บทนำ
บท 1
“ครับ ผมจะรีบไป”
เจ้าของน้ำเสียงทุ้มเข้มบอกเรียบๆ ก่อนจะกดวางสายเพื่อตัดปัญหา เสียงถอนหายใจหนักๆ ทอดยาวออกมาทั้งจากทางจมูกที่โด่งเป็นสันรวมถึงทางริมฝีปากหนาและหยักลึก เรียวคิ้วที่เรียงเส้นสวย หนาและดำสนิทค่อยๆ ขมวดเข้าหากันจนเห็นรอยย่นที่กึ่งกลางหน้าผาก รวมถึงนัยน์ตาสีนิลที่กำลังค่อยๆ ฉายแววขุ่นมัวออกมาอย่างชัดเจน
ร่างสูงใหญ่ทิ้งกายลงพิงกับเบาะรถนิ่งๆ แม้จะเขาวางสายจากโทรศัพท์สายสำคัญไปได้สักพักใหญ่ๆ แล้วก็ตาม เขาสูดหายใจเข้าจนเต็มปอดเพื่อสะกดกลั้นบางอย่างเอาไว้ในอกแล้วตัดสินใจถอยรถออกมาจากลานจอดรถของร้านอาหารที่เขาเพิ่งจะขับมาจอดได้ไม่ถึงห้านาทีก่อนที่โทรศัพท์สายสำคัญสายนั้นจะโทรเข้ามาโดยที่เขายังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าออกจากตัวรถด้วยซ้ำไป แต่คำสั่งจากปลายสายที่เขาเพิ่งจะได้รับก็ทำให้เขามองไม่เห็นทางเลือกอื่นอีกแล้วจริงๆ
เอี้ยดดด!
โครมมม!!
เสียงบดเบียดของยางรถยนต์ที่ครูดไปพื้นถนนซีเมนต์ดังลั่นไปทั่วบริเวณ ก่อนที่เสียงดังคล้ายระเบิดจะดังขึ้นตามมาติดๆ เมื่อรถยนต์คันหรูพุ่งตรงไปชนเข้ากับเสาไฟฟ้าส่องสว่างข้างทางจนทำให้ผู้คนแถวนั้นแตกตื่นและวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น
“ฉันไม่ต้องรีบแล้วสินะ”
ร่างสูงพึมพำเพียงแผ่วเบา เขาตัดสินใจจอดรถตรงนั้นทันทีพร้อมกับรีบเปิดประตูรถแล้วก้าวเท้ายาวๆ ลงจากรถ ก่อนจะรีบสืบเท้าตรงไปยังรถคันที่เกิดเหตุโดยไม่รีรอ
หากแต่การเข้าถึงคนเจ็บเป็นไปได้ยากมากเมื่อทุกคนยังคงเอาแต่มุงดูเหตุการณ์ระทึกที่เพิ่งจะเกิดขึ้นอย่างไม่อยากจะให้คลาดสายตา แต่ใครเลยจะรู้ว่าวินาทีนี้ คนเจ็บต้องการได้รับการช่วยเหลือมากที่สุดต่างหาก และ ณ ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครเหมาะเท่ากับชายร่างสูงที่กำลังเดินแหวกฝูงชนเข้าไปหาคนเจ็บเท่า “หมอภัค” คนนี้อีกแล้ว
“ขอทางหน่อยครับ ผมต้องการช่วยเหลือคนเจ็บ”
หมอภัครีบตะโกนบอกด้วยความร้อนใจ เมื่อตอนนี้ผ่านมาได้หลายนาทีแล้วแต่เขาก็ยังเดินเข้าไปไม่ถึงใจกลางวงล้อมด้วยซ้ำ และแน่นอนว่าคนเป็นหมออย่างเขารู้ดีว่าทุกวินาทีที่กำลังผ่านไปอาจจะเป็นวินาทีแห่งความเป็นความตายก็ได้
“ผมเป็นหมอครับ ขอทางให้ผมได้เข้าไปช่วยเหลือคนเจ็บด้วย”
“ครับหมอ ทางนี้เลยครับ”
เสียงจากชายคนนึงตะโกนสวนออกมาจากด้านในวงล้อม ก่อนที่เจ้าของเสียงกระวนกระวายนั่นจะวิ่งมาคว้าหมับที่ข้อมือของหมอภัคแล้วรีบดึงหมอภัคเข้าไปหาคนเจ็บที่ร่างยังคงติดอยู่ในรถทันที
สัมผัสอุ่นๆ ที่ข้อมือทำหมอภัครีบสะบัดออกด้วยสัญชาติญาณอย่างถือตัว ก่อนจะตวัดสายตาคมคายมองกลับไปที่ชายหนุ่มคนนั้นด้วยความรู้สึกไม่ค่อยจะพอใจนัก
“ผมขอโทษครับ แต่ว่าเชิญทางนี้ครับหมอ เดี๋ยวจะไม่ทัน”
น้ำเสียงรุกลี้รุกลนของชายคนนั้นทำให้หมอภัครีบสืบเท้ายาวๆ ของตัวเองตามชายแปลกหน้าคนนั้นไป แม้หางตาจะมองเห็นคราบเลือดสีแดงๆ ที่ปลายแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเอง แต่ในจรรยาบรรณของคนเป็นหมอ ชีวิตคนเจ็บย่อมสำคัญกว่า แม้ว่าแต่ไหนแต่ไรมาเขาจะไม่ชอบให้เสื้อของเขาต้องเปื้อนเลือดเลยก็ตาม
“ร่างยังติดอยู่ในรถครับ” ชายแปลกหน้าหันกลับมาบอก ก่อนจะหลีกทางให้หมอภัคได้เดินเข้าไปดูอาการคนเจ็บ
ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีคนโทรแจ้งรถฉุกเฉินแล้ว แต่ว่ายังมาไม่ถึง ดังนั้นสิ่งที่หมอภัคทำได้ก็คงเป็นแค่การดูอาการเบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากตัวของหมอภัคเองก็ไม่ได้มีอุปกรณ์อะไรติดมือมาเลยแม้แต่อย่างเดียว
หมอภัครีบก้าวเท้าตรงต่อไปที่รถคันเกิดเหตุ พยายามเคาะกระจกเพื่อเรียกสติของคนขับเผื่อว่าเขาหรือเธอคนนั้นอาจจะยังมีสติและพอจะช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายวินาทีแล้วด้านในรถยังคงเงียบ ก็เดาต่อได้เลยว่าคนเจ็บคงหมดสติไปแล้ว ซึ่งหมอภัคคิดในใจไว้แค่นั้น ไม่อยากจะมองอะไรให้มันเลวร้ายไปนัก แม้สภาพรถที่บุบไปครึ่งคันจะชวนให้คิดมากแค่ไหนก็ตาม
หมอภัคเอื้อมมือหนาและขาวสะอาดของตัวเองไปดึงที่เปิดประตูรถ และก็โชคดีมากที่มันไม่ได้ถูกล็อคเอาไว้ ภาพแรกที่หมอภัคได้เห็นก็คือคนขับรถคนนั้นนั่งอยู่ในสภาพที่ฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยรถ สองมือห้อยตกลงไปด้านล่างตามแรงโน้มถ่วงเมื่อเจ้าของร่างไร้สติ
“เร็วครับหมอ ช่วยด้วยครับหมอ” เสียงจากทางด้านหลังยังคงเอ่ยปากเร่งไม่หยุดปาก
หมอภัคค่อยๆ ขยับร่างคนเจ็บให้หงายเอนลงกับเบาะรถอย่างเบามือ แต่เมื่อได้เห็นหน้าคนเจ็บที่แม้ว่าตอนนี้ใบหน้าขงชายคนนั้นจะมีเลือดสีแดงฉาดไหลย้อยลงมาตามรูปหน้าและเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างกาย หมอภัคก็จำได้ดีว่าเขาเคยพบเจอกับชายคนนี้มาก่อน
สายตาคมเข้มเบิกกว้าง ก่อนจะค่อยๆ มองย้อนกลับไปด้านหลังอีกครั้ง สายลมเย็นๆ ที่เคยทำให้รู้สึกเย็นสบายแต่ว่าตอนนี้มันกลับทำให้หมอภัคขนลุกซู่ไปทั้งตัว เมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือสิ่งที่คนเป็นหมอและเชื่อในวิทยาศาสตร์รวมถึงหลักการและเหตุผลอย่างเขาเคยคิดว่าจะไม่เชื่อจนกว่าจะได้เห็นกับตา ซึ่งวินาทีนี้คงต้องเชื่อแล้วจริงๆ เพราะว่ามันชัดเจนว่าใบหน้าของร่างในอ้อมแขนกับชายแปลกหน้าที่วิ่งไปนำทางให้เขาคือคนๆ เดียวกัน
“ช่วยผมด้วยนะครับหมอ”
บทล่าสุด
#100 บทที่ 100 ตอนพิเศษ [12]
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#99 บทที่ 99 ตอนพิเศษ [11]
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#98 บทที่ 98 ตอนพิเศษ [10]
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#97 บทที่ 97 ตอนพิเศษ [9]
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#96 บทที่ 96 ตอนพิเศษ [8]
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#95 บทที่ 95 ตอนพิเศษ [7]
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#94 บทที่ 94 ตอนพิเศษ [6]
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#93 บทที่ 93 ตอนพิเศษ [5]
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#92 บทที่ 92 ตอนพิเศษ [4]
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025#91 บทที่ 91 ตอนพิเศษ [3]
อัปเดตล่าสุด: 12/2/2025
คุณอาจชอบ 😍
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ภรรยา(เก่า)ของมาเฟีย - เมีย (น้อย) ของมาเฟีย
"ไง ไม่ได้เจอกันหลายปี" เสียงทักทายแสนเย็นชานั้นทำเอาเธอยืนขาแข็งไปหมด
"ทำไมถึงจับฉันมาล่ะ"
"ไม่รู้สินะ ก็แค่มีเรื่อง...อยากเคลียร์นิดหน่อย"
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
ภรรยาลับของคุณหมอปัณ
นภัสสรยอมแลกศักดิ์ศรีเพื่อชีวิตแม่
ขณะที่หมอปัณ… ผู้ชายเย็นชาที่ไม่เชื่อในความดีของใคร กลับลงโทษเธอจากความเข้าใจผิดในคืนหนึ่งที่เปลี่ยนชะตาไปตลอดกาล
เขาเรียกเธอว่า... ผู้หญิงหน้าเงิน แต่กลับกักขังเธอไว้ข้างกายด้วยเงินและความปรารถนา
เมื่ออดีต ความลับ และเด็กในท้องปรากฏขึ้น ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อ… จะกลายเป็นความรัก หรือพันธะที่ไม่มีวันหลุดพ้น
นิยายดรามาร้อนแรง จากความแค้น สู่รักที่เจ็บที่สุด
เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
แต่กลับเลือกเดินจากไปในวันที่กำลังจะมีเจ้าก้อนน้อย
สองปีผ่านไป...
เธอกลับมาในฐานะเด็กฝึกงาน
และเขาอยู่ในฐานะคุณหมอเจ้าของไข้ลูกชายของเธอ
เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร จบลงแบบไหน
ติดตามได้ใน... เด็กเลี้ยงอาจารย์หมอวินท์
พิษรักร้าย Toxic love
"ออกไป ถ้าไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกห้องคนอื่นในยามวิกาล" นินิวบอกริกมาเสียดังด้วยสีหน้าโกรธจัด ที่ริกเข้าห้องเธออย่างถือวิสะ
"ไม่ไป ในเมื่อที่นี่คือห้องเมียฉัน ทำไมฉันต้องออก" ร่างสูงบอกมาด้วยเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
"ห้องฉันไม่ใช่ห้องของยัยโมเน่ เมียคนปัจจุบันของพี่ ถ้าพี่ยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่บ้างก็ออกไปจากห้องฉันคะ" แต่ริกกับไม่สนใจคำพูดนินิวเลยซักนิด ร่างสูงเดินเข้ามาหาคนตรงหน้า นินิวที่เห็นเช่นนั้นถึงกับจับที่ชายผ้าขนหนูเอาไว้แน่นขึ้น เพราะคนตรงหน้านั่นดูอันตรายสำหรับเธอ
"อย่านะพี่ริก เรื่องของเรามันจบไปแล้ว" นินิวบอกมาด้วยเสียงสั่นเพราะสายตาที่เขามองเธอมามันน่ากลัวมากจริงๆ
"ชอบฉันไม่ใช่เหรอ เอาฉันแล้วจะไปอ่อยคนอื่น อีกทำไม ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอจูบกับไอ้ไทม์"
"ในเมื่อพี่เห็นเช่นนั้น พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียสิ ฉันจะอ่อยจะจูบกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกพี่ไม่กี่ร้อยครั้งแล้วว่าเราเลิกกันแล้ว เพราะพี่มันเลว ฉันเลยไม่อยากได้พี่แล้ว "













