอีกแล้วผมเอื้อมมือไปดึงประตูกระจกนั้นแล้วออกแรงดึงมันอย่างกล้าๆ กลัว

“ไม่ได้ล็อกเหรอ” ผมหันซ้ายหันขวาแล้วค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปด้านในอย่างช้าๆ

กลิ่นเหม็นอับ เหม็นเปรี้ยว คลุ้งไปทั่วจนผมต้องยกมือมาปิดจมูก ภายในห้องนี้ไม่ได้มืดสนิทเสียทีเดียว ผมยืนนิ่งๆ สักพักเพื่อปรับสายตาให้ชินกับความมืดด้านใน แสงสีเขียวสว่างสะท้อนอยู่ด้านข้างผนัง ผมเดาว่ามันคงเป็นสวิตช์ไฟจึงตัดสินใจเดินไปใกล้แล้วกดเปิดมันเพียงหนึ่งดวงอย่างเดาสุ่ม

ตึง ตึง ตึง จี๊ดด ผมสะดุ้งขนหัวลุกซู่ทันทีเมื่อไฟสว่างขึ้นกลางห้อง หนูตัวเท่าแมวสามสี่ตัววิ่งพล่านไปทั่วห้องมีอยู่ตัวหนึ่งมันเหยียบกับดักกาวเข้า ทำให้มันลากเอาถาดกาวไปชนกับซิงค์ล้างจานจนเป็นที่มาของเสียงตึงๆ ที่ผมได้ยินเมื่อครู่

“อะไรเนี่ย” ผมกวาดสายตาไปรอบห้อง ที่นี่เหมือนจะเป็นห้องครัวหรือห้องเก็บของอะไรสักอย่างแต่มันสกปรกจนน่าอ้วก มีเศษขยะ เศษอาหารเต็มไปหมด จานชามใช้แล้วถูกวางทิ้งระเกะระกะเกลื่อนห้องผมต้องยกมือขึ้นมาอุดปากเพราะผมรู้สึกคลื่นไส้จนทนไม่ไหวจริงๆ ห้องครัวถึงจะรกไปหน่อยแต่ก็พอมองออกว่ามันคือห้องสำหรับใช้ปรุงอาหาร จานใช้แล้วกองเท่าภูเขาถมอยู่ในซิงค์ขนาดใหญ่ แก้วน้ำ แก้วเหล้าทรงสวยๆ หลายแบบวางเรียงเป็นร้อยๆ ใบ 

ผมขยับเท้าเดินเข้าไปยืนอยู่หน้าตู้แช่หลังใหญ่แล้วเอื้อมมือเปิดมันออก ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยของสดมากมาย ไส้กรอก แหนม เบคอน เยอะจนละลานตา ทันทีที่สายตาของผมรับภาพอาหารเข้าสู่สมองท้องของผมมันก็ร้องประท้วงอย่างดุเดือด ผมรับรู้ถึงการบิดตัวของลำไส้น้อยแทบจะทันที

“ของกินเยอะเลย” ผมยกมือขึ้นมากุมหน้าท้องตัวเองแล้วหมุนตัวมองไปทั่วห้องครัวแคบๆ อีกครั้งก่อนจะปิดประตูตู้แช่เอาไว้ตามเดิม

ผมเดินลึกเข้าไปพ้นประตูอีกบานเป็นทางเดินแคบๆ จนไปถึงส่วนของร้านด้านใน โต๊ะ เก้าอี้ วางระเกะระกะ ถังน้ำแข็งแก้วเหล้า ขวดเหล้า ขวดเบียร์ บางส่วนไม่ได้ถูกเก็บออกจากโต๊ะ ผมหมุนตัวมองไปรอบๆ ไม่มีใครเหลืออยู่เลยสักคนเดียว

“นี่ไม่คิดจะเก็บร้านกันเลยอย่างนั้นเหรอ”

ผมเดินไปนั่งลงบนโซฟาตัวหนึ่งด้านหน้าเวที บนโต๊ะกลางด้านหน้านั้นมีจานออเดิร์ฟถูกวางทิ้งเอาไว้ อาหารเหลือทิ้งเกินกว่าครึ่งมีทั้งไส้กรอกทอด ถั่วลิสง แหนม แล้วอะไรวางเคียงๆ กันอีกสองสามอย่าง

“กินของเหลือแบบนี้ ไม่ถือว่าขโมยใช่มั้ย” ผมหันคอมองไปรอบตัวอีกครั้งก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบของบนจานยัดใส่ปากด้วยความหิวโหย เพียงไม่กี่นาทีของเหลือเดนทุกอย่างที่คนมีเงินกินทิ้งกินขว้างเอาไว้ก็ถูกผมกินจนเกลี้ยง

ผมทำแบบเดียวกันกับอาหารอีกสองสามจานที่ถูกวางเหลือทิ้งเอาไว้ แล้วเดินเก็บจานและแก้วเข้าไปเก็บในครัวเพื่อชดเชยแทนค่าเศษอาหารที่ผมกินเข้าไปเมื่อครู่

ผมยืนชั่งใจอยู่นานกับสภาพห้องครัวอันทุเรศตา ก่อนจะตัดสินใจทำเรื่องบ้าๆ นั่นคือจัดการล้างถ้วย ล้างจาน และทำความสะอาดห้องครัวโดยใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง และใช้เวลาสิบนาทีในการเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำเล็กๆ ภายในห้องครัว ผมรื้อกระเป๋าหยิบสายชาร์ตโทรศัพท์ออกมาแล้วเห็นว่าสายชาร์ตมันเปียกฝนเพราะกระเป๋าเป้ใบเก่าของผมมันไม่ได้หนามากพอที่จะปกป้องสิ่งของที่มันห่อหุ้มเอาไว้ เสื้อผ้าของผมด้านในเปียกชื้นไม่มีเหลือ รวมถึงสายชาร์ตโทรศัพท์ด้วย

ความพยายามในการชาร์ตแบตมือถือของผมหมดลงเมื่อประกายไฟลุกพรึ่บขึ้นมาขณะที่ผมพยายามเสียบปลั๊กไฟ สายชาร์ตโทรศัพท์ของผมควันขึ้นโขมงพังคามือ มันยิ่งซ้ำเติมความหนักใจให้กับผมเพราะผมจะหาหนทางติดต่อพี่กบได้ยังไง

ผมจัดการรื้อเอาเสื้อผ้าเพียงสองสามชุดที่เปียกชื้นนั้นออกมาแล้วเปิดพัดลมตัวใหญ่ในครัวเพื่อช่วยเป่าให้เสื้อผ้านั้นแห้งเร็วขึ้น

“ผม...ถือว่าผมทำงานแลกกับอาหารและที่พักคืนนี้และนะ”

ผมพูดกับอากาศในห้องก่อนจะนั่งพนมมือไหว้อะไรก็ได้ที่จะช่วยเป็นพยานให้ว่าผมไม่ได้คิดไม่ดีหรือทำเรื่องชั่วๆ ผมแค่ต้องการที่ซุกหัวนอนในคืนนี้ เพราะผมหมดหนทางจะไปแล้วจริงๆ

ผมใช้โซฟาตัวยาวเป็นที่นอนเพียงแค่ผมนอนหลับตาความรู้สึกทุกอย่างของผมก็ถูกดูดให้จมหายเข้าไปว่ายวนอยู่กับฝันร้ายอีกครั้ง

“ฮึก ฮึก” ผมสะดุ้งสุดตัวลุกขึ้นมาจากโซฟาหันไปมองรอบตัวซึ่งมีเพียงความว่างเปล่างวังเวง

เมื่อมั่นใจว่ารอบๆ ตัวของผมเวลานี้ไม่มีใครอื่น นอกจากผมเพียงคนเดียว เสียงสะอื้นที่ผมกลั้นเก็บเอาไว้เพียงในฝันก็ระเบิดออกมาในทันที

“ฮืออออออ” เสียงสะท้อนของความเจ็บปวดจากการเป็นผู้ถูกกระทำ ความเจ็บช้ำที่ผมแบกหอบมันเอาไว้ไหลทะลักออกมาเป็นสายน้ำเย็นๆ ตรงบริเวณหัวตาอย่างไม่ขาดสาย พื้นที่ห้องสี่เหลี่ยมขนาดกว้างหลายสิบตารางเมตรมีเพียงเสียงร้องไห้ของผมดังก้องสะท้อนไปมาในความเงียบสงัด เสียงซึ่งโหยหวนชวนให้เวทนา 

ความทรงจำบางอย่าง......เวลาไม่อาจลบมันออกไป

ความทรงจำบางอย่าง......ระยะทางไม่อาจทำให้ความเจ็บนั้นจางลง

ความทรงจำบางอย่าง......ยิ่งเราพยายามจะลืม มันก็เหมือนจะยิ่งแจ่มชัดขึ้นกว่าเดิม

ผมนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนโซฟาตัวใหญ่ หัวใจที่คิดว่ามันทนต่อความเจ็บได้เพราะความเคยชิน แต่ยามนี้หัวใจอันเน่าเหม็นฟอนเฟะเละด้วยน้ำมือของคนที่ผมรัก มันกำลังกลัดหนองบวมช้ำและซ้ำเติมให้ผมเจ็บขึ้นมาอีกครั้ง 

แค่ลำพัง.....เพียงแค่ผม ที่ต้องเผชิญมันเพียงลำพัง

“อ๊ากกกกกก”

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

ใต้เงาสเน่หา

ใต้เงาสเน่หา

16.3k การดู · กำลังอัปเดต · นรานิณ
เพราะมรสุมชีวิตและรักเก่าที่พังทลาย ทำให้ ‘เพลงพิณ’ นักโภชนาการสาวต้องยอมลดตัวมาเป็นแม่ครัวส่วนตัวในคฤหาสน์หรู เพื่อหาเงินรักษาเทวดาตัวน้อยของเธอ...

ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์

ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!

เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!

11.3k การดู · กำลังอัปเดต · Peach뽀이
ก็แค่บอดี้การ์ดฝีมือดีคนหนึ่งที่พ่วงด้วยสถานะคู่นอนเป็นครั้งคราว เธอไม่ได้สำลักสำคัญอะไรต่อชีวิต แต่ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อเธอจากไปหัวใจของมาเฟียจอมโหดถึงได้รู้สึกเดือดพล่านขนาดนี้!
..................................................................

พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์

มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก

นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)

บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า

นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................

เรื่องย่อ

สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น

เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น

7.8k การดู · กำลังอัปเดต · อรุณรัตน์
คู่หมั้นของฉันนอกใจฉัน และคนที่เขานอกใจด้วยก็คือพี่สาวของฉัน!
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
พี่ชายที่รัก

พี่ชายที่รัก

275.3k การดู · เสร็จสิ้น · สาวน้อย.ช่างฝัน
พี่กัส 'ออกัส' เป็นพี่ชายของฉัน 'อลิน' เราเป็นพี่น้องบุญธรรมกัน แต่เขากลับไม่เคยทำดีกับฉันเลยสักครั้ง เอาแต่คอยทำร้ายจิตใจและร่างกายของฉัน
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
สัญญารักประธานร้าย

สัญญารักประธานร้าย

69.2k การดู · เสร็จสิ้น · ปลายฟ้า
ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะมายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เป็นโชคดีของเธอแล้วที่เขาจำเธอไม่ได้ ลูกคนนี้จะได้เป็นสิทธิ์ขาดของเธอคนเดียว
บ่วงรักกับดักแค้น

บ่วงรักกับดักแค้น

9k การดู · กำลังอัปเดต · กวีสีรุ้ง/สิบสามธันวา
"ถ้าความรักคือบ่วงความแค้นก็คงเป็นดักที่เขาขุดไว้รอให้เธอตกลงไปชดใช้"
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
พี่สาวครับรับรักผมด้วย

พี่สาวครับรับรักผมด้วย

10.1k การดู · เสร็จสิ้น · พลอยชนา
ถ้าอดีตเด็กชายที่เคยแกล้งคุณตอนเด็กๆ โตมากลายเป็น 'หนุ่มวิศวะหน้าหล่อ หุ่นแซ่บ' แถมยังเดินหน้าจีบคุณแบบไม่พัก... คุณจะใจแข็งทนไหวไหม? พบกับเรื่องราวความรักข้ามรุ่นสุดฮีลใจ ที่จะทำให้คุณรู้ว่า... อ้อมกอดของเด็กข้างบ้าน มันอุ่นกว่าที่คิด
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ

องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ

8.8k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
เมื่อองค์ชายถังมู่เหรินถูกบังคับให้แต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับองค์หญิงจ้าวซีเฟย การอยู่ร่วมจวนเดียวกันเหมือนอยู่บนเกาะภูเขาน้ำแข็งอีกฝ่ายเย็นชา อีกฝ่ายไร้หัวใจ แล้วทั้งคู่จะลงเอยกันได้เช่นไร...

"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย

"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน

............."ส่งตัวเข้าหอ".............

"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"

"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"

"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"

"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"

......................................................

"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"

นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด

"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"

หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้

""นี่มันอะไรกัน""
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด

ร้ายซ่อนรักฉบับโหด

601.7k การดู · เสร็จสิ้น · Yaygoh
เธอ คะนิ้ง นกน้อยที่หลงเข้าไปพัวพันกับเหล่านักแข่งใต้ดิน เธอแค่อยากตามหาน้องสาวที่หายตัวไป โดยไม่รู้เลยว่าความจริงที่รออยู่เบื้องหน้าโหดร้ายยิ่งกว่าขุมนรก

เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...

ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
กรงรักจำนน

กรงรักจำนน

274.4k การดู · เสร็จสิ้น · ผ้ายับที่พับไว้
เธอเป็นเพียงพยาบาลตัวเล็ก ๆ ที่ถูกจ้างให้มาดูแลย่าของเขา แต่กลับถูกดึงเข้าไปอยู่ในเกมของครอบครัวมหาเศรษฐี เกมที่เธอไม่ได้สมัครใจแม้แต่น้อย
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
โซ่สวาทร้อนรัก

โซ่สวาทร้อนรัก

516.2k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“ใครบอกให้คุณแต่งตัวแบบนี้หึ อยากจะโชว์ให้คนอื่นเห็นหรือไง ว่านมตัวเองมันใหญ่น่ะห้ะ”
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”

คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก

พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก

13.1k การดู · เสร็จสิ้น · ปะหนัน
คำโปรย
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า