บทนำ
เพียงราตรีเดียว…เธอกลายเป็นผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำด้วยเงินหนึ่งใบ เพียงราตรีเดียว…เขากลายเป็นพ่อของเด็กชายคนหนึ่ง โดยไม่เคยรู้เลยว่าตนเองมีเลือดเนื้ออยู่บนโลกนี้
ขวัญแก้วเคยเชื่อว่าความอ่อนโยนในคืนนั้นเป็นเรื่องจริง จนกระทั่งเช้าวันต่อมา ปริญ ธาราปรินทร์ วางเช็คไว้ข้างเตียง พร้อมถ้อยคำที่ทำให้ศักดิ์ศรีของเธอแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี
เธอจากไปพร้อมหัวใจที่แตกสลาย และของขวัญชิ้นเดียวจากค่ำคืนนั้น…คือลูกชายที่เขาไม่เคยมีโอกาสได้รู้จัก
หลายปีผ่านไป เขากลับมาพบเด็กชายหน้าตาเหมือนตนเองราวกับเงาสะท้อน เลือดในกายทำให้เขาอยากทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อ แต่บาดแผลในใจของเธอ ทำให้เขาได้รู้ว่า…บางครั้งการมีสายเลือดเดียวกัน ไม่ได้แปลว่าจะมีสิทธิ์ในหัวใจบางครั้งคำว่าขอโทษ ก็สายเกินกว่าจะลบทุกหยดน้ำตา และบางครั้ง ผู้ชายที่เคยใช้เงินซื้อศักดิ์ศรีของผู้หญิงคนหนึ่ง ต้องใช้ทั้งชีวิตพิสูจน์ว่าเขาไม่คู่ควรกับการให้อภัยง่าย ๆ
เขาเคยทำให้เธอหนีไปพร้อมลูก ครั้งนี้เขาจึงต้องเรียนรู้ว่า ความรักไม่ใช่การครอบครอง แต่คือ การยืนรอ…แม้ไม่รู้ว่าเธอจะหันกลับมาอีกหรือไม่
จากราตรีเดียวที่เคยเป็นตราบาป สู่ความรักทั้งชีวิตที่ต้องแลกด้วยน้ำตา การชดใช้ และหัวใจที่ยอมแพ้ต่อกันอย่างแท้จริง
บท 1
ตอนที่ 1
คืนแรกที่เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธอ
แสงไฟระย้ากลางห้องบอลรูมชั้นสูงสุดของโรงแรม “ปรินธารา แกรนด์” สาดประกายลงบนพื้นหินอ่อนสีขาวนวลจนทั้งห้องดูราวกับถูกเคลือบไว้ด้วยแสงทอง เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วหวานคลอไปกับเสียงแก้วไวน์กระทบกันเบา ๆ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนกับกลิ่นดอกลิลลี่ขาวที่ถูกจัดวางไว้ตามมุมต่าง ๆ ของงาน ทุกอย่างงดงาม ประณีต และหรูหราจนเหมือนโลกอีกใบที่ไม่เคยมีพื้นที่ให้คนธรรมดาอย่างขวัญแก้วได้ยืนอยู่ตรงนั้น
หญิงสาวในชุดพนักงานสีดำเข้ารูปเรียบร้อยยืนถือถาดเครื่องดื่มอยู่ริมเสาใหญ่ เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยตามมารยาท ดวงหน้าหวานสะอาดแต่งแต้มเพียงแป้งบาง ๆ กับลิปสติกสีอ่อน ผมยาวถูกรวบเป็นมวยต่ำเพื่อไม่ให้เกะกะการทำงาน แม้ร่างบอบบางจะดูเหนื่อยล้าจากการยืนติดต่อกันหลายชั่วโมง แต่แววตาของเธอยังคงตั้งใจและระมัดระวังทุกการเคลื่อนไหว
คืนนี้เป็นงานเปิดตัวโครงการรีสอร์ตหรูแห่งใหม่ของตระกูล “ธาราปรินทร์” งานสำคัญที่แขกผู้มีเกียรติ นักธุรกิจ สื่อมวลชน และบุคคลในแวดวงสังคมชั้นสูงต่างมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง ขวัญแก้วเป็นเพียงพนักงานชั่วคราวที่ถูกเรียกมาช่วยเสริมกำลังในคืนพิเศษเช่นนี้ เธอรู้ดีว่าหากทำพลาดแม้เพียงนิดเดียว ไม่ใช่แค่ถูกตำหนิ แต่อาจหมายถึงการเสียรายได้ก้อนสำคัญที่เธอต้องนำไปจ่ายค่ายาของแม่ในสัปดาห์หน้า
“ขวัญ ระวังแขกโต๊ะวีไอพีให้ดีนะ อย่าเดินช้า อย่าทำอะไรตก แล้วก็อย่าเงอะงะเด็ดขาด คืนนี้ผู้บริหารใหญ่ลงมาดูงานเอง ถ้ามีปัญหา หัวหน้าเอาเธอตายแน่” เสียงของดวงพร หัวหน้าพนักงานจัดเลี้ยงดังขึ้นอย่างเข้มงวด ก่อนอีกฝ่ายจะปรายตามองขวัญแก้วตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนยังไม่ไว้ใจ
“ค่ะพี่ดวง ขวัญจะระวังให้มากที่สุดค่ะ” ขวัญแก้วตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เธอก้มศีรษะรับคำอย่างอ่อนน้อม ทั้งที่ในอกเต้นแรงด้วยความกดดัน
“ดี อย่าให้ฉันต้องเสียหน้า เพราะเธอเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้ไม่กี่วัน คนอื่นเขาฝึกกันเป็นเดือน เธอได้เข้ามาช่วยงานคืนนี้เพราะคนขาด ไม่ใช่เพราะเก่งกว่าใคร เข้าใจไหม” ดวงพรพูดซ้ำด้วยน้ำเสียงกึ่งเตือนกึ่งดูแคลน ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานอีกคนอย่างรวดเร็ว
“เข้าใจค่ะ” ขวัญแก้วรับคำเบา ๆ เธอกดความน้อยใจไว้ใต้รอยยิ้มบาง แล้วสูดลมหายใจลึกเพื่อบอกตัวเองว่าเธอมาที่นี่เพื่อทำงาน ไม่ใช่เพื่อให้ใครเห็นค่า
เธอเคยชินกับคำพูดแบบนี้มานานแล้ว ชีวิตของขวัญแก้วไม่เคยง่าย หลังพ่อจากไปตั้งแต่เธอยังเล็ก แม่ก็ล้มป่วยเรื้อรัง เธอต้องออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันเพื่อทำงานหาเงินส่งน้องชายเรียนและประคองบ้านเล็ก ๆ ที่เหลืออยู่ให้ผ่านแต่ละเดือนไปได้ งานพนักงานชั่วคราวในโรงแรมหรูจึงไม่ใช่สิ่งที่เธอเลือกเพราะอยากเข้าใกล้ชีวิตคนรวย หากแต่เป็นเพราะค่าจ้างคืนนี้สูงพอจะทำให้เธอซื้อยาชุดใหม่ให้แม่ได้โดยไม่ต้องยืมใคร
เสียงปรบมือดังขึ้นจากเวทีกลางห้อง ขวัญแก้วเงยหน้าตามสัญชาตญาณ ก่อนสายตาจะหยุดนิ่งที่ร่างสูงสง่าของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งก้าวขึ้นไปยืนใต้แสงไฟกลางเวที เขาคือปริญ ธาราปรินทร์ ทายาทหนุ่มเจ้าของโรงแรมหรูแห่งนี้ ผู้ชายที่ชื่อของเขาถูกพูดถึงทั้งในหน้าธุรกิจและหน้าสังคม รูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำตัดเย็บประณีต ใบหน้าคมเข้ม หล่อเหลาจนแทบไร้ที่ติ ดวงตาคมลึกมีประกายเย็นเยียบเหมือนคนที่ไม่เคยปล่อยให้สิ่งใดแตะต้องหัวใจได้ง่าย ๆ ริมฝีปากได้รูปเรียบนิ่ง ไม่ยิ้ม ไม่อ่อนโยน แต่กลับดึงสายตาของทุกคนในห้องให้หันไปมองได้โดยไม่ต้องพยายาม
ขวัญแก้วมองเขาเพียงชั่วครู่แล้วรีบหลุบตาลง เธอรู้ว่าผู้ชายแบบนั้นอยู่ไกลจากชีวิตเธอมากเกินไป ไกลเหมือนแสงไฟบนเพดานที่แม้จะสว่างงดงามเพียงใด คนอย่างเธอก็มีหน้าที่เพียงยืนอยู่ใต้แสงนั้นอย่างเงียบ ๆ แล้วคอยเก็บเศษแก้วหลังงานเลิกเท่านั้น
“ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานเปิดตัวโครงการใหม่ของปรินธาราในคืนนี้ครับ” ปริญกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ สุภาพ แต่เย็นจัดจนขวัญแก้วรู้สึกได้ถึงระยะห่างที่เขาขีดไว้ระหว่างตัวเองกับคนทั้งโลก
เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง หลายคนมองเขาด้วยความชื่นชม หลายคนมองด้วยความหวังผลประโยชน์ และหลายคนมองด้วยความหลงใหล โดยเฉพาะกลุ่มหญิงสาวในชุดราตรีหรูที่ยืนอยู่ใกล้เวที ทว่าปริญกลับไม่หันไปให้ความสนใจใครเป็นพิเศษ เขาพูดเรื่องโครงการด้วยความมั่นใจ จบทุกประโยคด้วยน้ำหนักที่ทำให้คนฟังเชื่อว่าเขาไม่เคยพ่ายแพ้ต่อสิ่งใด
ขวัญแก้วถอนสายตาออกจากเวที เธอเดินนำเครื่องดื่มไปบริการแขกตามโต๊ะอย่างระมัดระวัง เสียงหัวเราะ เสียงสนทนาเรื่องหุ้น อสังหาริมทรัพย์ และเครื่องประดับราคาแพงไหลผ่านหูเธอเหมือนภาษาอีกโลก เธอไม่เข้าใจและไม่จำเป็นต้องเข้าใจ สิ่งเดียวที่ต้องทำคือยิ้ม สุภาพ และไม่ทำถาดในมือสั่น
“น้องคะ ขอแชมเปญแก้วหนึ่งค่ะ” หญิงสาวในชุดราตรีสีเงินเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงหวานจัด ข้อมือของหล่อนประดับกำไลเพชรเส้นเล็กที่สะท้อนแสงวูบวาบ
“ได้ค่ะ” ขวัญแก้วตอบพร้อมยื่นแก้วแชมเปญให้อย่างสุภาพ ดวงตาไม่กล้ามองตรง ๆ นานเกินไปเพราะกลัวถูกมองว่าเสียมารยาท
หญิงสาวชุดเงินรับแก้วไป แต่สายตากลับหยุดอยู่ที่ใบหน้าของขวัญแก้วอย่างประเมิน รอยยิ้มบางเฉียบคลี่ขึ้นบนริมฝีปากแดงสด ก่อนจะปรายตามองไปยังเวทีที่ปริญกำลังก้าวลงมาท่ามกลางกลุ่มนักธุรกิจ
“เพิ่งมาทำงานที่นี่เหรอ หน้าไม่คุ้นเลย” หล่อนถามด้วยน้ำเสียงเหมือนชวนคุย แต่แฝงความจับผิดไว้ชัดเจน
“ค่ะ ขวัญเป็นพนักงานชั่วคราว มาช่วยงานคืนนี้ค่ะ” ขวัญแก้วตอบอย่างระมัดระวัง เธอยังคงถือถาดนิ่ง แม้จะเริ่มรู้สึกถึงสายตาไม่เป็นมิตร
“ชื่อขวัญเหรอ ชื่อหวานดีนะ หน้าเธอก็หวาน ดูไม่เหมือนพนักงานจัดเลี้ยงเท่าไร” หญิงสาวคนนั้นเอ่ยช้า ๆ พลางยกแชมเปญขึ้นจิบ แต่ดวงตายังคงกวาดมองขวัญแก้วไม่วาง
“ขอบคุณค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขวัญขอตัวไปดูแลแขกโต๊ะอื่นก่อนนะคะ” ขวัญแก้วกล่าวอย่างสุภาพ เธอก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วเตรียมถอยออกไป
“เดี๋ยวสิ” หญิงสาวชุดเงินเรียกไว้ พร้อมกับยื่นกระเป๋าคลัตช์ใบเล็กให้เธอ “ช่วยถือให้ฉันแป๊บหนึ่งได้ไหม ฉันจะถ่ายรูปกับเพื่อนตรงนั้น แค่แป๊บเดียว อย่าทำหายล่ะ ของข้างในแพงกว่าค่าแรงเธอทั้งเดือนอีกมั้ง”
ขวัญแก้วชะงักไปเล็กน้อย เธอมองกระเป๋าใบนั้นอย่างลังเล เพราะตามกฎพนักงานไม่ควรรับฝากของส่วนตัวของแขก แต่เมื่อเห็นสายตากดดันของ อีกฝ่ายและกลุ่มเพื่อนที่หันมามอง เธอก็กลืนคำปฏิเสธลงคอ
“ถ้าแค่ครู่เดียว ขวัญจะวางไว้ตรงโต๊ะรับรองใกล้ ๆ ให้นะคะ จะได้ปลอดภัยค่ะ” ขวัญแก้วตอบด้วยความรอบคอบ เธอไม่กล้าถือของแขกติดตัวไปมา
“ไม่ต้องเรื่องมาก ฉันให้ถือก็ถือสิ หรือพนักงานที่นี่เลือกงานได้แล้ว” หญิงสาวคนนั้นพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางลงจนเหลือเพียงความเหยียดหยัน
“ค่ะ” ขวัญแก้วจำต้องรับกระเป๋ามาไว้ในมือ เธอกดความอึดอัดไว้ แล้วขยับไปยืนริมเสาเพื่อรอเจ้าของกลับมารับ
เธอไม่รู้เลยว่าเพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ชีวิตของเธอในค่ำคืนนี้จะถูกลากลงสู่ความอับอายอย่างไม่ทันตั้งตัว
เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากบริเวณกลางห้องก่อนเสียงดนตรีจะหยุดลงกะทันหัน แขกหลายคนหันไปมองเป็นตาเดียว ขวัญแก้วสะดุ้ง เธอยังคงถือกระเป๋าใบนั้นไว้แน่นโดยไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
“สร้อยเพชรของฉันหาย!” หญิงวัยกลางคนแต่งกายหรูหราประกาศเสียงสั่น มือข้างหนึ่งจับลำคอที่ว่างเปล่า ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ
ความวุ่นวายเกิดขึ้นทันที พนักงานรักษาความปลอดภัยรีบเข้ามา แขกหลายคนเริ่มซุบซิบ บางคนถอยห่างจากกันเหมือนกลัวความผิดจะกระเด็นมาถูกตัว ดวงพรรีบวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะกวาดสายตามองพนักงานทุกคนอย่างหวาดหวั่น
“ทุกคนอย่าขยับไปไหนนะคะ ทางโรงแรมจะตรวจสอบให้เร็วที่สุดค่ะ” ดวงพรพยายามควบคุมสถานการณ์ แต่เสียงของเธอสั่นจนเห็นได้ชัด
ขวัญแก้วยืนตัวแข็งอยู่ริมเสา กระเป๋าคลัตช์ใบเล็กในมือกลายเป็นของร้อนขึ้นมาทันที เธอพยายามมองหาหญิงสาวชุดเงินเพื่อคืนของ แต่กลับไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ตรงจุดเดิมแล้ว
“น้องพนักงานคนนั้นถือกระเป๋าใครอยู่คะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลุ่มแขก ทำให้สายตาหลายสิบคู่หันมาที่ขวัญแก้วพร้อมกัน
หัวใจของหญิงสาวหล่นวูบ เธอก้มมองกระเป๋าในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นอย่างสับสน
“กระเป๋าของแขกท่านหนึ่งค่ะ เธอฝากขวัญไว้ครู่เดียว” ขวัญแก้วตอบเสียงเบา แต่ในความเงียบที่กดดัน คำพูดของเธอกลับดังพอให้คนใกล้ ๆ ได้ยิน
“แขกคนไหนล่ะ” ดวงพรถามเสียงเข้ม พลางเดินเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว
“ผู้หญิงชุดราตรีสีเงินค่ะ เธอยืนอยู่ตรงนั้นเมื่อสักครู่” ขวัญแก้วตอบพร้อมชี้ไปยังจุดที่อีกฝ่ายเคยยืน ทว่าตรงนั้นมีเพียงแขกแปลกหน้าไม่กี่คนที่มองเธอด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ
“ฉันอยู่ตรงนี้ตลอดนะคะ ไม่เห็นมีใครฝากกระเป๋ากับพนักงานคนนี้เลยค่ะ” หญิงสาวชุดเงินเดินออกมาจากอีกด้านพร้อมน้ำเสียงประหลาดใจ ดวงหน้าสวยแสร้งทำเป็นตกใจได้แนบเนียนจนขวัญแก้วเย็นวาบไปทั้งตัว
“คุณเป็นคนให้ขวัญถือกระเป๋าใบนี้เองนะคะ” ขวัญแก้วพูดออกไปทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจที่อีกฝ่ายปฏิเสธอย่างหน้าตาเฉย
“ฉันเหรอคะ ฉันจะให้พนักงานแปลกหน้าถือกระเป๋าของตัวเองทำไม ในกระเป๋าฉันมีทั้งบัตร ทั้งเงินสด ทั้งเครื่องประดับ ฉันไม่ได้ประมาทขนาดนั้นหรอกค่ะ” หญิงสาวชุดเงินตอบเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปมองแขกคนอื่นเหมือนตนเองคือฝ่ายถูกกล่าวหา
เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบตัวขวัญแก้ว ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศไม่อาจสู้ความหนาวที่แล่นขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง เธอกอดกระเป๋าใบนั้นแน่นขึ้นอย่างลืมตัว ก่อนพนักงานรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งจะขยับเข้ามา
“ขออนุญาตตรวจดูกระเป๋าใบนั้นได้ไหมครับ” เจ้าหน้าที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่สายตากลับมองเธอราวกับเธอเป็นผู้ต้องสงสัยไปแล้ว
“ได้ค่ะ แต่กระเป๋าใบนี้ไม่ใช่ของขวัญนะคะ” ขวัญแก้วตอบเสียงสั่น เธอยื่นกระเป๋าออกไปด้วยมือที่เย็นเฉียบ
บทล่าสุด
#19 บทที่ 19 ตอนที่15 พูดปนสะอื้น
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#18 บทที่ 18 ตอนที่14 เธอไม่ควรทำให้ฉันเสียเวลา
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#17 บทที่ 17 ตอนที่ 13 หนีไปพร้อมเลือดเนื้อของเขา
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#16 บทที่ 16 ตอนที่12 มีเรื่องสำคัญ
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#15 บทที่ 15 ตอนที่11 ควรออกไปจากชีวิต
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#14 บทที่ 14 ตอนที่10 ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#13 บทที่ 13 ตอนที่ 9 ผู้หญิงที่เขาทำลายโดยไม่รู้ตัว
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#12 บทที่ 12 ตอนที่8 ขอลาออก
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#11 บทที่ 11 ตอนที่7 อย่างตื่นตระหนก
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#10 บทที่ 10 บทที่ 6 (100%)
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026
คุณอาจชอบ 😍
สัญญารักประธานร้าย
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
รักระรินใจ
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!













