บทนำ
จนกระทั่งโชคชะตานำพาให้เธอได้พบกับ 'เอเวล' นักธุรกิจหนุ่มหล่อไฟแรงแสนเจ้าเล่ห์ ราวกับกามเทพแผลงฤทธิ์เมื่อหัวใจที่แสนบอบช้ำเริ่มมีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากที่เหงาหงอยมานาน
แต่กามเทพช่างเล่นตลกร้าย! เมื่อผู้ชายที่เคยทิ้งไปโดยไร้คำอธิบายแต่ยังบอกว่ารักเสมอ...กับ...ผู้ชายที่เข้ามาด้วยเหตุผลบางอย่างแต่ไม่เคยทิ้งกันไปไหน พวกเขามายืนตรงหน้าเธอพร้อมๆกันทั้งสองคน รักครั้งนี้จะไม่ยุ่งยากเลยถ้าเธอไม่ใช่คนที่ต้องตัดสินใจ!
ระหว่างรักครั้งแรกที่ยังไม่ลืม...กับ...รักครั้งนี้ที่ยังโหยหา ไม่ว่ารักครั้งไหนๆก็อันตรายพอกัน! เธอจะห้ามใจที่สับสนนี้ได้อย่างไรกัน เมื่อถึงเวลาที่เธอเป็นฝ่ายต้องเลือก แต่ไม่ว่าต่อจากนี้หรืออะไรก็ตามแต่... เธอก็ยังจะเลือกเขา...คนที่...
บท 1
ตึก… ตึก… ตึก…
รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นถนนที่มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ หญิงสาวผมสลวยสีน้ำตาลเดินคนเดียวท่ามกลางผู้คนมากมายที่ไม่รู้จักมักคุ้น หลังจากเพิ่งลงเครื่องที่สนามบิน ที่นี่คงเป็นที่แรกที่อยากมา...หลังจากที่ไม่ได้มาเป็นเวลาเกือบปีแล้ว…
ขาเรียวสวยก้าวเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนท้องฟ้าค่อยๆ มืดจางไป ผู้คนบางตาลงเรื่อยๆ ไปทีละคน...ทีละคน จนตอนนี้...เหลือฉันเพียงคนเดียว มีเพียงความมืดมิดของท้องฟ้ากับแสงสว่างสลัวๆ จากดวงไฟข้างทางอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้น
และตอนนั้นเองมีบางอย่างทำให้ฉันหยุดเดินไปชั่วขณะ ขาแทบจะไม่แรงก้าวเดินต่อ สายตานั้นจับจ้องไปที่แผ่นหลังของใครบางคน...คนที่ทำให้ใจดวงนี้สั่นไหวอีกครั้ง ไม่รอช้า ฉันรีบวิ่งตามเขาไปแม้ขาแทบจะพยุงตัวไม่อยู่ แต่น่าเสียดายเมื่อชายผู้นั้นหายไปในความมืด ทำได้เพียงหลุบตาต่ำ รู้สึกเศร้าในใจ
แต่แล้วเหมือนสวรรค์จะเมตตา เมื่อสายตาไปสะดุดที่เขาพอดี ชายคนนั้นยืนห่างจากฉันไม่ไกลนัก รอยยิ้มบางๆ เกิดขึ้นบนใบหน้าเมื่อความหวังที่จะได้พบกันอีกครั้งเป็นจริง จึงเดินเข้าใกล้และไม่ลังเลที่จะจับมือรั้งเขาไว้
“มะ…เอ่อ...ขอโทษค่ะ”
ความหวังนั้นจบสิ้นลงไปพร้อมกับรอยยิ้มที่เคยเปื้อนใบหน้า...ทว่าไม่ใช่เขาคนนั้นที่ฉันรู้จัก ถึงจะรู้สึกผิดหวังเล็กๆ ในใจ แต่ก็ก้าวเดินต่อไปตามท้องถนน
“นานมากแล้วสินะ ที่ฉันไม่ได้มาที่นี่”
ฉันทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ที่อยู่ริมทางเดิน แววตาเศร้าทอดมองท้องฟ้าที่ตอนนี้มืดสนิทไปแล้ว มีเพียงแสงดาวริบหรี่เพียงไม่กี่ดวงเท่านั้นที่ทอแสงในนภา ดาวพวกนี้ก็ทำให้นึกถึงเรื่องของใครบางคนขึ้นมา เขามักจะพามาเดินเล่นและดูดาวที่นี่ด้วยกันบ่อยๆ ตอนที่เรา…ยังรักกัน และที่นี่ก็เป็นที่สุดท้ายที่เขาบอกเลิกฉัน ในวันนั้น…ฉันยังจำมันได้ดี…
เมื่อหลายเดือนก่อน
“คีย์เซีย”
ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาเรียกชื่อหญิงสาวที่กอดอกยืนเหม่อลอย แขนแกร่งโอบกอดร่างเล็กจากด้านหลัง ใบหน้าคมวางบนบ่าของเธอเบาๆ อย่างออดอ้อนซึ่งนั่นทำให้หญิงสาวรับรู้ถึงความผิดปกติของเขา
“มีอะไรเหรอคะ ทำไมวันนี้มาแปลกจัง” ฉันหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับชายที่กอดซะแน่น ปกติเขาจะไม่แสดงท่าทีแบบนี้ในที่สาธารณะและยิ่งคนเยอะๆ แบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่
“เอ่อ…คือ” เขาอ้ำอึ้งที่จะพูดบางอย่างออกมา ชายหนุ่มสูดลมหายใจเรียกความกล้าแล้วเผชิญหน้ากันอีกครั้ง มือทั้งสองข้างจับใบหน้านวลอย่างแผ่วเบา ทั้งสองสบตากันเนิ่นนานจนกระทั่งกล้าพอที่จะบอกบางสิ่ง
“มาสไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคีย์เซียได้อีกแล้ว…มาส…ขอโทษ...”
มือของเขาค่อยๆ เลื่อนออกจากใบหน้าขาวซีด ก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินจากไป...ไปจากชีวิตของฉันตลอดกาล
“ไหนมาสบอกว่าจะดูแลกันตลอดไปไง มาสลืมแล้วเหรอ…สัญญาที่มาสพูดไว้น่ะ” สายน้ำแห่งความเสียใจเอ่อล้นเปียกชุ่มแก้มทั้งสองข้าง
ร่างกายที่เคยได้รับกอดที่แสนอบอุ่นหมุนตัวหันมาพูด
“มาสไม่ลืมหรอก...แต่มาสทำไม่ได้อีกแล้ว” น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบและเย็นชา มันทำให้ใจรู้สึกเจ็บเหมือนถูกบีบไว้
“ทำไม...บอกเหตุผลหน่อยได้ไหมว่าฉันทำอะไรผิดไป...” มือเรียวปาดน้ำตาที่เปื้อนใบหน้าจนหมดสิ้นและรอฟังคำตอบอย่างคาดหวัง....คาดหวังว่าเขาคงมีเหตุผลที่ดีกว่านี้...หวังว่าเขายังรักเหมือนในวันวาน...
“...ขอร้อง...อย่าทิ้งฉันไปได้ไหม...” มีเพียงคำขอเดียวเท่านั้นที่จะขอเขา
“ไม่ว่ามาสจะมีเหตุผลอะไร...ฉันขอแค่อยู่กับฉันเถอะนะ...”
ผู้คนเดินผ่านไปมามากมายท่ามกลางความเงียบของคนทั้งสอง แม้จะยืนห่างกันไม่ไกลนัก...แต่สำหรับเรามันชั่งไกลออกไปเรื่อยๆ
...ไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง...
“มาสมีเหตุผลของมาส...ขอโทษจริงๆ”
ชายหนุ่มหันหลังเดินจากไปเพียงไม่กี่ก้าวได้หยุดเท้าลง เขาเบี่ยงหน้ากลับมาทางคนที่ฟูมฟายตรงที่เดิม เขายิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า...
“ยังไงก็จะรักเสมอนะ...คีย์เซีย”
และคำพูดนี้คือสิ่งที่ฉันมีความสุขทุกๆ ครั้งที่เขาเอ่ยเอื้อนให้ฟัง...แต่มันไม่ใช่สำหรับครั้งนี้ มันไม่มีความสุขเลยสักนิด
เพราะสุดท้ายเขาก็จากไป… ทิ้งให้ฉันเจ็บปวดกับคำพูดของเขาอยู่คนเดียว
‘เพียงแค่สัญญาและคำบอกรักของใครบางคน มันก็ทำให้คนคนหนึ่งแทบเป็นบ้าได้เลย’
สุดท้ายเป็นยังไงน่ะเหรอ ฉันก็ต้องร้องไห้และปลอบใจตัวเองอยู่คนเดียวไง
ฉันดรอปเรียนแล้วไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศได้ราวๆ เกือบ 1 ปี เวลาที่ได้ใช้ไปนั้นมันไม่คุ้มค่าเลยสักนิด ใช้ชีวิตไปวันๆ ในต่างประเทศ หมกมุ่นอยู่กับตัวเองว่าทำอะไรผิดไปหรือเปล่า...
‘ยังไงก็จะรักเสมอนะ...คีย์เซีย’ เสียงของเขายังก้องอยู่ในหูของฉัน ฉันควรทำยังไง ทั้งที่รู้ว่าต้องลืมได้แล้ว แต่ทำไม...ทำไมยังจำคำบอกรักจอมปลอมนั่นได้อีก จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ลืมเขาสักที ความทรงจำดีๆ ที่เคยอยู่ด้วยกันมันมีมากกว่าที่เขาทำให้ร้องไห้ ต้องยอมรับว่ายังคงคิดถึงเขาทุกครั้งที่นึกถึงวันเก่าๆ ที่มีร่วมกัน
แต่เวลาที่ผ่านไปกับใจที่บอบช้ำนี้มันก็ทำให้ความรักจางหายไปได้เช่นกัน...เหมือนโซนสมองส่วนลึกบอกกับว่า...
‘โลกใบนี้ไม่ได้มีผู้ชายคนเดียวที่หล่อนจะต้องจมปลักนะยะ! ยังมีผู้ชายอีกหลายล้านคนที่รอหล่อนอยู่นะยัยคีย์เซีย! อย่าทำตัวเป็นนางเอกลืมรักครั้งแรกไม่ได้ไปหน่อยเลย! นังผู้หญิงโลกสวยงงงวยกับชีวิตอันวิบัติ!’
และเหมือนตัวเองก็จะได้ยินเสียงเรียกร้องที่ดูเหมือนจะด่าทอของสมองส่วนลึกบอกอยู่เร่าๆ เนื่องจากห่อเหี่ยวมานานจึงเกิดอาการฮึกเหิมอย่างแปลกประหลาด
แต่ก็จริง...ฉันควรเปิดใจรับคนใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตได้แล้ว ต่อจากนี้ฉันจะไม่ปิดกั้นตัวเองให้จมอยู่กับอดีตอีกต่อไป คีย์เซียคนเดิมกับชีวิตแบบใหม่กำลังจะเกิดขึ้นแล้วล่ะ
“หลังจากวันนี้ไปฉันจะกลับไปเป็นคนเดิมที่เคยยิ้มได้...ฉันต้องทำให้ได้” พูดเบาๆ กับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากที่ตรงนั้น...
ในที่แห่งเดียวกันนั้น หญิงสาวจะรู้ไหม...ว่ามีใครเฝ้ามองเธอตลอดตั้งแต่ที่เธอมาที่นี่แล้ว...
ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าด้วยชุดสูทที่เจ้าตัวมักใส่เป็นประจำ หลังจากที่คุยธุระทางโทรศัพท์เสร็จ เขายังคงจับจ้องหญิงสาวที่นั่งอยู่เก้าอี้ริมทางเดินด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ไม่คิดเลยว่าชาตินี้จะได้พบกันอีก
“สิ่งที่เคยทำถูกแล้วใช่ไหม...” สายตายังคงไม่ละไปจากหญิงสาว
“ขอโทษนะสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง” ชายหนุ่มหลุบตาต่ำก่อนจะพูดคำสุดท้ายออกมาด้วยเสียงเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน “ขอโทษ...”
บทล่าสุด
#76 บทที่ 76 บทส่งท้าย (The End)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#75 บทที่ 75 บทที่ 34 คนฉวยโอกาส (2)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#74 บทที่ 74 บทที่ 34 คนฉวยโอกาส (1)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#73 บทที่ 73 บทที่ 33 เลิกรอได้แล้ว (3)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#72 บทที่ 72 บทที่ 33 เลิกรอได้แล้ว (2)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#71 บทที่ 71 บทที่ 33 เลิกรอได้แล้ว (1)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#70 บทที่ 70 บทที่ 32 เจ้าหญิงจอมเย็นชา (2)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#69 บทที่ 69 บทที่ 32 เจ้าหญิงจอมเย็นชา (1)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#68 บทที่ 68 บทที่ 31 เจ้าหญิงและเจ้าชาย (3)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025#67 บทที่ 67 บทที่ 31 เจ้าหญิงและเจ้าชาย (2)
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2025
คุณอาจชอบ 😍
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
ความทรงจำในรอยใจ
เขา—วิศวกรหนุ่มรูปหล่อ ผู้มีชื่อที่แปลว่า “พระอาทิตย์”
ส่วนเธอ “เดือน”
คนที่พยายามจะลืมพระอาทิตย์ดวงนั้น…แต่ไม่เคยลืมได้เลย
ในอดีต เขาเข้าหาเธอเพียงเพราะคำพนันกับเพื่อน
แล้วครั้งนี้…จุดมุ่งหมายของเขาคืออะไรกันแน่?
“กูถามมึงจริงๆ นะซัน
ตอนที่มึงจีบน้องเดือน เพื่อเอาชนะพนันกับไอ้เมศร์
ตกลงตอนนั้น…มึงชอบน้องเดือนบ้างหรือยัง
หรือทั้งหมดมันก็แค่เพราะมึงไม่อยากให้ไอ้เมศร์จีบติดเท่านั้น?”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง













